เหอเจียอีอ่านจดหมายจากท่านย่าแล้วหน้านิ่วพ่อบ้านเหอเห็นสีหน้าผิดปกติของคุณหนูใหญ่ก็เริ่มวิตก
“คุณหนูขอรับมีเรื่องร้ายแรงอันใดเกิดขึ้น?”
“ท่านพี่สืบรู้มาว่าเสนาบดีฝ่ายซ้ายเริ่มเคลื่อนไหว หาสมัครพรรคพวกท่านย่าจึงกังวลกับสถานะของฮองไทเฮา เพราะแม่ทัพภาคใต้เป็นฝ่ายนั้น” เหอเจียอีหรือคุณหนูฟ่านหนักใจนักในเมื่อสถานะของฮองไทเฮาทรงขึ้นอยู่กับการสมรสของนางกับจวิ้นอ๋อง และหากต้องการให้จวิ้นอ๋องออกหน้านางจะต้องเป็นพระชายาเอกสุดที่รักของพระสวามีเท่านั้น
ในยามนี้แม้เขาจะดูหลงใหลในตัวนางแต่ยังไม่มากพอที่เขาจะละทิ้งศักดิ์ศรีความเป็นหมิงจิ้นเหอ แม่ทัพใหญ่แห่งแดนเหนือปีศาจภูเขาผู้เหี้ยมหาญมาปกป้องตระกูลของนางและพระนางฮองไทเฮา เป็นที่รู้กันว่าเขาไม่เคยยอมให้ใครใช้เขาเป็นเครื่องมือทางการเมืองทั้งสิ้น
พ่อบ้านเหอแทบเหงื่อตกเขาเคยเห็นสถานการณ์แบบนี้มาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อตอนคุณหนูยังเล็กท่านอ๋องแห่งเมืองใต้คิดก่อการกบฏ ในการนองเลือดครั้งนั้น หากไม่ได้จวิ้นอ๋องหมิงจิ้นเหอนำทัพทางเหนือเข้าปราบปราม เห็นทีแคว้นหมิงอาจไม่คงอยู่มาจนถึงวันนี้“ไม่รู้ว่า จวิ้นอ๋องรู้ข่าวนี้หรือยัง?”
“สายสืบของท่านอ๋องมีมากกว่าเราน่าจะรู้เรื่องนี้ดี”
ภรรยาพ่อบ้านเหอเห็นสามีกับคุณหนูใหญ่มีสีหน้าไม่สู้ดีจึงอยากปลอบ “จวิ้นอ๋องก็ดูทีจะหลงรักคุณหนูแล้ว คุณหนูน่าจะเจรจาเรื่องสมรสได้นะเจ้าคะ”
เหอเจียอีถอนหายใจเฮือกใหญ่จึงได้อธิบายสถานการณ์ให้สองสามีภรรยาฟังท่านอ๋องหมิงจิ้นเหอเป็นผู้รักศักดิ์ศรียิ่ง หากนางบอกความจริงกับเขาไปตอนนี้เกรงว่าเขาอาจจะเลือกถอยห่างออกจากนางเพราะคิดว่านางหวังเพียงผลประโยชน์ในอำนาจที่เขามี
“ข้าต้องทำให้เขาก้าวลึกยิ่งกว่านี้จนไม่มีทางเลือกอื่นใดนอกจากข้า”
พ่อบ้านเหอจึงต้องรับภารกิจไปกู้ยืมเงินจากคุณชายเถียนหนุ่มรูปงาม ลูกคหบดีร้านค้าข้าวที่ใหญ่ที่สุดในพยัคฆ์เหินและยังมีสาขาอยู่ในเมืองหลวงและหัวเมืองอีกหลายแห่ง เมื่อคุณชายเถียนเห็นพ่อบ้านเหอมาพึ่งพาตนเช่นนั้นก็ยินดียิ่งรีบนำเข้าไปยังห้องส่วนตัวของร้านรับแลกเงิน
“เถ้าแก่เหอท่านต้องการกู้เท่าใด?”
“ห้าหมื่นตำลึงขอรับช่วงนี้เพิ่งรับคนครัวเพิ่ม เงินที่มีก็ก่อสร้างร้านค้าไปหมดแล้วอยากจะเปลี่ยนโต๊ะเก้าอี้ใหม่ด้วยเพราะของเก่าผุพังหมด”
คุณชายเถียนคล้ายจะไม่สนใจฟังคำกล่าวอ้างอันใดเขารีบให้หลงจู๊ร่างเอกสารสัญญาทันที ดอกเบี้ยก็คิดในราคาต่ำเป็นพิเศษเขาเห็นโอกาสที่จะเกี่ยวพันกับครอบครัวของแม่นางเหออย่างสนิทแนบแน่นในใจพลันสว่างสดใส ต่อจากนี้ในฐานะนายเงินเขาก็จะได้ไปเยือนนางเป็นการส่วนตัวบ่อยๆ
พ่อบ้านเหอหอบเงินก้อนโตและสัญญากู้ยืมไปส่งให้คุณหนู
“ดีมากจากนี้ จงต้อนรับคุณชายเถียนให้ดี ให้ชัดเจนว่า ท่านพึงใจรับเขาเป็นบุตรเขย”
หงจางลี่เถ้าแก่เนี้ยร้านเจียอียิ้มแย้มแจ่มใสต้อนรับคุณชายเถียนอย่างเอาอกเอาใจเป็นพิเศษจนกลายเป็นหัวข้อสนทนาในวงน้ำชาทั่วเมืองหลายคนคาดว่าคุณชายเถียนน่าเป็นที่พึงพอใจของสามีภรรยาตระกูลเหอจนอาจจะได้ส่งเกี้ยวเจ้าสาวไปรับเหอเจียอีเข้าคฤหาสน์ตระกูลเถียนในไม่ช้า
มู่หลี่เฉียงรองแม่ทัพค่ายพยัคฆ์ได้ยินเรื่องนี้ครั้งแรกเมื่อตอนเข้าไปกินอาหารเย็นกับเหล่านายกองที่หอนางโลมในเมือง ร้อนใจจนต้องดื่มสุราไม่รู้รสชาติเช้าวันต่อมาเมื่อท่านอ๋องมาถึงห้องบัญชาการที่ค่ายเขารีบรุดเข้าไปขอคุยกับท่านอ๋องเป็นการส่วนตัว
“ท่านแม่ทัพช่วงนี้ได้ยินข่าวอันใดหรือไม่?”
“ข่าวใดลับหรือไม่ลับ”
“ข่าวที่โจษขานกันทั่วเมืองเรื่องคุณชายเถียนจะรับแม่นางเหอไปเป็นฮูหยิน”
ปัง!โต๊ะที่วางหนังสือราชการไว้ตรงหน้าท่านอ๋องถึงกับปริแตก
“ใครบังอาจลือเช่นนี้?”
“ฉินหวังหย่ง! เจ้าไปสืบเรื่องนี้มาให้ข้า”เสียงตวาดกึกก้อง องครักษ์เงาที่เร้นกายอยู่ไม่กล้าปรากฏตัวด้วยรู้พื้นอารมณ์ของผู้เป็นนาย
“พะยะค่ะ ท่านอ๋อง”เสียงรับคำชัดเจน มีเพียงลมสายเบาผ่านร่างรองแม่ทัพมู่ไปวูบหนึ่ง
มู่หลี่เฉียงเห็นสีหน้าคล้ำด้วยโทสะของแม่ทัพหมิงก็รีบเล่าเรื่องที่เขาได้ยินได้ฟังจากหญิงคณิกาและชายหนุ่มในเมืองที่คุ้นเคยกันจวิ้นอ๋องยิ่งฟังก็ยิ่งรุ่มร้อนเมื่อคืนเขายังนั่งดูนางนอนหลับเฝ้าอยู่ข้างโต๊ะทำงานในห้องทรงพระอักษร ทั้งยังแอบจุมพิตที่แก้มนางอย่างอดใจไม่ได้ท่านอ๋องไม่กล้ารุกนางมากกว่านี้ ด้วยกลัวว่านางจะตกใจกลัวเขาเสียก่อน
คุณชายเถียนกล้าใช้ช่วงเวลากลางวันที่เขาเผลอแอบไปตีสนิทกับพ่อแม่ของนางเช่นนั้นรึ? แล้วตัวนางเล่าไม่รู้ว่าจะมีใจให้ฝ่ายนั้นหรือไม่? จะว่าไปคุณชายเถียนก็รูปงามอยู่ไม่น้อยหญิงสาวในเมืองพยัคฆ์เหินต่างพร้อมทอดสะพานให้ทั้งนั้นยิ่งคิดท่านอ๋องก็ยิ่งหงุดหงิดมากขึ้นเรื่อยๆ
“ทหาร น้ำชา!” เสียงตะโกนของจวิ้นอ๋องทำเอาทหารหน้าประตูแทบสะดุ้ง
“ขอรับ”น้ำชาร้อนถูกนำมาส่งถึงมืออย่างรวดเร็ว
รองแม่ทัพมู่เห็นท่านแม่ทัพมีอาการหึงหวงออกนอกหน้าต้องพยายามกลั้นยิ้มอย่างสุดความสามารถเขาอดทนนั่งเงียบอยู่ได้สามเค่อ ฉินหวังหย่งก็ปรากฏกายตรงหน้าท่านอ๋อง
“รายงานท่านอ๋อง เถ้าแก่เหอไปกู้เงินคุณชายเถียนขอรับฝ่ายนั้นจึงถือโอกาสทาบทามแม่นางเหอ” เมื่อองครักษ์ฉินเงยหน้าขึ้นเห็นท่านอ๋องใบหน้าถมึงทึงยิ่งกว่าเดิมจึงรีบกล่าว“แต่ครอบครัวนางยังไม่ตกลง คุณชายเถียนอาจจะส่งแม่สื่อไปบ้านเหอเร็วๆ นี้”
ท่านอ๋องไม่กล่าวสิ่งใดแต่สีหน้านั้นทำเอาฉินหวังหย่งกับมู่หลี่เฉียงถึงทำหนาวสะท้านรองแม่ทัพมู่เคยเห็นใบหน้านี้ของท่านอ๋องในยามเข่นฆ่าศัตรูในการศึกเท่านั้นนี่คือใบหน้าของปีศาจภูเขานามที่ถูกขนานในยามแกว่งดาบตัดคอผู้ที่เข้ามารุกรานดินแดนหรือเหล่ากบฏที่บังอาจคิดครองแผ่นดิน โหดเหี้ยม เด็ดขาด ฆ่าไม่กระพริบตา!
“เร็วเข้า! รีบตามท่านแม่ทัพ”รองแม่ทัพมู่รีบกล่าวเตือนองครักษ์ฉินผู้พี่ที่ยืนนิ่งอยู่ ท่านอ๋องนั้นเล่าคว้าดาบแทบจะกระโจนออกจากห้องไปถึงหน้าค่ายแล้ว
ม้าที่ควบเร็วตามกันมาสามตัวทำเอาฝุ่นตลบทั่วบริเวณหน้าร้าน
“เกิดเรื่องอันใด หรือว่ามีการต่อสู้กันแถวนี้?”เถ้าแก่เนี้ยเหอเดินออกมาดูสถานการณ์ ครั้นเห็นผู้ที่ลงจากหลังม้า นางก็ยิ้มกว้าง
ท่านอ๋องสีหน้ามืดครึ้มเดินเข้ามานั่งโต๊ะกลางร้านกระแทกกระบี่ที่ถือมาลงบนโต๊ะอย่างแรง
“ท่านอ่องเพคะ ทรงเสวยมาหรือยัง?” เหอจางลี่ย่อกายคำนับ
จวิ้นอ๋องตวัดสายตาไปโต๊ะด้านในเห็นคุณชายเถียนนั่งรับประทานอาหารอยู่ สายตาเจือแววสังหารก็ถูกสาดไป“เปิ่นหวางอยากกินอาหารที่กินประจำสักสี่อย่าง เจ้าให้ เจียอีจัดมาที”
----------------------------------------
