ในที่สุด ฉากนี้จบลงด้วยเสียง "คัต!" ของพิภพ การถ่ายทำผ่านไปได้อย่างราบรื่น แม้ว่าจะเต็มไปด้วยอารมณ์ตึงเครียด
คิรินที่ยืนสังเกตการณ์อยู่ด้านหลัง รู้สึกถึงความเข้มข้นของการแสดงของเดช
พิภพยิ้มกว้างขณะเดินเข้ามาหาทุกคนพร้อมกับปรบมือให้ “ยอดเยี่ยมมากทุกคน โดยเฉพาะคุณเดช คุณทำได้ดีมาก ชาญในแบบของคุณน่าประทับใจมากเลยทีเดียว” เขาหันไปชมคิรินและทีมงานที่ทำงานร่วมกันอย่างไร้ที่ติ
เดชยิ้มอย่างภูมิใจและโค้งขอบคุณ ก่อนจะหันไปหาคิรินและยิ้มให้ “วันนี้เราเริ่มต้นกันได้ดี หวังว่าเราจะได้สร้างฉากที่น่าประทับใจไปด้วยกันนะคิริน”
คิรินพยักหน้ายิ้มๆ
หลังจากการถ่ายทำฉากของชาญเสร็จสิ้น ฉากต่อไปเป็ฉากการพบกันในห้องประชุมอันเงียบสงบที่สำนักงานอัยการ ซึ่งตัวละครสำคัญอย่างชาญ พิมพ์ และไวท์ ต้องปรึกษากันเื่การตามหาตัวฆาตกร
เสียง "แอ็คชั่น!" ของพิภพดังขึ้นทันที
คิรินที่กลายเป็ไวท์จ้องมองไปที่พิมพ์ในชุดสูทสีอ่อนที่นั่งอยู่ตรงกลางของห้องประชุม ร่างของเธอพิงเก้าอี้ ขณะกำลังพลิกดูเอกสารคดีฆาตกรรมอย่างตั้งใจ ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความเคร่งขรึมและมุ่งมั่น เสียงกระดาษที่เธอพลิกอ่านดังขึ้นในความเงียบของห้อง เป็เสียงเดียวที่สะท้อนอยู่ในอากาศ เธอพยายามจดจ่อกับข้อมูลที่อยู่ตรงหน้า ขณะที่แสงแดดส่องผ่านหน้าต่างกระจกเข้ามาอย่างแ่เบา
ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูดังขึ้นเบาๆ เธอเงยหน้าขึ้นและยิ้มบางๆ เมื่อเห็นไวท์เดินเข้ามา ชายหนุ่มในชุดสูทหรูสีเข้ม บุคลิกของเขาสง่างามและเต็มไปด้วยความมั่นใจ ใบหน้าของเขาดูอ่อนโยน แฝงไปด้วยความสุขุมและรอยยิ้มอันน่าดึงดูดของทายาทผู้บริหารกลุ่มบริษัทระดับประเทศ
พิมพ์เอ่ยทักทายเขา “หวัดดีไวท์ ขอบคุณที่แวะมานะ”
“ไม่เป็ไร เพื่อนกันก็ต้องมาให้กำลังใจกันอยู่แล้ว” ไวท์ตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ท่าทางของเขาดูสุภาพและใส่ใจในบทสนทนาทุกถ้อยคำ
ขณะที่ทั้งสองกำลังสนทนา เสียงประตูเปิดขึ้นอีกครั้ง ผู้กองชาญเดินเข้ามาพร้อมแฟ้มเอกสารในมือ สีหน้าของเขาเคร่งขรึมเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น คิรินหันมองเดชที่กำลังเข้าฉาก และสังเกตเห็นความหนักแน่นในแววตาของเขาที่สะท้อนความมุ่งมั่นในการสืบคดีนี้
“ขอโทษที่มารบกวนครับ” ชาญเอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพ ก่อนจะนั่งลงข้างๆ พิมพ์
พิมพ์พยักหน้าอย่างนุ่มนวล “ยินดีต้อนรับค่ะผู้กองชาญ” เธอให้ความเคารพในท่าทีของเขาและรับรู้ได้ถึงความตั้งใจจริงของเขา
“ผมมีเบาะแสใหม่เกี่ยวกับคดีฆาตกรรมนี้” ชาญเริ่มเปิดแฟ้มเอกสารให้ทั้งคู่ดู ข้อมูลที่อยู่ในแฟ้มเต็มไปด้วยภาพถ่ายของผู้เสียชีวิตและรายละเอียดการฆาตกรรมต่างๆ เขาอธิบายอย่างจริงจัง “ฆาตกรรายนี้มีความสามารถในการปลอมตัวและปะปนกับฝูงชนได้โดยไม่สะดุดตา อีกอย่าง การฆ่าของมันไม่ใช่การฆ่าแบบสุ่ม แต่ดูเหมือนมันเลือกเหยื่ออย่างมีเป้าหมาย”
ขณะที่ชาญอธิบาย พิมพ์ฟังอย่างตั้งใจ เธอรู้สึกถึงความหนักแน่นและความมุ่งมั่นในตัวของเขา เธอดีใจที่ได้ร่วมงานกับชาญในการตามล่าฆาตกรรายนี้ ในขณะเดียวกัน ไวท์เองนั่งฟังอย่างสุขุม ท่าทางของเขาดูผ่อนคลายและสงบนิ่ง
คิรินในบทไวท์ยังคงนั่งอยู่ในห้องประชุม ข้างกายมีพิมพ์และชาญที่กำลังจดจ่ออยู่กับข้อมูลในแฟ้มคดี สายตาเ็าของไวท์แฝงไปด้วยแววลึกลับ มองดูภาพของผู้เสียชีวิตที่วางเรียงรายอยู่บนโต๊ะ เอกสารและข้อมูลที่ชาญบรรจงรวบรวมไว้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นที่ชาญมีต่อคดีนี้ แต่สิ่งที่ไวท์รู้สึกในตอนนี้คือความพึงพอใจลึกๆ ราวกับว่าเขากำลังชื่นชมผลงานของตัวเอง
‘ผมงานของเราช่างงดงามจริงๆ’ เสียงหนึ่งดังขึ้นในหัวของเขา
‘หุบปาก!’
‘หึๆ’
“แล้วผู้กองคิดว่า...คดีนี้จะไปในทิศทางไหนต่อคะ?” พิมพ์เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความวิตกกังวล
ชาญสูดลมหายใจลึกก่อนจะตอบ “ผมมีความรู้สึกว่าฆาตกรรายนี้รู้จักสถานที่และเส้นทางการหลบหนีเป็อย่างดี เขาไม่ได้เป็เพียงคนธรรมดา แต่ดูเหมือนจะรู้วิธีทำให้เราเข้าใจผิด นอกจากนี้ รายละเอียดการตายของเหยื่อแต่ละรายยังมีความเชื่อมโยงบางอย่างที่เรายังมองไม่ออก” ชาญพูดขณะก้มลงมองรูปในแฟ้มคดี
ไวท์เฝ้าดูชาญอย่างเงียบๆ เขาแสดงท่าทีสงบนิ่ง ขณะที่ลึกๆ เขารู้สึกพึงพอใจที่สามารถทำให้ตำรวจมือหนึ่งอย่างชาญต้องหลงทางและไม่สามารถหาคำตอบได้อย่างง่ายดาย เขายิ้มเล็กน้อยแล้วเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
“อืม...ผมคิดว่าการสืบสวนครั้งนี้อาจไม่ง่ายเลยนะครับคุณชาญ ถ้าฆาตกรรายนี้ฉลาดพอที่จะปลอมตัวและหลอกลวงทุกคน บางทีเขาอาจกำลังเฝ้ามองเราอยู่ในเงามืดโดยที่เราไม่รู้ตัว”
คำพูดของไวท์ทำให้พิมพ์รู้สึกเย็นะเืชั่วขณะ เธอหันไปมองเขาด้วยแววตาสงสัยเล็กน้อย ขณะที่ชาญนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้าตอบรับอย่างครุ่นคิด
“คุณไวท์พูดถูก” ชาญกล่าวพลางยิ้มบางๆ แม้จะไม่รู้ว่าภายในใจของไวท์นั้นคิดอะไรอยู่ “บางที...เขาอาจกำลังอยู่ใกล้ตัวเรามากกว่าที่เราคิดเสียอีก”
เสียงในห้องประชุมเงียบงันลง ความเคร่งเครียดปกคลุมบรรยากาศเหมือนกับไอเย็นที่เริ่มซึมซับไปทั่ว ผนวกกับสายตาลึกซึ้งของไวท์ที่แสดงออกถึงความเงียบขรึมและความลึกลับ ทำให้พิมพ์เผลอสะดุ้งเล็กน้อย ขณะที่เธอกำลังจะเอ่ยอะไรสักอย่าง เสียงของพิภพก็ดังขึ้น
“คัต!”