เย่ชิงชิงรีบวิ่งหนีไปแล้วเพราะอีกฝ่ายมีกำลังคนมาก หากยังอยู่ต่อมีแต่จะเสียเปรียบ!
หูหยางิเจ็บใจยิ่งนักเขารีบวิ่งตามอย่างไม่ลดละ แต่บ้านน้อยรั้วไม้ไผ่ของเย่ชิงชิงอยู่ไม่ไกลนักสุดท้ายเขาก็ตามไม่ทัน
เย่ชิงชิงกลับมาถึงบ้านในสภาพหอบหายใจนางซูกำลังยกหม้ออาหารออกจากเตาในครัวขณะยกเครื่องในไก่ปรุงรสเผ็ดออกมาวางพักที่ลานบ้านให้คลายความร้อนนางก็ชนเข้ากับเย่ชิงชิงพอดี
“เป็อะไรไป? ทำไมวิ่งมาหน้าตาตื่นเช่นนี้?”
เย่ชิงชิงส่ายหน้านางไม่อยากเล่าเื่ทะเลาะวิวาทของเด็กๆให้ฟังจึงหยิบหัวเก่อเกินที่อยู่ในตะกร้าส่งให้มารดา
เตาไฟในครัวยังไม่ดับนางซูจึงนำหัวเก่อเกินไปปอกเปลือกแล้วหั่นเป็ชิ้นก่อนจะนำไปต้มพร้อมกับกระดูกหมูต้มแกงที่ซื้อมาเมื่อเช้า
กระดูกหมูที่ไม่ค่อยมีเนื้อติดนั้นราคาถูกเย่ชิงชิงไม่ได้อธิบายว่ามันเป็ของบำรุงกระดูก เพียงแต่บอกว่านางอยากกินนางซูจึงยอมตามใจ
เมื่อจัดการธุระเ่าั้เสร็จนางซูก็สามารถนั่งพักหายใจได้เต็มที่เสียที เย่ชิงชิงหยิบส้มออกมาส่งให้แก่นาง
“ส้มบนเขานี้หวานฉ่ำจริงๆ ดูท่าจะอร่อยกว่าที่ปลูกกันเองเสียอีก” นางซูรับส้มไปกินพลางหันไปมองลานบ้านที่ยังคงว่างเปล่า “น่าจะย้ายต้นส้มมาปลูกสักสองต้น ข้างๆ จะได้สร้างเล้าไก่ด้วย”
สิ่งที่ทำให้นางซูลังเลใจคือเรือนหลังนี้ไม่ใช่ของพวกนาง ตราบใดที่ยังไม่มีเงินซื้อก็อาจถูกเรียกคืนได้ทุกเมื่อ
“ท่านแม่ พวกเราตั้งใจทำมาหากิน ซื้อบ้านซื้อที่ดินกันเถิด!” เย่ชิงชิงตบเบาๆ ที่แขนของนางเพื่อปลอบโยน
หลังจากการระบาดของโรคไข้ทรพิษหมู่บ้านใกล้เคียงหลายแห่งก็มีบ้านเรือนและที่ดินว่างเปล่าอยู่เป็จำนวนมาก่นี้จึงมีการซื้อขายในราคาถูกและสามารถทำสัญญาซื้อขายส่งต่อความเป็เ้าของได้ง่าย
สองแม่ลูกคุยกันได้ไม่นานประตูรั้วบ้านก็ถูกกระแทกอย่างแรงจนเกิดเสียงดัง ปัง ปัง ปัง
สตรีร่างอ้วนท้วมคนหนึ่งจูงเด็กวิ่งพรวดพราดเข้ามานางคือป้าซิ่ว ภรรยาของคนขายเนื้อสกุลหู และเด็กชายร่างท้วมก็คือหูหยางินั่นเอง
“ผู้ใหญ่อยู่ในบ้านด้วยก็ดี” ป้าซิ่วกล่าวอย่างเย้ยหยันและทำหน้าบึ้งตึง“ดูลูกของพวกเ้าสิ! ทำหัวลูกชายข้าปูดบวมไปหมดอย่ามาดูถูกว่าเขาเป็คนซื่อแล้วจะรังแกเช่นนี้ได้นะ!”
นางซูในางรีบลุกขึ้นต้อนรับ “เกิดอะไรขึ้นหรือเ้าคะ?”
ป้าซิ่วดึงหูหยางิมายืนตรงหน้านางซูแล้วชี้ศีรษะของเด็กชายที่ยังมีรอยปูดบวม “ดูเอาเองสิ!”
“เด็กผู้หญิงตัวเล็กเท่านี้ก็รู้จักทำร้ายผู้อื่นแล้วเห็นทีว่าต่อไปคงจะแต่งงานไม่ได้ แถมยังเป็เด็กผู้หญิงหน้าตาน่าเกลียดอีกต่างหาก!ไม่รู้ว่าคิดอะไรอยู่ถึงได้ทำร้ายหยางิของข้าจนาเ็ต้องทำให้เขาเป็คนโง่เหมือนบุตรชายของพวกเ้าก่อนถึงจะพอใจสินะ!”
ป้าซิ่วพูดรัวเร็วใบหน้าที่มีเนื้ออวบอ้วนกระเพื่อมขึ้นลง นางปัดข้อกล่าวหาต่างๆ ใส่รัวไม่ยั้งแล้วชี้นิ้วใส่เย่ชิงชิง ราวกับจะทิ่มแทงตาของนางให้บอดไป
ตีกันหรือ?นางซูจึงเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นนางนึกถึงเย่ชิงชิงที่รีบร้อนวิ่งกลับมาเมื่อครู่จึงดึงตัวนางมาสำรวจอย่างเป็ห่วง
นางรู้จักบุตรสาวของนางดีที่สุดไม่ต้องพูดถึงว่าชิงชิงเป็เด็กดีและเชื่อฟังเพียงใด แม้แต่จะตีผู้อื่นนางก็คงไม่เลือกตีคนตัวใหญ่ขนาดนี้หรอก!
“าเ็ตรงไหนไหม? บอกแม่มาสิว่าเกิดอะไรขึ้น?”
เย่ชิงชิงรู้สึกอบอุ่นในใจนางส่ายหน้า “ข้าไม่เป็อะไรเ้าค่ะ”
“เ้าไม่เป็อะไรหรอก แต่ลูกชายข้าต่างหากที่าเ็!วันนี้ถ้าไม่ได้คำอธิบายที่ฟังขึ้น ข้าไม่จบเื่แน่!” ป้าซิ่วเอามือเท้าเอวเชิดหน้าไม่ยอม ใบหน้ากลมนั้นดูดุดันกว่ายามปกติความดุดันของนางทำให้ผู้คนหวาดกลัวได้เลย
“ลูกชายเ้าเป็อย่างไร เ้าก็รู้แก่ใจดี” เย่ชิงชิงจะปล่อยให้นางพูดจาเหลวไหลได้อย่างไรนางหันไปมองเด็กชายร่างท้วม “หูหยางิเ้าเป็คนชั่วแต่กลับฟ้องร้องคนอื่นก่อนไม่คิดเลยว่าจะโกหกได้อย่างหน้าไม่อายเช่นนี้ ช่างน่าละอายนัก!”
หูหยางิที่ยืนหลบตาอยู่ก่อนแล้วเมื่อนางพูดเช่นนี้ใส่ ใบหน้าของเขาก็แดงก่ำด้วยความอับอายก่อนจะโกรธจัดจนะโขึ้นว่า “เ้าลงมือตีข้าก่อนไม่ใช่หรือไง!”
เื่ผิดชอบชั่วดีเย่ชิงชิงย่อมต้องเผชิญหน้ากับเขา แต่นางซูห้ามนางไว้
นางซูรีบเดินเข้าไปในครัวแล้วนำไข่ไก่สามฟองที่ซื้อมาเมื่อเช้าออกมานางยิ้มให้ป้าซิ่วอย่างกระดากอาย “เด็กๆทะเลาะกันก็ไม่ใช่เื่ใหญ่อะไรมากนักเอาไข่ไปต้มแล้วกลิ้งบนหน้าผากบุตรชายเ้าเพื่อลดอาการบวมนะ”
“เ้าหมายความว่าอย่างไร? ให้ไข่สามฟองคิดจะไล่ขอทานหรือไง?”
ป้าซิ่วถ่มน้ำลายออกมาหนึ่งครั้งพลางแสดงท่าทางอย่างชัดเจนว่าไม่้าของกระจ้อยร่อยเ่าั้ อะไรกันนี่!
นางซูใช้มือข้างหนึ่งจับเย่ชิงชิงเอาไว้อีกข้างหนึ่งกล่าวอย่างจนปัญญา “เพื่อนบ้านกันไม่จำเป็ต้องพูดกันรุนแรงขนาดนั้นหรอกเ้าค่ะมากกว่านี้พวกเราก็ไม่มีแล้ว”
เด็กชายร่างท้วมกำยำเช่นนี้จะถูกรังแกได้อย่างไร?ไม่มีผู้ใดเชื่อหรอก ทั้งที่ฝ่ายตนเป็ฝ่ายถูกแต่นางซูก็ยังต้องชดเชยด้วยไข่ไก่สามฟองที่มีอยู่ทั้งหมดเย่ชิงชิงรู้ว่ามารดามีเหตุผลของตนเอง แต่ก็ยังไม่หายหงุดหงิด
ป้าซิ่วเป็คนไม่ยอมใครแต่ก็รู้ดีว่านางซูยากจนเพียงใด ต่อให้โวยวายไปมากกว่านี้ก็ไม่ได้อะไรเพิ่มนางจึงไม่เสียเวลาต่อความยาว รับไข่แล้วกลอกตาหนึ่งครั้ง ก่อนจะเดินจากไป
หลังจากแม่ลูกคู่นั้นจากไปนางซูก็ถอนหายใจยาว แล้วยกมือขึ้นลูบศีรษะของเย่ชิงชิงเบาๆ
“แม่รู้ว่าลูกไม่พอใจแต่พวกเราเป็แม่และลูกกำพร้าที่ต้องพึ่งพาตัวเองในหมู่บ้านเถียนซินทำอะไรก็ต้องยอมผ่อนปรนบ้าง... ชนะไปตอนนี้แล้วจะได้อะไรเล่า?”
เย่ชิงชิงเม้มปากไม่ปริปากพูดอะไรเลยสุดท้ายก็เป็เพราะพวกนางยากจนและอ่อนแอ จึงไม่มีทางเลือก
ครั้งหน้าหากเกิดเื่เช่นนี้อีกนางจะไม่ทิ้งหลักฐานใดๆ ไว้พวกคนหน้าหนาเ่าั้จะได้มาหาเื่ด้วยาแที่ไร้สาระไม่ได้!
เื่นี้จึงถูกปล่อยผ่านไปการค้าขายล่าช่วนนับวันยิ่งเจริญรุ่งเรือง มีลูกค้าประจำมากมายนางซูจึงยุ่งจนหัวหมุน สุดท้ายก็ลืมเื่ราวที่น่ารำคาญเหล่านี้ไปจนหมดสิ้น