บทที่ 5 น่าอิจฉาจริง ๆ
“ผู้กำกับหลี่ ฉันได้ยินมาว่าคุณตั้งข้อสงสัยว่าพลเมืองดีที่ช่วยจัดการคนร้ายในคดีปล้นธนาคารมีเจตนาฆ่าคนงั้นเหรอคะ?” เซี่ยซินถามด้วยน้ำเสียงที่ไม่พอใจ
เมื่อเห็นเซี่ยซินเข้ามาในห้องและพูดประโยคแรกในทำนองที่ปกป้องเฉินเซิง หลี่เจิ้งก็ยิ่งเชื่อในสิ่งที่เพิ่งได้ยินมากขึ้น
หลี่เจิ้งคิดในใจว่า ‘พลเมืองดีอะไรกัน? เ้าหนุ่มหน้าจืดนี่ต้องเป็คนรักของเซี่ยซินแน่ ๆ เขาทำอะไรเธอก็ชมว่าดีไปหมด เซี่ยซินคนนี้เหมือนจะบริสุทธิ์ไร้เดียงสา แต่กลับใช้ผู้ชายคนเดียวกันร่วมกับผู้หญิงคนอื่น ไม่รู้ว่าเธอเป็เมียหลวงหรือกิ๊กกันแน่ โธ่เอ้ย! เ้าหนุ่มหน้าจืดคนนี้ดูแล้วก็ด้อยกว่าตัวเราทุกด้านแต่กลับมีโชคในเื่ผู้หญิง แล้วผู้หญิงสวย ๆ สองคนนี้ก็ยังเต็มใจคบกับเขาอีกเนี่ยนะ?’
เมื่อเขานึกถึงหญิงสาวในวิดีโอจากกล้องวงจรปิด แล้วหันกลับมามองดูรูปร่างอันน่าหลงใหลของเซี่ยซินที่ยืนอยู่ตรงหน้า หลี่เจิ้งก็ยิ่งรู้สึกอิจฉาเฉินเซิงขึ้นมาบ้างแล้ว
“ตอนที่คนร้ายจ่อปืนมาและกำลังจะยิง เฉินเซิงได้ทำร้ายชายชาวญี่ปุ่นจนเขาถูกคนร้ายยิงจนเป็เหตุให้เสียชีวิต ถ้าเราไม่ให้คำอธิบายที่ชัดเจน เกรงว่าสถานทูตญี่ปุ่นจะประท้วงทางการทูตของเรา...”
“ฉันได้ดูกล้องวงจรปิดแล้ว คนร้ายตั้งใจจะยิงโคอิซุมิั้แ่แรกแต่เขากลับคิดจะใช้ผู้หญิงคนนั้นมารับะุแทนเพื่อเอาตัวรอด หากวันนั้นโคอิซุมิไม่ตาย ก็คงเป็ผู้หญิงคนนั้นที่ตายแทน หรือว่าผู้กำกับหลี่อยากให้คนในชาติตัวเองตายงั้นเหรอคะ?” เซี่ยซินพูดต่อด้วยสีหน้าเรียบเฉย
หลี่เจิ้งคิดในใจว่าถ้าคนที่ตายเป็ผู้หญิงคนนั้นจริง ๆ เื่นี้ก็คงจบไปแล้ว แต่เนื่องจากคนตายเป็ชาวญี่ปุ่น มันจึงยากที่จะจัดการ
‘แปลกมาก อันที่จริงแล้วเซี่ยซินกับผู้หญิงคนนั้นน่าจะเป็ศัตรูกันสิ แต่เธอกลับพูดปกป้องเฉินเซิง และยังปกป้องศัตรูหัวใจของตัวเองด้วย ไม่เข้าใจจริง ๆ ว่าผู้หญิงสมัยนี้คิดอะไรอยู่กันแน่’
“ถึงแม้ว่าสิ่งที่หัวหน้าเซี่ยพูดจะมีเหตุผลอยู่บ้าง แต่ครั้งนี้คนที่เสียชีวิตไม่ใช่ประชาชนทั่วไป แต่เป็ชาวญี่ปุ่น หากไม่จัดการอย่างเหมาะสม อาจจะทำให้เกิดปัญหาความขัดแย้งระหว่างประเทศได้…” หลี่เจิ้งยังคงยืนยันความคิดเห็นของเขา
“ผู้กำกับหลี่ การที่คุณปกป้องโคอิซุมิแบบนี้ คุณรู้ไหมว่าการกระทำนี้เรียกว่าอะไร คุณไม่กลัวจะถูกด่าว่าเป็พวกขายชาติงั้นเหรอคะ?”
“ใครว่าผมขายชาติกัน ผมแค่ถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตอนนั้น ไม่ได้มีเจตนาจะตำหนิหรือเอาความกับเขา เอาละ เื่ที่ควรถามก็ถามแล้ว เสี่ยวเซี่ยคุณพาเขากลับไปได้แล้ว”
เมื่อเห็นว่าเซี่ยซินเอาเื่นี้ไปเกี่ยวกับประเด็นชาตินิยมแล้ว หลี่เจิ้ง เกรงว่าถ้าเขายังพูดปกป้องชาวญี่ปุ่นต่อไป อาจถูกด่าว่าเป็พวกขายชาติได้ ดังนั้นเขาจึงรีบเปลี่ยนคำพูดทันที
…...
เมื่อเห็นเฉินเซิงกลับมาหลินเสวี่ยเอ๋อร์ก็รีบโผเข้าไปกอดเฉินเซิงแล้วร้องไห้อย่างหนัก น้ำตาที่ไหลออกมาราวกับไข่มุกทำให้เสื้อเชิ้ตของเขาเปียกชุ่มเป็วงกว้าง
“เสวี่ยเอ๋อร์ ไม่ต้องกังวลนะ ทุกอย่างจบลงแล้ว” เฉินเซิงพูดพลางลูบผมยาวนุ่มสลวยของหลินเสวี่ยเอ๋อร์เบา ๆ
เฉินเซิงกอดหลินเสวี่ยเอ๋อร์ไว้ในอ้อมแขน ทำให้เขาอดคิดถึงความแตกต่างระหว่างคนทั้งสองไม่ได้
เขาเติบโตมาจากครอบครัวที่ยากจนในชนบท ไม่ได้ร่ำรวย แต่ในการสอบทุกระดับชั้น เขาก็สอบได้ที่หนึ่งอยู่ตลอด
ทุกครั้งที่มีการสอบเฉินเซิงก็จะได้คะแนนเกือบเต็มในทุกวิชา จนได้ที่หนึ่งของมหาวิทยาลัย
ส่วนหลินเสวี่ยเอ๋อร์ซึ่งเป็ดาวมหาวิทยาลัยเจียงเฉิง ไม่เพียงแต่มีรูปร่างหน้าตาสะสวย แต่ยังเรียนเก่งมากอีกด้วย
ไม่ว่าเธอจะพยายามแค่ไหน เธอก็ยังคงเป็รองเฉินเซิงอยู่เสมอ ด้วยเหตุนี้ เพื่อน ๆ จึงล้อเลียนเธอว่าเป็ ‘ที่สองตลอดกาล’
ในงานกิจกรรมครั้งหนึ่งของมหาวิทยาลัย ทั้งสองคนได้ร่วมกันเป็พิธีกรในงานสังสรรค์ที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก ทำให้ทั้งคู่เริ่มสนิทสนมกันมากขึ้น
หลังจากนั้นไม่ว่าจะเป็ริมทะเลสาบและตามถนนที่ร่มรื่นในมหาวิทยาลัย คนอื่น ๆ ก็มักจะเห็นภาพของทั้งคู่ที่หวานกันอยู่เสมอ
นักศึกษาชายหลายคนในมหาวิทยาลัยรู้สึกไม่พอใจ เฉินเซิงเป็คนชนบททั้งยังยากจน กลับสามารถคว้าดาวมหาลัยมาครองได้
แรงกดดันที่แท้จริงจึงมาจากพ่อแม่ของหลินเสวี่ยเอ๋อร์เป็ส่วนใหญ่
พ่อของหลินเสวี่ยเอ๋อร์เป็รองผู้ว่าเขตแห่งหนึ่งในเมืองเจียงเฉิง มีตำแหน่งสูง และยังมีโอกาสก้าวหน้าอีกมาก
แม่ของหลินเสวี่ยเอ๋อร์เป็อาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิของโรงเรียนมัธยมเจียงเฉิง เนื่องจากพ่อแม่ของเธอมีสถานะทางสังคมสูง หลินเสวี่ยเอ๋อร์จึงเป็เหมือนเ้าหญิงผู้สูงส่งมาั้แ่เกิด คนแบบเธอควรได้แต่งงานกับหนุ่มหล่อที่มีชาติตระกูลสูงส่งเท่ากัน ไม่ควรมาตกระกำลำบากกับคนอย่างเฉินเซิง
หลายครั้งที่เฉินเซิงคิดจะยุติความสัมพันธ์นี้ แต่หลินเสี่ยวเอ๋อร์กลับมีท่าทีมุ่งมั่นและจริงจังกับความสัมพันธ์นี้มากกว่าเขาเสียอีก
เพื่อที่จะให้คู่ควรกับหลินเสวี่ยเอ๋อร์ และไม่ถูกเยาะเย้ยว่าเป็คางคกกินเนื้อหงส์*[1] เฉินเซิงจึงตัดสินใจพักการเรียนแล้วหันไปทำธุรกิจส่วนตัว
ในตอนแรกหลินเสวี่ยเอ๋อร์พยายามเตือนให้เฉินเซิงให้ความสำคัญกับการเรียนเป็หลัก แต่เมื่อเห็นว่าเขาดูจริงจังมาก เธอจึงตัดสินใจไปถอนเงินที่เก็บมาหลายปีจากธนาคารเพื่อสนับสนุนธุรกิจของเฉินเซิง แต่ก็ต้องเจอกับเหตุการณ์เลวร้ายก่อน
เมื่อเห็นสีหน้าซีดเผือดของหลินเสวี่ยเอ๋อร์ เฉินเซิงก็โอบเอวเธอและปลอบโยนอย่างนุ่มนวล ใบหน้าที่ซีดเซียวของหลินเสวี่ยเอ๋อร์จึงค่อย ๆ กลับมามีเืฝาด ดวงตาคู่สวยของเธอก็กลับมาสดใสอีกครั้ง
…...
วันรุ่งขึ้น เฉินเซิงไม่ได้ไปเรียน แต่ไปธนาคารเพื่อปรึกษาเื่กู้เงิน
พื้นที่ชานเมืองทางตะวันออกที่เขาเช่าอยู่นั้นเป็จุดเริ่มต้นของรถไฟความเร็วสูงที่เชื่อมระหว่างเจียงเฉิงกับเหยียนจิง
ในชาติที่แล้วข่าวการสร้างรถไฟความเร็วสูงนี้ถูกเผยแพร่โดยสถานีโทรทัศน์เจียงเฉิง ไม่นานหลังจากที่หลินเสวี่ยเอ๋อร์เสียชีวิตไป ราคาที่ดินทางเขตตะวันออกของเมืองเจียงเฉิงจึงพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
เฉินเซิงมองเห็นโอกาสทางธุรกิจอันยิ่งใหญ่ที่ซ่อนอยู่
ถ้าสามารถซื้อที่ดินในบริเวณนี้ได้ในราคาถูกก่อนที่ข่าวการสร้างรถไฟความเร็วสูงจะรั่วไหลออกไป แล้วขายต่อในราคาสูงในเวลาที่เหมาะสม ก็จะสามารถทำกำไรมหาศาลได้
แม้ว่าเฉินเซิงจะได้รับเงินหลายแสนจากหลินเสวี่ยเอ๋อร์ เขาก็สามารถซื้อได้เพียงบ้านธรรมดาชั้นเดียว ซึ่งยังห่างไกลจากเป้าหมายในการสะสมที่ดินจำนวนมากของเขาอยู่มาก
เขาอยากมีความภาคภูมิใจในตัวเอง จึงปฏิเสธความช่วยเหลือด้านการเงินจากหลินเสวี่ยเอ๋อร์
หลังจากปรึกษากับทางธนาคารแล้ว เฉินเซิงจึงรู้ว่าสำหรับคนธรรมดาอย่างเขา การกู้เงินจำนวนมากจากธนาคารนั้นยากยิ่งกว่าปีนขึ้น์เสียอีก
ขณะที่กำลังเดินกลับจากธนาคาร เฉินเซิงรู้สึกผิดหวังในใจ แม้ในชาตินี้เขาจะรู้ความลับที่คนอื่นไม่รู้ แต่เขาก็ยังไม่สามารถหาเงินได้จากความรู้นั้น
“สวัสดีค่ะคุณผู้ชาย ยินดีต้อนรับสู่ ‘ศูนย์พักผ่อนของจักรพรรดิ’ ค่ะ” สาวสวยสองคนรูปร่างสูงโปร่งในชุดกี่เพ้าโค้งคำนับเฉินเซิงเล็กน้อย
เมื่อสองสาวก้มลง ทรวงอกขาวนวลก็กระเพื่อมเล็กน้อยอย่างน่าประทับใจ ดวงตาที่สวยคมเปล่งประกาย ขาเรียวยาวที่โผล่พ้นจากชายกระโปรงทั้งสองข้าง รวมถึงรอยยิ้มหวานบนใบหน้าที่งดงาม ทำให้ผู้พบเห็นรู้สึกประทับใจมาก
ทั้งสองสาวมีรูปร่างเพรียวบางสวยงาม ชุดกระโปรงปรับแต่งให้รัดรูปทำให้เห็นทรวดทรงองเอวได้อย่างได้ชัดรวมถึงทรวงอกเอิบอิ่มนั้นก็ดูเต่งตึงเย้ายวนใจได้ไม่น้อย ชุดกี่เพ้าเผยให้เห็นส่วนเว้าบนร่างกายและขาเรียวยาวในระดับที่เหมาะสม
ผู้หญิงสองคนยืนเด่นอย่างสง่าผ่าเผยอยู่ตรงหน้า ต่อให้ไม่อยากดึงดูดความสนใจจากผู้ชายก็คงยาก
เมื่อเห็นสาว ๆ ในชุดกี่เพ้าสองคนโบกมือทักทายเขา เฉินเซิงก็เพิ่งรู้ตัวว่าเขาได้เดินมาถึงหน้าสถานบันเทิงขนาดใหญ่แล้ว
เมื่อมองดูตัวอักษรขนาดใหญ่ ‘ศูนย์รวมความบันเทิงจักรพรรดิ’ เหนือศีรษะ เฉินเซิงจำได้คร่าว ๆ ว่าสถานที่พักผ่อนสุดหรูนี้ไม่เพียงมีบริการพิเศษนานาชนิด แต่ยังเป็บ่อนการพนันลับขนาดใหญ่แห่งหนึ่งในเขตตะวันออกด้วย
ในชาติก่อนหลังจากที่เขาเสียหลินเสวี่ยเอ๋อร์ เขาเคยมาที่นี่โดยบังเอิญ และแพ้พนันจนหมดตัวต้องใช้ชีวิตอด ๆ อยาก ๆ อยู่นาน
เมื่อมองไปที่ศูนย์รวมความบันเทิงจักรพรรดิอันหรูหราตระการตา เฉินเซิงก็นึกขึ้นได้ว่าหากเขาใช้พลังปราณอู๋จี๋ลองเสี่ยงโชคสักครั้ง บางทีเขาอาจได้รับโอกาสที่แตกต่างจากชาติก่อนก็ได้
หากเขาสามารถชนะการพนันแล้วได้เงินมา เขาก็จะสามารถแก้ปัญหาเื่เงินทุนสำหรับการซื้ออสังหาริมทรัพย์ได้อย่างง่ายดายไม่ใช่เหรอ?
[1] คางคกกินเนื้อหงส์ หมายถึง คนที่มีฐานะต่ำกว่ามีความทะเยอทะยานอยากได้สิ่งที่อยู่เหนือฐานะของตัวเอง หรือหมายถึงผู้ชายที่หน้าตาธรรมดาอยากได้ผู้หญิงที่สวย