ยามซวี (19 .00 – 20.59 น.)
บ่าวสาวเข้าห้องหอไปแล้ว แเื่ก็กลับกันไปจนเกือบหมดเหลือไว้เพียงญาติและสหายสนิทของบ่าวสาวเท่านั้นที่ยังคงดื่มกินกันอยู่ที่ลานกว้าง ห้องครัวจึงไม่จำเป็ต้องทำอาหารอีก ยามนี้ทุกคนกำลังช่วยกันล้างทำความสะอาดจานชาม เครื่องครัวและห้องครัวกันอยู่ ส่วนฉันนั้นเหนื่อยและเมื่อยจนไม่สามารถช่วยทำความสะอาดได้ ต้องนั่งแช่เท้าในน้ำอุ่นและให้เปียวหลินช่วยนวดให้ “ทุกคนที่มาร่วมงานต่างชื่นชมว่าอาหารในงานอร่อยมาก คาดว่าด้วยผลงานนี้ของเ้าพรุ่งนี้ท่านโหวคงมีรางวัลให้เ้าอย่างแน่นอน”
“แน่นอน ข้าทุ่มเทขนาดนี้ท่านโหวจะต้องมอบรางวัลให้ข้าแน่ เ้าและข้ารับใช้ทุกคนในจวนวันนี้ก็ต่างทำงานหนัก คาดว่าพรุ่งนี้คงได้รางวัลกันถ้วนหน้า”
“ข้าก็หวังให้เป็เช่นนั้น หากได้รางวัลเป็เบี้ยข้าจะนำไปซื้อปิ่นที่อยากได้”
“ขอให้เ้าสมหวัง”
เรือนหยก (เรือนที่พักของเฉิงโหว)
ภายในห้องหอที่เงียบสงบ คู่บ่าวสาวกำลังนั่งเคียงคู่กันอยู่บนเตียง ต่างฝ่ายต่างไม่เขินอายจนไม่กล้าเอ่ยสิ่งใดออกมา แม้แต่ผ้าคลุมหน้าเ้าสาว ก็ยังไม่ได้ถูกเปิดออก
แต่จะปล่อยให้เป็เช่นนี้ต่อไปไม่ได้ ดังนั้นจื่อลู่จึงเป็ฝ่ายริเริ่มเอ่ยขึ้นมาก่อน “วันนี้ช่างวุ่นวาย”
“เ้าค่ะ วันนี้ช่างวุ่นวายยิ่ง หากแต่....ก็มีความสุขยิ่ง” เสียงหวานเอ่ยเสียงเบา
“เช่นนั้นเรารีบกระทำให้เสร็จๆ แล้วพักผ่อนกันเถอะ”
“ท่านพี่จะให้พวกเรากระทำสิ่งใดหรือ?”
“เอ่อคือ!” เขาถึงกับไปต่อไม่ถูก เพราะคำตอบของนางช่างชวนคิด ไม่สิ คำถามของเขาเองก็ชวนคิดลึกเกินไป
บอกตามตรงว่ายามนี้เขารู้สึกตื่นเต้นอย่างมาก ตื่นเต้นจนทำอะไรไม่ถูก ที่จริงเขาและนางเคยอาศัยอยู่ในห้องเดียวกันตามลำพังหลายสิบครั้ง แน่นอนว่าย่อมเคยร่วมรักกันก็หลายครั้งอยู่ และทุกครั้งจะเป็เขาที่ริเริ่ม หากแต่ครั้งนี้นั้นแตกต่างไปนิดหน่อย เพราะนางได้กลายมาเป็ภรรยาของเขาแล้ว นางได้เป็สมบัติของเขาแล้วจริงๆ ดังนั้นจึงรู้สึกตื่นเต้นและตื่นตระหนกกลัวว่าถ้าหากทำอะไรผิดพลาดไป อาจทำให้นางมีแผลใจ และไม่สามารถใช้ชีวิตอยู่กับเขาไปได้ตลอดชีวิต
ยิ่งคิดเขาก็ยิ่งรู้สึกตื่นเต้น วิตกกังวลและประหม่าจนเหงื่อออกเต็มตัว ทั้งยังเริ่มกลัวจนไม่กล้าขยับตัวหรือพูดอะไรไปมั่วซั่ว
แม่ทัพผู้องอาจ แม่ทัพผู้เ็าแข็งแกร่ง แม่ทัพผู้ได้ชื่อว่าเป็เทพแห่งา แม่ทัพที่เคยฆ่าคนมาแล้วกว่าแสนนาย แม่ทัพผู้นั้นกำลังหวาดกลัวและทำตัวไม่ถูก หากใครมาเห็นเขาสภาพนี้จะต้องหัวเราะเยาะเขาไปจนวันตายแน่ แล้วชื่อเสียงของเขาก็จะต้องเสียหายป่นปี้ไม่เหลือชิ้นดี
เขาหลับตาขมวดคิ้วเม้มปากด้วยท่าทีอึดอัดและทรมานอย่างไม่รู้ตัว มือไม้เริ่มสั่นแปลกๆ เขาควรจะต้องทำเช่นไรดี
เฟยเซียนน้อยนั่งนิ่งรอสามีเปิดผ้าคลุมเ้าสาวด้วยความรู้สึกตื่นเต้นยินดีและเฝ้ารอ หากแต่เมื่อนั่งรออยู่นานสามีก็ยังไม่ลุกขึ้นมาทำอะไรกับผ้าคลุมหรือเอ่ยอะไรออกมาเสียที นางจึงค่อยๆ ชำเลืองมองไปยังสามี
ยามเห็นว่าสามีของนางกำลังนั่งตัวสั่น ใบหน้าแดงก่ำ และกำลังหลับตาคิดหนัก นางก็เข้าใจในทันทีว่ายามนี้สามีของนางคงกำลังตื่นเต้นอย่างมากอยู่
ได้เห็นท่าทีตื่นเต้นจนวิตกกังวลของสามี ก็ทำให้นางเผยยิ้มเอ็นดูและมีความสุขออกมา ทั้งยังแอบรู้สึกขบขันเล็กน้อย
นางยื่นมือไปจับมือที่กำลังสั่นเล็กน้อยของสามีแล้วเอ่ยเสียงหวาน “ท่านพี่จื่อลู่ ข้ารู้สึกกังวลเ้าค่ะ ท่านช่วยทำให้ข้าหายกังวลหน่อยได้หรือไม่”
ได้ยินเสียงหวานเอ่ย ทั้งยามนี้มืออันอบอุ่นของนางอันเป็ที่รักก็กำลังกอบกุมมือเขาเอาไว้ จื่อลู่ค่อยๆ ลืมตาแล้วหันไปมองนาง
“ข้ากังวลเ้าค่ะ หากต่อจากนี้เราได้อยู่ด้วยกันทุกวัน ก็อาจมีสักวันหนึ่งที่ท่านจะได้รับรู้ถึงนิสัยและตัวตนทั้งหมดของข้า เมื่อนั้นท่านจะยังรักข้าและอยู่กับข้าไปจนแก่เฒ่าหรือไม่ ข้ากังวลจริงๆ เมื่อคิดถึง่เวลานั้น” นางเอ่ยเสียงเศร้า
ถึงตรงนี้เองที่เขาตระหนักได้ เขาไม่ได้กังวลแต่เพียงผู้เดียว นางเองก็ตื่นเต้นและกังวลมากเช่นกัน “เฟยเซียน” เขาเอ่ยแล้วใช้มือทั้งสองกอบกุมมือน้อยเอาไว้แน่น ก่อนดวงตาคมเข้มจะจับจ้องดวงตานางผ่านผ้าคลุมเ้าสาวแล้วเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “ความกังวลที่อยู่ในใจของพวกเราเป็สิ่งยืนยันว่ายามนี้พวกเราได้กลายเป็สามีภรรยาที่ถูกต้องแล้ว ความกังวลเหล่านี้จะอยู่กับพวกเราไปจนแก่เฒ่า หากแต่ข้าและเ้าจะก้าวผ่านความกังวลเหล่านี้ไปด้วยกัน”
“ท่านพี่พูดได้คล่องอย่างกับว่าเคยแต่งงานมาก่อน”
“เอ่อคือ....” เขาได้แต่หัวเราะแห้งๆ
่เวลาหลังจากที่ทั้งคู่ได้หายตื่นเต้นแล้ว จื่อลู่ลุกขึ้นไปยืนอยู่หน้าภรรยา มือทั้งสองค่อยๆ เลิกผ้าคลุมสีแดงสดลายนกยูงขึ้นอย่างช้าๆ ยามนั้นเองที่นางเงยหน้าขึ้นมามองเขา รอยยิ้มหวานค่อยๆ ปรากฏอยู่บนใบหน้าทั้งสอง
“เ้างดงามยิ่งนัก...ข้ารักเ้า” เขาเอ่ยก่อน
“ข้าก็รักท่าน รักท่านที่สุด” นางเอ่ยบ้าง ก่อนทั้งคู่จะหัวเราะออกมาเบาๆ ด้วยความเขินอายและยินดี
แม้ภายในใจจะยังมีความรู้สึกตื่นเต้นและกังวลอยู่บ้าง หากแต่เขาและนางก็กล้าที่จะแสดงความรักที่มีต่อกันออกมา จื่อลู่ยื่นมือไปกอบกุมแก้มเนียน ใช้นิ้วโป้งลูบไล้เรียวปากสีชมพูอ่อนอย่างหลงใหล
เขาค่อยๆ ก้มลงไปประทับจูบปากบาง โดยนางไม่ขัดขืนหรือต่อต้าน ทั้งยังยินดีและจูบตอบเขาอย่างกับว่านางเองก็เฝ้ารอเวลาเช่นนี้มานานแสนนาง
จื่อลู่ออกแรงเพียงเล็กน้อยก็สามารถดันกายนางให้ลงไปนอนกับเตียง เขารีบตามลงไปทาบทับบนตัวนาง มือร้อนทั้งสองลูบไล้โอบกอดนางอย่างแแ่
“ข้ารักเ้าเหลือเกินเซียนเอ๋อของข้า” เขาเอ่ยด้วยเสียงกระเส่า แล้วจูบปากงามอีกครั้ง ครั้งนี้เขาได้มอบจูบแห่งความรักที่ร้อนแรงและดุเดือดให้กับนาง มือทั้งสองเร่งปลอดอาภรอย่างชำนาญ
เฟยเซียนเป็เ้าของหอนางโลมอันดับหนึ่ง แม้นางไม่ได้ขายเรือนร่าง หากแต่ถูกมารดาพร่ำสอนเื่บนเตียงมาั้แ่เด็ก ทำให้นางเชี่ยวชำนาญในเื่เหล่านี้อย่างมาก จึงสามารถตอบสนองความ้าทุกประการให้กับจื่อลู่ได้เป็อย่างดี ทำให้การร่วมรักระหว่างพวกนางในทุกครั้งล้วนเต็มไปด้วยความสุขอันเปี่ยมล้น
ก่อนงานแต่งจื่อลู่ได้สั่งให้คนทำเตียงนอนของเขาขึ้นมาใหม่ โดยให้มันทนทานแข็งแรงสามารถรองรับน้ำหนักหรือการร่วมรักที่รุนแรงได้ ทำให้ยามที่พวกนางสอดประสานกัน จึงไม่เกิดเป็เสียงดังน่าอาย หากแต่ห้องนอนของเขานั้นไม่ได้เก็บเสียง ดังนั้นเสียงแห่งรักของทั้งสองจึงดังออกไปด้านนอกเล็กน้อย ทำเอาเหล่าข้ารับใช้ต้องถอยหนีห่างจากเรือนหยกไปหลายสิบก้าว
รุ่งเช้าอันสดใส๊สดใส
อาหารมื้อแรกหลังจากแต่งฮูหยินน้อยเข้าจวน ฉันได้รับคำสั่งมาสองคำสั่ง หนึ่ง ท่านโหวสั่งให้ทำอาหารมงคลชุดใหญ่เพื่อเป็การต้อนรับฮูหยินน้อย คำสั่งที่สอง ไท่ฮูหยินสั่งให้จัดอาหารตามปกติไม่ต้องมากมายยิ่งใหญ่อะไร
สองผู้มีอำนาจในจวนต่างออกคำสั่งที่ขัดแย้งกัน แต่จะให้เมินเฉยคำสั่งหนึ่งแล้วทำตามคำสั่งหนึ่งคงจะไม่ดี ฉันจึงเลือกทำอาหารชุดกลางๆ ไม่เวอร์วัง ไม่น้อยจนน่าเกลียดแล้วก็ถือโอกาสนี้ไปดูหน้าเฟยเซียน นางเอกของเื่ว่าจะหน้าตางดงามปานใด
“ท่านแม่ ข้าตักให้เ้าค่ะ” เสียงหวานเอ่ยพลางตักซุปปลาให้ไท่ฮูหยิน
โอ้แม่เ้า เฟยเซียนสวยมากกกกกกกกก สวยอย่างกับดารา น้ำเสียงก็หวานหยด ผิวพรรณขาวผ่อง มิน่าเฉิงโหวผู้เ็า (หน้าตายด้าน) โเี้ไร้ความเป็สุภาพบุรุษถึงได้หลงรักนางหัวปักหัวปำได้
“ขอบใจ เ้าก็กินเถอะ กินให้มากๆ”
“เ้าค่ะท่านแม่”
เสียงหวานเหลือเกินแม่นางน้อย เกิดมาก็เพิ่งเคยได้ยินเสียงหวานแบบนี้ และดูเหมือนเสียงนี้เป็เสียงจริงๆ ของนางด้วยนะ ไม่ได้เสแสร้งหรือดัดเสียงพูด
“อาหารบนโต๊ะนี้ช่างมีรสเลิศนัก อาหารเมื่อวานก็มีรสเลิศเช่นกัน แม่ครัวของจวนเฉิงโหวช่างมีฝีมือ”
“ขอบคุณฮูหยินน้อยที่ชมเ้าค่ะ” นางเอ่ยขอบคุณอย่างรู้สึกดีใจยิ่ง
“ฝีมือดี แต่คนไม่ดี”
O.o (ใบหน้าของฟางเหนียง)
“คะ?” เฟยเซียนน้อยรีบหันไปถามสามีอย่างงงๆ
ฉันเหลือกตามองบนเบ้ปากจนหน้าบู้บี้ ไอ้บ้าเจียงจื่อลู่ ฉันลดตัวลงมาทำอาหารให้กินก็ถือว่าเป็บุญของนายแค่ไหนแล้ว ยังจะมาปากดีพูดจิกกัดกันอีก เดี๋ยวแม่ใส่ยาพิษเข้าไปในอาหารให้กินซะเลยนี่ ให้ตายๆ ไปเลยยยย!!
“เหนียงเหนียงแม้จะเป็สาวใช้แต่นางก็มีฝีมือการทำอาหารที่เป็เลิศ รูปร่างหน้าตาก็งดงามปานเทพธิดา หากได้นางมาเป็อนุภรรยาท่านโหวว่าดีหรือไม่” ไท่ฮูหยินเอ่ยถามบุตรชาย
เอาแล้วไง ฉันก็รู้อยู่นะว่าไท่ฮูหยินไม่ชอบเฟยเซียนเนื่องด้วยนางเป็เ้าของหอนางโลม แต่ไม่คิดว่าจะดึงฉันเข้าไปเป็เครื่องมือทำร้ายจิตใจเฟยเซียนอย่างนี้
“คงดี หากแต่ไม่ใช่อนุภรรยาของข้า เพราะข้าจะไม่มีอนุให้เฟยเซียนต้องเสียใจ”
พระเอกไปอีกกกก หน้าเขายามนี้ก็ดูอ่อนโยนและลึกซึ้งสุดๆ หึ แต่เื่ความรักเดียวใจเดียวนี่คงเป็ข้อดีข้อเดียวของเขา นอกนั้นน่ะเหรออย่าให้พูดมันจะยาววววววว
“ข้าให้พ่อบ้านฉินนำรางวัลไปมอบให้คนใช้ที่เรือนคนใช้แล้ว เ้าไม่ไปรับรางวัลหรือ?” จื่อลู่เอ่ยโดยไม่เงยหน้าขึ้นมามองฉัน
“อ้อเ้าค่ะ ข้าจะไปเดี๋ยวนี้”
รีบไล่เชียว คงจะกลัวว่าไท่ฮูหยินจะนำฉันไปทำร้ายคนรักของเขาอีกล่ะสิ ฉันก็ไม่อยากอยู่ที่นี่มากหรอกย่ะ!
“แม่นางฟางเหนียงอยู่ที่นี่จริงๆ ด้วย”
เสียงพูดจากหน้าประตูทำให้ฉันต้องหยุดมือที่กำลังสับเนื้อหมูอยู่ “แม่นางน้อยมีอะไรกับข้าหรือ?”
“ข้าคือสาวใช้คนสนิทของฮูหยินน้อยนามหลินหลิน ฮูหยินน้อยให้ข้านำสิ่งนี้มาให้” หลินหลินเอ่ยพร้อมกับยื่นปิ่นปักผมไข่มุกมาให้ฉัน
“ให้ทำไม?”
“ฮูหยินน้อยบอกว่าคนงามก็ต้องคู่กับปิ่นงามๆ นางให้เ้าเพื่อเป็รางวัลที่เมื่อวานเ้าทำอาหารรสเลิศเลี้ยงคนที่มางานสมรสของฮูหยินน้อย และยังบอกอีกว่าอย่าได้เกร็งใจ ฮูหยินน้อยมอบให้เ้าก็แปลว่านางไม่ใช้แล้ว หากเป็ปิ่นที่รักที่ฮูหยินน้อยยังอยากใช้อยู่ ต่อให้เ้าอ้อนวอนขอ นางก็ไม่ให้” พูดด้วยรอยยิ้ม แต่แววตานี่กลับดูข่มขู่และหาเื่มากทีเดียว
“อ้อ เช่นนั้นก็ฝากเ้าไปขอบคุณฮูหยินน้อยแทนข้าด้วย”
“เ้าก็ดูเป็คนฉลาด คงเข้าใจในความหมายของคำพูดที่ฮูหยินน้อยฝากมาและไม่คิดท้าทายฮูหยินน้อย แต่หากไม่เข้าใจ ฮูหยินน้อยคงไม่เอาเ้าไว้”
“ข้าเข้าใจแล้ว ฝากเ้ากลับไปขอบคุณฮูหยินน้อยแทนข้าด้วย” พูดแล้วรับปิ่นมาดู
รอจนหลินหลินเดินจากไปแล้วหลินจู่กับจู่หลินถึงเข้ามาพูดด้วยความสงสัย
“พี่ฟางเหนียงท่านไปทำอะไรให้ฮูหยินน้อยไม่พอใจหรือ นางถึงได้ส่งคนมาเตือนพี่เช่นนี้?” จู่หลินถาม
“ไม่มีอะไรหรอก แค่นางกลัวจะถูกข้าแย่งของรักไปน่ะ”
“ของรัก? อะไรหรือ” คราวนี้เป็หลินจู่ที่เอ่ยถาม
“พวกเ้าทำงานที่ข้าสั่งเสร็จแล้วเหรอ? เอางานเพิ่มมั้ย หรือจะอาสาไปล้างจานดี?” ฉันถามออกไปด้วยใบหน้านิ่งๆ ทำให้หลินจู่กับจู่หลินรีบขอตัวกลับไปทำงานโดยไว
เฟยเซียนคงคิดจะตัดปัญหาั้แ่ต้นลมสินะ ถึงได้ส่งสาวใช้มาพูดกับฉันแบบนี้ หึ สมกับเป็นางเอกของเื่ ทั้งสวยและฉลาดแล้วก็ไม่อยู่นิ่งๆ ให้ใครรังแกได้ง่ายๆ อีก