ตอนที่ 13 กัดไม่ปล่อย (2)
ผู้เฒ่าเถียนถูกเถียนไฉ่เวยทำเอางุนงงนัก ไม่ใช่ว่าเด็กชั้นต่ำเชื่อคำกล่าวเมื่อครู่ของตนหรอกหรือ ทั้งยังเรียกร้องให้ตนเขียนอักษรอีก ทำไมถึงยังอยากได้ค่ารักษาหนึ่งตำลึงนั่นอยู่ล่ะ
“เ้ายังอยากได้หรือ” ผู้ใหญ่บ้านไม่รู้เลยว่าเถียนไฉ่เวยจะมาไม้ไหนอีก
“อยากได้อยู่แล้วเ้าค่ะ ข้อแรก เพราะเป็บทสรุปที่ผู้ใหญ่บ้านตัดสิน หากพวกข้าสามแม่ลูกไม่เอา คงเท่ากับทำลายความหวังดีของผู้ใหญ่บ้าน แม้ข้าจะโง่ แต่ก็ยังััได้ถึงความคิดของท่านที่จะปกป้องพวกข้าสามแม่ลูก
“ข้อสอง เื่ที่ท่านปู่สั่งให้พวกท่านย่าทุบตีเราสามแม่ลูกก็เป็เื่จริง ชาวบ้านส่วนใหญ่ล้วนมองเห็น ดังนั้นเงินหนึ่งตำลึงนี้ท่านปู่ท่านย่าก็ควรชดเชยให้พวกข้าสามแม่ลูก ทำไมข้าจะไม่เอาล่ะ หากข้าไม่เอา ก็เท่ากับยั่วยุให้ท่านปู่กับท่านย่ายิ่งข่มเหงพวกข้าสามแม่ลูก แบบนี้ภายหลังพวกเขาคงเอาคืนพวกเราทบต้นทบดอกเป็แน่”
ไฉ่เวยวาจาเฉียบแหลม พูดจาฉะฉาน ทั้งยังตรงประเด็น แสดงให้พวกชาวบ้านและผู้ใหญ่บ้านรู้ว่านางหาใช่พวกไม่รู้ดีชอบ ยังสำนึกขอบคุณที่ผู้ใหญ่บ้านและพวกชาวบ้านมีใจคิดปกป้องพวกนางสามแม่ลูก
พวกชาวบ้านได้ยินคำกล่าวของเถียนไฉ่เวย ความหงุดหงิดในใจพลันจางหายไปบ้าง หากเถียนไฉ่เวยไม่คิดจะเอาแม้แต่เงินหนึ่งตำลึงนี้ พวกชาวบ้านก็คงคิดว่าตนเหนื่อยเปล่าเหมือนสุนัขจับหนูยุ่งเื่ชาวบ้านเสียแล้ว
“เช่นนั้นก็ดี” สีหน้าอึมครึมราวกับเมฆครึ้มของผู้ใหญ่บ้านลอยหายไป แสงแดดสาดส่องกลายเป็แจ่มใสเบิกบานขึ้นมา “เช่นนั้นข้าก็จะให้ความเป็ธรรม” เขาหันไปเอ่ยกับผู้เฒ่าเถียน “เ้าเอาเงินหนึ่งตำลึงสำหรับชดเชยให้หลินซื่อแม่ลูกมามอบให้พวกนางต่อหน้าข้า”
ผู้เฒ่าเถียนมองผู้ใหญ่บ้านปากอ้าตาค้างพักหนึ่ง จากนั้นส่งสายตาไปทางเถียนไฉ่เวย “เ้าเชื่อคำพูดที่ข้ากล่าวเมื่อครู่แล้วไม่ใช่หรือ ทำไมยังคิดเอาเงินหนึ่งตำลึงอีก”
เถียนไฉ่เวยเอ่ยเสียงเรียบเรื่อย “ท่านพ่อใช้เบี้ยหวัดตัวเองกับเงินในบ้านช่วยเหลือราชสำนัก นั่นก็เป็ความดีงามของท่านพ่อ แต่เื่ราวต้องแยกแยะ ตอนนี้ที่ผู้ใหญ่บ้านกำลังคลี่คลายเป็เื่ที่พวกท่านทุบตีพวกข้าสามแม่ลูก ท่านปู่เข้าใจเื่ราวรู้หลักการที่สุด เหตุใดถึงเอาสองเื่นี้มาปะปนกันเล่า”
ผู้เฒ่าเถียนปากอ้าตาค้าง คิดไม่ถึงว่าอ้อมค้อมยกใหญ่มารอบหนึ่ง เด็กชั้นต่ำเถียนไฉ่เวยนางนี้ยัง้าเงินหนึ่งตำลึงอยู่
เขาเริ่มหงุดหงิดร้อนใจขึ้นมาบ้างแล้ว “ไม่ใช่บอกเ้าแล้วหรือว่าบิดาเ้าต้องจ่ายเงินชดเชยให้งานราชการ ชดเชยจนในบ้านว่างเปล่า ในบ้านไม่มีเงินแล้ว! เ้ายังคิดจะขออะไรอีก!”
เถียนไฉ่เวยมองผู้เฒ่าเถียนอย่างไม่รีบไม่ร้อน แล้วเอ่ยถาม “หากว่าคนคนหนึ่งฆ่าคนแล้ว ใช่ว่าควรต้องชดใช้ด้วยชีวิตหรือไม่”
“...ใช่...” คำถามง่ายๆ ข้อนี้ผู้เฒ่าเถียนตอบอย่างลังเลนัก เขาไม่รู้ว่าเด็กชั้นต่ำเถียนไฉ่เวยจะเล่นลูกไม้อะไรอีก พลางลอบกำหมัดอย่างคร่ำเคร่ง
“อืม ท่านปู่รู้กฎหมายแบบนี้ข้าก็คงพูดต่อได้” เถียนไฉ่เวยเอ่ยต่อ “หากนักโทษฆ่าคนผู้นี้ในบ้านมีแค่เขาที่เป็บุตรชายคนเดียว บิดามารดาเขาพูดกับทางการได้หรือไม่ว่าพวกเขามีบุตรชายแค่คนเดียว ยังต้องรอให้บุตรคนนี้เลี้ยงดูพวกเขาตอนแก่เฒ่าจึงไม่ต้องชดใช้ด้วยชีวิต”
ผู้เฒ่าเถียนอึกอัก ผ่านครู่หนึ่งกว่าจะเอ่ย “ฆ่าคนกับตีคนจะเอามาเทียบกันได้อย่างไร”
“ทำไมจะไม่ได้ ไม่ใช่ว่าตัดสินกันตามกฎหมายหรือ ฆ่าคนก็ต้องชดใช้ด้วยชีวิต ตีคนเจ็บแล้วก็ต้องรักษาคนเขาให้หายดี ท่านปู่พูดประโยคเดียวว่าไม่มีเงินก็ผลักความผิดออกไปได้อย่างหมดจด เช่นนั้นพวกข้าสามแม่ลูกไม่ใช่ว่าถูกตีเปล่าหรอกหรือ” อยู่ๆ เถียนไฉ่เวยก็เปลี่ยนเป็แข็งกร้าวขึ้นมา