หลันเยวี่ยไม่ได้ออกปากสั่งถิงถิงก็เลยไม่ได้ไปช่วยเธอต้มน้ำ
ถึงแม้ว่าถิงถิงจะเริ่มชอบพี่สาวที่กลับมาจากในเมืองคนนี้มากขึ้นเรื่อยๆแต่เธอก็ยังทนรับนิสัยไม่น่าพิสมัยบางอย่างของหลันเยวี่ยไม่ได้อยู่ดี
ในสายตาของถิงถิงและชาวบ้านในชนบทส่วนใหญ่การที่ต้องอาบน้ำทุกวันนั้นถือเป็หนึ่งในนิสัยเสียของคนเมือง
เมื่อรอจนพ่อกับแม่เข้านอนกันหมดแล้วหลันเยวี่ยถึงค่อยๆ เทน้ำที่ต้มไว้ลงในกะละมังเหล็กใบใหญ่แล้วผสมน้ำเย็นลงไปเล็กน้อย พอทดสอบอุณหภูมิแล้วเห็นว่าพอเหมาะเธอก็เตรียมตัวอาบน้ำ
ที่บ้านไม่มีสบู่หอมจึงจำต้องใช้สบู่ธรรมดาล้างหน้าล้างตัว
หลันเยวี่ยไม่คุ้นเคยกับการใช้สบู่ธรรมดาเอาเสียเลยแต่ก็ต้องจำใจทนๆ ใช้ไปก่อน
หลันเยวี่ยรู้ดีว่าในเมื่อตัวเอง้าใช้ชีวิตอยู่ที่บ้านเกิดกับพ่อแม่ที่แท้จริงอย่างสบายใจก็ต้องเรียนรู้ที่จะปรับตัวเข้ากับชีวิตในชนบทและยอมรับความยากจนของบ้านพ่อแม่ให้ได้
หลังจากอาบน้ำเสร็จหลันเยวี่ยก็เปลี่ยนเสื้อผ้าเป็ชุดนอนที่เอามาจากบ้านเดิมแล้วทิ้งตัวลงบนเตียงไม้กระดานแข็งๆ
หลันเยวี่ยตั้งใจว่าจะเอนตัวลงนอนแล้วค่อยๆคิดทบทวนว่าจะดำเนินชีวิตไปในทิศทางใดต่อไป จะทำอะไรเพื่อพ่อแม่ได้บ้างแต่พอศีรษะแตะลงบนหมอนที่ยัดด้วยแกลบได้ไม่นาน เธอก็ผล็อยหลับไป
พอหลันเยวี่ยเปิดเปลือกตาขึ้นมาอีกครั้งก็เข้าสู่วันใหม่ตะวันโด่งไปเสียแล้ว
ถิงถิงที่นอนร่วมห้องกับหลันเยวี่ยก็ตื่นนอนและออกไปทำอาหารเช้านานแล้ว
หลันเยวี่ยเหลือบมองนาฬิกาข้อมือเก่าๆที่เอามาจากบ้านพ่อแม่อุปถัมภ์ เห็นว่าเป็เวลาเจ็ดโมงครึ่งแล้ว
การตื่นนอนในเวลานี้ถือว่าสายไปหน่อยจริงๆ
ตอนอยู่ที่บ้านพ่อแม่อุปถัมภ์วันไหนที่ไม่ได้ไปเรียน หลันเยวี่ยก็จะตื่นนอนในเวลานี้
เหตุผลที่หลันเยวี่ยอ้วนท้วนได้ขนาดนี้ก็เพราะว่าตลอดสิบแปดปีที่ผ่านมาเธอแทบจะไม่เคยทำงานที่ต้องใช้แรงเลยแถมยังกินเนื้อสัตว์และขนมหวานมากเกินไปด้วย
เพราะรู้ว่าตอนที่ตัวเองผอมลงนั้นสวยได้มากขนาดไหนหลันเยวี่ยจึงตั้งเป้าหมายเล็กๆ ในการลดน้ำหนักให้ตัวเอง
หนึ่งในเป้าหมายเล็กๆเ่าั้ก็คือ ห้ามตะกละตะกลามและขี้เซาต้องตื่นนอนก่อนเจ็ดโมงเพื่อไปช่วยคนในบ้านทำอาหารเช้าพร้อมกับถิงถิง
หลังจากรู้ว่าไม่ควรนอนแช่ต่อไปหลันเยวี่ยก็รีบลุกขึ้นมาสวมเสื้อผ้า เตรียมตัวลงจากเตียง
ในขณะเดียวกันนั้นเองที่หลันเยวี่ยได้ยินเสียงผู้หญิงดังลั่นมาจากในลานบ้าน
"ถิงถิงเอ๊ย ทำไมถึงทำกับข้าวเองล่ะ? พี่สาวที่ทั้งี้เีทั้งตะกละของแกยังนอนไม่ตื่นล่ะสิท่า"
จากนั้นก็มีอีกเสียงดังตามขึ้นมา"เฮอะ นังเด็กคนนั้น นอกจากจะกินเก่งแถมยังี้เีแล้วมันจะทำอะไรได้อีก? ครอบครัวสกุลหูของเราเอาเชี่ยนเชี่ยนที่ทั้งขยันขันแข็งทั้งรู้ความคืนให้กับครอบครัวสกุลเฉินไปแล้วแต่ครอบครัวสกุลเฉินกลับคืนไอ้ตัวเสียเงินเปล่าที่ทั้งตะกละ ี้เีแถมยังเอาแต่ใจมาให้บ้านเรา บ้านเรานี่ขาดทุนย่อยยับจริงๆ"
แค่ได้ยินเสียงหลันเยวี่ยก็จำได้ทันทีว่าสองคนที่กำลังใช้ความรุนแรงทางวาจาต่อเธอคือใคร
คนที่พูดก่อนหน้านี้ด้วยเสียงค่อนข้างดังก็คือป้าใหญ่ชื่อว่าหูฉางอวิ๋น ส่วนคนที่พูดตามมาข้างหลังก็คือแม่เฒ่าหู
ถึงแม้ว่าชาติที่แล้วหลันเยวี่ยจะไม่ได้ไปมาหาสู่กับป้าใหญ่มากนักแต่เธอก็ยังจำเสียงของป้าใหญ่ได้อย่างแม่นยำ
เสียงของป้าใหญ่ที่ดังราวกับแตรวงแตกใครได้ยินก็ยากที่จะลืม
สัญชาตญาณบอกหลันเยวี่ยว่าการที่ป้าใหญ่และคุณย่ามาด้วยกันั้แ่เช้าตรู่ขนาดนี้คงยังคิดจะมาเอาตัวน้องสาวคนเล็กไปอยู่ด้วยอย่างแน่นอน
หลันเยวี่ยแต่งตัวให้เสร็จเร็วที่สุดแล้วลงจากเตียงเตรียมออกไปพบกับแขกที่ไม่ได้รับเชิญทั้งสอง
ในตอนนี้แม่เฒ่าหูและป้าใหญ่ได้เข้าไปนั่งอยู่ในห้องโถงแล้ว
พอรู้ว่าแม่และพี่สาวของสามีมาเยือนจ้าวหงเหมยก็รีบร้อนรินชา ทั้งๆ ที่ตัวเองยังต้องอยู่เดือนควรได้รับการดูแลจากคนอื่น
ตอนที่หลันเยวี่ยเดินเข้ามาจากข้างนอกแม่เฒ่าหูและป้าใหญ่ก็กำลังดื่มชาอยู่
ชาวบ้านชนบทดื่มชาแดงใบใหญ่ที่ไม่รู้ว่าผลิตมาจากไหนในท้องถิ่นกันทั้งนั้นราคาไม่กี่เหมา [1] ต่อจิน ซึ่งราคาถูกมากๆ
ลักษณะเด่นของชาชนิดนี้ก็คือใบใหญ่ ก้านชาค่อนข้างหนาและยาว
น้ำชาที่ชงออกมาเป็สีแดงแต่เพราะว่าใส่ใบชามากเกินไป ชาที่ชงออกมาก็เลยมีสีแดงปนดำ
ปกติแล้วสองสามีภรรยาจ้าวหงเหมยชอบดื่มชาแก่ถึงแม้ว่าจะเป็การรินชาให้แขกจ้าวหงเหมยก็ยังใส่ใบชาลงไปในกามากเกินไปโดยไม่รู้ตัว
ป้าใหญ่ยังติอีกว่าจ้าวหงเหมยใส่ใบชามากเกินไปดื่มแล้วขมไปหน่อย
ความจริงแล้วทุกครั้งที่ป้าใหญ่มาก็ดื่มชาที่มีความเข้มข้นแบบนี้แต่กลับเพิ่งจะมาจับผิดเป็ครั้งแรก
พอได้ยินพี่สาวของสามีติว่าชารสชาติไม่ถูกใจจ้าวหงเหมยก็รีบขอโทษขอโพย "เมื่อกี้ฉันเผลอใส่ใบชามากไปหน่อยถ้าพี่สาวดื่มแล้วไม่ชอบ ฉันจะเปลี่ยนกาใหม่ให้ก็แล้วกันนะ"
แม่เฒ่าหูปรายสายตามองจ้าวหงเหมยแล้วพูดอย่างไม่สบอารมณ์ "เปลี่ยนกาใหม่แล้วกาเดิมนี่จะไม่เสียเปล่ารึไง? แม่คนผลาญเงินไม่รู้จักประหยัด!"
จะเปลี่ยนก็ไม่ได้ไม่เปลี่ยนก็ไม่ได้ จ้าวหงเหมยก็ทำได้แต่ลูบมืออย่างสับสน
ในเวลานี้เองที่หลันเยวี่ยเดินเข้ามาจากข้างนอก
หลันเยวี่ยที่ยืนอยู่หน้าประตูเห็นหมดแล้วว่าป้าใหญ่และคุณย่ากลั่นแกล้งแม่ยังไง
หลันเยวี่ยรู้ว่าพวกเธอจงใจมาหาเื่
ถึงแม้ในใจจะคุกรุ่นแต่ตอนที่หลันเยวี่ยปรากฏตัวต่อหน้าคุณย่าและป้าใหญ่ เธอก็ยังยิ้มแย้มแจ่มใส"คุณย่า ป้าใหญ่ กินข้าวกันั้แ่เช้าเลยนะคะเนี่ยกินข้าวกันเร็วจริงๆ เลย!"
หลันเยวี่ยรู้ว่าทั้งสองคนยังไม่ได้กินข้าวเธอจึงพูดแบบนั้นเพื่อให้ทั้งสองคนไม่มีข้ออ้างในการขอข้าว
แม่เฒ่าหูที่เพิ่งเผชิญหน้ากับหลันเยวี่ยไปเมื่อวานในตอนนี้มองเธอด้วยสายตาที่ยังเต็มไปด้วยความอาฆาต "แดดส่องก้นแล้วยังไม่ตื่นนอนอีกรึ ยังี้เีได้อีกนะแก!"
"คุณย่าคะ คุณย่ารู้ได้ยังไงว่าหนูเพิ่งตื่นนอน? หรือเป็เพราะตอนที่คุณย่ามาหนูไม่ได้ยืนอยู่ในลานบ้านคุณย่าก็เลยคิดว่าหนูยังไม่ได้ตื่นนอนกันคะ?" ถึงแม้ว่าจะกำลังต่อปากต่อคำกับแม่เฒ่าแต่หลันเยวี่ยก็ยังคงยิ้มแย้มและใจเย็น
ความไม่ยอมอ่อนข้อของหลันเยวี่ยทำให้แม่เฒ่าหูโกรธจนตาแทบถลน"จ้าวหงเหมย แกก็จะยืนดูนังเด็กผีคนนี้มาทำให้ฉันโมโหหรือไง?"
"แม่คะ แม่ก็รู้ว่าเยวี่ยเยวี่ยเพิ่งกลับมาถึงแม้ว่าเธอจะเป็ลูกสาวของพวกเรา แต่พวกเราก็ยังไม่สนิทกันเท่าไหร่ฉันกับพ่อของเธอก็ไม่กล้าที่จะอบรมสั่งสอนเธอค่ะได้โปรดเห็นแก่ว่าเยวี่ยเยวี่ยยังเป็เด็ก อย่าถือสาเธอเลยนะคะ" ถึงแม้จ้าวหงเหมยจะมีนิสัยขี้ขลาด แต่ก็เป็คนที่ฉลาด
คำพูดเมื่อกี้ของเธอทำให้แม่เฒ่าหูรู้สึกเหมือนชกไปบนปุยฝ้าย
หลันเยวี่ยเพิ่งจะค้นพบว่าแม่ของตัวเองก็ไม่ได้โง่นี่นาแค่รู้จักใช้สมองก็จะไม่ถูกคุณย่าและคนอื่นๆ รังแกแล้วแต่ทำไมชาติที่แล้วเธอกับพ่อถึงถูกคนในสกุลหูรังแกได้ถึงขนาดนั้นกันนะ?
ป้าใหญ่วางถ้วยชาในมือลงบนโต๊ะอย่างแรงแล้วหยิบคำพูดที่จ้าวหงเหมยพูดทิ้งไว้เมื่อกี้ขึ้นมาพูดต่อด้วยสีหน้าไม่พอใจ"น้องสะใภ้ ฉันก็รู้ว่าเยวี่ยเยวี่ยเพิ่งกลับมาแต่เธอก็เป็ลูกสาวของแกกับน้องชายคนโตของฉันนะการที่พ่อแม่สั่งสอนลูกของตัวเองมันเป็เื่ที่ถูกต้องแล้วไม่ใช่เหรอ?"
"ป้าใหญ่คะป้าบอกว่าการที่พ่อแม่สั่งสอนลูกของตัวเองมันเป็เื่ที่ถูกต้องแล้วใช่ไหมคะ?ถ้างั้นตอนที่ลูกพี่ลูกน้องคนโตของหนูแอบดูผู้หญิงอาบน้ำในแม่น้ำแล้วยังขโมยเสื้อผ้าของคนอื่นไปด้วย ป้าใหญ่ได้อบรมสั่งสอนเขารึเปล่าคะ?"คนที่พูดบ้างก็คือถิงถิง
ในตอนนี้ถิงถิงกำลังถือตะหลิวสำหรับผัดกับข้าวยืนอยู่ที่หน้าประตู
ถิงถิงได้ยินบทสนทนาของคนในห้องโถงเมื่อกี้ทั้งหมดแล้ว
พอได้ยินว่าป้าใหญ่กำลังยุยงให้แม่ตีพี่สาวถิงถิงก็ไม่พอใจขึ้นมาทันที
ั้แ่เมื่อวานที่ได้ไปซักผ้าจับปลาที่แม่น้ำด้วยกันกับหลันเยวี่ยแล้วยังร่วมมือกันจัดการกับสะใภ้รองที่มาหาเื่มิตรภาพของถิงถิงและหลันเยวี่ยก็ถูกสร้างขึ้นมาอย่างแน่นแฟ้นแล้ว
ถิงถิงเป็คนที่ปกป้องพวกพ้องอย่ามองว่าเธอเป็คนซื่อๆ ดูเหมือนจะถูกรังแกได้ง่ายๆที่จริงแล้วเธอแค่ไม่ค่อยแสดงอารมณ์โกรธออกมาเท่านั้นเอง
เชิงอรรถ
[1]เหมา (毛钱) ค่าเงินของจีน10 เหมา เท่ากับ 1 หยวน