ฉันเห็นชายใส่ชุดสูทสีดำยืนอยู่หน้าห้องที่ฉันคิดว่าคุณยายคนนั้นน่าจะพักอยู่จากการที่เดินตามที่พี่พยาบาลคนนั้นบอก ฉันเดินเข้าไปแล้วกำลังจะเอื้อมมือไปเปิดประตู แต่กลับโดนชายคนหนึ่งที่ยืนเฝ้าประตูอยู่คว้าแขนไว้ก่อน
“ ปล่อยแขนฉันนะ ฉันจะเข้าไปเยี่ยมคุณยาย” ฉันบอกเขา
“ เราคงให้คุณเข้าไปไม่ได้ครับ คุณบิ๊กสั่งไว้ว่าห้ามไม่ให้ใครเข้าไปในห้องนี้”
“ แต่...”
“ ให้เธอเข้าไป” ก่อนที่ฉันจะทันได้พูดอะไรก็มีเสียงๆหนึ่งดังมาจากข้างหลัง
“ นี่นาย มาแล้วหรอทำไมเร็วจัง” เมื่อฉันหันกลับไปมองก็พบว่าเป็ผู้ชายที่อาสา? ไปเอายาให้ฉัน
“ จะไปไหนทำไมไม่บอก” เขาถามเสียงเรียบ
“ ก็นายดันเดินโทงๆ ออกไปจากห้องเร็วจนฉันไม่ทันได้บอกนิ” ฉันตอบเขา “ แล้วนี่จะปล่อยมือฉันได้รึยัง” ฉันหันไปบอกชายที่จับมือฉันไว้ เขายอมปล่อยมืออย่างง่ายดาย ฉันเปิดประตูห้องแล้วเดินเข้าไปข้างในพบร่างของหญิงชรานอนอยู่บนเตียง หญิงชราค่อยๆหันหน้ามาทางฉัน เธอยิ้มออกมาอย่างใจดี
“ หนูหรอจ๊ะที่เป็คนช่วยยายไว้ ขอบใจหนูมากนะถ้าไม่ได้หนูช่วยยายคงแย่” ฉันรีบเดินเข้าไปข้างเตียงของคุณยาย
“ ยายเจ็บตรงไหนรึเปล่าคะ หมอว่ายังไงบ้างคะ แล้วนี่คุณยายต้องนอนอีกกี่วันคะ” ฉันรัวคำถามด้วยความเป็ห่วงคุณยาย
“ ใจเย็นๆก็ได้มั้ง ถามแบบนี้ใครจะไปตอบทัน” ฉันหันควับไปมองทางต้นเสียงด้วยความหงุดหงิด
“ ยายคะ ในโรงบาลนี่เขาให้เอาหมาเข้ามาด้วยหรอคะทำไมหนูได้ยินเสียงหมามันเห่า”
“ นี่เธอ!!” เขาทำท่าจะเดินเข้ามาหาฉันแต่คุณยายปรามเขาไว้เสียก่อน
“ เอาน่าตาบิ๊ก หนูคนนี้เป็ผู้มีพระคุณของย่านะ เธอช่วยชีวิตย่าไว้นะ” ฉันหันไปแลบลิ้นใส่เขาแล้วหันไปยิ้มกับคุณยาย เขามองฉันตาเขียวปั๊ดเลย แต่ใครจะสนกันล่ะ
“ แล้วนี่คุณยายจะได้ออกจากโรงบาลวันไหนคะ”
“ พรุ่งนี้หมอก็ให้กลับไปพักผ่อนอยู่บ้านได้แล้วล่ะ”
“ งั้นหรอคะ หายไวๆนะคะคุณยาย”
“ นี่มันก็ดึกแล้วนะหนู กลับบ้านยังไงล่ะเนี้ย” ฉันก้มลงมองดูนาฬิกาตอนนี้เป็เวลาหนึ่งทุ่มมองออกไปนอกหน้าต่างก็พบว่าตอนนี้ท้องฟ้ามืดหมดแล้วมีเพียงแต่แสงสว่างจากดวงไฟที่ช่วยให้มองเห็นสิ่งต่างๆ
“ นี่นาย รถฉัน” ฉันหันไปมองเขาคนนั้น เขาทำหน้าตาไม่รู้ไม่ชี้
“ งั้นให้ตาบิ๊กไปส่งหนูที่บ้านแล้วกันเนอะ” คุณยายบอก
“ ไม่เป็ไรหรอกคะคุณยาย แค่ให้เขาไปส่งหนูตรงที่หนูจอดรถไว้ก็พอ” ฉันบอกคุณยายด้วยความเกรงใจ
“ ไม่ได้หรอก มืดขนาดนี้แล้วจะให้หนูขับรถกลับคนเดียวได้ยังไง แถมมือหนูยังเจ็บขนาดนี้อีก”
“ แต่ว่า...”
“ ไม่มีแต่ลูก” คุณยายพูดขัดขึ้นมาก่อนที่ฉันจะทันได้โต้แย้ง “ ตาบิ๊ก นี่เป็คำสั่งของย่า ไปส่งหนูคนนี้ให้ถึงที่บ้านส่วนรถของหนูก็ให้คนของเราขับตามไปส่งทีหลัง”
“ ครับ” เขารับคำคุณยายอย่างง่ายดาย แต่เขายังยืนนิ่งอยู่
“ ยืนนิ่งอะไรอยู่ล่ะ รีบไปส่งน้องเขาที่บ้านสิ” เขาเดินนำหน้าฉันออกไป ฉันได้แต่ยืนงงอยู่ จนเขาเดินมาจับมือฉันลากออกไปจากห้อง
“ มัวแต่ยืนงงอะไรอยู่ได้ เดินให้มันเร็วๆหน่อยย่าฉันจะได้พักผ่อนซักที”
“ นี่นาย ฉันกลับเองได้นายไม่ต้องไปส่งฉันถึงบ้านหรอก แค่ไปส่งฉันที่ๆฉันจอดรถทิ้งไว้ก็พอ”
“ ไม่ได้หรอก สำหรับย่าฉันถ้าบอกว่ามันคือคำสั่งใครก็ขัดไม่ได้” เดินมาถึงลานจอดรถั้แ่ตอนไหนไม่รู้ แต่ฉันรู้ตัวก็เมื่อถึงตอนที่เขาจับฉันยัดลงไปในรถฝั่งข้างคนขับแล้ว
“ นี่นาย” ฉันกำลังจะร้องบอกเขาแต่โดนเขาปิดประตูใส่หน้าแทน ฉันมองตามเขาๆเดินอ้อมไปประตูฝั่งคนขับอย่างรวดเร็ว เขาคาดเข็มขัดนิรภัยแล้วออกรถก่อนที่ฉันจะทันได้ตั้งสติ
“ นี่..”
“ พูดจาให้มันมีสัมมาคารวะหน่อย ฉันเป็พี่เธอตั้งกี่ปีรู้ไหม” ก่อนที่ฉันจะทันได้พูดอะไรเขาก็พูดขึ้นมาก่อน “ พูดจาแบบนี้กับผู้ใหญ่ได้ไง อายุเท่าไรแล้วล่ะเรานะ” ฉันเงียบไม่ตอบอะไรเขา
“ ถามก็ตอบมาสิ”
“ สิบเก้า”
“ ปีหนึ่ง?”
“ ปีสองต่างหาก”
“ อายุแค่สิบเก้าปีสองได้ไง”
“ เอ้าก็เก่งไง” ฉันตอบกวนๆ
“ เธอนี่ก็นะ มันกวนโอ๊ยจริงๆ” ฉันสังเกตเห็นว่าเขาถอนหายใจเบาๆ
“ แล้วนี่บ้านน้องอยู่ทางไหนครับ”
“ ไปทางนี่คะ” ฉันชี้ทางให้เขาดู
“ พูดเพราะก็เป็นิ”
“ ใครทำแบบไหนด้วยก็ทำแบบนั้นตอบ” ฉันบอกเขาเพราะั้แ่ที่เขาเจอกับฉันเขาก็เอาแต่ะโเสียงดังใส่ฉัน “ แล้วที่บอกว่าเป็ผู้ใหญ่เนี้ย อายุเท่าไรล่ะ” เขาหันมามองหน้าฉัน
“ มองทางสิ มามองหน้าหนูทำไมเล่า” ฉันใเมื่อจู่ๆเขาหันมามองหน้าฉันแทนที่จะมองถนน
“ ฉันอายุยี่สิบเก้าแล้ว เธอนี่บางทีก็ดูเหมือนเด็กบางทีก็ดูเหมือนผู้ใหญ่ ฉันไม่เข้าใจเลยจริงๆว่าตัวตนที่แท้จริงของเธอคืออันไหนกันแน่”
“ ไม่ต้องสงสัยหรอก เพราะไม่ว่าจะแบบไหนมันก็คือตัวฉันทั้งนั้นแหละ ทุกสิ่งที่ฉันแสดงออกมันคือความจริงที่ฉันรู้สึก เลี้ยงเข้าซอยข้างหน้านี้นะบ้างฝั่งขวาหลังสุดท้าย” ฉันชี้มือให้เขาดู ในที่สุดก็มาถึงบ้านซักที...
เป็กำลังใจให้นักเขียนได้ง่ายๆด้วยการ กดให้ติดตาม กดให้กำลังใจ หรือ คอมเมนต์แสดงความคิดเห็น
หากผิดพลาดประการใดก็ขออภัยผู้อ่านทุกคนด้วย