"คุณหนูเ้าคะ คุณหนู” หยางหยางวิ่งเข้ามาที่จวนด้วยความรีบร้อน
“หยางหยางข้าเคยบอกเ้าหรือไม่ว่าอย่าวิ่งไปมาในจวน “ เสี่ยวเอ๋อส่ายหัวไปมากับการกระทำของหยางหยางที่เฝ้าพรำสอนตลอดเวลา
“ข้าขอโทษเ้าคะเพราะความตื่นเต้นของข้า ข้าเลยเผลอไป “ หยางหยางนั่งลงกับพื้นทั้งพูดทั้งเหนื่อยหอบในเวลาเดียวกัน
“ตื่นเต้นมีเื่อันใดกัน”
“ข้าไปเดินเล่นซื้อขนมที่ตลาดมาให้คุณหนูข้าได้ยินมาว่าที่หมู่บ้านใกล้ๆเขาได้จัดงานเทศกาลกัน ท่านพาข้าไปเที่ยวบ้างได้มั้ยเ้าคะ ั้แ่มาอยู่ที่จวนแห่งนี้ข้าไม่เคยออกไปเที่ยวเลย”
“เ้าก็รู้ว่าข้าไม่ชอบที่แออัดผู้คนเดินเบียดกันมากมาย.” เสี่ยวเอ๋อนางหยิบตำราขึ้นเตรียมจะมาอ่านก็ถูกหยางหยางแย่งไป
“โธ่คุณหนูไม่สงสารหยางหยางคนนี้บ้างหรือเ้าคะ ข้าก็อยากไปเดินเล่นเหมือนหญิงสาวคนอื่นบ้าง” นางพูดพร้อมทำท่าทางออดอ้อนเหมือนแมวน้อยที่กำลังอ้อนเ้าของอยู่
“งั้นเ้าก็ไปเที่ยวเล่นกับสาวใช้ในจวนสิ.” เสี่ยวเอ๋อจึงหยิบตำรากลับคืนมาจากมือของหยางหยาง
“ท่านก็รู้นี่เ้าคะ ว่าคุณหนูอยู่ที่ใดข้าต้องอยู่ที่นั้นแล้วจะให้ข้าทิ้งคุณหนูไปได้อย่างไร" หยางหยางนางเศร้าทันทีและก้มหน้าลงเหมือนน้อยใจ เสี่ยวเอ๋อจึงสงสารนาง นางก็ยังเด็กอยู่ไม่แปลกที่นางอยากจะไปเที่ยวเล่นบ้าง นางจึงตัดสินใจที่จะพาหยางหยางไปเที่ยวในคืนนี้
“ก็ได้ ข้าจะพาเ้าไป แต่เ้าต้องสัญญากับข้าก่อนว่าเ้าอย่าทำให้ข้าเดือดร้อนและห้ามสร้างความวุ่นวายเข้าใจหรือไม่” เมื่อหยางหยางได้ยินคำพูดของเสี่ยวเอ๋อนางดีใจอย่างมากก่อนจะเงยหน้าขึ้นมายิ้มให้กับคุณหนูของนาง
“ข้าสัญญาเ้าค่ะ ข้าจะไม่ดื้อไม่วิ่งไปทั่วและจะไม่ทำให้คุณหนูต้องเดือดร้อน”
“เ้านี่นะเปลี่ยนอารมณ์ไวเสียจริง”เสี่ยวเอ๋อเผลอยิ้มออกมาเมื่อเห็นกิริยาของสาวใช้นางเปลี่ยนไป
“แฮะๆ “
“งั้นเดี๋ยวข้าเอาขนมไปใส่จานมาให้นะเ้าคะ” หยางหยางดีใจนางจึงรีบจัดขนมและเตรียมน้ำชามาให้เสี่ยวเอ๋อได้กินระหว่างอ่านตำราไปด้วย
เมื่อถึงเวลาเสี่ยวเอ๋อกับหยางหยางก็ได้ออกมาที่งานเทศกาลผู้คนมากมายรวมทั้งอาหารที่ขายเต็มท้องถนน โคมไฟเรียงรายเต็มสองฝั่งทาง หยางหยางตื่นตาตื่นใจเป็อย่างมาก เสี่ยวเอ๋อก็ไม่ต่างกันนางจึงคิดได้ว่าโชคดีที่นางตัดสินใจออกมา ทำให้นางลืมความทุกข์นั้นไปบ้าง
“คุณหนูสิ่งนี้เรียกว่าอันใดกันเ้าคะ “ หยางหยางชี้ที่ขนมที่เป็ผลไม้เคลือบด้วยน้ำตาล
“สิ่งนั้นหรือเขาเรียกว่าถังหูลู่เ้าอยากลองชิมดูมั้ยเดี๋ยวข้าจะซื้อให้”
“ได้จริงหรือเ้าคะ “ นางทำเหมือนเด็กน้อยที่กำลังได้ของเล่น
“ข้าเคยพูดเล่นกับเ้าหรือไง” หยางหยางนางเข้ามากอดคุณหนูของนางด้วยความดีใจ
“คุณหนูของข้าใจดีที่สุดเลย”
“เอาอันนี้หนึ่งไม้ราคากี่หยวนหรือเ้าคะ” เสี่ยวเอ๋อได้ถามพ่อค้าที่กำลังหยิบขนมให้ผู้คนในงานที่ยืนรอซื้ออยู่
“หนึ่งหยวนขอรับแม่หญิง” เสี่ยวเอ๋อหยิบถุงเงินของนางก่อนจะหยิบเหรียญจ่ายพ่อค้าไป
เมื่อหยางหยางนางได้ขนมไปนางจึงกินทันที
“อร่อยมากเลยเ้าค่ะ คุณหนูท่านชิมดูมั้ยเ้าคะ” นางยื่นขนมที่เหลืออีกลูกหนึ่งมาให้เสี่ยวเอ๋อ
“ข้าเคยกินแล้ว ถ้าอร่อยเ้าก็เก็บไว้กินเองเถิด “ เสี่ยวเอ๋อจึงเดินไปที่อื่นต่อ งานแห่งนี้เต็มไปด้วยผู้คนและการแสดงร่วมถึงนักเล่าเื่ที่มักจะเอาเื่ราชวงค์มาเป็เื่เล่า เสี่ยวเอ๋อนางไม่ชอบฟังเพราะส่วนมากจะเป็การเล่าเื่ความรักของฮ่องเต้และเหล่าสนมจึงเดินไปเรื่อยๆจนถึงสะพานข้ามแม่น้ำ นางมองดูแม่น้ำยามค่ำคืนมันช่างเงียบสงบแต่ก็แฝงไปด้วยความโดดเดี่ยวเสียเหลือเกิน ลมยามค่ำคืนที่พัดมากระทบเนื้อกายทำให้เสี่ยวเอ๋อรู้สึกหนาวเย็นไปถึงข้างในจิตใจ
“คุณหนูเ้าคะ “ เมื่อนางหันไปมองสาวใช้ก็ต้องยิ้มและหัวเราะออกมาเมื่อหยางหยางนางได้ซื้อหน้ากากของตัวตลกที่เขาวางขายอยู่ที่การแสดงตลกเธอเดินผ่านมาก่อนหน้านี้
“ฮาฮ่า หยางหยางเ้าไปซื้อใบหน้าของตัวตลกมาตอนใดกัน เ้านี่ช่างสันหาเื่มาให้ข้าได้หัวเราะอยู่ตลอดเวลาเลย” เสี่ยวเอ๋อปิดปากหัวเราะออกมาอย่างชอบใจเมื่อหยางหยางนางยังเรียนแบบตัวละครตัวนั้นอีกด้วย
“เ้ายิ้มก็เป็หรือนี่ข้าคิดว่าจะยิ้มไม่เป็เสียอีก” เสี่ยวเอ๋อต้องใจนหัวใจของนางไม่อยู่กับเนื้อกับตัวนางคิดว่าเป็โจรหรือบุรุษที่คิดมิดีมิร้ายกับนาง นางจึงหันไปมองต้นเสียงที่ยืนอยู่ข้างหลังนางก็พบว่าเป็องค์รัชทายาทที่มิได้แต่งตัวในชุดที่เคยแต่งแต่เสี่ยวเอ๋อจำได้ดีไม่ว่าาเขาจะแต่งตัวอยู่ในเสื้อผ้าชุดใด ทำให้นางโล่งอกขึ้นมาทันที
“องค์รัชทายาท” ด้วยความใเสี่ยวเอ๋อจึงได้อุทานสัพนามขององค์รัชทายาทออกมาทำให้เขารีบใช้มือปิดปากของนางไว้กลัวชาวบ้านจะได้ยินและพากันแตกตื่นในการปรากฎตัวของเขา
“ชู่!! อย่าดังสิข้ามิได้อยากให้ผู้คนรู้ว่าข้าเป็ใคร”
เสี่ยวเอ๋อเมื่อโดนฝ่ามือของเขาปิดปากไว้นางจึงทำได้เพียงพยักหน้าให้กับเขาเบาๆก่อนที่องค์รัชทายาทจะปล่อยมือออกจากใบหน้าของนางเมื่อเขารู้สึกตัว หยางหยางนางเห็นองค์รัชทายาทตอนนี้นางทำได้เพียงยืนก้มหน้าไม่กล้าที่จะเงยหน้ามองเพราะกลัวความผิดในครั้งที่แล้ว
“ข้าขอคำนับองค์รัชทายาท เมื่อครู่ข้าต้องขออภัยด้วย”
เสี่ยวเอ๋อก้มคำนับองค์รัชทายาทอีกครั้งจนเขาต้องรีบจับแขนนางไว้ก่อนนางจะก้มลงเพราะผู้คนเริ่มมองมาทางเขาทั้งคู่
“ข้าบอกเ้าว่าอย่าเรียกข้าว่าองค์รัชทายาทเรียกข้าว่า จางเหว่ย”
“ได้เ้าคะคุณชายจางเหว่ย” เสี่ยวเอ๋อพอจะเข้าใจจึงเรียกเขาว่าคุณชายจางเหว่ย
“ค่ำคืนนี้ดวงจันทร์ช่างสวยดีนัก เ้าว่าเช่นนั้นหรือไม่”
จางเหว่ยได้หันไปมองบนท้องฟ้าดวงจันทร์ที่เต็มดวงสาดส่งมากระทบแม่น้ำ เสี่ยวเอ๋อเองก็ได้หันมองดูตามที่เขากล่าว
“ช่างสวยจริงๆเ้าคะ “
“วันนี้เป็วันที่ดีข้าไม่คิดเลยว่าการที่ข้าจะแอบออกมาจากวังจะทำให้ได้พบเ้าอีกครั้งนี่นับว่าเป็โชคชะตาที่มีต่อกันสินะ” เขาว่าพร้อมมองดูใบหน้าที่เขาเฝ้าฝันหาทุกค่ำคืนบัดนี้นางได้ยืนอยู่ต่อหน้าเขาแล้ว หลังจากที่จากกันวันนั้นองค์รักษ์ได้ไปสืบหาชื่อแซ่ของนางมา และได้รู้ว่านางเป็บุตรสาวของเสนาฝ่ายขวาแถมยังเป็ภรรยาของเสี่ยวเฟิ่งสหายสนิทของเขาอีกด้วย แต่ที่เขารู้มาเสี่ยวหลินนางไม่ค่อยสบายมาั้แ่เด็ก ทำไมนางถึงได้ออกมาเที่ยวเล่นยามค่ำคืนที่น้ำค้างลงเช่นนี้ได้ แถมเขายังรู้มาอีกด้วยว่าเสี่ยวหลินมีน้องสาวฝาแฝดที่ชื่อเสี่ยวเอ๋อแต่ที่แปลกใจคือ ั้แ่วันที่เสี่ยวหลินแต่งออกมาอยู่ที่จวนเสี่ยวเฟิ่ง เสี่ยวเอ๋อก็ไม่เคยปรากฏตัวอีกเลย องค์รักษ์ได้ถามชาวบ้านตามระแวกนั้นก็ไม่มีผู้ใดเห็นนางเลย มันทำให้องค์รัชทายาทสนใจเื่ราวของนางยิ่งนัก
“เป็เกียตริของข้าที่ได้พบท่านเ้าคะ “
เสี่ยวเอ๋อที่ยืนอยู่ก็ต้องใอีกคราที่อยู่ๆองค์รัชทายาทได้เอาเสื้อคุมชั้นนอกของเขามาคุมตัวให้นาง
"ข้าได้ยินมาว่าเ้าร่างกายไม่ค่อยแข็งแรงแม้ข้าจะดีใจที่เจอเ้าแต่ข้าก็อดเป็ห่วงร่างกายของเ้าไม่ได้อยู่ดี เอาเสื้อของข้าใส่คุมตัวเ้าไว้เถอะดูเสื้อผ้าอาภรณ์ของเ้าที่บางนี้แล้ว ดูก็รู้ว่าเ้าคงจะหนาวสินะ"
แม่นางอยากปฎิเสธแต่ก็ไม่อยากจะปฎิเสธน้ำใจขององค์รัชทายาทนางทำได้เพียงใช้เสื้อคุมกายของนางไว้และเดินตามองค์รัชทายาทไปเรื่อยๆ นางได้เพียงแค่คิดทำไมหลินเฟิ่งถึงไม่ห่วงนางหรือแสนดีกับนางเช่นดั่งองค์รัชทายาทบ้างนะ เมื่อนางคิดอะไรเพลินๆก็ต้องสะดุดหัวชนเข้ากับอกของจางเหว่ยอย่างจังเมื่ออยู่ๆเขาก็หยุดเดินและหันมาหานาง ทำให้นางที่ไม่ทันได้ตั้งตัวถึงกับชนอกแกร่งของเขาจนเกือบล้มแต่ทว่าเขาเองก็มีไหวพริบที่ดีจึงคว้าเอวบางของนางเข้ามากอดอยู่ในอ้อมอกจึงทำให้นางไม่ล้มหรือาเ็