บทที่ 3
คิดแค่เพื่อนหรือมากกว่านั้น
ผ่านมา 1 สัปดาห์ ลีโอนาร์ดทำงานตระเวนตรวจตราบ้านเมืองยามราตรีเหมือนเช่นเคย และเขาก็ต้องทำงานลำบากมากขึ้น เมื่อเขาเดินตรวจตราตามถนนที่ตัวเองรับผิดชอบก็มักจะเจอหญิงสาวคนนั้นยืนใต้เสาโคมไฟอยู่ริมถนนทุกคืน ราวกับว่าหญิงสาวผู้นี้เป็ผีสางที่สิ่งสู่อยู่ตามเสาไฟ
เมื่อเขาเดินผ่านโดยไม่สนใจเธอ หญิงสาวผู้นั้นก็มักจะเดินตามหลังเขาอยู่ห่าง ๆ เธอไม่พูดจาอะไร เดินตามเงียบ ๆ ราวกับเป็สต๊อล์คเกอร์ นั่นยิ่งทำให้ลีโอนาร์ดเริ่มขนลุกซู่และหวาดกลัวเธอเข้าไปทุกที ถึงแม้่นี้เขาจะไม่ค่อยได้เจอแวมไพร์ก็ตามแต่การที่มีประชาชนเดินตามตลอดการทำงานมันก็ทำให้เขาลำบากใจและอึดอัดอยู่ดี
และคืนนี้ชายหนุ่มก็เดินตระเวนตามถนนเส้นเดิม ทว่าไม่พบเจอหญิงสาวคนนั้นอีกแล้ว เขารู้สึกโล่งใจและกลับมาหายใจได้ปกติอีกครั้ง ไม่ต้องเจอสิ่งที่ให้ความรู้สึกกระอักกระอ่วนอีกต่อไป ผ่านคืนที่ 2 และ 3 ผู้หญิงคนนั้นก็ไม่โผล่มาให้เห็นหน้าอีกเลย
ลีโอนาร์ดเอนพนักพิงเก้าอี้ หรี่ตาลงเพื่อพักสายตา หลังจากทำงานเสร็จก็มักจะกลับมางีบหลับที่โต๊ะทำงานเพื่อรอประชุมทีมตอน 7 โมงเช้า
“มาโคร ลีโอนาร์ด ตื่นได้แล้ว เ้าพวกรุ่นน้องขี้เซา เกิดเื่ฉิบหายเข้าให้แล้ว”
หัวหน้าทีมแฟรงค์ที่พึ่งเปิดประตูเข้ามาเอ่ยเสียงทุ้มต่ำบอกกับรุ่นน้องที่นอนหลับบนเก้าอี้ด้วยกันทั้งคู่
มาโครและลีโอนาร์ดดีดตัวลุกขึ้นจากเก้าอี้ น้ำเสียงทุ้มต่ำ และประโยคที่ว่า เกิดเื่ฉิบหาย ทำให้พวกเขาทั้งคู่กระตือรือร้นขึ้นมาทันที
ทั้งสามคนนั่งประจำโต๊ะประชุม หัวหน้าทีมแฟรงค์โยนหนังสือพิมพ์ลงบนกลางโต๊ะให้รุ่นน้องทั้งสองคนอ่าน
“พบศพหญิงสาวในสภาพเหลือแต่กายเนื้อหุ้มกระดูกที่เขต 2”
“พื้นที่ความรับผิดชอบส่วนนี้ไม่ใช่ของทีมเรานิครับ” มาโครขมวดคิ้ว เขาไม่เข้าใจว่าทำไมหัวหน้าทีมถึงมีสีหน้าเครียดมากขนาดนั้น ทั้งที่บริเวณที่พวกเขาดูแลอยู่คือเขต 1 และเขต 1 ก็ไม่เคยมีคนตายด้วยแวมไพร์มานานแล้ว
“ก็ทีมที่ดูแลเขตสองตายกันยกทีมเลยน่ะสิ”
ลีโอนาร์ดยังคงอ่านหนังสือพิมพ์โดยที่ก็ยังฟังรุ่นพี่ไปพลาง ๆ
หญิงสาวที่เสียชีวิตคือเ้าของร้านขายกาแฟย่านถนน XXX
ลีโอนาร์ดดีดตัวขึ้นทันควัน มือกำหนังสือพิมพ์แน่น ย่านถนนนั้นเป็ร้านที่เขาเคยไป ร้านขายกาแฟที่เ้าของร้านคือหญิงสาวซึ่งไม่ได้ตามสต็อล์กเกอร์เขามา 3 วันแล้ว แม้ในหนังสือพิมพ์จะไม่ได้ระบุชื่อผู้เสียชีวิตไว้ แต่เขาก็ต้องยืนยันว่าใช่เธอหรือเปล่า ถ้าเป็เธอขึ้นมาจริง ๆ ก็เป็เพราะเขาที่เป็ต้นตอสาเหตุให้เธอเจอเื่อันตราย
“เป็อะไรลีโอ ทำไมหน้าตื่นตระหนกขนาดนั้น”
รุ่นพี่แฟรงค์ถามด้วยความเป็ห่วง
“เหมือนว่าผมจะรู้จักผู้หญิงที่เสียชีวิตครับ รุ่นพี่ผมต้องขอออกจากการประชุมก่อนนะครับ!”
ลีโอนาร์ดไม่ได้รอฟังคำอนุญาต เขาลนลานวิ่งเปิดประตูออกจากห้องไปทันที โดยที่ลืมหยิบเสื้อโค้ตประจำกายตัวเองไปด้วย บ่งบอกถึงความเร่งรีบจนไม่สนใจอะไรเป็อย่างดีทิ้งได้แม้การประชุมเื่สำคัญ
ปัง!
เสียงประตูปิดลง มาโครและแฟรงค์หันมาสบตากันอย่างงุนงง
“เอาไงดีละครับคุณหัวหน้าทีม” มาโครเลิกคิ้วถามความคิดเห็นว่ายังจะประชุมต่อหรือรอเ้าลีโอกลับมาก่อน
“เดียวค่อยบอกเ้านั่นที่หลังแล้วกัน นายน่าจะพอคาดเดาได้ว่ามีคำสั่งแบบไหนมาที่ทีมของเรา”
“ให้เราดูและทั้งสองเขตงั้นเหรอครับ?”
แฟรงค์ถอนหายใจก่อนพยักหน้าตอบ
มาโครถึงกลับเอนตัวพิงพนักเก้าอี้เอาแขนก่ายหน้าผากทันที
“ฉิบหายจริงด้วย...”
ลีโอนาร์ดวิ่งเหนื่อยหอบจนมาถึงหน้าร้านขายกาแฟ กระจกใสที่มองเห็นทะลุภายในร้านมีม่านปิดรอบทิศทางบ่งบอกว่าร้านค้านี้ปิดให้บริการและไม่มีใครอยู่อาศัย
ชายร่างสูงยืนอยู่หน้าประตูร้าน หัวใจเขาเต้นแรง ไม่รู้เพราะว่าเหนื่อยจากการวิ่งมาไกลหรือเพราะหวาดกลัวต่อความจริง
“ไม่จริงดิ ผู้หญิงคนนั้นตายแล้วงั้นเหรอ!?”
“ผู้หญิงที่ตายคงไม่ใช่ฉันใช่ไหมคะ”
เสียงใสราวกับกระดิ่ง ทำให้เขาหันตัวไปหาเ้าของเสียง หญิงสาวในชุดเดรสยาวสีดำสวมหมวกปีกใหญ่สีเดียวกับชุดและเส้นผมสีดำขลับขัดกับผิวที่ขาวซีด
“คุณฮาโมนี่...”
เธอระบายยิ้มหวานส่งให้เขา
“หรือเพราะคุณเห็นข่าวในหนังสือพิมพ์หรือคะเลยนึกว่าผู้หญิงที่ตายเป็ฉัน?”
“ประมาณนั้นละครับ ถ้าคุณปลอดภัยดีงั้นผมคงต้องขอตัวก่อน”
ลีโอนาร์ดเดินผ่านหญิงสาวร่างบาง ทว่าเธอกลับรั้งแขนเขาไว้
“เหมือนว่าคุณจะเป็ห่วงฉันนะคะ ไม่ใช่ว่าเริ่มชอบฉันแล้วเหรอ”
เขาจับข้อมือเธอให้เอามือออกจากแขนของเขา
“ผมไม่ชอบสต็อล์คเกอร์ที่มาปั่นป่วนเวลาทำงานของผมหรอกครับ”
ชายหนุ่มเอ่ยเสียงเข้มตัดเยื่อใยก่อนจะเดินหนีหญิงสาว
เขาเดินเลียบตามถนนออกห่างจากบ้านเธอพอสมควร แต่หญิงสาวก็ยังเดินตามหลังเขามาติด ๆ
“ฉันไม่ทำแบบนั้นแล้วค่ะ คุณลีโอ~~ ฉันขอโทษจริงๆ นะคะ...” ฮาโมนี่พยายามเค้นเสียงให้เล็กและขี้อ้อนให้ได้มากที่สุดหวังว่าชายหนุ่มจะแพ้ลูกเล่นแบบนี้
แต่เหมือนว่าเขาก็ยังเดินดุ่ม ๆ ต่อไป
“ฉันอยากสนิทกับคุณจริง ๆ นะคะ ในฐานะเพื่อนก็ได้ คุณจะไม่ให้โอกาสฉันเลยเหรอ ฉันสัญญาว่าจะไม่รบกวนคุณในเวลาทำงานอีกแล้ว”
ชายหนุ่มหยุดชะงัก ทำให้ฮาโมนี่ที่เดินตามหลังมาติดๆ เดินชนเข้ากับแผ่นหลังกว้าง
“ทำไมคุณถึงอยากเข้าหาผมขนาดนี้ ผมไม่เข้าใจพฤติกรรมประหลาดของคุณเลย”
ฮาโมนี่ก้มหน้าลงเล็กน้อย หมวกปีกใหญ่ทำให้ลีโอนาร์ดมองไม่เห็นสีหน้าของเธอ ว่าเธอจะแสดงสีหน้าไหนกับคำที่เขาเผลอพูดต่อว่าออกไป
“ฉัน...เป็คนประหลาดค่ะ... ใคร ๆ ต่างก็บอกฉันมาแบบนี้ ฉันน่ะ... ไม่เคยมีเพื่อนให้พูดคุยเลยด้วยซ้ำเพราะว่าเป็คนแปลกประหลาด” เธอค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น
“คุณลีโอนาร์ดดูเป็คนใจดีคล้ายกับคนบางคนที่ฉันเคยรู้จัก ฉันเลยอยากจะสนิทกับคุณก็เท่านั้นเอง...”
ั์ตาสีดำจ้องมองไปยังใบหน้าอันเรียบนิ่งของหญิงสาวทันทีที่เธอเงยหน้ามองเขา
เหมือนว่าเขาจะเข้าใจผิดมหันต์ที่คิดว่าหญิงสาวชอบตนในเชิงชู้สาว ทว่าสิ่งที่เธอพูดมาคือเธอ้าเป็เพื่อนกับเขางั้นเหรอ?
“คุณเข้าหาคนไม่เป็เหรอครับ”
หญิงสาวพยักหน้า
“ฉันไม่ค่อยมีเพื่อนน่ะค่ะ แล้วก็มนุษยสัมพันธ์ไม่ค่อยดีด้วย... เวลาพูดอะไรออกไปก็มักมีคนเข้าใจผิดอยู่ตลอด”
ลีโอนาร์ดผ่อนลมหายใจ และคลี่ยิ้มบางๆ ให้เธอ
“คุณไม่มีครอบครัวด้วยหรือเปล่า?”
“มีน้องชาย 1 คนค่ะ แต่เราทะเลาะกันเลยแยกกันอยู่มาสักพักแล้ว ฉันก็เลยอาศัยอยู่ตัวคนเดียว...”
ลีโอนาร์ดกำลังครุ่นคิดกับหญิงสาวเบื้องหน้าว่าเธอเป็คนแบบไหน คำพูดที่เธอบอกก็ฟังดูจริงใจ หญิงสาวที่มีนิสัยประหลาด ๆ ไม่มีเพื่อน ทะเลาะกับครอบครัว แล้วแยกออกมาอยู่คนเดียว ท่าทางจะเป็คนที่มีปัญหาการเข้าสังคมจริง ๆ
“ผมไม่ค่อยมีเพื่อนต่างเพศด้วยน่ะสิ ไม่รู้เหมือนกันว่าต้องคุยกันเื่อะไร”
ลีโอนาร์ดกอดอก เอามือลูบคางทำท่าใช้ความคิด
“ก็...เื่ทั่วไป...ก็ได้มั้งคะ แฟชั่น หนังสือ เื่เล่าปรัมปรา หรือแวมไพร์...”
ฮาโมนี่เน้นประโยคสุดท้ายเพื่อให้อีกฝ่ายรู้สึกสนใจ
พอได้ยินคำว่าแวมไพร์ ลีโอนาร์ดก็ฉุกคิดขึ้นได้ทันทีว่าเขาพึ่งละทิ้งการประชุมสำคัญไป จากที่รุ่นพี่พูดถึงว่าทีมเขต2เสียชีวิตยกทีม เขาก็พอคาดเดาได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับทีม 1 ที่จะพลอยโดนหางเลขไปด้วย
“เข้าใจแล้วครับ ปกติแล้วผมจะมีงานอดิเรก่บ่าย ถ้าพรุ่งนี้คุณว่างก็มาหาผมที่หน้าโบสถ์สถานสงเคราะห์เด็กยากไร้นะครับ”
ฮาโมนี่พอได้ยินคำว่าโบสถ์ก็สะดุ้งเฮือก แม้ว่าจะไม่ชอบที่นั่นขนาดไหนแต่เธอก็ตอบรับคำชวนเขาไปแล้ว
.....
ฮาโมนี่เดินเลียบตามถนนเพื่อจะกลับไปยังที่พัก ตอนนี้่เที่ยงพอดีที่พระอาทิตย์ออกแดดแรงใช้ได้ ร่างกายของเธอไม่ค่อยจะแข็งแรงอยู่แล้วก็ยิ่งอ่อนแอลงเรื่อย ๆ เมื่อต้องออกแดดเป็เวลานาน
อีกทั้งก็เป็เวลา 1 เดือนที่เธอออกมาใช้ชีวิตอยู่คนเดียว ห่างไกลจากข้ารับใช้และห่างหายจากไม่ได้รับสารอาหาร
“สกู๊ปพิเศษ!! ข่าวด่วน ๆ พรรคนักการเมืองหน้าใหม่ไฟแรงลงสมัครเลือกตั้งแล้วค้าบ~~กับนโยบายที่สร้างความฮือฮาที่สุด อยู่ในหนังสือพิมพ์ฉบับนี้เท่านั้น!~~”
เด็กหนุ่มโบกมือชูหนังสือพิมพ์รายวันพูดเชิญชวนให้คนเดินผ่านไปมาสนใจ
ฮาโมนี่หยุดเดินและขอซื้อหนังสือพิมพ์จากเด็กหนุ่ม เธอเปิดอ่านหนังสือพิมพ์ หัวข้อที่พาดข่าวถึง หัวหน้าพรรคการเมืองที่อายุน้อยที่สุด
มือเธอกำหนังสือพิมพ์แน่นก่อนจะโยนหนังสือพิมพ์ทิ้งใส่ถังขยะข้างทาง และม้วนตัวเดินกลับไปคนละทางจากบ้านพักชั่วคราวเพื่อไปโบกรถรับส่ง
“ไปคฤหาสน์เฟรนเรนเดีย”
....
ประตูรั้วเหล็กขนาดใหญ่เปิดรับรถรับส่งให้เข้าไปยังพื้นที่กว้างขวางและลึกขนาดที่ไม่มีใครเดินเท้าเปล่าเข้าไป
ทันทีที่รถเทียบจอดหน้าคฤหาสน์ หญิงสาวชุดเดรสพร้อมหมวกใบใหญ่ก้าวลงมาออกจากรถ
พ่อบ้านวัยกลางคนที่เห็นเป็คนแรกก็รีบออกมาต้อนรับหญิงสาวโดยทันที พร้อมค้อมตัวทำความเคารพต่อผู้เป็นาย
“ยินดีต้อนรับกลับครับนายหญิง”
“เฮนรี่อยู่ไหม”
“อยู่ที่ห้องทำงานครับ” พ่อบ้านวัยกลางคนพานายหญิงไปยังห้องทำงานของท่านชาย
เมื่อเปิดประตูเข้าไปก็พบเห็นชายหนุ่มเรือนผมสีบลอนด์น้ำตาลอ่อนนั่งอยู่โต๊ะทำงานตัวใหญ่ใจกลางของห้องที่รอบล้อมไปด้วยชั้นหนังสือ
ั์สีเทาเหลือบมองหญิงสาวที่พึ่งเปิดประตูเข้ามาด้วยใบหน้าขุ่นมัว
ชายหนุ่มใบหน้าคมกระตุกยิ้ม
“ท่านพี่กลับมาหาผมแล้วเหรอครับ หายโกรธแล้วใช่ไหม”
ฮาโมนี่เดินมายังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ เธอถอดหมวกก่อนจะกวาดกองเอกสารบนโต๊ะออก และขึ้นไปนั่งบนโต๊ะทำงาน
“เฮนรี่...นายจะทำอะไรกันแน่ ทำไมต้องลงเลือกตั้งด้วย” นิ้วเรียวจิ้มซ้ำ ๆ ไปที่หน้าอกแน่นของเฮนรี่เป็การย้ำเตือนสติเขา
“ทำไมนายชอบไปยุ่งเกี่ยวกับพวกมนุษย์นัก”
เฮนรี่คว้าข้อมือเล็กและจุมพิตเบา ๆ บนฝ่ามือของเธอ
“ท่านพี่...ถ้าเราเอาแต่หลบอยู่ข้างหลัง แล้วเมื่อไรเราจะเชิดหน้าชูคอได้ละครับ ผมเข้าใจว่าท่านไม่ชอบยุ่งกับมนุษย์ แต่เราอาศัยร่วมกับพวกมันนะ”
ฮาโมนี่ถอนหายใจเหนื่อยหน่าย ที่ผ่านมาไม่ว่าเฮนรี่จะทำอะไร เธอก็ไม่เคยเข้าไปยุ่งอยู่แล้ว แต่การที่เขาดันอยากจะเป็นักการเมือง ไม่ว่าจะเพื่ออะไรก็ตามแต่เธอก็ไม่ชอบมันอยู่ดี เพราะชีวิตของเธอมันจะไม่สงบสุขเหมือนที่ผ่านมาน่ะสิ
“เหนื่อยจะพูด อยากทำอะไรก็ทำ”
เฮนรี่สวมแขนกอดเอวหญิงสาว ใบหน้าคมซุกที่ตักหวังว่าจะให้เธอเอ็นดูลูบหัวเขาอย่างที่เคย
และฮาโมนี่ก็ลูบก้อนผมนุ่มอย่างเคยชิน
“หิวยังครับ ตอนนี้เืของผมกำลังเข้มข้นได้ที่เลยแหละ”