5........
“ถ้าป่านถอดผ้าถ่ายนู้ดแล้วทำให้พวกผู้ชายหายบ้ากามหันไปมุ่งดีทางธรรมะป่านก็จะขอพลีร่างโพสต์ท่าอุทิศกายให้ถ่ายภาพอย่างเต็มใจเพื่อช่วยสังคมไทยไร้ปัญหาการข่มขืน….สาธุ!
เปมิกายกมือท่วมหัวในตอนท้ายชายทั้งสามจึงได้แต่หัวร่องอหายไปกับคารมคมคายของหล่อน
“แผนกสินเชื่อครึกครื้นดีจังเลย…”
เสียงทักจากชายหนุ่มที่ผลักประตูห้องสินเชื่อเข้ามาและได้ยินเสียงหัวเราะเข้าพอดีนั้นทำให้ทุกคนหยุดหัวเราะโดยอัตโนมัติและหันไปมองคนที่กำลังเดินเข้ามา
“อ้าว..คุณธีม..เชิญครับ..”
สุรพลรีบกล่าวเชื้อเชิญหลังจากที่รับไหว้ชายหนุ่ม
เปมิกา ยกมือไหว้ธีรยุทธเขาส่งยิ้มให้หล่อนด้วยความเป็มิตร
“ดูทุกคนร่าเริงไม่กลุ้มกับชีวิตเลยนะครับ…”
ธีรยุทธพูดสัพยอกสีหน้ายิ้มแย้ม
“ความกลุ้มไว้ใน ความสดใสไว้นอกครับคุณธีมพวกเรากลุ้มจนเพี้ยนกันไปแล้วล่ะครับ..” สุรพลตอบติดตลก
“พี่พลจะให้ผมเซ็นเอกสารอะไรบ้างครับ..”
ธีรยุทธเข้าหัวเื่ที่เขามาในวันนี้
“อ๋อ…ผมเตรียมไว้แล้วล่ะ “ สุรพลบอก
ทั้งสองเริ่มนั่งสนทนากันอย่างเป็กันเอง เปมิกาหันไปรับโทรศัพท์มือถือที่ดังขึ้นหล่อนรู้สึกดีใจที่เห็นว่าเป็เบอร์ของบุรินทร์
“ป่าน..เย็นนี้เราไปหาอะไรอร่อย ๆกินดีไหม..แต่บอกไว้ก่อนนะ...ห้ามชวนยัยตาปากปีจอนั่นไปด้วยไม่อยากมีเื่”
บุรินทร์ยังคงมีอคติกับสิตาอยู่เช่นเดิม
“ก็ได้ค่ะ…แล้วจะมารับป่านกี่โมงล่ะ..”
เปมิกา ดีใจที่บุรินทร์มีเวลาว่างให้หล่อน
“ป่านนั่งรถมาเองได้ไหม พบกันครึ่งทาง ที่ร้านยกยอ แถวที่ทำงานผมไง..”
“ป่านรู้จักค่ะ..งั้นเดี๋ยวป่านจะขอผู้จัดการออกไปก่อนก็แล้วกันกลัวรถจะติด”
เปมิกา รีบเก็บงานทันที หล่อนจัดแจงหิ้วกระเป๋าเครื่องสำอางไปที่ห้องน้ำด้วยท่าทางสดชื่นลืมความวิตกเื่ที่จะตกงานไปได้ชั่วคราว
“กลับจากห้องน้ำมาสวยเริ่ดเชิดหยิ่งเลยนะไอ้ป่าน…”
สุรพลเปิดปากแซวลูกน้องคนสนิททันทีที่เห็นเปมิกาเดินถือกระเป๋าเครื่องสำอางเข้ามานั่ง
ประจำโต๊ะทำงานด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส
“สวยมาตั้งนานแล้ว เพิ่งเห็นความงามของลูกน้องตอนแบ็งก์เจ๊งนี่หรือไงคะหัวหน้าขา…”
เปมิกาล้อเล่นกลับไป หล่อนกำลังเก็บกระเป๋าเตรียมตัวออกไปตามนัด
“คุณป่านจะออกไปข้างนอกหรือครับ…”
ธีรยุทธเอ่ยถามขึ้นเขาก็กำลังจะกลับพอดี
“ค่ะ..พอดีป่านมีนัดค่ะ..” เปมิกาบอกเขาตามตรง
“ไม่ทราบคุณป่านมีนัดที่ไหนครับ..เผื่อผมจะผ่านแถวนั้นน่ะครับ..”
ธีรยุทธแสดงความมีน้ำใจ
เปมิกาก็เลยบอกสถานที่แก่เขาไป
“อ้าว...มีนัดร้านเดียวกับผมเลย…ผมก็นัดคุณแมวไว้ที่นั่นเหมือนกัน..” ธีรยุทธบอก
“ราชรถมาเกยแบบนี้ก็ดีน่ะสิยัยป่าน….”
สุรพลกล่าวสัพยอกเปมิกา
“ผมกำลังจะไปตอนนี้พอดี เชิญเลยครับ…”
ธีรยุทธ ผายมือแล้วก็หันไปไหว้ลาสุรพล
เปมิกา อยากจะปฏิเสธคำชวน แต่เมื่อคิดได้ว่านั่งรถเมล์ไปกว่าจะถึงก็คงสะบักสะบอมพอดูเพราะไหนจะเสื้อผ้าชุ่มไปด้วยเหงื่อ ไหนจะความอิดโรยจากการโหนรถเมล์ ล้วนแต่บั่นทอนความสวยของหล่อนให้ลดลงไปได้จะไปพบคนรักทั้งทีควรจะให้ดูสวยและดูดีคิดได้ดังนั้นหล่อนก็สะพายกระเป๋าเดินตามคนชวนไปที่รถอย่างเต็มใจโดยไม่ลืมแวะไปบอกสิตาว่าหล่อนมีธุระแต่ไม่ยอมบอกความจริงว่ามีนัดกับบุรินทร์เพราะไม่อยากถูกเพื่อนรักพูดแขวะ
เมื่อไปถึงที่นัดหมายปรากฏว่าบุรินทร์ยังมาไม่ถึง ธีรยุทธจึงเชิญให้เปมิการ่วมโต๊ะเดียวกับเขาไปก่อน
“เอาไว้เพื่อนคุณป่านมาแล้วค่อยแยกไปก็ได้ครับจะได้ไม่เหงา…ผมเองก็ต้องรอคุณแมวเหมือนกัน เห็นว่ากำลังขับรถมาใกล้ถึงแล้ว…”
เปมิกา ไม่กล้าปฏิเสธตามเคยอาจจะเป็เพราะบุคลิกลักษณะของธีรยุทธที่มีวิธีการพูดให้หล่อนรู้สึกเป็กันเองนั่นเอง หล่อนกับเขาจึงต้องมานั่งด้วยกันสองต่อสอง
ธีรยุทธ เลือกที่นั่งริมน้ำ เพื่อจะได้มองทัศนียภาพไปด้วยภายในร้านยังมีลูกค้าไม่มากนัก
“คุณชัยไม่มาด้วยหรือคะ…” เปมิกาชวนคุย
“หนีหนี้ไปก่อนผมแล้วล่ะครับ…ตอนนี้ไปต่างจังหวัดหาแม่เขาน่ะครับ…ส่วนผมไม่รู้จะหนีไปไหนพ้นเพราะบ้านอยู่กรุงเทพแม่ก็ป่วยอีกด้วย…”
ธีรยุทธพูดติดตลกแต่แววตามีแววกังวล
“ว้าว..!..คุณป่าน..มองด้านข้างนึกว่าสาวที่ไหนแอบมานั่งคุยกับคุณธีมอยู่”
เสียงทักของนภาพรมาพร้อมกับกลิ่นน้ำหอมราคาแพงโชยมาปะทะจมูกของเปมิกาทำให้เปมิกาต้องหันไปยกมือไหว้นภาพร
หุ่นเพรียวบางระหงส์ของนภาพรซ่อนอยู่ภายใต้ชุดแสกเข้ารูปสีดำแขนกุดที่ปักเลื่อมลายระยับตรงคอเสื้อด้วยเพชรเม็ดเล็ก ๆที่เว้าแหลมโชว์ความอวบอิ่มของเนินเนื้อหน้าอก ความยาวของกระโปรงอยู่เหนือเข่าเล็กน้อยเผยให้เห็นเรียวขาที่สวยและผิวขาวตัดกับสีชุด กระเป๋าถือของหล่อนที่วางบนโต๊ะก็เป็สีดำประดับด้วยเพชรเม็ดเล็กเข้ากับชุดได้ดีทีเดียว
“สวยเซ็กซี่เหมือนเดิมเลยนะคะคุณแมว..”
เปมิกาชมหล่อนจากใจ
“แหม..คุณป่านก็สวยสดใสเหมือนเดิมค่ะ..”
นภาพรนั่งลงข้างธีรยุทธอย่างสนิทสนม
เปมิกาเห็นทั้งคู่แล้วก็อดชื่นชมไม่ได้ช่างเป็คู่ที่เหมาะสมกันเสียจริง ทั้งรูปร่างหน้าตา และกิริยาท่าทางที่เป็มิตรของทั้งสองคน
“อุ๊ย!!..แฟน..เอ้อ..เพื่อนของป่านมาแล้วล่ะค่ะ..”
เปมิกาบอกอย่างตื่นเต้นเมื่อเห็นบุรินทร์กำลังเดินมาหาที่โต๊ะ ทำให้เปมิการีบลุกขึ้น และแนะนำคนรักให้รู้จักกับธีรยุทธ และนภาพรในฐานะที่เป็ลูกค้าของธนาคาร ก่อนจะขอตัวแยกไปนั่งอีกโต๊ะซึ่งอยู่ถัดไปอีกไม่ไกลนัก
“แฟนคุณป่านนี่ดูสำอางจังเลยนะธีม..หวีผมซะเรียบแปร้เชียว..“
นภาพรกระซิบกระซาบกับธีรยุทธหลังจากที่เปมิกา กับ บุรินทร์ คล้อยหลังออกไปแล้ว
“นินทาแฟนคนอื่นเดี๋ยวก็ถูกคนอื่นนินทาแฟนตัวเองบ้างหรอก..”
ธีรยุทธล้อเล่นกับหล่อน
“แหม..แฟนของแมวไม่มีอะไรให้น่านินทาในทางไม่ดีสักหน่อย…”
“ธีม..เพอร์เฟคขนาดนั้นเชียว…”
อีกฝ่ายทำเสียงสูงไม่เชื่อถือ
“ก็แหงล่ะ…หล่อ รวยและแสนดี” หล่อนพูดเอาใจเขา
“แต่ตอนนี้กำลังรวยหนี้จ๊ะ..แมวก็รู้ว่าบริษัทกำลังจะไปไม่รอด…” ธีรยุทธเริ่มเครียดขึ้นมา
“ธีม…ลองทวนสัญญาที่มีให้กับแมวเมื่อตอนบ่ายนี้ให้ฟังหน่อยสิคะว่าธีมสัญญาอะไรไว้”
ธีรยุทธมองหน้าคนรักด้วยแววตาสำนึกผิด
“พูดสิคะว่าสัญญาอะไรไว้…ก่อนที่จะมาที่นี่..”
นภาพรเร่งให้เขาทวนสัญญา
“สัญญาว่าจะไม่พูดเื่ที่บริษัทจ๊ะ..”
“ธีมต้องรักษาสัญญาสิคะ….เราปวดหัวกับเื่นี้ทุกวันแล้วนะคะ ตอนนี้ขอเป็เวลาที่ดีสำหรับเราสองคนดีกว่านะคะ คนดี๊คนดี…”
นภาพรยื่นหน้าไปยิ้มให้เขา ทำให้ธีรยุทธต้องปรับสีหน้าให้ยิ้มตามไปด้วยเขารู้สึกสบายใจเสมอเมื่ออยู่ใกล้แฟนสาวและหากเขาไม่ประสบปัญหาทางธุรกิจก็คงจะแต่งงานกับหล่อนไปแล้ว เพราะทั้งบิดา มารดาของนภาพรต่างก็สนับสนุนอยากให้เขากับนภาพรได้แต่งงานกัน
อรรคพงษ์บิดาของนภาพรรับราชการอยู่ในกระทรวงแรงงาน ในขณะที่ปรางทอง มารดาเป็แม่บ้าน แต่ปรางทองมีอาชีพเสริมด้วยการออกเงินกู้ให้กับพ่อค้าแม่ค้าในตลาดจนสามารถสร้างรายได้ให้กับครอบครัวได้
นภาพรยังมีพี่สาวอีกหนึ่งคนคือ สมรซึ่งแต่งงานกับชาวแคนาดาชื่อเอริค และไปใช้ชีวิตครอบครัวอยู่ที่นั่น ปัจจุบันสมรมีลูกสาววัยห้าขวบ
“เดือนหน้าพี่หมอนจะพาครอบครัวมาเยี่ยมบ้านธีมช่วยหาโปรแกรมเที่ยวหน่อยสิคะ..”
นภาพรพูดถึงพี่สาวที่ส่งข่าวจะกลับประเทศไทยในอีกไม่กี่วันนี้
“ธีมต้องไปเที่ยวด้วยหรือเปล่า…” เขาหยั่งเสียง
“ต้องสิคะ..ถามได้…เราสองคนต้องบริการครอบครัวพี่หมอนค่ะ..”
“ธีมจะมีกะจิตกะใจเที่ยวหรือเปล่าก็ไม่รู้…ปัญหาที่บริษัทยังแก้ไม่ได้เลย”
“อีกแล้วนะธีม…วกไปเื่ไม่สบายใจอีกแล้ว ..ลืม ๆมันบ้างเถอะหนี้สินน่ะ..ไม่ตายเราก็ต้องหาหนทางออกได้…ถ้าไม่ไหวจริง ๆเราก็ให้พี่หมอนช่วยแล้วก็ไปทำงานกันที่แคนาดาก็ได้นี่คะ…”
“ธีมเป็ผู้ชายนะแมวจะให้เป็ฝ่ายไปอาศัยญาติพี่น้องของแมวได้ยังไงกัน”
“ชอบคิดมากไปได้ไม่เห็นว่ามันจะเป็อะไรเลยนี่คะ”
“แต่ธีมไม่อยากให้ใครมาดูถูกเอา “
“ใครจะมาว่าเราได้ล่ะคะ...นี่แมวกะว่าจะขอยืมเงินคุณแม่มาให้ธีมอยู่นะคะเนี่ย..แค่ธีมจ่ายดอกเบี้ยให้คุณแม่แค่นี้ก็ไม่มีใครมาดูถูกธีมหรอกค่ะ”
“ดอกเบี้ยร้อยละยี่สิบไม่ไหวมั้งแมว…”
ธีรยุทธส่ายหัวยิ้ม ๆ เขารู้ว่าปรางทองปล่อยเงินกู้ด้วยดอกเบี้ยแสนโหดเกินไป
“แหม..ถ้าปล่อยให้ว่าที่ลูกเขยในอนาคตแม่คงไม่คิดดอกขนาดนั้นหรอกค่ะยังไงแมวจะช่วยพูดให้ดีไหมคะ…” นภาพรเสนอ
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่นภาพรหาทางออกให้กับธีรยุทธ ซึ่งเขายังลังเลไม่อยากให้ปรางทองมองเขาด้วยความรู้สึกที่ไม่ดี
“ไหนบอกจะไม่พูดเื่ที่บริษัท..แมวผิดสัญญาเองนะ…” ธีรยุทธกล่าวสัพยอก
“เผลอจนได้สิน่า…ก็ธีมน่ะแหละพาเขว..ไม่เอาแล้วงั้นเื่นี้เอาไว้ให้พิจารณานะคะต่อไปเราคุยเื่เที่ยวกันดีกว่า….”
ธีรยุทธมีสีหน้าดีขึ้นเขาจะพยายามทำให้หล่อนมีความสุขมากที่สุด จะไม่นำเื่เครียด ๆมารบกวนในระหว่างนี้ นภาพรดีใจที่เห็นเขายิ้มได้หล่อนจึงตักอาหารป้อนเขาอย่างเอาใจ
“ดูคู่ของคุณธีมกับคุณแมวสิคะดูสวีทกันดีจังเลย…”
เปมิกา บอกบุรินทร์หล่อนมองเห็นคู่ของธีรยุทธกับ นภาพร กำลังป้อนอาหารให้กันพอดี หล่อนเองก็อยากจะให้บุรินทร์หัดตักอาหารบริการหล่อนอยู่เหมือนกัน ไม่ถึงกับต้องป้อนแบบคู่นั้นก็ได้
“ผมว่าดูยัยแมวอะไรนั่นจะเป็ฝ่ายสวีทคนเดียวซะมากกว่า เห็นเดี๋ยวก็จับมือผู้ชายเดี๋ยวก็ยื่นหน้าไปคลอเคลียดูแล้วน่ารำคาญมากกว่า” บุรินทร์วิจารณ์
เปมิกา ได้แต่ถอนหายใจหล่อนรู้ว่าคงไม่มีวันที่จะเปลี่ยนแปลงให้บุรินทร์กลายเป็ชายที่โรแมนติกไปได้เขามักจะชอบติผู้หญิงเกือบทุกคน ยังดีที่เขายังยกเว้นเปมิกาไว้หนึ่งคน ที่ยังไม่เคยโดนบุรินทร์ตำหนิหรือวิจารณ์แบบไม่ชอบใจ
“แต่ป่านว่าดูคุณแมวก็น่ารักดีนี่คะ..”
เปมิกา พูดจากความรู้สึกหวังให้คนรักคล้อยตามด้วย
“ผมไม่เห็นว่าจะน่ารักตรงไหนออกจะน่าเกลียดด้วยซ้ำ ป่านไม่ต้องไปเลียนแบบผู้หญิงคนนั้นหรอกเป็อย่างนี้ดีแล้ว ไม่ทำท่าออเซาะ ออดอ้อนหรือดัดจริตเหมือนที่ผมเห็นผู้หญิงสมัยนี้ชอบให้ท่าผู้ชาย ผมว่ามันไม่น่าดูเลยนะ”
เปมิกา ได้แต่อึ้งกับความรู้สึกของคนรักที่มีต่อผู้หญิง แต่หล่อนรักเขา จึงมองว่าคำพูดทุกคำที่เขาพูดออกมามันคือความจริงใจหล่อนคบกับบุรินทร์มาเกือบจะสามปีแล้ว ได้เรียนรู้นิสัยใจคอเขาพอสมควรทีเดียว คำพูดที่ตรง ๆ ของเขา บางครั้งอาจจะดูแรงไปแต่แปลกที่เปมิกายอมรับได้หมดนี่กระมังที่คนเขาถึงพูดกันว่า ความรักมักทำให้คนหูหนวก ตาบอด
บุรินทร์ ไม่ใช่ผู้ชายที่จะมางอนง้อเอาอกเอาใจเปมิกา แล้วเขาก็ให้เกียรติหล่อนมากด้วย ั้แ่คบกันมาเขาไม่เคยล่วงเกินอะไรหล่อนเลยนี่คือสิ่งหนึ่งที่เปมิการู้สึกชอบบุรินทร์เพราะหล่อนยังมีความคิดแบบสมัยเก่าอยู่ สำหรับเื่การรักนวลสงวนตัว ตราบใดที่ยังไม่แต่งงานหล่อนก็จะไม่ยอมที่จะเสียความบริสุทธิ์ไป ใครจะว่าหล่อนเชยในสังคมยุคนี้ก็ช่างเถิด ทว่ามันคือสิ่งที่หล่อนภาคภูมิใจมากที่สุด
“แล้วนี่ป่านจะได้รับเงินชดเชยเมื่อไหร่…”
บุรินทร์เปลี่ยนหัวข้อสนทนา
“คงอาทิตย์หน้า..พร้อม ๆกับรับฟังผลว่าใครจะได้รับเข้าทำงานต่อกับบริษัทตามหนี้ที่ตั้งขึ้นใหม่เพื่อตามหนี้เสียของบีบีซี.”
“ป่านต้องได้รับเลือกแน่ ๆ เลย” บุรินทร์พูดให้กำลังใจ
“คงยากค่ะ…เพราะเขารับสาขาละสามคนเท่านั้นเอง สาขาของป่านมีทั้งหมดยี่สิบห้าคน”
“ตราบใดผลยังไม่ออกมาป่านก็ไม่ต้องคิดไปล่วงหน้าหรอกปวดหัวเปล่า ๆเอาเป็ว่ามื้อนี้ป่านไม่ต้องแชร์ค่าอาหารกับผมก็แล้วกัน ผมเลี้ยงเอง”
บุรินทร์แสดงความมีน้ำใจ ซึ่งถือว่าเป็เื่ที่พิเศษไม่ได้เกิดขึ้นง่ายๆ เลย
“แต่ป่านช่วยเติมน้ำมันรถตอนผมไปส่งที่คอนโดก็แล้วกัน...”
เปมิกา กำลังจะฉีกยิ้มก็ต้องยิ้มค้างเมื่อได้ยินประโยคต่อมาของเขา..แต่หล่อนก็ทำใจได้ในเวลาอันรวดเร็ว เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่บุรินทร์พูดเช่นนี้..จะว่าหล่อนชินก็ได้