Again?
[Jecelyn’ s Part]
ผมเกร็งตัวเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าซีฮันเลี้ยวรถไปอีกทาง นี่มันไม่ใช่ทางไปบ้านของเ้าตัวนี่!
ก่อนหน้านี้ผมหาข้อมูลเกี่ยวกับซีฮันมาค่อนข้างเยอะ ถึงได้รู้ว่านี่ไม่ใช่ทางไปบ้านตระกูลหว่องแน่นอน
ตลอดสองสัปดาห์มานี้ผมพยายามอย่างสุดความสามารถที่จะทำให้อีกฝ่ายพาผมเข้าบ้านให้ได้
เพราะอะไรน่ะหรือ?
ย้อนไปเมื่อหนึ่งเดือนก่อนที่ผมไปเยี่ยมธนัท เขาเล่าให้ผมฟังว่าวันที่เกิดเื่ของนางสาวเจ ซีฮันแอบตั้งกล้องไว้เพื่อจะแบล็กเมล์หญิงสาว ทว่ามันกลับกลายเป็บันทึกการฆาตกรรมของเ้าตัวไว้เสียนี่
และผมได้รู้ความลับอีกอย่างของซีฮัน คือเขามีอาการของโรคจิตอ่อนๆ ด้วยเหตุนี้ แทนที่จะลบวิดีโอนั้นไปเสีย ซีฮันกลับเก็บมันเอาไว้ดูผลงานของตัวเองซะงั้น แถมยังเก็บไว้ในห้องทำงานในบ้านอีกด้วย
คราแรกผมไม่เคยคิดที่จะข้องแวะกับซีฮันแม้แต่น้อย แต่บังเอิญที่วันหนึ่งผมได้เจอกับเขา ฝ่ายนั้นมีท่าทีสนใจแถมยังมาวอแวผมอีก ผมจึงคิดว่านี่คงเป็หนทางที่ผมจะเอาวิดีโอของนางสาวเจนั้นมารื้อคดีให้พี่ชายของปืนได้ จึงเปิดโอกาสให้ซีฮันเข้าหา และผมก็ใช้ลูกล่อลูกชนเพื่อที่จะทำให้เขาพาผมเข้าบ้านให้ได้
วันนี้ผมคิดว่าซีฮันจะพาผมไปที่บ้านของเ้าตัว ไหงตอนนี้ดันพาไปที่อื่นเสียได้! หรือว่าเขาจะรู้แผนของผม?
บ้าหน่า ผมก็ว่าผมเนียนที่สุดแล้วนะ ไม่มีทางโป๊ะหรอก ความโป๊ะมันต้องเป็ศูนย์แน่นอน!
แม้ตอนนี้ผมเริ่มจะรู้สึกว่ามันไม่ค่อยถูกต้อง แต่ก็ต้องทำใจดีสู้เสือ ตามน้ำไปก่อน
***
รถราคาแพงเลี้ยวเข้ามายังโรงแรมหรูแห่งหนึ่ง เจษลินทร์แสร้งทำสีหน้าบึ้งตึงทันที ก่อนจะเอ่ยถาม
“คุณพาผมมาโรงแรม?”
“ที่บ้านผมไม่ค่อยมีอะไรน่าสนใจหรอก แต่ที่นี่ทั้งวิวดี บรรยากาศดี เราไปดื่มกันซักหน่อยดีกว่าเนอะ” ซีฮันว่าพร้อมลูบไล้หลังมือเจษลินทร์
'ขนลุกเป็บ้า!' คนโดนลวนลามสบถในใจ
“คุณเคยบอกว่าคุณจริงใจกับผม การที่คุณพาผมมาโรงแรมที่คุณเคยพาคนมาไม่ซ้ำหน้า นี่คือการแสดงความจริงใจของคุณ? อ่า ผมคงคาดหวังความจริงใจของคุณมากไปสินะครับ” เจษลินทร์เอ่ยค่อนแคะแล้วส่งยิ้มปลอมๆให้อีกฝ่ายพร้อมชักมือที่โดนลูบไล้อยู่กลับมา
“คุณอย่าเข้าใจผมผิดสิ ผมแค่อยากชวนคุณมาดื่ม เครื่องดื่มที่นี่รสชาติดีนะ” ซีฮันรีบตอบเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเริ่มมีท่าทีไม่พอใจ
คราแรกซีฮันแค่รู้สึกถูกใจเจษลินทร์เฉยๆ ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะเล่นด้วยจริงๆ ครั้นพอได้ลองคุยกัน เขาพบว่าเจษลินทร์ช่างเป็คนที่กระตุ้นเืลมในตัวเขาเสียเหลือเกิน ทั้งท่าทีหยิ่งจองหอง สายตาท้าทายที่ไม่ยอมลงให้เขา บวกกับวาจาจิกกัดจากริมฝีปากสวยนั่น ทำให้ซีฮันรู้สึกอยากจะทำให้คนอวดดีตรงหน้านั้นมาสยบอยู่ใต้ร่างเขา อยากจะเห็นใบหน้าสวยๆนั่นแสดงสีหน้าเ็ปและสุขสม ยิ่งกว่านั้นคือเจษลินทร์เป็คนที่ซีเปียนเคยชอบ เขาอยากจะรู้จริงๆว่าถ้าพี่ชายของเขาได้รู้ว่าเจษลินทร์เป็เมียเขาแล้ว ซีเปียนจะทำหน้ายังไงกันนะ?
“ผมไม่อยากจะเชื่อจริงๆว่าที่ตระกูลหว่อง จะมีเครื่องดื่มรสชาติสู้ที่นี่ไม่ได้ วันนี้คุณเปิดโลกใหม่ให้ผมอีกแล้ว” เจษลินทร์เอ่ยยั่วยุ
ซีฮันครางหึในลำคอ นั่นสินะ ถ้าคนตรงหน้ายอมเข้าโรงแรมกับเขาง่ายๆก็คงไม่ใช่เจษลินทร์แล้วล่ะ
“ผมแค่กลัวว่าถ้าไปบ้านผม คุณจะเบื่อน่ะ ขอโทษนะ งั้นเราไปบ้านผมกันดีกว่า”
“ไปส่งผมที่บ้านเลยดีกว่าครับ”
“ไม่เอาหน่า อย่างอนเลยนะ คุณจะให้ผมทำอะไรผมยอมทุกอย่างเลยดีมั้ย” ซีฮันว่าพลางยกนิ้วมาเกลี่ยแก้มของเจษลินทร์
“งั้นผมจะลองคิดดูว่าจะลงโทษคุณยังไงดี”
ซีฮันยกยิ้มมุมปากเมื่อได้ยินคำตอบ เขาสบตาเจษลินทร์ที่ส่งสายตาท้าทายระคนเย้ายวนมาให้เขาอยู่ก่อนแล้ว นั่นยิ่งกระตุ้นให้เขาอยากจะชมเชยและย่ำยีคนตรงหน้ามากขึ้นไปอีก
ไม่นานทั้งคู่ก็มาถึงบ้านตระกูลหว่อง
คนตัวบางทำทีเป็ตื่นเต้นกับความโอ่อ่าของบ้านแต่เก็บอาการไว้
“คุณคงไม่เคยมาที่นี่ใช่มั้ย? งั้นผมพาเดินดูบ้านแล้วกัน”
“เป็เกียรติมากครับ” เจษลินทร์ตอบรับ
เ้าของบ้านพาแขกเดินดูบ้านอยู่ครู่ใหญ่
“บ้านหลังใหญ่โตขนาดนี้ คุณอยู่คนเดียวเหรอ” เจษลินทร์เอ่ยถามหลังจากมาร์คเป้าหมายไว้ในใจแล้ว และเขาสังเกตเห็นว่าที่ลานจอดรถตอนนี้ไม่มีรถของซีเปียนจอดอยู่ซักคัน
“ครับ ตอนนี้ผมอยู่คนเดียว ว่าแต่คำถามของคุณเหมือนจะถามหาพี่ชายผมเลยนะครับ” ซีฮันหรี่ตามองเจษลินทร์ ความคิดแวบหนึ่งของเขาคิดว่าคนตรงหน้าอาจจะยังอาลัยอาวรณ์พี่ชายเขาอยู่? หึ แบบนั้นมันยิ่งน่าสนุกเข้าไปใหญ่!
“คุณคิดว่าผมเป็แบบนั้นเหรอครับ?”
พอเจอคำพูดของเจษลินทร์ ซีฮันก็ส่งเสียงหึในลำคอพลางยกยิ้ม ไม่ว่าเขาจะพยายามดักทางอะไร อีกฝ่ายก็มักจะลื่นไหลไปได้ทุกทีสิหน่า เป็คนที่น่าจับคั้นให้ตายคามือจริงๆ
“ผมจะไปคิดแบบนั้นได้ยังไงล่ะ เราไปดื่มไวน์กันดีกว่า คนของผมเตรียมไว้แล้ว” เ้าของบ้านว่าพร้อมเดินนำเจษลินทร์ไป
พวกเขานั่งดื่มไวน์และคุยกันเรื่อยเปื่อยริมสระน้ำ โดยที่เจษลินทร์พยายามดื่มให้น้อยและระวังตัวมากที่สุด
แต่…
อยู่ๆเจษลินทร์รู้สึกมึนหัวและง่วงงุนขึ้นมา สายตาก็เริ่มพร่ามัว เขารู้สึกชาวาบในหัวใจ อีกใจหนึ่งก็รู้สึกคุ้นๆว่าเคยเจอเหตุการณ์แบบนี้ที่ไหนกันนะ?
“นี่คุณ!” เจษลินทร์มองไปยังซีฮันที่นั่งยิ้มอยู่
'บ้าจริง นี่เขาประมาทหมอนี่เกินไป ไม่นึกว่าอีกฝ่ายจะกล้าวางยาเขา!'
แล้วความทรงจำหนึ่งก็โผล่มาในหัวเจษลินทร์ ใช่!อาการเขาตอนนี้มันเหมือนกับที่เขาเป็เมื่อวันที่เจอกับซีฮันครั้งแรกเลย
ไม่นานสติของเจษลินทร์ก็พลันวูบดับไป...
***
“โธ่โว้ย ไปอยู่ที่ไหนวะ!” ปัณณวิชญ์สบถอย่างหัวเสีย
หลังจากที่หาญบอกว่ามีบ่อยครั้งที่ซีฮันพาผู้หญิงไปโรงแรม พวกเขาจึงตามไปดูตามโรงแรมที่ซีฮันเคยไป แต่ก็ไม่พบ นั่นยิ่งทำให้ปัณณวิชญ์ร้อนรนมากขึ้น
เขาพยายามคิดว่าซีฮันจะไปไหนได้ ครั้นพอคิดไปคิดมา เขาว่าเจษลินทร์ไม่น่าจะยอมขึ้นโรงแรมกับหมอนั่นแน่ๆหากคนรักของเขายังมีสติอยู่อะนะ แต่ถ้าเจษลินทร์ไม่มีสติล่ะ? ซีฮันก็ไม่ควรพาเจษลินทร์ไปโรงแรมสิ หรือถ้าพาไปจริงโรงแรมใหญ่ๆละแวกนี้เขากับเพื่อนก็ดูมาหมดแล้วนี่
โธ่โว้ย!!!
“หาญ กลับไปบ้านซีฮันกัน” ปัณณวิชญ์เอ่ยกับเพื่อน
“หา? ไหงเป็งั้นอะ?”
“ไปเถอะหน่า เร็วๆ”
“ซีฮันอยู่นี่จริงด้วยว่ะ เหมือนเขากำลังหงุดหงิดไล่ซ้อมลูกน้องอยู่หน้าบ้านเนี่ย” หาญว่า ตาก็มองภาพจากโดรนในมือ พวกเขาจอดรถไม่ไกลจากบ้านตระกูลหว่อง เพื่อสะดวกในการแอบดู
“แล้วคนที่มากับเขาล่ะ” ปัณณวิชญ์รีบเอ่ยถาม
“ไม่เห็นนะ”
ปัณณวิชญ์เลิกคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะหยิบมือถือขึ้นมา กดโทรหาเจษลินทร์อีกครั้ง แม้ว่าก่อนหน้านี้เขาจะลองแล้วแต่ไม่เป็ผลก็เถอะ
ดีที่คราวนี้เจษลินทร์รับโทรศัพท์แล้ว!
เขาจึงรีบรุดไปหาคนรักทันที
***
สิบห้านาทีก่อนหน้านี้....
ซีฮัน หว่อง ยกยิ้มมองดูเจษลินทร์ที่หมดสติไปแล้ว ความจริงเขาก็ไม่ได้ตั้งใจจะวางยาอีกฝ่ายหรอก แต่พอคิดๆดู คนพยศอย่างนี้จะยอมนอนกับเขางั้นหรือ? สองอาทิตย์ที่ผ่านมาก็ถือว่าเขาอดทนมากแล้วนะ ตอนนี้เขาไม่อยากอดทนอะไรทั้งนั้น ต่อให้คนตรงหน้าตื่นมาแล้วจะโวยวายหรือไม่พอใจเขา ก็แล้วอย่างไรเล่า? ตอนนั้นเขาก็คงจะได้เจษลินทร์มาครองเรียบร้อยแล้วล่ะ และแน่นอนว่าเขาต้องบันทึกวิดีโอเหตุการณ์แห่งความทรงจำนี้ไว้แน่นอน
เขาเดินไปช้อนอุ้มร่างบางที่ไร้สติ หน้าตาตอนหลับต่างกับตอนตื่นยิ่งนัก ช่างดูน่าเอ็นดูและน่าหลงใหลเข้าไปอีก
ผลั้วะ!!!!!
ซีฮันเซล้มลงหลังจากที่เขารู้สึกเหมือนมีอะไรกระแทกเข้าที่หน้าอย่างแรงจนมึนไปหมด รู้ตัวอีกทีเจษลินทร์ก็โดนแย่งไปอยู่ในอ้อมแขนของซีเปียนแล้ว
“เฮียเคยเตือนแล้วใช่มั้ย ว่าอย่ายุ่งกับเจษ!” ซีเปียนตะคอกใส่น้องชาย
“เห็นๆกันอยู่ว่าเขาเต็มใจ” ซีฮันเอ่ยสวน พร้อมพยุงตัวเองลุกขึ้น
“เต็มใจเหรอ? นายวางยาเขาแล้วบอกว่าเขาเต็มใจเนี่ยนะ? คนอย่างนายนี่มันไม่เคยเปลี่ยนไปเลยจริงๆ” ซีเปียนตะคอกใส่ด้วยความโมโห ความจริงเขาอยากจะต่อว่าน้องชายมากกว่านี้ แต่เขาเป็ห่วงคนในอ้อมแขนมากกว่า จึงอุ้มเจษลินทร์เดินออกจากตรงนั้นไปเสีย
ซีฮันได้แต่ขบกรามแน่น ความจริงก็อยากจะตามไปเอาเจษลินทร์คืนมาอยู่หรอก แต่ซีเปียนพาคนมาเยอะเกินไป ลูกน้องของเขาที่มีอยู่ตอนนี้มีไม่มากแล้ว ถ้าปะทะกัน ยังไงก็สู้ไม่ไหว เขาเลยทำได้แค่มองพี่ชายเดินจากไปโดยที่เขาทำอะไรไม่ได้เลย! เขาจึงหันไประบายโทสะใส่ลูกน้องแทน
***
ปัณณวิชญ์ทอดถอนหายใจยืดยาวทันทีที่เห็นคนรักพริ้มหลับอยู่
“ผมขอให้หมอทำให้เขาหลับไปน่ะ คุณเองคงพอจะเดาได้ใช่มั้ยว่าซีฮันเอายาอะไรให้เจษ” ซีเปียนเอ่ยขึ้น
หลังจากที่เจษลินทร์หมดสติไป ซีเปียนก็ไม่รู้จะพาไปไหนดี จะไปส่งบ้านเ้าตัวสภาพนี้ก็คงไม่ได้ จะพาไปคอนโดเขาก็ไม่เหมาะ เลยเลือกพามาโรงพยาบาลแทน และบอกกล่าวคนรักของน้องให้ด้วย
ปัณณวิชญ์พยักหน้ารับคำของซีเปียน ทำไมเขาจะไม่รู้ล่ะ ครั้งก่อนโน้นที่เจษลินทร์โดนยาจากซีฮันเขาก็เป็คนดูแล แต่คราวนี้เจษลินทร์ได้ยาพร้อมแอลกอฮอล์ คิดไม่ออกเลยว่าถ้ายังตื่นอยู่คนรักของเขาจะมีอาการยังไง
“งั้นผมขอตัวกลับก่อนนะ” ซีเปียนเอ่ยบอก
“ขอบคุณ” ปัณณวิชญ์เอ่ย แม้เขาจะไม่ชอบหน้าซีเปียนนัก แต่ถ้าคราวนี้ไม่ได้หมอนี่ช่วยไว้ เจษลินทร์ก็คงแย่เหมือนกัน
ซีเปียนพยักหน้ารับ ชำเลืองมองเจษลินทร์ครู่หนึ่งแล้วเดินออกจากห้องไป
“นี่มันอะไรวะ ทำไมมึงต้องมานั่งเฝ้าคู่ขาของซีฮัน แล้วทำไมซีเปียนถึง- โอ๊ย กูงงไปหมดแล้ว” หาญที่ไม่เข้าใจอะไรสักอย่างเอ่ยถามขึ้น
“ไว้กูเล่าให้ฟังวันหลัง นี่ก็ดึกแล้ว มึงกลับไปพักเถอะ ขอบใจมาก” ปัณณวิชญ์บอกเพื่อน
แม้ต่อมความอยากรู้ในตัวหาญจะพุ่งด่องๆอยากจะซักไซ้เพื่อนยิ่งนัก แต่ก็รู้ดีว่าไม่มีประโยชน์ จึงยอมกลับไปก่อนแต่โดยดี
เจษลินทร์รู้สึกตัวตื่นมาในที่ๆไม่คุ้นเคย อย่างแรกที่รู้สึกคือกลิ่นฉุนของยาเหมือนอยู่ในโรงพยาบาลไม่มีผิด พอมองสำรวจดีๆจึงได้รู้ว่าตัวเองอยู่ที่โรงพยาบาลจริงๆ โดยมีปัณณวิชญ์นอนอยู่บนโซฟาข้างๆ
เขาหมดสติที่บ้านของซีฮันไม่ใช่เหรอ แล้วทำไมมาอยู่ที่นี่? แล้วมาอยู่กับปืนได้ยังไง ปืนได้รับาเ็รึเปล่า?
คิดมาถึงตรงนี้เจษลินทร์ก็รีบลุกลงจากเตียงไปสำรวจดูคนรักว่าได้รับาเ็ตรงไหนรึเปล่า
จังหวะเดียวกับที่คนนอนอยู่ตื่นขึ้นพอดี
“เป็ยังไงบ้าง” ปัณณวิชญ์เอ่ยขึ้นก่อน
“เราไม่เป็อะไร ปืนล่ะ เป็อะไรรึเปล่า?”
ปัณณวิชญ์ส่ายหัวแทนคำตอบ
“เอ่อ ทำไมเรามาอยู่ที่นี่ได้ล่ะ” เจษลินทร์เอ่ยถามเสียงอ่อย
“ผมรึเปล่าที่ต้องถามว่าคุณคิดจะทำอะไรกันแน่”
การที่อีกฝ่ายแทนตัวเองว่า'คุณ'ทำให้หัวใจคนฟังแป้วลงไปมาก
“ปืน คือ เราขอโทษ” เจษลินทร์เอ่ยอย่างรู้สึกผิด พร้อมเล่าเื่ราวทั้งหมดให้ปัณณวิชญ์ฟังอย่างละเอียด
“ทำไมพาตัวเองไปเสี่ยงแบบนั้น ถ้าเกิดอะไรขึ้นมาจะทำยังไง ถ้าเมื่อคืนซีเปียนไม่เข้าไปช่วยป่านนี้คุณจะเป็อะไรไปแล้ว ทำอะไรทำไมไม่ปรึกษากันก่อน คุณเคยบอกกับผมว่ามีอะไรให้บอกคุณได้ทุกเื่ แต่ทำไมคุณมีอะไรถึงไม่บอกกันล่ะ? หรือคุณไม่ไว้ใจผม? หรือคุณคิดว่าผมมันพึ่งพาไม่ได้?” ปัณณวิชญ์ร่ายยาวใส่คนรักด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งเป็ห่วง ทั้งโมโหที่เมื่อคืนตัวเองไม่มีปัญญาช่วยคนรัก และทั้งแค้นเมื่อได้รู้ว่าตัวการที่ทำให้พี่เขาจบชีวิตลงคือซีฮันนั่นเอง!
เป็ครั้งแรกที่เจษลินทร์เห็นปัณณวิชญ์โกรธขนาดนี้ รู้สึกในอกมันวูบโหวงอย่างบอกไม่ถูก รู้สึกผิดและเสียใจที่ทำให้คนรักรู้สึกแย่ไปด้วย ไม่นานน้ำตาก็รื้นขึ้นมาในดวงตาคู่สวย
“ปืนพูดแรงไปเหรอ ขอโทษ” คนที่โมโหในคราแรกน้ำเสียงอ่อนลงทันที
“ไม่ๆ ปืนไม่ได้พูดแรงเลย เราเองที่คิดน้อยไป ขอโทษนะ ไม่ใช่ว่าเราไม่เชื่อใจหรือคิดว่าปืนพึ่งพาไม่ได้นะ แค่เราเห็นว่า่นี้ปืนงานยุ่งเลยไม่อยากให้ปืนเหนื่อยเพิ่ม และเราก็คิดแค่ว่าต้องรับผิดชอบคดีของชวินทร์ด้วย เราไม่ได้คิดแบบที่ปืนว่าจริงๆนะ”
ปัณณวิชญ์ถอนหายใจแล้วดึงคนกึ่งจะร้องไห้มากอด ต่างคนก็ต่างมีเหตุผลในมุมของตัวเองนั่นแหละ
เห็นทีพวกเขายังต้องมีเื่ให้ปรับจูนกันอีกหลายอย่าง
และเขาก็มีเื่ต้องสะสางกับซีฮันด้วย!!
TBC
⍣⚝⚝⚝⚝⚝⚝⚝⚝⍣
พิเจษโดนดุแย้วววว
ติชมกันเข้ามาได้นะคะ
Enjoy Reading
- Love -