“แม่นางหนิงเอ๋อจะให้เกียรติข้า มารำกระบี่ประลองแบบฉันมิตรได้หรือไม่”
ทุกคนเงียบอีก
เซียวลู่เอินพูดเบาๆ
“จะมากไปแล้ว”
มิคาด หนิงเอ๋อลุกขึ้น ด้วยหน้าที่แดงก่ำ
“เอาสิ ข้าคันไม้คันมือพอดี”
ทุกคนในงานคิดเหมือนกัน
[นางเมาแล้ว]
ลู่เอินกล่าว
“เ้าาเ็ที่มือขวา อย่า.....”
“เฮ้ย~ย...คุณชาย~..ข้าใช้กระบี่ ~ ได้อีกมือ”
พูดจนเดินออกไป
นางยื่นมือออกไปเป็เชิงเรียกหา
“กระบี่~...?”
ฟางเหนียงยิ้มออกมา เรียกบ่าวไพร่หยิบกระบี่สำหรับรำออกมา
มันหนักเท่ากระบี่จริง แต่ไม่มีการเปิดคม
หนิงเอ๋อจับด้วยมือซ้าย ขยับฟันวูบวับ
หันหน้าเอียงลำตัวออกข้างไปทางท่านเป่ย มือเหยียดเฉียง ตั้งกระบี่ขึ้น
“เชิญ!”
ท่านเป่ยมองไปยังคุณหนูจู คุณหนูจูพยักหน้ายิ้มมุมปาก
หนิงเอ่อกล่าวออกมาเบาๆ
“เฒ่าหยาง ขอบคุณท่านที่ฝึกกระบี่มือซ้ายให้ข้า”
กล่าวจบนางรุกสืบเทาเข้าไปฟาดหวดกระบี่ไม่ยั้ง เสียงกระบี่กระทบกับดังสนั่นลาน ท่านเป่ยรับมือจนลนลานหาจังหวะตอบโต้ยาก
กระบวนท่าหนิงเอ๋อเรียบง่ายแต่ดุดัน
มือขวานางฝึกกระบี่พลิกแพลงละเอียดอ่อนเพราะต้องใช้จับพู่กัน
ส่วนมือซ้ายเขียนงานละเอียดยาก จึงเอาไว้ฝึกกระบี่อีกมือเน้นหนักแน่นเรียบง่าย
วิถีกระบี่แทงเข้าแกนกลางหักข้อแขนทั้งท่อนขึ้นลงไม่มาก ปัดซ้ายขวาไม่ใช้ข้อมือทำเอาท่านเป่นร่นถอย
นางปัดกระบี่ท่านเป่ยชูขึ้นหมายปัดออก
แต่ด้วยกำลังภายในกับเรียวแรงของนางไม่มากพอจะปัดกระบี่ชายวัยสามสิบเศษที่ฝึกยุทธ์ให้หลุดมือ เขาจึงรั้งสภาวะกระบี่วกกลับลงมาได้
แต่นางหายไปไหน
เสียง
“โอ~”
ดังขึ้นทั่วลานงานเลี้ยงพากันปรบมือ
ท่านเป่ยมองลงไป นางบิดตัวหมุนลงไปขัดสมาธิแล้วทิ่มกระบี่ขึ้นจ่อทรงอกท่านเป่ย
ท่านเป่ยหน้าจ๋อยประสานมือพร้อมกระบี่
“ขอบคุณที่ยั้งมือ”
แต่ตอนก้มหน้ากลับทำทีท่าอาฆาตไม่พอใจ
หนิงเอ๋อเดินลงมาจากลาน เอากระบี่ปักพื้นดิน แล้วเดินขึ้นแทนมานั่งที่อาสนะตรงโต๊ะของนางกับลู่เอิน
“คุณชาย ~ ข้าเก่งมั้ย ~”
“เ้าเมาแล้ว”
“ม่าย ข้าม่ายเมา! ข้าสู้อีกคนยังได้!”
“พอแล้วเซี่ยวเอ๋อ”
“ถ้าไม่ใช่ ~ วรยุทธ์ระดับคุณชาย~ อย่าหวังจะทำข้าเจ็บได้~”
พูดจบชูมือข้างที่พันผ้าประคบยาไว้
จากนั้นหน้าฟุบลงดิ่งเอาทื่อลงไปที่สำรับบนโต๊ะ
แต่ลู่เอินไวพอจะเอามือขวาหันไปวกช้อนนางไว้ มือซ้ายโอบประคองไว้ไม้ให้เซแล้วเซอีก
ทุกคนยื่นหน้าชะเง้อดูนางจากที่นั่งตนเอง
“หลับแล้ว”
จ้าวฮุ่ยซิ่วกล่าวขึ้น
“ดีดี งานวันนี้ดีงาม ไม่เหมือนทุกครั้ง ข้าสนุกตื่นเต้นจริงๆ มาๆ ทุกคนดื่ม อาหารจะเย็นหมดแล้ว รีบรับทาน”
ทุกคนก็เริ่มพุดคุยแล้วดื่มกินกัน สตรีนางรำเดินเรียงแถวกันออกมาร่ายรำต่อ ฟางเหนียงก็ดีดบรรเลงเพลงต่อพร้อมขับร้องจนคนในงานฟังกันเสนาะหู
“แม่นางฟางเหนียง ข้าไม่มีอิสตรีเคียงข้าง ไม่ทราบว่า......”
“องค์ชาย ข้าเตรียมสตรีไว้ปรนนิบัติเอาใจท่านแล้ว พวกนางล้วนได้ท่านอุดหนุนเป็ประจำ”
กล่าวจบฟางเหนียงปรบมือ สตรีงามสองนางที่เคยวิ่งไปโผกอดองค์ชายที่ถนนในตอนนั้นกันสี่นาง ยามนีมากันสองนางออกมานั่งเคียงข้างรินสุราป้อนกับแกล้มให้องค์ชาย
จูฮวาชักสีหน้าไม่พอใจใส่ท่านเป่ย จนท่านเป่ยต้องล่าถอยแอบหลบออกจากงาน
จากนั้น นางหันไปมองหนิงเอ๋อที่นอนซบไหล่ลู่เอิน ที่พอไม่ได้จับให้ดีก็หล่นฟุบลงไปซบที่ตักของลู่เอิน
[หนิงเอ๋อ นางอสรพิษ ข้าไม่กำจัดเ้า ข้าไม่ขอเป็คน!]
......
หนิงเอ๋อตื่นมา
พบว่าตนอยู่ในสถานที่แปลกตา ประดับประดาสวยงาม
“โอย..ปวดหัวจัง ข้า.....”
นางพยามนึกถึงเหตการณ์ที่เกิดขึ้น
[ตายแล้วก่อเื่เข้าแล้ว ข้าหักหน้าคุณหนูจู นางโง่เอ้ยถ้ามีสติกว่านี้ควรแกล้งยอมแพ้ให้นางไม่เสียหน้า แบบนี้นางยิ่งเกลียดข้า]
จากนั้นมองมายังน้ำในถ้วย และมีน้ำแกงอีกถ้วย
“กินสิ นั่นสำหรับเ้า”
ฟางเหนียงเดินเข้ามา
“ข้ามาอยู่ที่นี้ได้ยังไงคะ?”
“คุณชยเ้าพามา”
“คุณชาย...พามา?... ห๊ะ... นี่ข้าถูกขายเหรอ?!”
“ฮึๆๆเ้านี่...เฮ้อ...เหมือนที่ลู่เอินบอกเลย บางครั้งก็ฉลาด บางครั้งก็ทึ่ม เขาแบกเ้ากลับลำบาก เลยให้นอนพักที่นี่ เขาอยู่ข้างนอกดื่มอยู่กับฮุ่ยซิ่ว”
“ฮุ่ย...อ๋อ..องค์ชายลามก”
“ฮุ่ยซิ่วบอกด้วยว่า ถ้าพูดถึงเขา เ้าต้องเรียกเขาแบบนี้แน่ แกงยังร้อนๆ กินซะสิ ต้องให้ข้าป้อนแบบที่คุณชายเ้าทำมั้ย”
ฟางเหนียงยิ้มหยอก
“ม..ม..ไม่ค่ะข้ากินเอง”
พูดจบยกน้ำแกงมา เอาช้อนตักซด จากนั้นรินน้ำจากเหยือกแล้วดื่ม
“น้ำอุ่นดีต่อคนฟื้นจากอาการเมา ถ้ายังไม่ไหวก็พักต่ออีกหน่อย”
“ไหวค่ะน้ำแกถ้วยนี้หมดข้าก็ลุกสบายแล้ว”
โครก
เสียงท้องร้องดังขึ้น
“อ้อเ้าฟุบหลับไปทั้งที่ยังไม่ได้กินมื้อเที่ยงในงานนี่นะ บนโต๊ะมีกับข้าวในงาน ข้าเก็บไว้ให้”
หนิงเอ๋อลุกไปนั่งกินทันที นางหิวมาก ครู่ใหญ่ก็กินจนหมด
“ขอบคุณแม่นางฟางเหนียงค่ะ ข้าต้องกลับแล้วคุณชายคงรอแย่”
“ฮึๆเขารอนานๆ ได้”
“โหย ไม่ดีหรอกค่ะ ข้า...”
“ตอนเ้าฟุบหลับ ตลอดงานเลี้ยงก็นอนหลับบ้างพิงไหล่เขา บ้างซบอกเขา เผลอปล่อยมือหน่อยก็ฟุบที่ตัก จนเขาเลิกจับประคองเ้า ให้เ้าฟุบที่ตักเขาแล้วเอาผ้าคลุมเขาแบ่งมาคลุมห่มให้”
หนิงเอ๋อได้ยินเม้มยิ้มทุ่มมปากออกมาหน่อยนึง
“เหรอคะ”
“อื้มแต่...”
“แต่อะไรคะ?”
“คุณหนูจู”
“อ่า...นั่นล่ะปัญหาใหญ่ของข้า ตายแน่ๆ งานนี้”
“เ้ามีทั้งสติปัญญาและกำลัง มีสิ่งที่สตรีทั่วไปไม่มี ข้าไม่ห่วงคนอย่างจูฮวาหรอก ถ้าไม่ติดที่พ่อนาง นางไม่ได้น่ากลัวอะไรเลย”
“ค่ะ...เอ่อ...”
“อยากถามอะไร?”
“ท่าน... กับคุณชาย...... เอ่อ คือ ไม่ได้ถามเพราะอะไรหรอกค่ะ เห็นเขากล้ารบกวนท่าน อ้อๆ ใช่ๆ องค์ชายลามกก็....”
ฟางเหนียงหัวเราะคิกคัก
“เ้านี่น่ารักจริงๆ..... ข้ากับคุณชายเ้า เราคบหาเป็สหายร่วมอุดมการณ์”
“ค่ะ”
“ไม่ถามเหรอว่าอุดมการณ์อะไร?”
“บางเรืองไม่ถามจะดีกว่าค่ะ”
“อื้ม รอบนี้ฉลาด”
หนิงเอ๋อกับหัวหัวเราะแห้งแหะๆ
“ข้ามีเื่สงสัย”
“คะ?”
“เ้าเสียตัวให้คุณชายเ้ารึยัง?”
หนิงเอ่อไม่นึกว่าจะมีคนกล้าถามตรงๆเช่นนี้ นางลืมไป ที่นี่คือหอคณิกา อย่าว่าแต่ถามกันจริงๆ ทำกันตรงๆให้ดูคาดว่าคนที่นี่ยังกล้า
หนิงเอ๋อคิดตรึกตรองครู่หนึ่ง
[คุณชายรักษาเนื้อตัว ไม่สุงสิงสตรีใด ยามนี้มีเราบังหน้ ถึงกับไม่แก้ตัวอธิบายอะไรกับใคร ว่ายังไม่แตะต้องของลับของข้า เขาต้องมีเหตุผลอะไรสักอย่าง....ข้า....]
“ข้าปรนนิบัติคุณชายทุกครั้งที่เขา้าค่ะ”
“อืม...อืม...แบบนี้เอง....เ้าปีสาจนั่นจะว่ายังไงนะ”
“เอ๋?”
“อ้อเปล่าๆ เ้าไปหาคุณชายเถอะ”
“ค่ะ”
เมื่อเดินออกมา
ลู่เอินลุกขึ้นเดินมา
“เ้าฟื้นแล้ว เป็ยังไงบ้าง?”
“ดีขึ้นมากค่ะ เรากลับกันเถอะค่ะ ข้าต้องกลับไปประคบยา ข้าปวดมือ เอ...เอะ...ไม่ค่อยปวดแล้ว”
ฟางเหนียงเดินตามออกมา
“แม้ข้าจะไม่ใช่หมอยาแบบเ้า แต่ก็มียาดีจากการค้าขาย ตัวยาหายากคุณภาพดีๆ ล้วนหามาได้ ที่นี่มีแขกเลวทรามปะปนบ้าง บ้างตบตี บ้างทารุนเด็กๆ ของข้า หลังจัดการพวกบัดซบนั่น ข้าต้องมียาไว้ประคบทารักษาพวกนาง ยาตลับนี้มีอีกมาก เ้าเอากลับไปทาต่อเถอะ”
“ขอบคุณค่ะ”
ลู่เอินหันมาหาฟางเหนียง
“ขอบคุณ”
“เห...เ้าขอบคุณข้าแทนสาวใช้? .... ไม่ธรรมดา”
ลู่เอินเบนหน้าไปทางอื่น
“เซี่ยวเอ๋อ”
“คะ”
“เรากลับกัน”
“ค่ะ”
ทั้งสองลาจากไป
องค์ชายจ้าวฮุ่ยซิ่วนั่งมอง
“นางออกมายังไม่ทักข้าสักคำ ท่านไม่เปิดช่องให้ข้าพูดเลย”
“ข้าถามนางให้แล้วนะ”
“ถาม? ท่านถามอะไรนาง?”
“นางเสียตัวให้ลู่เอินรึยัง....ถามนางตรงๆนางตอบมาว่า ปรนนิบิตทุกครั้งที่เขา้า”
“เฮ้อ~ อดเลยเรา”