ตงฟงมาตรแม้นอ่อนแอด้านพลังฝีมือแต่มีจิตใจกล้าแกร่งปณิธานตั้งหมั่น ไม่ยอมตกตายในเงื้อมมือคนชั่วได้แต่กล้ำกลืนปลิดชีพด้วยตัวเองโดยการะโลงจากหน้าผา สุดท้ายเขาไม่ตายจากการตกผาแม้าเ็สาหัสกระดูกหักหลายท่อนแต่ไม่ตายเพราะมีกิ่งไม้ลดทอนความเร็วขณะร่วงหล่น
ใต้หินผาจุดที่ตกลงไปกลับเป็กลไกทางเข้าสู่สุสานหนึ่งโดยบังเอิญ กลไกสุสานเปิดออกเป็ห้องสี่เหลี่ยมวางโลงศพไว้ในสุสานนั้นฝังซากสังขารของวีรบุรุษผู้กล้าท่านหนึ่งที่ตายไปนานปี โดยข้างในโลงศพยังฝังไว้ด้วยคัมภีร์หัตถ์สุริยเทพหนึ่งเล่มสุดท้ายเขาฝึกฝนคลำทางตามสัญชาตญาณวิชานี้สำเร็จ
จึงมีพลังฝีมือสูงเยี่ยมไล่ปราบอธรรมในยุทธจักรจนหมดสิ้นกลายเป็ยอดฝีมืออันดับหนึ่ง สุดท้ายเกิดความขัดแย้งกับราชวงศ์เพราะพวกเขากริ่งเกรงมันอยู่หลายส่วนจึงถูกไล่ล่าสังหารอยู่บ่อยครั้ง ภายหลังตงฟงก่อหวอดขึ้นในอาณาจักรหาญสู้กับราชวงศ์กษัตริย์และขุนนางต่ำช้าการต่อสู้ครั้งนั้นกินเวลาเกือบสิบปีเขาก่อตั้งราชวงศ์ที่เกรียงไกรขึ้นสู้ศึก
ตงฟงปราบปรามเหล่าขุนนางและชนชั้นสูงที่ปกครองอย่างเห็นแก่ตัวภายใต้การนำคนต่อสู้ของเขา ทำให้เหล่าราชวงศ์ต่างเกรงกลัวเพราะเขาในตอนนั้นเป็ยอดฝีมืออันดับหนึ่งของอาณาจักรเก้าเซียน ไม่มีผู้ใดเอาชนะได้สุดท้ายพอโค่นล้มราชวงศ์เลวทรามได้จึงขึ้นปกครองอาณาจักรเก้าเซียนเอง
ท่านใช้เวลาฝึกฝนวิชาหัตถ์สุริยเทพถึงสิบปีเต็มถึงจะฝึกสำเร็จ กล่าวกันว่าเขาพอลงมือมือสองข้างก็คล้ายกลายเป็ดวงอาทิตย์หลายสิบดวงร้อนแรงยิ่งกว่าลาวา ผู้คนต่างขนานนามเขาว่า" บุตรแห่งดวงอาทิตย์" และใช้เวลาอีกสามสี่ปีกำราบปราบปรามเหล่าอธรรมขึ้นเป็ยอดฝีมืออันดับหนึ่งของอาณาจักร สุดท้ายล้มล้างราชวงศ์เห็นแก่ตัวขึ้นปกครองด้วยตนเองตอนอายุห้าสิบเกือบหกสิบปี
ราชวงศ์พอก่อตั้งขึ้นท่านครองราชย์เป็จักรพรรดิได้เพียงสิบกว่าปีก็ลงจากบัลลังก์สืบทอดแก่บุตรชายคนโต โดยคัมภีร์วิชาหัตถ์สุริยเทพกลายเป็วิชาประจำราชวงศ์ผ่านกันสืบทอดส่งต่อมาอย่างยาวนาน แต่กล่าวกันว่าหลังจากที่ตงฟงเสียชีวิตก็ไม่มีผู้ใดสามารถฝึกฝนเคล็ดวิชานี้ได้เข้มแข็งเท่าเขาอีก วิชาหัตถ์สุริยเทพนี้ค้ำยันให้ราชวงศ์ยืนยาวได้หลายพันหมื่นปี
ราชวงศ์ถือกำเนิดได้เพราะวิชานี้สุดท้ายก็ล่มสลายเพราะวิชานี้เช่นกันพอจักรพรรดิรุ่นสุดท้ายตายราชวงศ์ก็ไม่มีผู้ใดฝึกสำเร็จ อำนาจพอตกต่ำก็ถูกโค่นล้มในที่สุดดังนั้นวิชานี้ถึงถูกแย่งชิงต่อมาอย่างยาวนาน มิทราบกี่หมื่นคนที่ต้องตกตายความคัมภีร์วิชาเล่มนี้ชายชราหยางอี้ยิ่งมองดูก็ยิ่งซึมเซาอาดูรเขาไม่สามารถฝึกฝนวิชานี้นับเป็ที่น่าเสียดายจริงๆ หากเขาพบมันก่อนสักสามสิบปีไม่แน่อาจมีผลดีกว่านี้
เขาอายุเยอะแล้วหากจะให้ทอดทิ้งพลังลมปราณที่ฝึกฝนมาตลอดหลายสิบปีย่อมตัดใจไม่ได้ อีกทั้งมิทราบว่าพอไม่มีพลังฝึกฝนแล้วจะมีชีวิตอยู่ได้นานเท่าใดเขาไม่แน่ใจว่าจะอยู่รอดจนจะฝึกฝนวิชานี้สำเร็จแตกฉานได้ เขาพบคัมภีร์วิชานี้โดยบังเอิญเพราะคัมภีร์นี้ถูกฝังอยู่ในเนื้อต้นไม้ เกือบจะถูกต้นไม้กลืนหายไปจนสิ้นเขาพอรับรู้ว่าเป็วิชาสะท้านโลกก็ถึงกับดีใจเป็การใหญ่
ตอนนั้นเขามีสหายสนิทอยู่ท่านหนึ่งรู้จักกันยาวนานมากกว่าสามสิบปี เป็ที่ไว้ใจของชายชราหยางอี้จึงบอกเื่นี้ไปมิคาดสหายที่คบค้าสมาคมมานานกว่าสามสิบปีกลับถูกปีศาจความโลภครอบงำ ลงมือต่อสู้แย่งชิงกับเขาอย่างดุเดือดถึงหนึ่งวันเต็มๆ คนหากมีกำลังภายในเข้มแข็งไม่ว่าต่อสู้ยาวนานเพียงใดก็สามารถฟื้นฟูได้ทันกาล
ทั้งสองรับาเ็สาหัสสหายท่านมีนามว่าอสรพิษร่มดำหวังฮั่นไม่เพียงมีวิทยายุทธ์แกร่งกล้ายังชำนาญการใช้อาวุธพิสดารและพิษอย่างช่ำชองใช้อาวุธประจำตัวเป็ร่มคันสีดำคล้ายอสรพิษตัวหนึ่ง ทั้งสองพอต่อสู้ก็ชิงชัยหักหาญกันอย่างเต็มที่มาตรแม้นชายชราหยางอี้จะได้เปรียบกว่าแต่มันก็ต้องทนต่อยาพิษที่ถูกปล่อยกลางอากาศยาวนานถึงหนึ่งวันเต็ม
สุดท้ายใช้กระบี่ปีศาจสามหน้าตัดแขนและข้อเท้าอีกฝ่ายขาดหลบหนีไปอย่างทุลักทุเล ตอนนั้นเขาแม้นชนะแต่ถูกพิษทางเดินลมหายใจทำร้ายจนเกือบไม่รอดถึงกับต้องใช้พลังภายในบีบอัดอยู่เกือบหนึ่งเดือนค่อยทุเลาลง เขาพอเริ่มทุเลาลงแต่ฝีมือก็ลดหย่อนลงเช่นกันสุดท้ายคาดไม่ถึงว่าสหายสนิทหวังฮั่นจะเปิดเผยปล่อยข่าวเื่นี้แก่ผู้คนในยุทธจักร
ตอนนั้นบังเกิดความปั่นป่วนอลหม่านอย่างมหาศาลยอดฝีมือทั้งหลายที่หลบเร้นซ้อนตัวต่างเปิดเผยตัวตน ตามล่าชายชราหยางอี้อย่างดุร้ายสุดท้ายเขาเพลี่ยงพล้ำพ่ายแพ้กับยอดนักสู้ที่เข้ากลุ้มรุมหลายระลอกกินเวลายาวนาน จึงอ่อนล้าถูกกระแทกพลังใส่อย่างรุนแรงแต่เขาไม่ยินยอมตายถึงกับใช้เคล็ดวิชาต้องห้ามเปลี่ยนอายุขัยเป็กำลังภายในเปลี่ยนโลหิตในร่างเป็พลังลมปราณ
เคล็ดวิชานี้สามารถเพิ่มพูนพลังฝีมือของคนให้แกร่งกล้าขึ้นอย่างมหาศาลในระยะเวลาสั้นๆ แต่ก็ต้องแลกกับชีวิตและอายุขัยของตนเองเขาหากถ่ายเืออกไปหนึ่งส่วนโลหิตจะระเหยเป็พลังลมปราณหนึ่งเท่า หากจะเพิ่มพูนกำลังภายในต้องใช้พลังชีวิตและอายุขัยในการแลกเปลี่ยนโดยการทำลายรากฐานการฝึกฝนที่ยาวนานหลายสิบปีไป
ชายชราหยางอี้ใช้เคล็ดวิชาสังเวยชีวิตนี้หยัดยืนต่อสู้กับศัตรูแล้วหลบลี้หนีออกมา หลังจากนั้นท่านพลอยโดนกลุ้มรุมโจมตีมาตลอดทางหลายครั้งเกือบสังเวยชีวิตไป สาเหตุที่เขาสามารถรอดชีวิตและยังคงพลังฝีมือไว้ได้เพราะศาสตร์การรักษาพิสดารชนิดหนึ่งนั้นคือแปดวัตถุฝังร่างกาย ศาสตร์การรักษาชนิดนี้มีผลรักษาและฟื้นฟูสภาพอย่างยอดเยี่ยมราวกับสามารถฟื้นสภาพกลับมาเป็เหมือนเดิม
กระทั่งวิชาต้องห้ามที่ใช้พลังชีวิตออกยังสามารถหยุดยั้งไว้ได้แต่ขณะเดียวกันก็มีผลกระทบอันตรายใหญ่หลวงชนิดหนึ่งเช่นกัน นั้นก็คือหากฝังวัตถุนั้นผิดพลาดหรือคลาดเคลื่อนแค่รูขุมขนเดียวก็ต้องตกตายเป็ก้อนเนื้อก้อนหนึ่ง ศาสตร์การรักษาประเภทนี้คล้ายคลึงกับคุณไสยชนิดหนึ่งการใช้มันรักษาก็คล้ายกับเอาเคียวยมทูตจ่อไว้ที่คอตลอดเวลา
การรักษาด้วยแปดวัตถุฝังร่างใช้ได้ไม่เกินสามครั้งเพราะพลังฟื้นฟูสภาพต้องแลกมาด้วยอวัยวะภายในร่างกาย เพราะวิธีการรักษาต้องใช้วัตถุทั้งแปดชิ้นจัดทำขึ้นจากเหล็กอาถรรพ์พิษอสุภพิเศษหายาก คล้ายมีดดาบเข็มและของมีคมขนาดเล็กแปดชนิดแตกต่างกันฝังตามจุดบนร่างกาย จากนั้นเคลื่อนโคจรพลังลมปราณในร่างพร้อมกับดูดพลังอากาศกับพลังอาถรรพ์เข้ามาในร่างแปรเปลี่ยนเป็ยารักษาฟื้นฟูสภาพร่างกาย
การรักษาชนิดนี้คล้ายดั่งกินยาพิษเพิ่มกำลังกายรักษาสุขภาพ เพราะพลังอาถรรพ์แทรกซึมเข้าร่างจะผ่านชั้นอวัยวะภายในร่างกายจากนั้นก็ค่อยๆ ฟื้นฟูสภาพแต่พลังอาถรรพ์และพิษอสุภในวัตถุทั้งแปดชิ้นก็จะกลืนกินองคาพยพในร่างกายราวโรคร้าย โดยเฉพาะอวัยวะภายในของคนดังนั้นจึงมิอาจใช้เกินได้สามครั้งน้อยคนนักที่ใช้เกินสองครั้งแล้วจะรอด คาดไม่ถึงว่าชายชราหยางอี้สามารถรอดพ้นจากความตายหลังจากใช้เกินสามครั้งนับเป็คนชะตาแข็งยิ่ง
ทั้งเคล็ดวิชาและการรักษาที่เขาใช้ล้วนแต่เป็วิชาใช้สังขารของตนเองเป็สิ่งแลกเปลี่ยนทั้งสิ้น ตอนนี้เขาคล้ายลูกดอกเกาทัณฑ์ที่ง้างสุดล้าดอกหนึ่ง ใช้พลังในร่างจนแทบสูญสิ้นก่อนที่จะพบกับเจี้ยนเว่ยเขาหลบหนีการตามล่ามายาวนานกว่าครึ่งปี มิทราบสังหารผู้คนไปมากน้อยเท่าใดต่อสู้กับยอดฝีมือมากน้อยเท่าใดกลับรอดกลับมาได้ จนกระทั่งครั้งนี้ที่เขายอมใช้กระบี่ปีศาจสามหน้าอีกครั้งจึงถูกพลังอาถรรพ์ของศาสตราวุธแทรกซึมทำร้ายจนแทบมิอาจยับยั้งไว้อีก
ตอนนี้อวัยวะภายในร่างแทบเหือดแห้งหมดแล้วมิทราบสามารถอยู่รอดได้นานเท่าไหร่ เขาพอนึกย้อนถึงเื่นี้มือที่ถือคัมภีร์พลันบีบเกร็งในแววตาปรากฏอารมณ์หลากหลายอย่าง เขาหากไม่พบเจอคัมภีร์นี้ตนก็ไม่ต้องประสบเภทภัยใหญ่หลวงเช่นนี้ เขาสูญเสียทุกสิ่งในชีวิตเพราะคัมภีร์วิชาที่ตนมิอาจฝึกฝนหรือใช้ประโยชน์ได้ชะตากรรมช่างบีบคั้นคนยิ่ง
ชายชราหยางอี้ลมหายใจพลันเร่งร้อนถี่ชั้นร่างกายคล้ายกำลังสั่นเทิ้มความรู้สึกมากมายทะลักเข้ามาดั่งสายน้ำตก มันคืออารมณ์ด้านร้ายของมนุษย์กำลังกลืนกินความรู้สึกของมันอย่างแช่มช้า เจี้ยนเว่ยขณะที่กำลังตาลุกวาวกับคัมภีร์ในมือเขา จู่ๆพลันรู้สึกถึงกลิ่นอายอาถรรพ์ชนิดหนึ่งแผ่ออกมาราวกับไอเย็นของน้ำแข็งพอเงยหน้าขึ้นดูต้องใจสั่นสะท้านวูบ
เห็นชายชราหยางอี้ไม่คล้ายดั่งเดิมทั้งยังไม่คล้ายคนแต่คล้ายปีศาจและภูตผีชนิดหนึ่ง เห็นหว่างคิ้วท่านขมวดม้วนราวก้อนกลมรอยย่นบนใบหน้าถึงกับเพิ่มพูนมากกว่าเดิมสองเท่า มีไอเย็นสีดำแผ่ซ่านออกคล้ายควันที่ทั้งดำทั้งเทาชนิดหนึ่งยิ่งมองยิ่งสั่นสะท้านใจนั้นคือรังสีอำมหิตแฝงจิตสังหารน่าหวาดเสียว
นั้นคืออะไรอาถรรพ์ของพลังคำสาปจากภูตผี? ใบหน้าเขาตอนนี้ไม่คล้ายคนยิ่งเพราะแปรเปลี่ยนจากสีแดงเปล่งปลั่งกลับกลายเป็สีดำคล้ำเขียวปัดดวงตาทั้งคู่ยิ่งอยู่ยิ่งขยายกว้างจนแดงก่ำราวกับใบหน้าคนตายและใบหน้าของปีศาจผสมผสานกัน เห็นมันขบเขี้ยวเคี้ยวฟันกรอดๆ ทั้งยังเคี้ยวลิ้นละเอียดจนเศษเนื้อเืฟูมเต็มปาก ยามนั้นมันพอมองแวบแรกเห็นเป็ปีศาจหน้าร้องไห้พอหลับตามองใหม่กลับเห็นเป็หน้าปีศาจกำลังยิ้ม
พอขยี้ตาจ้องมองอีกคราถึงกับต้องสะดุ้งวูบเพราะครั้งนี้สีหน้าน่ากลัวยิ่ง เป็ใบหน้าของปีศาจที่กำลังโกรธเกรี้ยวจดจ้องมันเขม็งทำเอามันตะลึงไปชั่วครู่มันเห็นยิ่งนานกลิ่นอายอาถรรพ์ก็ยิ่งหนาแน่นย้อมถ้ำแห่งนี้จนเย็นเยียบ มันเกิดความตระหนกขึ้นในใจเห็นทั่วร่างของชายชราหยางอี้ดำมะเมื่อมคล้ายจะถูกปีศาจครอบงำแล้วจริงๆ มันพอตั้งสติได้ก็รีบโพล่งขึ้นตวาดเสียงเรียกคำหนึ่ง
เสียงตวาดออกชายชราพลันสะดุ้งะเืคล้ายตื่นจากภวังค์อันเป็ฝันร้าย เห็นสีหน้าและตามตัวหยางอี้ค่อยๆ ลดสีดำคล้ำลงค่อยคลายใจระบายลมออกจากปากได้ มันไฉนเปลี่ยนแปลงเป็สภาพแบบนี้? ความรู้สึกนี้คล้ายดั่งเคยรู้สึกและััได้มาก่อนมันคือความรู้สึกเดียวกับที่หยางอี้ใช้กระบี่ปีศาจสามหน้านั้น นี้เป็เื่ลี้ลับพิสดารอันใดในโลกมีเื่ลี้ลับเช่นนี้อยู่จริง?
เจี้ยนเว่ยพอนั่งลงก็สูดลมหายใจลึกเห็นสีหน้าหยางอี้กลับคืนเป็ปกติ แต่ที่แตกต่างจากเดิมกลับเห็นได้อย่างชัดเจนนั้นคือใบหน้าเขาซีดเผือดจนคล้ายคนที่ป่วยใกล้ตาย หยาดเหงื่อมากมายชุ่มโชกจนเปียกชื้นร่างสั่นระริกคล้ายเจอเื่น่าหวาดกลัวที่สุดมาในจิตใจ บนใบหน้าและิัเขาเพิ่มรอยเหี่ยวย่นมากมายขึ้นมาราวกับแก่ลงไปอีกสามสิบปี
กระทั่งลมหายใจยังรวยรินร่อแร่คล้ายคนใกล้ตายแล้วจริงๆ เจี้ยนเว่ยตอนนั้นแม้จิตใจไม่สงบเพราะความสงสัยแต่ยังไม่ได้กล่าวอันใด เวลานั้นมันกระทั่งคิดยังคิดไม่ออกว่าตนสมควรทำอันใดดีผ่านไปราวครึ่งชั่วโมง ชายชราหยางอี้ค่อยลืมตาขึ้นอีกครั้งหลังจากนั่งขัดสมาธิกำจัดความคิดชั่วร้ายในจิตใจไปค่อยระบายลมออกมาสีหน้ากลับกลายเป็คนเหมือนเดิมอีกครั้ง