บทที่ 20
ูเาไป๋หลง
สายูเาทอดยาวไปบริเวณด้านหน้าูเามากมายตั้งเรียงต่อกันเป็แนวยาวตั้งตระหง่านสุดสายตา
ภายในสถานที่แห่งนี้คือูเาไป๋หลงตั้งอยู่ห่างจากบริเวณชายแดนของดินแดนอาณาจักรฉีไม่มากนัก
ภายในสถานที่แห่งนี้มันถือได้ว่าเป็สถานที่ที่มีผู้คนมากมายเดินทางผ่านไปผ่านมาเพราะเป็ทางเชื่อมโยงต่อกันระหว่างชายแดนของดินแดนฉีกลับเส้นทางที่จะมุ่งตรงเข้าไปบริเวณใจกลางดินแดน
ูเานับ 10 ลูกที่เรียงต่อกันแล้วก็ทอดยาวเป็เหมือนกับทะเลอันกว้างใหญ่ภายในสถานที่แห่งนี้มันเป็ศูนย์รวมของสัตว์อสูรมากมายที่รวมตัวกันอยู่ภายในูเาไป๋หลง
จางิได้ใช้เวลาในการเดินทางไปที่สถานที่แห่งนี้ประมาณสามวันเขาได้ทำการปฏิเสธคำชักชวนในการเดินทางไปเมืองหลวงของท่านรองแม่ทัพอู๋แล้วก็ตั้งใจจะเดินทางมาที่สถานที่แห่งนี้
อันที่จริงแล้วทางเลือกในการเดินทางไปที่เมืองหลวงได้ทันทีแล้วเริ่มเข้ารับราชการถือว่าเป็ตัวเลือกที่ดีเยี่ยมเพราะเขาจะได้ทำให้ตนเองนั้นก้าวหน้าในงานราชการได้อย่างรวดเร็ว
เพียงแต่ว่าถ้าเป็เช่นนั้นเค้าเองก็จะพลาดโอกาสสำคัญในการเดินทางมาทีู่เาไป็หลง
ที่แห่งนี้ถือว่าเป็สถานที่ที่เขานั้นตั้งใจจะเดินทางมาั้แ่แรกแล้วั้แ่รู้ว่าตนเองนั้นมีพลังนี้อยู่ภายในบ้างกายนี่ถือว่าเป็สถานที่แรกที่เขาคิดเอาไว้เลยว่าจะมา
ั้แ่ก้าวข้ามชายแดนของอาณาจักรชิงมาถึงอาณาจักรฉีแห่งนี้เขาเองก็ตั้งมั่นว่าจะเดินทางมาที่สถานที่แห่งนี้อยู่แล้ว
ในยามนี้เลือกที่จะเดินทางมาที่สถานที่แห่งนี้ก่อนก่อนที่จะไปโลดแล่นภายในเมืองหลวงโดยภายในสถานที่อย่างนีู้เาทอดยาวเบื้องหน้าจางิที่นั่งอยู่บนหลังม้าใช้ดวงตาช่องล่างไป
การออกเดินทางมาที่สถานที่แห่งนี้รองแม่ทัพไม่ให้จดหมายแนะนำมาหนึ่งฉบับเผื่อว่าเดินทางไปที่เมืองหลวงก็จะให้นำเอาจดหมายนี้ไปยื่นที่จวนตระกูลอู๋
แน่นอนว่าเก็บจดหมายนั้นเอาไว้เป็อย่างดียามที่นั่งอยู่บนหลังม้าดวงตาทอดมองยาวไปทีู่เาเบื้องหน้า
ตอนนี้ดวงตามองตรงไปเขามองเห็นว่าภายในูเามากมายที่เรียงต่อกันนับ10 ลูกภายในสถานที่แห่งนี้ถือว่าเป็อาณาเขตของูเาไป๋หลงทั้งหมด
โดยในบรรดาูเามากมายนับ10 ลูกเขาเองก็มองเห็นูเาลูกหนึ่งที่ตั้งอยู่บริเวณใจกลางโดยบริเวณ้ายอดูเามันมีเหมือนกับอารามขนาดใหญ่ตั้งอยู่
“ ที่ศึกษามาภายในหนังสือประวัติศาสตร์อันยาวนานของห้าอาณาจักรสถานที่แห่งนั้นน่าจะเป็สำนักไป๋หลง สำนักอันดับหนึ่งของดินแดนแห่งนี้ ”
ก่อนที่จะมาถึงสถานที่แห่งนี้ก็ทำการศึกษามามิใช่น้อยเกี่ยวกับข้อมูลตอนอยู่ภายในวังหลวงแม้ว่าจะไม่สามารถออกไปโลดแล่นบริเวณด้านนอกได้แต่ก็มีหนังสือมากมายที่เป็ประวัติศาสตร์กันยาวนานอยู่
เขาก็ศึกษาพวกหนังสือเ่าั้มาโดยตลอดทำให้รู้ถึงสถานที่สำคัญหลายหลายอย่างภายในห้าอาณาจักร
แล้วนี่เองก็เป็หนึ่งในความรู้ที่ได้มาจากการอ่านตำราเรานั้นร่างนี้ถูกนำพามาที่ดินแดนอันไกลโขนเช่นนี้
เขาเองก็ได้ยินมาว่าูเาไปหลงถือว่าเป็สถานที่ที่มีสัตว์อสูรอยู่เป็จำนวนมาก
ภายในสถานที่แห่งนี้ลักษมีแล้วก็ขอบเขตของูเาแห่งนี้เป็ูเาหลาย10 ลูกเรียงต่อกันรัศมีบริเวณรอบรอบที่เป็อาณาเขตของพวกเขาน่าจะมีขว้างขวางหลาย100 ลี้
ภายในสถานที่แห่งนี้การศึกษาในตำรามาทำให้รู้ว่าภายในูเาแห่งนี้มีสัตว์อสูรอยู่มากมาย
โดยสัตว์อสูรที่พบเจอได้มีั้แ่สัตว์อสูรระดับหนึ่งดาวจนถึงระดับห้าดาวที่สามารถพบเจอได้ทั่วไป
แต่ว่าก็มีสัตว์อสูรที่มีระดับสูงกว่านั้นอยู่ภายในสถานที่แห่งนี้ด้วยแต่จะพบเจอได้ยากเก่งมากกว่า
โดยภายในสถานที่แห่งนี้ที่มีสัตว์อสูรมากมายผู้คนมักจะหลีกเลี่ยงการเข้าใกล้เป็เพราะว่าตนเองนั้นเกรงกลัวอันตรายอย่างไรสัตว์อสูรก็ถือว่าเป็สิ่งมีชีวิตที่น่ากลัว
แต่มันเองก็มีสถานที่หนึ่งที่ตั้งอยู่ภายในสถานที่แห่งนี้โดยที่ไม่หวัดกลัวอันตรายอันใดก็คือสำนักไป๋หลงที่ในตอนนี้มันกำลังตั้งต่างหากอยู่บริเวณด้านหน้า
แม้ว่าอยู่ไกลๆแต่ว่าทอดสายตามองยาวไปบริเวณด้านหน้าก็พบเห็นได้อย่างชัดเจนบริเวณูเาที่มีอารามขนาดใหญ่ตั้งอยู่
ตามคำบอกเล่าของคนไทยธีระภพสำนักแห่งนั้นถูกสร้างมานานหลาย100 ปีมีผู้ฝึกฝนวรยุทธที่มีความเก่งกาจมากมาย
โดยเทียบได้ว่าเป็สำนักที่เก่งกาจที่สุดภายในอาณาจักรฉีแห่งนี้การเดินทางมาที่สถานที่แห่งนี้ของเขาไม่ได้สนใจกับมันเลยแม้แต่น้อย
การเดินทางมาที่สถานที่แห่งนี้เขาสนใจพวกสัตว์อสูรที่อยู่ภายอาณาเขตของูเาแห่งนี้ต่างหากตาทั้งสองข้างจ้องมองบริเวณด้านหน้าอยู่สักพักก่อนที่จะตัดสินใจะโลงหลังม้า
“ เดินออกไปอีกเพียงก้าวเดียวก็เข้าสู่ภายในอาณาเขตของูเาแล้วในตอนนี้อย่างไรเสียร่างกายร่างกายธรรมดาถ้าเดินเข้าไปบริเวณด้านในอาณาเขตของสัตว์อสูรจะเอาตัวรอดอยากกิน” จางิคิดถึงความปลอดภัยของตนเองก่อนเป็อันดับแรก
เพราะอย่างไรเสียร่างกายนี้ก็เป็ร่างกายธรรมดาไม่ใช่ร่างกายของผู้ฝึกฝนวรยุทธการจะเอาชีวิตรอดภายในป่าแห่งนั้นสามารถทำได้อย่างยากเย็น
ไม่สิควรจะเรียกว่าถ้าจะทำการเอาชีวิตรอดภายในป่าแห่งนี้เป็เื่ที่ไม่สามารถทำได้เลยด้วยซ้ำสำหรับผู้ที่ไม่เป็วรยุทธ
ผู้ที่ไม่มีวรยุทธจะสามารถเอาชนะพวกสัตว์อสูรที่มีความเก่งกาจอยู่ในระดับสูงได้อย่างไร
เพราะแบบนั้นเขาฉลาดพอที่จะไม่ก้าวเข้าไปภายในบริเวณนั้นเว้นวรรคจางิหยุดเท้าของตนเองเอาไว้บริเวณด้านหน้าก่อนที่จะเริ่มตั้งที่พักแรมบริเวณนี้
เขาทำการตั้งค่ายพักแรมบริเวณนี้แต่สิ่งที่ทำหลังจากนั้นหลังจากที่ก่อกองไฟแล้วก็ตังค์ที่พักแรมเรียบร้อยแล้ว
เขาได้ทำการเรียกสัตว์อสูรออกมา จางิใช้สัตว์อสูรทั้งสองต้นของตนเองไม่ว่าจะเป็หมาป่าโลหิตหรือเป็แมลงล่องหนให้ออกไปสำรวจพื้นที่ภายในูเาไป๋หลง
ถือว่าเป็ทางเลือกที่ดีที่สุดเขาได้ใช้สัตว์อสูรที่เดินออกไปเพื่อที่จะสำรวจภายในูเาแห่งนี้ก่อนเป็อันดับแรก
แมลงล่องหนสามารถสอดแนมภายในสถานที่แห่งนี้ได้อยู่แล้วส่วนเ้าหมาป่าโลหิตตามความคิดของเขาตอนนี้ความสามารถของมันน่าจะอยู่ในระดับพวกสัตว์อสูรระดับสองดาว
อย่างไรเสียพื้นที่บริเวณส่วนแรกของูเาแห่งนี้ก็น่าจะมีพวกสัตว์อสูรเพียงแค่หนึ่งดาวหรือสองดาวเท่านั้นไม่น่าจะมีสัตว์อสูรที่มีความสามารถเหนือกว่านั้น
จางินั่งอยู่บริเวณด้านหน้ากองเพลิงด้วยท่าทางนั่งสมาธิยามนี้กำลังอยู่ในท่าทางนั่งสมาธิดวงตาทั้งสองข้างพับปิดลง
แม้ว่าดวงตาทั้งสองข้างจะเข้าปิดล้อมแต่ว่าภายในดวงตาคู่นั้นกลับสามารถมองเห็นโดยใช้มุมมองของสัตว์อสูรทั้งสองสำรวจภายในป่าแห่งนั้นได้อย่างง่ายดาย
คือเป็ความสามารถของการเชื่อมโยงเขาสามารถใช้ภาพการมองเห็นจากสัตว์อสูรทั้งสองเข้ามาภายในหูของเขาได้แม้ว่าเขาจะไม่ได้อยู่ตรงนั้นแต่ก็สามารถสำรวจได้ไปพร้อมกับพวกมัน
ในการสำรวจพื้นที่บริเวณรอบๆมันทำให้เขานั้นได้ล่วงรู้พื้นที่บริเวณนี้ภายในป่าของูเาแห่งนี้เต็มไปด้วยสัตว์อสูรอย่างที่ผู้คนร่ำรือ
เขาพบเจออสูรมากมายจางิได้พบเจอพวกสัตว์อสูรที่มีพวกรูปลักษณะแปลกประหลาดอีกมากมาย
สามารถในตอนนี้สามารถทำพันธสัญญากับสัตว์อสูรได้เพิ่มอีกเพียงแต่ว่าเขาสามารถใช้งานได้ทีละสองตัวเท่านั้น
ถึงกระนั้นการทำพันธสัญญากับสัตว์อสูรเอาไว้ก็ถือว่าเป็เื่ที่ดีแต่ว่าไม่พบเจอสัตว์อสูรที่ส่งเองคิดว่ามีประโยชน์พอเลย
สัตว์อสูรภายในป่าหลังจากลองสำรวจมาประมาณสามถึงสี่ช่วยยามก็พบเจอว่ามีพวกสัตว์อสูรจำพวกกระทิงดำหรือไม่ก็อสรพิษเกล็ดแดงที่เขาเคยพบเจอก่อนหน้านี้
แต่หลังจากที่สำรวจภายในป่ามาสักพักพร้อมกับให้หมาป่าโลหิตสังหารพวกสัตว์อสูรที่ตนเองสามารถสังหารได้ไปด้วย
เขาก็ได้พบเจอบางอย่างในมุมมองของแมลงล่องหน
ภายในมุมมองของแมลงล่องหนยามนี้มันกำลังบินสูงอยู่บนต้นไม้มองเห็นบางอย่างอยู่บริเวณด้านหน้า
ดวงตาทั้งสองข้างที่กำลังพับปิดอยู่เปลือกตาเริ่มขยับหลังจากที่สังเกตุเห็นบางอย่างเค้ามองเห็นบางอย่างจริงๆสิ่งที่มันปรากฏอยู่บริเวณด้านหน้าในตอนนี้ “ นี่มัน… ”
นี่ปรากฏเห็นอยู่บริเวณด้านหน้าในยามนี้มันคือกลางของสัตว์อสูรต้นหนึ่งที่มีรูปลักษณะเป็สุนัขจิ้งจอก
เพียงแต่ว่ามันไม่ใช่สุนัขจิ้งจอกธรรมดามันเป็สุนัขจิ้งจอกที่มีสามหางมีขนที่ส่อแววทอประกายเลยหยิบระยับไฟมาดุจดวงดารายามกลางวัน
มันยืนด้วยท่าทางสง่างามอยู่บนโขดหินกำลังแผ่ซ่านอ่อราลมปราณอันแข็งแกร่งออกมายืนอยู่ด้วยท่าทางที่ดูหยิ่งทะนงเล็กน้อยใช้ดวงตามองตรงไปยังบริเวณ้าท้องนภาที่กว้างใหญ่
หลังจากที่ได้มองเห็นเช่นนั้นก็รู้ได้ในทันทีว่ามันคืออะไร
ภายในใจนั้นข่าวกับตัวเองอย่างรวดเร็ว “ นั่นมันจิ้งจอกมายาสามหางสัตว์อสูรระดับสี่ดาวเพียงเท่านั้นยังเป็สัตว์อสูรประเภทหายากอีกด้วย ”
เขารู้สึกตื่นตระหนกที่ได้พบเจอมันภายในสถานที่แห่งนี้ไม่คิดว่าภายในสถานที่แห่งนี้มันจะมีสัตว์อสูรประเภทนี้อยู่ด้วย
เราบ่งบอกถึงความแข็งแกร่งและความหายากแต่ว่าภายในระดับดาวนั้นเองก็จะมีแบ่งแยกเป็ระดับธรรมดาทั่วไปแล้วก็ระดับที่หายากเป็อย่างมากอีก
อย่างเช่นแมลงล่องหนถือว่าเป็สัตว์อสูรระดับที่หายากสิ่งที่อยู่บริเวณด้านหน้าก็เช่นเดียวกันถ้าเทียบกับสัตว์อสูรระดับสี่ดาวด้วยกันแล้วจิ้งจอกมายาสามหางถือว่าเป็สัตว์อสูรที่หายาก ”
ภายในใจจึงรู้สึกตื่นเต้นเมื่อได้พบเจอมันที่อยู่บริเวณด้านหน้าเลยตอนนี้
[ชื่ออสูรจิ้งจอกมายาสามหาง LV.35]
[ระดับ 4ดาว หายาก ]
[พลังชีวิต650/650 ปราณ 300/300]
[ความสามารถ- ไม่สามารถมองเห็น ]
จบบท