ติ๊งต่อง ติ๊งต่อง
เขาลุกขึ้นอย่างอ้อยอิ่ง เท้าเปลือยเปล่าย่ำไปบนพื้นกระเบื้องที่เย็นเยียบ ชะโงกหน้าไปดูที่ตาแมว
ผู้ชายคนหนึ่งยืนอยู่หน้าประตู
ไฟเซนเซอร์ตรงทางเดินสว่างขึ้นเหนือศีรษะของเขา ทำให้เขาสว่างจ้าดูราวกับภาพประกอบในนิตยสารแฟชั่นสักเล่ม สวมเสื้อโค้ทสีดำทรงเนี้ยบ ข้างในเป็เสื้อไหมพรมคอเต่าสีเทา ขาเรียวยาวจนดูเกินจริง ยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นราวกับต้นไม้ที่เงียบงัน เครื่องหน้าเป็ประเภทที่ใครเห็นก็ยากจะลืมเลือน โหนกคิ้วสูง สันจมูกโด่ง ริมฝีปากเม้มเข้าหากันเป็เส้นตรง แฝงความรู้สึกเข้าถึงยากและเ็า
กู้ซื่อเหิงอึ้งไปครู่หนึ่ง
ดาวเนื้อคู่ขยับ?
เป็ไปไม่ได้ คำพยากรณ์ของแม่ไม่เคยแม่นเลยสักครั้ง
เขาเปิดประตู ความเย็นเยือกของปลายฤดูใบไม้ร่วงไหลบ่าเข้ามาพร้อมกับผู้ชายคนนั้น
“ขอโทษครับ ใช่กู้ซื่อเหิงหรือเปล่า?” ชายหนุ่มเอ่ยปาก เสียงของเขาเ็ากว่ารูปลักษณ์ภายนอกเล็กน้อย แต่กลับน่าฟังอย่างประหลาด
“ใช่ครับ ผมเอง” กู้ซื่อเหิงลอบพิจารณาอีกฝ่าย “คุณคือ...?”
“เสิ่นฟานิ” ชายหนุ่มตอบ “อาสะใภ้ของคุณแนะนำมาครับ”
กู้ซื่อเหิงใช้เวลาสามวินาทีกว่าจะนึกออกว่าเขามีอาสะใภ้ห่าง ๆ ที่แทบไม่เคยติดต่อกันอยู่คนหนึ่งจริง ๆ เมื่อวันตรุษจีนปีที่แล้วแม่ยังบอกให้เขาโทรไปสวัสดีปีให้อาสะใภ้คนนี้อยู่เลย ในสายตอนนั้นอาสะใภ้กระตือรือร้นมาก ถามเขาว่ามีแฟนหรือยัง บอกว่ามีลูกชายของเพื่อนที่นิสัยดีและเก่งมากคนหนึ่ง อยากแนะนำให้รู้จักกันไหม?
ตอนนั้นเขาคิดว่าเป็แค่คำพูดรักษาน้ำใจตามมารยาท ไม่คิดเลยว่า—
“คุณ...” กู้ซื่อเหิงมองสำรวจชายหนุ่มที่ชื่อเสิ่นฟานิั้แ่หัวจรดเท้า “คือ ลูกชายของเพื่อน คนนั้นเหรอครับ?”
“ใช่ครับ” เสิ่นฟานิพยักหน้า “่นี้ผมกำลังทำคดีอยู่คดีหนึ่ง จำเป็ต้องหาที่พักชั่วคราวสักระยะ อาสะใภ้ของคุณบอกว่าที่นี่มีห้องว่าง”
กู้ซื่อเหิงอ้าปากค้าง จู่ ๆ ก็นึกถึงข้อความเสียงที่แม่ส่งมาให้วันนี้ขึ้นมาได้
ดาวเนื้อคู่ขยับ! วาสนาหล่นมาจาก์!
หล่นมาเป็คนขอพักอาศัยเนี่ยนะ?
จะว่าไปนี่ก็ “หล่นมาจากฟ้า” จริง ๆ นั่นแหละ แต่มันคนละเื่กันเลยไม่ใช่หรือไง!
เขาเบี่ยงตัวหลบทางให้ เสิ่นฟานิลากกระเป๋าเดินทางขนาดไม่ใหญ่นักเข้ามา ล้อกระเป๋าบดไปบนพื้นกระเบื้องเกิดเสียงดังเบา ๆ
กู้ซื่อเหิงเดินตามหลังไป มองแผ่นหลังที่ตั้งตรงและสูงเพรียวพลางคิดฟุ้งซ่านในใจ ที่แม่บอกว่าวันนี้ดาวเนื้อคู่ขยับ หมายถึงเื่นี้เองเหรอ? พ่อหนุ่มรูปหล่อหน้าตายที่ขอมาพักอาศัยด้วยเนี่ยนะ? ต้องหลอกกันแน่ ๆ เพราะคำทำนายของแม่เกี่ยวกับเื่ของเขาไม่เคยแม่นเลย ไม่เคยเลยสักครั้ง!
เสิ่นฟานิหยุดยืนที่กลางห้องนั่งเล่น สายตากวาดมองไปรอบ ๆ
จู่ ๆ กู้ซื่อเหิงก็รู้สึกเสียใจขึ้นมาที่ไม่ได้เก็บกวาดห้องล่วงหน้า
บนโต๊ะน้ำชามีซองมันฝรั่งขี้เหร่ ๆ วางอยู่ ขวดโค้กที่ดื่มไปครึ่งหนึ่ง หนังสือกลุ่มดาวสามเล่มที่เปิดทิ้งไว้ ลูกแก้วพยากรณ์หนึ่งลูก แล้วก็หน้ากากสุนัขจิ้งจอกของเขา บนโซฟามีผ้าห่มโยนทิ้งไว้ หมอนอิงวางระเกะระกะทับซ้อนกัน บนตู้โทรทัศน์ยิ่งอาการหนัก มีของแปลก ๆ วางเรียงเป็พรืด ทั้งไพ่ทาโรต์ เตาอโรมา ผลึกถ้ำอเมทิสต์ [1] กระจกแปดทิศ แล้วยังมีรูปปั้นพระพุทธรูปองค์เล็กที่ทำจากวัสดุอะไรก็ไม่รู้อีก
“คุณเป็... หมอดูเหรอครับ?” เสิ่นฟานิถาม คุณอาเคยบอกเขาว่าครอบครัวตระกูลกู้มีความสามารถเื่การดูดวงสืบทอดกันมารุ่นต่อรุ่น หากเขาเห็นสิ่งของที่เกี่ยวของกับเื่พวกนี้ในบ้านก็อย่าได้แปลกใจไป ตอนแรกเขาคิดว่าที่คุณอาบอกคงมีแค่นิดหน่อย แต่ก็ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะมีเยอะขนาดนี้
“เรียกว่าผมเป็บล็อกเกอร์ด้านดวงชะตาออนไลน์จะดีกว่าครับ” กู้ซื่อเหิงแก้คำให้ใหม่ “เน้นทางด้านกลุ่มดาว บางครั้งก็ดูดวงจีน [2] บ้าง”
สายตาของเสิ่นฟานิหยุดอยู่ที่กระจกแปดทิศใบนั้นประมาณสองวินาที
“นั่นคืออะไรครับ?”
“กระจกแปดทิศครับ” กู้ซื่อเหิงเดินไปหยิบขึ้นมาให้เขาดู “แม่ผมส่งมาให้ บอกว่าช่วยปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายได้ แต่ดูเหมือนจะไม่ค่อยมีประโยชน์เท่าไร เพราะเวลาจะซวยมันก็ซวยอยู่ดี”
เสิ่นฟานิไม่พูดอะไร สายตาเลื่อนไปที่มุมห้อง ตรงนั้นมีกล่องพัสดุวางกองอยู่หลายกล่อง บนกล่องมีใบปะหน้าเขียนชื่อผู้รับว่า “กู้ครึ่งเซียน”
“ปกติคุณทำงานที่นี่เหรอครับ?”
“ใช่ครับ” กู้ซื่อเหิงชี้ไปที่อุปกรณ์ไลฟ์สด “ไลฟ์ทุกคืน่สี่ทุ่มถึงห้าทุ่ม ถ้าอารมณ์ดีก็อยู่นานหน่อย ถ้าอารมณ์ไม่ดีก็ปิดไว วันนี้อารมณ์ไม่ค่อยดีเท่าไร ตอนที่คุณกดกริ่งผมเพิ่งจะปิดไลฟ์พอดี”
เสิ่นฟานิพยักหน้าพลางมองไปรอบห้องต่อ กู้ซื่อเหิงเริ่มมีความรู้สึกแปลก ๆ อย่างหนึ่ง ดวงตาของผู้ชายคนนี้เหมือนเครื่องสแกน ไม่ว่าเขาจะมองไปที่ไหน ข้อมูลตรงนั้นจะถูกบันทึกไว้อย่างครบถ้วน เสื้อผ้าที่กองอยู่บนโซฟากี่ตัว มีแก้วน้ำกี่ใบวางบนโต๊ะ มีขยะอะไรบ้างในถังขยะ ดูเหมือนจะหนีไม่พ้นสายตาของเขาไปได้เลย
มันทำให้เขารู้สึกอึดอัดชอบกล
“เมื่อกี้คุณบอกว่ากำลังทำคดีอยู่เหรอครับ?” เขาพยายามเปลี่ยนเื่ “คดีอะไรครับ? แล้วต้องพักอยู่นานแค่ไหน?”
ในที่สุดสายตาของเสิ่นฟานิก็ถอนออกมาจากซอกมุมใดสักแห่งและตกลงบนใบหน้าของเขา
“คดีเก่าคดีหนึ่งครับ” เขาตอบ “อาจจะต้องใช้เวลาสักระยะ อาสะใภ้บอกว่าคุณอยู่คนเดียว ถ้าคุณไม่รังเกียจ ผมจะจ่ายค่าเช่าให้ครับ”
“เื่ค่าเช่าไม่เป็ไรหรอกครับ...” กู้ซื่อเหิงเกาหัว “ยังไงห้องมันก็ว่างอยู่แล้ว แต่ที่นี่สภาพก็งดงามตามมีตามเกิดนะครับ มีแค่เตียงหนึ่งหลังกับตู้เสื้อผ้าหนึ่งใบ คุณพักตามสะดวกแล้วกัน ไม่ต้องคิดอะไรมากหรือว่าจะรบกวนอะไรผมเลย ผมค่อยข้างชินเวลามีคนมาอยู่ด้วยอยู่แล้ว ปกติเพื่อนของแม่หรือไม่ก็พวกญาติ ๆ ชอบส่งคนให้มาอยู่กับผมชั่วคราวเป็ประจำ”
ไม่รู้ว่าจุดเริ่มต้นของการทำแบบนี้มันมาจากตรงไหน แต่ก็คงไม่พ้นเื่เล่าปากต่อปากที่เหล่ากันในกลุ่ม ตอนนั้นลูกสาวของเพื่อนแม่อกหัก ทั้งยังถูกไล่ออกจากงาน แม่ของเขาที่คิดจะจับให้คู่เลยให้เธอมาอยู่กับเขา เขาไม่ได้คิดอะไรกับเธออยู่แล้ว พวกเราเหมือนเพื่อนเหมือนพี่น้องกันมากกว่า จากตอนแรกที่ชีวิตเธอดูแย่มาก พอมาอยู่กับเขาแค่หนึ่งเดือนชีวิตของกลับรุ่งโรจน์อย่างฉุดไม่อยู่ เธอได้งานใหม่ที่เงินเดือนดีกว่าเดิมมาก ๆ และยังได้แฟนใหม่ที่ทั้งหล่อและรวยสุด ๆ เธอบอกว่าเขาคือเครื่องรางนำโชคดีของเธอ ก่อนที่เธอจะย้ายออกเธอและแฟนหนุ่มของเธอซื้อของมาขอบคุณเขาเยอะมาก อีกทั้งยังให้เงินเขาอีกสามแสนหยวน ให้คนอื่นอยู่ด้วยแค่เดือนกว่าแต่เงินมาตั้งสามแสนหยวน หลังจากนั้นเขาก็ให้คนอื่นมาพักเรื่อย ๆ นี่แหละคือวิธีการหาเงินสำหรับหมอดูที่ดังสักทีอย่างเขา
“อ่า…ครับ”
ล้อกระเป๋าเดินทางของเสิ่นฟานิดังขึ้นอีกครั้ง เขาเดินไปทางโถงทางเดินสองก้าวแล้วหยุดลง หันกลับมามองกู้ซื่อเหิง
“ตอนที่คุณไลฟ์เมื่อกี้ มีคนด่าคุณเหรอครับ?”
กู้ซื่อเหิงอึ้งไปครู่หนึ่ง “คุณรู้ได้ยังไง?”
เสิ่นฟานิชี้ไปที่โทรศัพท์บนโต๊ะน้ำชา หน้าจอยังคงสว่างอยู่ เป็หน้าหลังบ้านของการไลฟ์สด มีข้อความที่ยังไม่ได้อ่านค้างอยู่หลายแถว หนึ่งในนั้นแสดงข้อความตัวอย่างว่า [กู้ครึ่งเซียน คุณมันพวกต้มตุ๋น ดูดวงไม่แม่นเลยสักนิด!]
กู้ซื่อเหิงรีบยื่นมือไปคว่ำโทรศัพท์ลงด้วยความอับอาย
“เื่... เื่ปกติครับ” เขาหัวเราะแห้ง ๆ “อาชีพนี้น่ะครับ มีทั้งคนเชื่อและคนไม่เชื่อ ผมไม่เก็บมาใส่ใจหรอก”
เสิ่นฟานิมองเขา แววตาดูเหมือนจะมีบางอย่างแวบผ่านไป
“ครับ” เขารับคำสั้น ๆ พลางเดินไปที่โถงทางเดิน “แล้วห้องผมอยู่ไหนครับ?”
เชิงอรรถ