ชินนั่งเร่งเคลียร์งานต่างๆ ให้เสร็จเรียบร้อยอยู่ในห้องอย่างอารมณ์ดีเพราะตอนเย็นเขาจพานานะไปดูคอนเสิร์ตของวง Two-Mix วงโปรดของเธอ
“ทากามูระคุงคะท่านประธานให้มาเชิญไปพบที่ห้องค่ะ” โนริโกะ เลขาฯ สาวสวยของชินเดินเข้ามาบอกให้เขาทราบ
“มีเื่อะไรเหรอท่านบอกรึเปล่า” ชินเงยหน้าขึ้นและขมวดคิ้วถาม
“ไม่ทราบเหมือนกันค่ะ ท่านสั่งแต่ว่าเื่ด่วนเท่านั้นค่ะ”
“ขอบคุณมากนะ” ชินครุ่นคิดอย่างสงสัยว่าพ่อ้าพบเขาเื่อะไร
หรือจะเป็เื่ของนานะ? โนริโกะเล่าให้เขาฟังว่าพ่อโกรธมากเมื่อเห็นภาพของเขากับนานะบนหนังสือพิมพ์เมื่อวันก่อนเขาวางมือจากเอกสารพลางก้าวขายาวๆ ตรงไปยังห้องของประธานบริษัททันที
“มีธุระกับผมหรือครับพ่อ”
“มาแล้วเรอะ” ประธานยามาโตะเงยหน้าจากเอกสารที่วางอยู่บนโต๊ะ
“นั่งสิ” เขาบอกชินพร้อมกับปิดแฟ้มเอกสารที่ดูอยู่
“ไม่เป็ไรครับผมคิดว่าพ่อคงมีธุระกับผมไม่นานมากหรอกครับ” ชินปฏิเสธเสียงเรียบๆ
“นี่แกจะไม่ยอมให้ฉันซักเื่เลยใช่มั้ยเ้าชิน” ยามาโตะเริ่มหัวเสีย “เอาล่ะ ฉันไม่อยากจะพูดมาก ฉันขอสั่งให้แกเลิกติดต่อกับผู้หญิงคนนั้นซะเข้าใจมั้ย”
“พ่อไม่มีทางห้ามผมได้หรอกครับ”ชินปฏิเสธด้วยน้ำเสียงเ็า
“แก! แกทำแบบนี้มันทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงวงศ์ตระกูลรู้มั้ย ผู้หญิงดีๆ ที่ฉันหามาให้แกอย่างรุมิจังแกก็ไม่สนใจ ดันไปสนใจผู้หญิงข้างถนนพรรค์นั้นได้ ใฝ่ต่ำจริงๆ!!!!”
“ผมไม่เห็นว่าผู้หญิงอย่างนานะจะไม่ดีตรงไหนในสายตาผม เขายังดีกว่าผู้หญิงที่พ่อหามาให้ด้วยซ้ำ” ชินตอบเสียงเรียบแต่แววตาเริ่มคุกรุ่นด้วยความไม่พอใจ
“เฮอะ! ผู้หญิงอย่างนั้นน่ะ ถ้าแกไม่รวย มันไม่มีทางมาคบกับแกหรอก เ้าชิน”
“ไม่มีทาง!! อย่างนานะน่ะ ต่อให้ผมเหลือแต่ตัว เขาก็ยังรักผมแน่นอน ผมมั่นใจ ไม่เหมือนผู้หญิงของพ่อแต่ละคนหรอกเห็นแก่เงินทั้งนั้น และที่สำคัญ ผมไม่ได้ใช้นามสกุลยามาโตะของพ่อเพราะฉะนั้นเื่เสื่อมเสียวงศ์ตระกูลที่พ่อกังวลน่ะ คงไม่เกิดขึ้นแน่”
“เ้าชิน!!!”
“ถ้าหมดเื่แล้วผมขอตัวกลับไปทำงานก่อนนะครับ” ชินเอ่ยปากขอตัว เพราะรู้ดีว่าถึงพูดไปพ่อของเขาก็คงไม่ฟังอยู่ดี
“เดี๋ยวก่อน!! ฉันมีงานให้แกทำ” ประธานยามาโตะข่มความโกรธลงก่อนจะออกคำสั่งกับลูกชาย
“อะไรเหรอครับ”ชินขมวดคิ้วด้วยความสงสัย
“นิตยสาร Timesเขาติดต่อมา ้าให้ชื่อบริษัทของเราขึ้นปกคราวนี้ ฉัน้าให้แกไปเป็แบบหน้าปกแทนฉันงานแค่นี้ฉันหวังว่าแกคงไม่มีปัญหานะ” เขาพูดดักคอ
“ถ้าเป็เื่งานผมไม่มีปัญหาอยู่แล้วครับ แต่ถ้าเป็เื่ส่วนตัว ผมคงทำให้ไม่ได้” ชินตอบเสียงเรียบ
“ดี!! เขานัดวันเสาร์นี้ ฉันจะให้เขาติดต่อไปทางแกแล้วกัน ไปได้แล้วฉันอยากพักผ่อน” ประธานยามาโตะบอกพร้อมกับโบกมือไล่ลูกชาย
ชินโค้งคำนับพ่อก่อนเดินออกไปแล้วยามาโตะก็หยิบแฟ้มข้อมูลซึ่งมีชื่อ มาคิมูระ นานะอยู่ด้านในขึ้นมาจากโต๊ะทำงานพลางเปิดออกดูอย่างครุ่นคิดอีกครั้ง
ตอนเย็น ชินไปรับนานะเพื่อมาดูคอนเสิร์ตวง Two-Mix
“เป็ยังไงมั่งคอนเสิร์ตวันนี้สนุกมั้ย ยัยตัวเล็ก”
“อื้ม!!” นานะยิ้มกว้างให้กับชินอย่างมีความสุขมากๆ เพราะเธอได้ลายเซ็นของวง Two-Mix บนปกซีดีด้วย
“อารมณ์ดีเชียวนะพอได้ลายเซ็นน่ะ หึๆ”
“ขอบคุณนะ ถ้าไม่ได้นายฉันคงไม่ได้มาดูคอนเสิร์ตดีๆ แบบนี้แน่”
“เื่ขี้ปะติ๋วของคนเป็แฟนกันน่า”ชินขยี้หัวนานะอย่างมันเขี้ยว
“อี๋! ใครเค้าเป็แฟนนายยะ”
“อ๋อ เล่นงี้เหรอพอคอนเสิร์ตจบแล้วพูดงี้นะ นี่แหนะๆ”
“กรี๊ดด! ฮ่าๆๆ ตาบ้า อย่ามาจิ้มเอวฉันนะ จั๊กกะจี๋!”
ทั้งสองแหย่กันเล่นอีกแป๊ปก็พากันไปนั่งทานราเมงที่ร้านรถเข็นตรงมุมถนน ซึ่งเป็ร้านที่ชินชอบมาเป็ประจำ
“เออ…จริงสิ ยัยตัวเล็กวันเสาร์นี้ไปดูฉันถ่ายปกนิตยสาร Times มั้ย” ชินนึกขึ้นได้ขณะกินราเมงอยู่
“เอ๋! นายได้เป็แบบหน้าปกกับเขาด้วยเหรอ” นานะตาโต
“ใช่พ่อบอกให้ไปแทนท่านน่ะ”
“อืม…ก็ได้”
ชินมองสาวน้อยที่กำลังกินราเมงอยู่แต่ยังไม่ยอมกินลูกชิ้นอย่างเ้าเล่ห์แล้วรอยยิ้มของหมาจิ้งจอกก็ผุดขึ้น
“ยัยตัวเล็ก”
“หือ” นานะเงยหน้าขึ้นมองเขาอย่างสงสัย
“เธอไม่กินลูกชิ้นใช่มั้ยฉันขอนะ” ชินไม่พูดเปล่า รีบคีบลูกชิ้นในชามนานะใส่เข้าปากทันที
เ้าของลูกชิ้นได้แต่มองตะลึงที่ลูกชิ้นของโปรดเข้าไปอยู่ในปากของหนุ่มตรงหน้าชินเคี้ยวลูกชิ้นตุ้ยๆ อย่างเอร็ดอร่อยแถมยังยักคิ้วให้เธออีก
“เฮ้ย! ลูกชิ้นของฉัน!!!” นานะร้องเสียงหลง
“ฮะๆ ไม่รู้ไม่ชี้” หมาจิ้งจอกหน้าหล่อหัวเราะออกมา
“โธ่! ลูกชิ้นของฉัน…ฮือๆ” นานะเสียดายลูกชิ้นมากเลยแกล้งทำเสียงร้องไห้
“เอาน่าๆ เดี๋ยวฉันซื้อลูกชิ้นให้เธอกินเยอะๆไปตลอดชีวิตเลยดีมั้ย” ชินเอียงคอถามนานะที่ทำหน้างอ
นานะอดหมั่นไส้กับท่าทางน่ารักของเขาไม่ได้คนหล่อนี่ทำอะไรก็ดูดีไปหมดจริงๆ เลย แล้วเธอก็เอื้อมมือสองข้างไปดึงแก้มเขายืดออกอย่างมันเขี้ยว
“โอยยทำอะไรน่ะยัยตัวเล็ก เดี๋ยวหน้าฉันหดกลับไม่ได้ทำไง!”
“ดี! สัญญาแล้วนะ งั้นฉันขอไว้อาลัยให้กับลูกชิ้นลูกนี้ที่สละชีวิตเพื่อลูกชิ้นลูกต่อๆ ไปในอนาคตของฉัน เอเมน” นานะแกล้งทำท่าไว้อาลัยให้กับลูกชิ้นที่เธอโดนชินแย่งไป
แล้วทั้งคู่ก็หัวเราะกันอย่างสนุกสนานโดยไม่ทันสังเกตเห็นว่านักข่าวคนเดิมกำลังแอบมองความสัมพันธ์ของทั้งคู่อยู่ในมุมมืดมุมหนึ่งของตึก