บทที่8
วิหารเทพสมุทร
“หืม...” เสียงหนึ่งดังขึ้นเ้าของเสียงมองไปรอบตัว มันเป็ผนังหินที่รู้สึกได้ถึงความชื้นประตูใหญ่ที่อยู่ด้านหลังเขาเปิดกว้าง มันมีแสงสว่างสีฟ้าส่องออกมาจากประตูนั้นชายหนุ่มหันมองรอบตัว เพื่อนสามคนกำลังลุกขึ้นมาจากพื้น “พวกนาย!”แทนทำท่าดีใจ เขานึกว่าครั้งนี้จะเป็เหมือนครั้งปราสาทผลึกที่เขาต้องเขาไปจัดการเคลียร์เควสเพียงคนเดียว
“อื้อ...ที่นี่ที่ไหน” บลานซ์สลัดหัว
“บ้าชะมัด!” นิกกี้บนพร้อมกับยันตัวขึ้นจากพื้นที่เปียกชื้น “คราวนี้มันอะไรกันอีกล่ะเนี่ยเสียงจากระบบเมื่อกี้ฟัง
ไม่ถนัดเลย” เธอบ่น
“ไหงไม่ใช่วิหารแห่งนักเดินทางที่เมืองทรังคัสล่ะนี่อุตส่าห์เตรียมใจ” เอ็ดเวิร์ดที่นั่งหลังพิงกำแพงส่งเสียงออกมาบ้างเขามองดูรอบตัวก่อนจะพูดต่อไป “คราวนี้ได้ลุยดันเจี้ยนครั้งแรกในชีวิตแล้วล่ะสิเรา”เขาว่า
แทนเดินสำรวจในห้องโถงใหญ่ที่พวกเขาถูกส่งมาทางหนึ่งเป็ประตูเปิดกว้าง มีแสงสีฟ้าส่องลงมาส่วนอีกทางมีรูปปั้นนางเงือกสองตนขนาบอยู่ข้างประตูสีดำขนาดใหญ่แทนเลือกเดินออกไปทางที่มีแสงสีฟ้าส่องลงมาก่อน และเมื่อเขาเดินพ้นประตูออกไปก็ต้องหยุดฝีเท้าลงด้านนอกเป็มวลน้ำมหาศาลที่เหมือนจะถูกพลังบางอย่างป้องกันไว้ไม่ให้เข้ามาในวิหาร
ฝูงปลาแหวกว่ายในท้องน้ำฉลามและวาฬว่ายผ่านที่เหนือหัว กระเบนสามสี่ตัวขยับตัวราวผีเสื้อกระพือปีกใต้ท้องน้ำแสงอาทิตย์ที่ส่องลงมารำไรจนบางครั้งภาพที่มองเห็นดูพร่าเลือน
ชายหนุ่มลองเอื้อมมือไปััมวลน้ำที่อยู่ด้านนอกมือของเขาสามารถผ่านออกไปได้ แต่เมื่อเอื้อมออกไปแล้วเขาก็ต้องรีบชักกลับเมื่อฉลามขนาดใหญ่พุ่งตรงมาทันที มันพุ่งเข้าใส่กำแพงน้ำ...แทนคิดว่ามันน่าจะพุ่งทะลุออกมาด้านนอกแต่แล้วก็ไม่เป็อย่างที่เขาคิด เ้าฉลามตัวนั้นเหมือนพุ่งชนอะไรบางอย่าง
“นี่มันที่ไหนกันแน่” แทนพูดก่อนจะนึกถึงเสียงที่ระบบประกาศออกมา“วิหารเ้าสมุทร...” เขาทวนชื่อที่ระบบแจ้งแกมาก่อนทุกอย่างจะดำมืด
แทนหันหลังกลับไปที่กลุ่มเพื่อนของเขาแล้วก็เริ่มพูดคำแรกที่เกิดขึ้นมาในสมองของเขาทันที “เราน่าจะอยู่ใต้น้ำ” เขาพูด
“อยู่บนบกก็แปลกแล้วล่ะระบบมันบอกว่าวิหารเ้าสมุทรอยู่โต้งๆ” เอ็ดเวิร์ดที่ยังนั่งหลังพิงฝาอยู่พูดออกมา
“พี่สมโชค...” แทนเรียกนามแท้จริงแห่งพ่อค้าชื่อดัง
“อ่าว...บอกว่าไม่เอาชื่อนี้!” เอ็ดเวิร์ดพูดเสียงเข้ม
“ฮ่า...ฮ่า...สมโชค ฉันชอบชื่อนี้จริงๆ” นิกกี้ขำรอบใหญ่
“ฉันเกลียดพวกนาย!” เอ็ดเวิร์ดพูดเสียงดัง
“งั้นก็ออกจากลุ่มก็ได้นะ แล้วก็ตาย...เอ่แต่นายน่าจะกลับไปเกิดที่เมืองทรังคัสแล้วไม่รู้จะมีใครเจ๋งกว่าพวกฉันที่จะพานายไปเมืองคาลิปได้หรือเปล่านะเอ...น่าคิดๆ” นิกกี้ตีหน้าตาย
เอ็ดเวิร์ลุกขึ้นยืนทันที “เธอ...!” เขาชี้หน้าแล้วคิดถึงคำที่เธอพูดหลังจากนั้นก็มองไปรอบตัว ที่นี่เป็ห้องโถงขนาดใหญ่ที่พื้นมีน้ำสูงขึ้นมาสักสองเิเได้
“เฮ้ย...! ทำไมมันมีน้ำล่ะ!”เอ็ดเวิร์ดพูดอย่างใ และเมื่อเขาพูดจบทุกคนก็มองไปที่พื้นพวกเขารู้สึกว่าน้ำเริ่มสูงขึ้นอย่างช้าๆ แต่ในเวลาไม่ถึงสามชั่วโมงที่นี่น่าจะถูกมวลน้ำกลืนไปทั้งหมดแน่
“ไม่มีเวลาแล้ว พวกนายรีบเตรียมชุดการ์ดเร็วการต่อสู้ที่นี่เท่าที่ฉันดูแล้วมันน่าจะไม่ต้องใช้การต่อสู้แบบบนเรือ ที่ต้องสู้กับมอนสเตอร์ในน้ำนะในวิหารนี้น่าจะเป็การสู้ปกติ เพียงแต่คิดไว้ก่อนเลยว่าพวกนี้เป็ธาตุน้ำอาวุธและคาถาที่มีธาตุสายฟ้าโจมตีได้ผลมากที่สุดและพวกอาวุธที่โจมตีสัตว์น้ำรุนแรงก็น่าจะเหมาะกับที่นี่” นิกกี้คาดการณ์เกี่ยวกับมอนสเตอร์ที่อาศัยอยู่ในวิหารใต้น้ำที่พวกเธออยู่
ผู้เล่นแทนไทยและพรรคพวกได้รับเควสวิหารแห่งแหล่งกำเนิดกลุ่มผู้เล่นต้องจัดการปราบเดมิกอส ผู้พิทักษ์แห่งวิหารเทพสมุทร เลเวล 154ให้สำเร็จก่อนที่น้ำจะท่วมทับมหาวิหารแห่งนี้หากผู้เล่นตายในวิหารแห่งนี้จะไม่สามารถกลับไปยังวิหารแห่งนักเดินทางได้จนกว่าผู้เล่นทั้งกลุ่มจะเกมโอเวอร์
ผู้เล่นที่เกมโอเวอร์ในมหาวิหารแห่งนี้จะสูญเสียการ์ดระดับ9 ดาวขึ้นไปจำนวน 3 ใบ หากผู้เล่นมีการ์ดไม่ถึงระดับ 9 ดาวจะทำลายการ์ดที่มีเลเวลสูงที่สุดที่ถือครองอยู่ และเลเวลลดลง 10 เลเวลไม่สามารถเข้าสู่เกมได้เป็เวลา 5 ชั่วโมง...
“คราวนี้มายาวยืดเลยแฮะ” แทนพูดถึงเสียงจากระบบ“แต่สรุปว่าเราต้องเคลียร์ที่นี่ก่อนน้ำท่วมล่ะสิ” ชายหนุ่มพูดขึ้น
“อันนั้นยังไม่เท่าไร...แล้วไอ้ตายลดสิบเลเวลนั่นฉันก็ไม่สนแต่ที่ต้องเสียการ์ดระดับ 9 ดาวขึ้นไปนี่สิ...ทำใจไม่ได้จริงๆแฮะ เกิดไปโดนระดับสิบสองสิบสามดาวเข้านี่ร้องไม่ออก” เอ็ดเวิร์ดที่เลเวลเหลือเพียงแค่เลเวลสามพูดขึ้นมาพร้อมยกเท้าขึ้นจากน้ำ“บ้าชะมัด ชุดหรูฉันต้องมาเปียกน้ำรึนี่!”
“พี่มีการ์ดระดับสิบสองสิบสามดาวด้วย?” แทนทำเสียงสงสัย
“ตานั่นมีอยู่แล้วล่ะค่าประสบการณ์ที่เอ็ดเวิร์ด้าคือจำนวนเงินในกระเป๋า การ์ดระดับสิบสองสิบสามดาวนั่นของเด็กๆตานี่มีกระทั่งการ์ดแอเรียนั่นล่ะ” นิกกี้ว่า
“ห่ะ...เลเวลสามเนี่ยนะมีการ์ดแอเรีย” แทนเลิกคิ้วสูงส่วนบลานซ์หันไปมองหน้าเอ็ดเวิร์ดทันที
“เื่ธรรมดาน่า....ใครเขาก็มีกัน”เอ็ดเวิร์ดตอบ “แล้วขอแก้ไขคำพูดผิดๆของเธอก่อนนะนิกกี้ ฉันเลเวลสิบห้านะตอนเลเวลมากที่สุด” เขาพูดพร้อมกอดอกทำท่าภูมิใจส่วนคนอื่นๆ ได้แต่ส่ายหน้าไปมา
“ไอ้ใครๆ เขาก็มีกันนี่ผมว่าไม่น่าใช่นะพี่...”แทนพูดกับเอ็ดเวิร์ดตามด้วยถอนหายใจแล้วหันมาทางบลานซ์กับนิกกี้ “ท่าทางจะต้องลุยให้จบ” เขาพูดพร้อมกับหันไปมองประตูบานที่อยู่ตรงหน้าประตูซึ่งมีรูปปั้นนางเงือกขนาบอยู่สองข้าง
“เตรียมตัวกันเลยดีกว่า ฉันไม่ยอมตายที่นี่ง่ายๆหรอกนะ” แทนพูดเสียงเข้ม “พี่เอ็ด...ขออย่างที่ตกลงกันไว้นะ”เขาหันไปหาชายที่กำลังจัดการกับเด็คตัวเองอยู่และเมื่อได้ยินเสียงของแทนเขาก็ทำมือเป็สัญลักษณ์ที่หมายความว่า ‘ตกลง’
ไม่กี่นาทีถัดจากนั้นทุกคนก็เตรียมตัวพร้อมระดับน้ำเพิ่มขึ้นมาอีกราวสองสามเิเ แทนกำลังจะเดินตรงไปที่ประตูตรงหน้าแต่ก็ถูกบลานซ์ขวางไว้เสียก่อน
“ฉันเองดีกว่าพอเลเวลเพิ่มขึ้นมาอย่างนี้พลังของฉันมากกว่านิกกี้เกือบเท่าตัวและมากกว่านายประมาณสามสิบเปอร์เซนต์ได้ค่าสถานะของอาชีพนี่จะแสดงผลเมื่อพวกเราเลเวลมากขึ้นนี่เอง” ชายหนุ่มร่างสูงพูดพร้อมกับกางมือออกกั้นด้านหน้าเพื่อนของเขา
“ก็ได้...งานนี้นายโชว์ให้เต็มที่เลยนะบลานซ์”แทนพูดพร้อมกับตบไปที่ไหล่เพื่อนของเขาเบาๆ
“มาสเตอร์ ข้างหน้านั่นมีตัวอันตรายอยู่” ไอเสียงสั่นกระซิบไปที่ข้างหูของผู้ที่เป็เ้านาย
เอ็ดเวิร์ดเพิ่งเคยเห็นไอครั้งแรกถึงกับเบิกตากว้างเขาถามถึงเื่ของไอจากนิกกี้ แต่คำตอบที่ได้รับกลับเป็ประโยคสั้นๆจากสาวร่างเล็ก “ไว้รอดออกไปแล้วจะเล่าให้ฟัง”เธอว่า
“ก็ไอ้ที่ถามเนี่ยก็เพราะกลัวว่าจะไม่รอดนี่ล่ะ”เอ็ดเวิร์ดพูดพร้อมส่ายหัวไปมา ก่อนจะเดินไปอยู่ด้านหลังของกลุ่มนั่นก็เพื่อหลบการโจมตีของศัตรู
“เดี๋ยวฉันจะใช้สกิลที่ได้มาจากการเลเวลอัพ”บลานซ์พูดเสียงจริงจัง พวกแทนนั้นไม่เคยมีเลเวลถึงหกสิบมาก่อนจึงไม่เคยได้รับสกิลในระดับเลเวล 45 และ 55 ตอนนี้ทั้งแทนและบลานซ์มีทักษะจากสายอาชีพของตนเองเพิ่มขึ้นมาคนละสองทักษะส่วนนิกกี้นั้นเคยเลเวลถึงระดับนั้นมาแล้วจึงมีทักษะที่ว่าติดตัวอยู่ั้แ่พบกับพวกของแทน
เอ็ดเวิร์ด…? คงไม่ต้องพูดถึงรายนั้นเล่นเกมนี้มาั้แ่เปิดใหม่ๆ แต่เลเวลสูงสุดที่เคยมีก็คือ 15 ไม่ต้องพูดถึงทักษะระดับสูงเขามีแค่ทักษะติดตัวอยู่แค่ทักษะเดียว...
‘มันนี่อัพ (Money Up)’ สกิลเรียกใช้ที่ทำให้ได้เงินเพิ่มจากการจัดการมอนสเตอร์...
เมื่อทุกคนพร้อม บลานซ์ก็เปิดประตูเข้าไปในห้องด้านหน้าเมื่อบานประตูเปิดกว้างพอที่จะเห็นภายใน พวกของแทนก็เห็นภาพห้องโถงขนาดใหญ่ รอบๆห้องมีสายน้ำไหลหล่นมาจากยอดวิหารซึ่งสูงขึ้นไปมาก แสงสว่างส่องลงมารำไรจากเพดานที่โป่งแสงแต่ทว่าไม่ได้โปร่งใสแทนกวาดสายตาไปรอบๆ แต่ก็ยังไม่พบอะไรผิดปกติ แต่ไม่นานนักบางสิ่งก็เกิดขึ้น...
ทหารบาดาล A B และ C มอนสเตอร์เลเวล80 ระดับ 7 ดาว ปรากฏตัว...
เมื่อเสียงของระบบแจ้งการเข้าปะทะกับศัตรูบลานซ์ก็เรียกใช้สกิลของเขาทันที...ขณะนี้ทั้งสี่มองเห็นศัตรูที่อยู่ตรงหน้า พวกมันปรากฏตัวออกมาจากหลือบเสารอบๆห้อง มอสเตอร์ที่ปรากฏตัวออกมามีรูปร่างคล้ายปลาสวมชุดเกราะและถือสามง่ามขนาดใหญ่พวกมันไม่มีส่วนขา แต่ส่วนที่เป็หางนั้นลอยอยู่เหนือพื้น
“ชิลด์! (Shield)” เสียงบลานซ์เรียกใช้สกิลซึ่งใช้ SP 7 มันเป็สกิลที่เพิ่มพลังป้องกันให้ผู้ใช้อีก50% ผลของสกิลจะอยู่นาน 3 นาที
ต่อจากนั้นบลานซ์ก็ยังใช้สกิลอีกครั้งครั้งนี้เป็สกิลที่มีประโยชน์มากและเขาก็ใช้สกิลนี้พาเอ็ดเวิร์ดมาจนถึงเมืองท่าทรังคัส
“ดาเมจลิ้งค์!” สกิลที่บลานซ์เรียกใช้ในครั้งนี้เป็สกิลที่ใช้ใส่เป้าหมายซึ่งเมื่อเป้าหมายได้รับค่าความเสียหาย ความเสียหายทั้งหมดจะตกอยู่กับเขา ใช้ SPในการใช้งาน 1SP ต่อระยะเวลา 1 นาทีนับว่าเป็สกิลที่มีประโยชน์เป็อย่างมากและแน่นอนคนที่เป็เป้าหมายของสกิลนี้...เป็เอ็ดเวิร์ดอย่างไม่ต้องสงสัย


“อีควืป!อีควิป” โล่ปีศาจระดับ7 ดาวถูกสวมใส่พร้อมกับชุดเกราะปีศาจ ระดับ 8 ดาว ซึ่งเป็ชุดป้องกันชุดเดียวกันเมื่อสวมใส่ร่วมกันแล้วพลังป้องกันจะเพิ่มสูงขึ้นชิ้นละ 10% และหากผู้เล่นสวมใส่หมวกเกราะปีศาจด้วยพลังป้องกันของแต่ละชิ้นจะเพิ่มขึ้นถึง 30%แต่ในขณะนี้บลานซ์ยังไม่มีการ์ดนั้นในเด็คส่วนโล่และเกราะนี้มีเอ็ดเวิร์ดเป็ผู้สนับสนุนอย่างเป็ทางการ

เมื่อบลานซ์เรียกใช้การ์ดอีควิปทั้ง2 ใบ ได้สำเร็จ ร่างของเขาก็ถูกห่อหุ้มด้วยเกราะเหล็กสีดำสนิทในมือซ้ายของเขามีโล่รูปใบหน้าของปีศาจที่กำลังแยกเขี้ยวส่วนที่เป็ดวงตานั้นสีแดงสด
“บิท!”นิกกี้ใช้สกิลของเธอเมื่อสิ้นเสียงก็ปรากฏวัตถุทรงกลมลอยอยู่กลางอากาศ หลังจากนั้นนิกกี้ก็เรียกใช้ สกิลนี้อีก2 ครั้ง และวัตถุทรงกลมที่ว่าก็ล้อมอยู่รอบตัวของเอ็ดเวิร์ด
“อย่าทะลึ่งเข้าไปเจอศัตรูตรงๆ ล่ะถึงมีเ้าสามตัวนั่นก็ไม่รอด!” นิกกี้หันไปสั่งเอ็ดเวิร์ดที่กำลังใช้มือแตะไปที่เ้าทรงกลมสามตัวนั่น
“อะไรน่ะ!” เขาถาม
“คนที่จะคอยคุ้มครองนายไงล่ะ!” นิกกี้ะโพร้อมกับเตรียมตัวใช้การ์ด “ทำหน้าที่ตัวเองให้ดีล่ะเ้าขี้หลี!”
“จะพยายาม” เอ็ดเวิร์ดที่ไม่ชำนาญเื่การต่อสู้ตอบรับอย่างไม่มั่นใจ

“อีควิป!” นิกกี้เรียกใช้ปืนไลท์นิ่งสตรอม (LightningStrom) ปืนระดับ 7 ดาวที่มีธาตุสายฟ้าสถิตอยู่หลังจากที่เธอเรียกอาวุธปืนยาวที่ยาวหนึ่งเมตรครึ่งสีทองออกมาแล้วนิกกี้ก็ใช้การ์ดใบต่อไปทันที

“ซัมมอน! ซัมมอน!” เมื่อสิ้นเสียงของนิกกี้ เครื่องจักรทรงกลมลักษณะแบน2 ชิ้น ลอยอยู่ข้างตัวของเธอ ขนาดของมันมีเส้นผ่านศูนย์กลางราวห้าสิบเิเเห็นจะได้ถึงจะมีขนาดเล็กแต่มันก็เป็ซัมมอนระดับ 7 ดาวเลยทีเดียว
