
การเจรจาเสร็จสิ้นลงด้วยดี... หรืออย่างน้อยก็ดีที่สุดเท่าที่พ่อค้าหน้าเืสองตระกูลจะตกลงกันได้
เฉินมู่ และ ถังจื่อ ดื่มชากันอีกจอกเพื่อเป็สักขีพยานแห่งพันธมิตร ก่อนที่คณะของสกุลเฉินจะขอตัวลากลับ
ที่ท่าน้ำหน้าศาลากลางสวนไผ่
จางเหว่ย ยืนกอดอกรอนายน้อยอยู่ใต้แสงจันทร์ ร่างกายที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามของเขายังคงมีรอยเืซึมเล็กน้อยจากาแที่ถูกมีดกรีด แม้
มันจะไม่ลึก แต่เืที่ไหลซึมออกมาตัดกับผิวสีทองแดงก็ดูน่าหวาดเสียว
"นี่... เ้าหมีโง่"
เสียงหวานใสแต่แฝงความถือตัวดังขึ้นจากด้านหลัง
จางเหว่ยหันกลับไป พบกับ ถังเหยียน ที่ยืนบิดผ้าเช็ดหน้าในมือไปมา ใบหน้าจิ้มลิ้มภายใต้แสงจันทร์ดูงดงามอ่อนหวานกว่าตอนถือมีดไล่แทงเขาลิบลับ
"มีกระไรหรือ คุณหนูถัง?" จางเหว่ยถามเสียงเรียบ
ถังเหยียนเม้มปากแน่น นางมองดูรอยแผลที่ต้นแขนของเขาด้วยความรู้สึกผิดลึกๆ (ผสมกับความเขินอายที่ถูกเขาอุ้มพาดบ่าเมื่อครู่)
"ยื่นแขนมานี่" นางสั่งเสียงแข็ง
"ไม่จำเป็... แผลแค่นี้ พรุ่งนี้ก็หาย"
"ข้าบอกให้ยื่นมา!" ถังเหยียนเดินกระทืบเท้าเข้ามาหา นางคว้าข้อมือใหญ่โตของเขาด้วยมือเล็กๆ ที่นุ่มนิ่ม แล้วกระชาก (ซึ่งแทบไม่ขยับ) ให้ลงมาอยู่ในระดับสายตา
นางล้วงตลับยาทำจากหยกขาวออกมา เปิดฝาออก กลิ่นหอมเย็นๆ ของสมุนไพรหายากลอยเตะจมูก
"นี่คือ 'ยาทิพย์หยกขาว' ของตระกูลถัง... ราคาแพงระยับ เ้าอย่าได้สำคัญตัวผิดว่าข้าพิศวาสเ้า" นางบ่นงึมงำขณะใช้นิ้วชี้ป้ายเนื้อยาสีขาวนวล
"ข้าแค่ไม่อยากให้ใครเอาไปพูดว่า ตระกูลถังรังแกคนไม่มีทางสู้"
นิ้วเรียวเล็กที่นุ่มเนียนดุจแพรไหม ค่อยๆ บรรจงทายาลงบนาแที่ต้นแขนของจางเหว่ย
ัันั้น...
จางเหว่ยชะงักไปเล็กน้อย ความเย็นของตัวยาตัดกับความอุ่นร้อนจากปลายนิ้วของนาง มันให้ความรู้สึกจั๊กจี้และวาบหวามอย่างประหลาด ยิ่งกว่าตอนโดนมีดบาดเสียอีก
ถังเหยียนขยับเข้ามาใกล้ขึ้น เพื่อทายาให้ถนัด กลิ่นกายหอมกรุ่นของดรุณีแรกแย้ม (กลิ่นดอกท้อผสมกลิ่นแป้งร่ำ) ลอยมาปะทะจมูกชายหนุ่มผู้หยาบกระด้าง
นางไม่ได้แตะเนื้อต้องตัวเขามากไปกว่าปลายนิ้ว... แต่ระยะห่างเพียงคืบที่หน้าอกของนาง (ซึ่งซ่อนอยู่ภายใต้ชุดที่มิดชิดแต่เข้ารูป) เกือบจะัักับท่อนแขนของเขานั้น สร้างแรงดึงดูดมหาศาล
ถังเหยียนเงยหน้าขึ้น... สบตาเข้ากับจางเหว่ยพอดี
ในระยะนี้ นางเห็นขนตาที่ยาวและแววตาที่ลึกล้ำซื่อตรงของเขาชัดเจน หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวดุจกวางตื่นหน้าไม้
"แผลนี้..." นางกระซิบเสียงแ่ นิ้วยังคงวนเวียนอยู่ที่รอยแผล "ถือว่าเป็ของขวัญต้อนรับจากข้า"
"ครั้งหน้า... อย่าประมาทข้าอีก"
นางเขย่งปลายเท้าขึ้นเล็กน้อย... ยื่นหน้าเข้าไปใกล้ใบหูของจางเหว่ย
ลมหายใจอุ่นๆ ของนางเป่ารดต้นคอเขา ทำให้ขนอ่อนลุกชันไปทั้งตัว
"เพราะครั้งหน้า... ข้าจะเล็งที่ 'หัวใจ' เ้า"
คำพูดนั้นกำกวม... ไม่รู้ว่าหมายถึงจะใช้มีดแทงหัวใจ หรือจะขโมยหัวใจกันแน่
นางผละออกอย่างรวดเร็ว ยัดตลับยาใส่มือเขา แล้วสะบัดหน้าเดินหนีกลับเข้าไปในเรือนโดยไม่หันกลับมามอง ทิ้งไว้เพียงกลิ่นหอมที่ยังติดตรึงอยู่ที่ปลายจมูก
จางเหว่ยยืนนิ่ง มองตลับยาในมือ แล้วยกมือขึ้นลูบต้นแขนจุดที่นางัั... ความร้อนผ่าวยังคงอยู่
"เป็ไง..." เฉินมู่ เดินเข้ามาตบไหล่สหายรักพร้อมรอยยิ้มเ้าเล่ห์ "พิษของคุณหนูถัง... ร้ายแรงไหม?"
"ร้ายแรงยิ่ง..." จางเหว่ยพึมพำ สายตายังคงมองตามหลังร่างเล็กๆ นั้นไป
"มันทำให้ใจเต้นแรง... ยิ่งกว่าโดนเสือไล่กัด"
เฉินมู่หัวเราะร่า กางพัดจีบโบกรับลม
"ดูท่า... การค้ากับตระกูลถัง จะมีกำไรมากกว่าเงินทองเสียแล้ว"
"ไปกันเถอะ อาเหว่ย... กลับไปเตรียมตัว"
"พายุกำลังจะมา... และคราวนี้ไม่ได้มาแค่ทิศทางเดียว"
รถม้าของสกุลเฉินเคลื่อนตัวออกจากจวนตระกูลถัง ท่ามกลางแสงจันทร์ที่สาดส่องลงมายังนครเฉวียนโจว
พันธมิตรได้ถูกสร้างขึ้น... ศัตรูได้กลายเป็คู่ค้า แต่ในเงามืดของยุทธภพ ยังมีขุมอำนาจอื่นที่กำลังจับตามองการเติบโตของ "พญาวานิช" ผู้นี้ด้วยความริษยาและหวาดระแวง