“เป็อย่างไรบ้างนักผจญภัยหนุ่มเ้าเลือกเรียนเวทมนตร์ที่้าได้หรือยัง” นักเวทเฒ่าผู้มอบภารกิจเวทมนตร์หรี่ตาถามวิฬาร์ด้วยอาการสงบเขายิ้มรับพลางตอบอย่างมั่นใจ
“ผมขอเลือกเรียนบทเวทธาตุไฟและธาตุแสงระดับล่างอย่างละสิบห้าบทครับ”ผู้เล่นที่เมื่อครู่เห็นวิฬาร์โชว์ฝีมือที่สนามประลองเดินตามเขากลับเข้ามาในวิหารเวทมนตร์ไม่น้อยแต่ละคนมีท่าทีจะสืบหาว่าเขาเป็ใคร และมีจุดประสงค์อะไรหลายคนพยายามแอบฟังการสื่อสารระหว่างเขากับ NPC เพื่อให้รู้ว่ากำลังทำภารกิจไหนแต่เนื่องจากอยู่ไกลเกินไปจึงทำได้แค่เพียงเดากันอย่างมั่วซั่วเท่านั้น
“เ้าเลือกสายธาตุเวทสินะไม่เลวนะ นักผจญภัย เอาล่ะ! งั้นข้าจะถ่ายทอดวิธีใช้เวทมนตร์นี้ให้เ้าเอง” สิ้นคำผู้เฒ่าชุดขาวก็ยกไม้เท้าเวทในมือขึ้น พึมพำคำพูดที่เขาฟังไม่ถนัด แล้วเสกพลังใส่เขาจนตัววิฬาร์เรืองแสงขึ้นมาวูบหนึ่ง
“ผู้เล่นวิฬาร์ได้รับสิทธิ์ให้ใช้เวทมนตร์ธาตุแสงระดับต่ำ15 บท”
“ผู้เล่นวิฬาร์ได้รับสิทธิ์ให้ใช้เวทมนตร์ธาตุไฟระดับต่ำ15 บท”
“เอาล่ะต่อจากนี้เ้าก็สามารถใช้เวทมนตร์พวกนี้ได้แล้ว แต่ข้าแนะนำว่า เ้าควรสร้างไม้กายสิทธิ์สำหรับร่ายเวทมนตร์สักหน่อยของสิ่งนี้จะช่วยให้เ้าใช้เวทมนตร์ได้ดีขึ้นส่วนข้อมูลอื่นๆทั้งหมดอยู่ในหน้าต่างระบบของเ้าแล้ว รีบออกเดินทางเถอะ”
“ขอบคุณครับ”วิฬาร์ตอบแล้วเดินผละออกโดยมีสายตาสงสัยบางส่วนแอบตามมาด้วย เขาเหลือบมองอย่างไม่ใส่ใจแล้วออกเดินต่อตอนนี้เื่ที่ต้องทำคือการเตรียมตัวออกหาไอเทมภารกิจห้าอย่างที่ด้านนอกเมืองวิฬาร์จึงมุ่งหน้าตรงไปยังร้านค้าของระบบที่ขายของจำพวกน้ำยาฟื้นเืน้ำยาฟื้นพลังเวทมนตร์ ในขณะที่รอบด้านเริ่มมีการติดต่อสื่อสารบางอย่างกันแล้ว
เมืองเริ่มต้นนับว่าเป็สถานที่รวมเหล่าผู้เล่นหน้าใหม่เอาไว้เยอะที่สุดแปดแห่งทั่วทั้งเกมดังนั้น หากมองกันแบบหยาบๆก็แสดงว่าแปดเมืองนี้รวมตัวผู้เล่นที่กระจอกที่สุดของเกมเอาไว้ ต่างจากเมืองอื่นๆที่กระจายอยู่ทั่วทวีป ที่จะมีผู้เล่นมากหน้าหลายตา ต่างเลเวล ต่างความสามารถกระจายตัวกันอยู่ไม่น้อย
แต่ถ้ามองกันในอีกแง่แล้วละก็ที่นี่นับเป็ที่แรกที่เหล่ากิลด์ทั้งหลายต้องส่งแมวมองมาเฟ้นหาสมาชิกใหม่เข้ากิลด์เพื่อเสริมศักยภาพของกองกำลังตัวเองอยู่ตลอดเวลาแต่แม้ว่าในเกมจะมีผู้เล่นจำนวนมาก แต่ก็ใช้ว่าทุกคนจะสนใจเข้ากิลด์กันนัก
เพราะแม้ว่ากิลด์ส่วนมากจะมีสวัสดิการและรายได้ให้กับสมาชิกจำนวนหนึ่งแต่ก็ต้องแลกมาด้วยการทำภารกิจของกิลด์เพื่อแลกกับผลตอบแทนที่ได้รับ
แต่ผู้เล่นส่วนมากเพียงอยากเข้าเกมมาเล่นเพื่อพักผ่อนหย่อนใจกันทั้งนั้นจึงไม่ค่อยอยากจะมาทำงานทำการอะไรเหมือนตอนที่อยู่ในโลกจริงอีก
ทำให้การแข่งขันในการแย่งสมาชิกใหม่เข้ากิลด์ดุเดือดยิ่งดุเดือดขึ้นทุกวันๆเพราะการหาสมาชิกจากผู้เล่นใหม่ ก็นับเป็เส้นทางเพิ่มความก้าวหน้าของกิลด์ตนเองทำให้ในลานฝึกทักษะมีสมาชิกบางคนของกลุ่มกิลด์เ่าั้ประจำการอยู่หลายคนเพื่อฝึกซ้อมสมาชิกแรกเข้าและหาพวกหน้าใหม่เข้ากิลด์ตัวเองด้วยซึ่งการโชว์ทักษะร่ายเวทอย่างอลังการตระการตาของวิฬาร์ ก็เตะตาพวกเขาเป็อย่างมาก
แน่นอนว่าสมาชิกใหม่ย่อมสร้างประโยชน์ให้กับกิลด์ได้ไม่มากเท่าสมาชิกระดับสูงแต่การฝึกสมาชิกใหม่ก็นับเป็การลงทุนแบบหนึ่ง และยิ่งได้เห็นการแสดงฝีมือระดับนี้ของวิฬาร์เข้าไปแล้วเหล่าแมวมองก็ตัดสินใจได้ทันที
ตาม!
....................
ทันทีที่วิฬาร์เดินออกจากร้านค้าของระบบก็เห็นผู้เล่นท่าทางฝีมือดีเจ็ดแปดคนเข้ามารุมล้อมตามที่คาดไว้
“สวัสดีน้องชายพี่เป็ตัวแทนมาจากกิลด์วิหครำพันนะ สนใจมาลองทดสอบฝีมือที่กิลด์เราดูมั้ย?”
“ไอ้น้องชายหน่วยก้านเราดูดีนี่นาเห็นวิธีการใช้เวทมนตร์จากในสนามฝึกทักษะก็รู้แล้วว่าต้องเป็ยอดฝีมือแน่ๆน่าจะเหมาะกับกิลด์ไพลินมนตราของเราที่สุด”
“ไพลินมนตราก็แค่กิลด์ขนาดเล็กสู้กิลด์โอเวอร์เบลดของเราไม่ได้หรอก เมื่ออาทิตย์ก่อนก็เพิ่งทำภารกิจล่าสังหารนาคาวิสุทธิ์ไปถ้าน้องเข้ากิลด์เรา อนาคตก็ย่อมจะได้มีส่วนร่วมกับกิจกรรมแบบนี้แน่นอน”
แมวมองจากกิลด์ต่างๆที่สิงสถิตอยู่ในเมืองต่างโฆษณาเื่ราวเล่าขานของกิลด์ตัวเองอย่างออกนอกหน้าบ้างก็เล่าเื่วีรกรรมของขุนพลของกิลด์ตัวเอง บ้างก็พูดโจมตีเื่เล่าของกิลด์อื่นว่าเกินจริงหรือโม้แหลก จนชวนไปชวนมาก็ดูเหมือนว่าเจ็ดแปดคนนี้ ร่ำๆ จะตีกันเองซะแล้ว แต่จู่ๆทั้งหมดกลับหยุดชะงักลงอย่างผิดธรรมชาติ ก่อนจะแหวกทางให้อย่างอัตโนมัติเมื่อเห็นชายหนุ่มหน้าตาเรียบร้อยคนหนึ่งในชุดนักเวทยาวสีขาวเดินตรงเข้ามาหาวิฬาร์
ทั้งหมดกะพริบตาปริบๆพลางถอนหายใจเล็กน้อยอย่างผิดหวัง
ดูท่ามือดีคนนี้จะถูกหมอนี่คว้าไปอีกคนแล้ว
“สวัสดีครับผมเป็ตัวแทนจากกิลด์ดาร์ค ฮอไรซอนไม่ทราบว่าน้องชายสนใจจะมาเยี่ยมชมที่กิลด์เราสักหน่อยมั้ยครับ?”
เขาโค้งตัวเล็กน้อยพลางยื่นนามบัตรใบเล็กสีดำที่มีตราของกิลด์ดาร์คฮอไรซอนมาให้วิฬาร์
เพียงแค่ชั้นเชิงที่เข้าหาโดยใช้ถ้อยคำอย่างสุภาพก็นับว่าล้ำหน้ากิลด์อื่นๆ ไปหลายขุม ยังไม่นับรวมสัญลักษณ์สีเงินบนนามบัตรที่สะท้อนแสงแดดยามสายใบนั้นอีกดูก็รู้ว่ากิลด์นี้มีเบื้องลึกเื้ัไม่ธรรมดา
เพราะ ดาร์คฮอไรซอน คือกิลด์อันดับหนึ่งของ ดิ เอจ ออฟ อโพคาลิปส์ในตอนนี้
ในกิลด์นอกจากจะมีผู้เล่นที่มากความสามารถจำนวนมากแล้ว ดาร์ค ฮอไรซอนยังเป็กิลด์ที่มีสมาชิกที่มีร่างอวตารอยู่มากที่สุดอีกด้วย
ไม่ว่าจะเป็พิเภก ราม อินทรชิต พาลี องคต ต่างก็เป็สมาชิกของดาร์ค ฮอไรซอน
ผู้เล่นคนไหนก็ตามที่มีตรากิลด์นี้ติดอยู่บนอกเสื้อก็รับประกันได้เลยว่าสามารถเดินยืดคอได้โดยไม่ต้องหลบหน้าใคร
และด้วยชื่อเสียงอันโด่งดังของกิลด์ก็ทำให้เหล่าแมวมองจากกิลด์เล็กกิลด์น้อยที่รุมล้อมวิฬาร์อยู่ถอยร่นอย่างไม่เป็ท่า เมื่อเห็นขาใหญ่จากทางดาร์ค ฮอไรซอนเข้าหาวิฬาร์อย่างที่เป็เมื่อครู่
และตอนนี้เ้ามือดีคนใหม่ที่ถูกแมวมองหลากหลายกิลด์รุมล้อมอยู่ก็ก้มลงมองนามบัตรใบนั้นอย่างสนใจก่อนจะเผยรอยยิ้มลึกลับที่ไม่มีใครอ่านออกขึ้นมา
“ไม่สนใจครับ”
เจ็ดแปดคนที่รุมล้อมวิฬาร์อยู่แตกฮือราวกับเห็นผีแม้ว่าใจหนึ่งจะลุ้นให้วิฬาร์ตอบปฏิเสธก็จริง แต่ก็รู้ดีว่าเื่นี้ไม่มีทางเกิดขึ้น
ทว่าพอเห็นว่าวิฬาร์กล้าที่จะปฏิเสธคำเชิญอันมีค่าดั่งทองคำตรงหน้าพวกเขาที่เป็ตัวแทนของกิลด์อื่นก็แทบคลุ้มคลั่ง บางคนถึงกับมีความคิดแวบหนึ่งที่จะพุ่งเข้าไปกอดแขนแล้วบอกให้ไอ้โง่นี่คิดให้ดีอีกครั้งก่อนจะพูดอะไรออกไปแบบนั้นนี่มันกิลด์อันดับหนึ่งนะโว้ย! เอ็งคิดให้ดีก่อนสิวะ!
แต่เมื่อทุกคนระลึกได้ว่าตัวเองมาในนามตัวแทนของกิลด์ก็รีบกลืนน้ำลายลงคอ แล้วพร้อมใจกันเบียด ‘คนนอก’ จากดาร์ค ฮอไรซอนหลบไปข้างๆ พุ่งเข้ามาชวนวิฬาร์เข้ากิลด์ตัวเองกันอย่างหน้าชื่นตาบานส่งเสียงเย้วๆ พลาง ร่ำๆ จะตีกับกิลด์อื่นไปพลาง
วิฬาร์เห็นผู้เล่นพวกนี้กระตือรือร้นจะรับเขาเข้ากิลด์ก็หัวเราะอย่างเก้อเขินก่อนจะตอบอย่างไว้ไมตรีว่าเขามีกิลด์ที่อยากจะเข้าอยู่แล้วโดยไม่ได้เอ่ยนามเพราะไม่อยากบอกชื่อกิลด์นั้นให้คนพวกนี้ใพวกเขาถึงยอมวางมือได้ แต่ยังไม่วายวางหูตาตามเขาแบบลับๆ อยู่รอบๆ โดยไม่ยอมตัดใจ
ส่วนแมวมองคนนั้นจากดาร์คฮอไรซอน เมื่อถูกปฏิเสธ ก็หายตัวไปราวกับไม่มีตัวตน แม้ว่าเขาจะมองหาอยู่หลายรอบก็หาเขาคนนั้นไม่เจอ
หลังจากปลีกตัวจากการรุมล้อมออกมาได้วิฬาร์ก็มุ่งหน้าไปหาไอเทมภารกิจของเขาต่อทันที
ไอเทมที่วิฬาร์ต้องไปหาประกอบด้วยวัตถุดิบธรรมดาห้าอย่างคือแร่ภาณุมาศ ไม้สัก กระดูกขาหมาป่า ยางไม้สน และน้ำตาค้างคาวของพวกนี้นับว่าหาไม่ยากนักเนื่องจากเป็ระดับ Fแต่ละอย่างสามารถหาได้ในเขตนอกเมืองสุริยาวลัย นอกจากนี้ตัวภารกิจยังมีข้อแนะนำบอกสถานที่รวมถึงแผนที่ของวัตถุดิบแต่ละชนิดด้วยก็ยิ่งง่ายเข้าไปใหญ่เมื่อวิฬาร์มองดูรายการไอเทมในมือ ก็ลองไล่ดูในแผนที่ วางเส้นทางเดินทางคร่าวๆเพื่อจะได้ไม่ต้องวิ่งย้อนไปย้อนมา ก่อนจะเลือกไปล่าหมาป่าที่ทุ่งหญ้าหน้าเมืองซึ่งห่างจากที่เขาเกิดเมื่อครู่ก่อนไม่มากนัก จากนั้นค่อยเดินเข้าป่าไปเอาพวกไม้สักกับยางไม้สนและสุดท้ายลงดันเจี้ยนไปขุดแร่ภานุมาศกับน้ำตาค้างคาวเป็อันเสร็จภารกิจ
………………..
ที่ทุ่งหญ้าหน้าเมืองยังมีผู้เล่นหน้าใหม่กระจายตัวอยู่บางๆรอบพื้นที่ ดูท่าทางคงกำลังฆ่ากระต่ายอัปเลเวลไม่ก็ทำภารกิจบางอย่างกันอยู่ แต่เขาไม่สนใจเดินลึกเข้าไปในทุ่งหญ้าจนเริ่มเข้าเขตชายป่าด้วยตัวคนเดียวไม่นานนักก็พบหมาป่าขนสีน้ำตาลท่าทางดุร้ายตัวหนึ่งย่อตัวแยกเขี้ยวจ้องเขาอยู่อย่างคุกคาม
ดวงตาสีแดงของมันจับจ้องวิฬาร์แน่นิ่งแยกเขี้ยวยาวส่งเสียงขู่คำรามในลำคอ ย่อตัวลงอย่างมีนัยยะ เตรียมกระโจนใส่เขาเพื่อสังหาร
“ผู้เล่นวิฬาร์พบหมาป่าขนสีน้ำตาลเลเวล 15”
“เข้ามาเลย”วิฬาร์ร้องท้าทายหมาป่า ก่อนชักมีดสั้นออกมาถือคว่ำลงหันด้านคมออกนอกตัวไว้ในมือขวา
มีดสั้นที่ระบบมอบให้ั้แ่เริ่มแรกนั้นเป็อาวุธระดับF ธรรมดาที่คนส่วนใหญ่มักจะทิ้งไปในเวลาอันสั้นหลังจากมันหมดประโยชน์ และหันไปใช้อาวุธที่ดีกว่าแทนแต่สำหรับวิฬาร์แล้ว มีดสั้นนี้ก็ไม่ได้เลวร้ายนักจึงไม่ได้เปลี่ยนมัน
เขากำมีดในมือแน่นผนึกเวทมนตร์ลงไปบนคมมีดในแบบที่ผู้เล่นเลเวลสามทั่วไปไม่มีทางทำได้ สบสายตาสีโลหิตคู่นั้นอย่างใจเย็นลมหายใจถูกผ่อนเข้าออกช้าๆ อย่างมีจังหวะสมาธิจดจ่ออยู่กับทุกการเคลื่อนไหวของศัตรูจนร่างกายหยุดนิ่งคล้ายรูปปั้นศิลา
ด้วยระดับเลเวลที่ต่างชั้นกันอยู่ถึงสิบกว่าระดับทำให้เขาไม่อาจประมาทศัตรู ความจริงแล้วหากจะไปอัปเลเวลด้วยการล่ากระต่ายก่อนแล้วค่อยมาหาเื่เ้านี่ก็ไม่ใช่เื่ยาก แต่สำหรับวิฬาร์การทำร้ายสัตว์ไม่มีทางสู้ก็ทำให้รสชาติของการเล่นเกมอ่อนจางลงไปไม่น้อยดังนั้นเขาจึงเลือกเส้นทางที่แตกต่าง ด้วยการต่อสู้กับมอสเตอร์ข้ามเลเวลถึงสิบกว่าระดับ
ปกติแล้วคู่มือผู้เล่นหน้าใหม่ทั่วไปมักจะแนะนำให้ผู้เล่นควรต่อสู้กับสัตว์อสูรที่เลเวลต่ำกว่าหรือเท่ากันเพื่อความปลอดภัยแต่วิฬาร์รู้ดีว่าความจริงแล้วเื่การต่อสู้กับสัตว์อสูรเหล่านี้มีรายละเอียดปลีกย่อยซ่อนอยู่มากกว่าที่คิด
ที่ตอนนี้เขากล้าตีสัตว์อสูรข้ามถึงสิบสองเลเวลก็เพราะใน่แรกๆที่ผู้เล่นยังมีเลเวลยังต่ำอยู่ แม้จะเห็นว่าเลเวลน้อย แต่ความจริงแล้วค่าสถานะต่างๆยังไม่เติบโตมากนัก พวกสัตว์อสูรใน่เลเวลนี้ก็ไม่ได้มีความพิเศษอะไรมาก ทักษะเผ่าพันธุ์ที่มีก็ยังไม่พัฒนาไม่ต่างจากผลการสอบระหว่างเด็กที่ได้อันดับ 5 กับ 15 จากคะแนนเต็ม 300 ทั้งที่ความจริงแล้วอาจจะเกิดจากการมั่วถูกมากกว่าทำได้จริง
ซึ่งต่างจากการเพิ่มคะแนนจาก270 ไป 280 ที่ต้องใช้ฝีมือมากกว่าดวง
นี่ทำให้วิฬาร์รู้ดีว่าในเลเวลต่ำการตีสัตว์อสูรข้ามเลเวลถึงสิบระดับไม่นับว่าเหลือบ่ากว่าแรงสักเท่าไหร่
กลับกันถ้าเป็เลเวลสูงๆ สักหลักสองสามร้อยแล้วละก็ ต่อให้เป็สัตว์อสูรระดับพอๆ กันวิฬาร์ยังต้องพกเพื่อนไปด้วยอีกสักคนสองสามคนถึงจะมั่นใจว่าจะคว่ำมันลงได้
และอีกอย่างเพราะวิฬาร์เป็ผู้เล่นใน่ทดสอบมาก่อน ในสมัยนั้น ทุกอย่างแตกต่างจากตอนนี้เยอะมากเพราะใน่นั้น แม้ว่าตัวเกมจะถูกปรับแต่งมาอย่างดีในระดับหนึ่งแล้วแต่ก็ยังขาดความสมดุลอยู่ไม่น้อย เป็ต้นว่า การตั้งค่าบางส่วนไม่เหมาะสมทำให้เวทมนตร์บางบทแข็งแกร่งว่าบทอื่น สัตว์อสูรบางตัว แข็งแกร่งเกินกว่ากลุ่มผู้เล่นจะเอาชนะได้หรือไอเทมบางชิ้น ที่โกงจนต้องถูกถอดออกจากเกม ทำให้ใน่นั้นมีการปรับสมดุลของเกมบ่อยมากจนพวกเขาต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองอยู่ตลอดเวลา
สมัยนั้นเทสเตอร์*ทุกคนต่างก็ต้องพัฒนาตัวเองในทุกๆ ด้านเพื่อเอาตัวรอดในโลกอันโหดร้ายนี้เพราะนอกจากอันตรายจากการต่อสู้กับพวกสัตว์อสูรแล้วการต่อสู้ระหว่างผู้เล่นกับผู้เล่นยิ่งมีแต่จะรุนแรงยิ่งกว่า ดังนั้นเทสเตอร์ที่สามารถเล่นเกมจนถึง่ทดสอบครั้งสุดท้ายได้นั้นจะนับว่าเป็เหล่าเทพก็ไม่ใช่เื่เกินจริง
[*เทสเตอร์ = Teaster ผู้เข้าร่วมทดสอบระบบใน่เบต้าเทสต์]
ดังนั้นถ้าหากจะนับกันเฉพาะเื่เทคนิคการใช้เวทมนตร์ละก็วิฬาร์ก็นับว่าเป็ตัวจริงคนหนึ่งเหมือนกัน
ต่อให้ในมือเขาตอนนี้จะมีเวทมนตร์ระดับล่างเพียงสามสิบบทวิฬาร์ก็มั่นใจเป็อย่างยิ่งว่าถ้าหากเขา้า เ้าหมาป่าที่เลเวลเพียงแค่สิบห้าจะต้องตายก่อนได้ััผิวเขาด้วยซ้ำ