เทพอสูรกลืนตะวัน

    บทที่ 16 : การประลองที่ไร้ความหมาย

    ตอนนี้งานประลองรุ่นเยาว์ได้เริ่มขึ้นแล้ว งานประลองนี้ถูกจัดขึ้นด้วยการร่วมมือกันของ 4 ตระกูลใหญ่แห่งเมืองนภาไหลคือ ตระกูลเจียง , ตระกูลเหลียง , ตระกูลจิง และ ตระกูลฉิง และมีราชวงศ์เทียนเป็๲ผู้สนับสนุนเพื่อหวังให้เหล่ารุ่นเยาว์ที่โดดเด่นของแต่ละตระกูลมาขัดเกลาฝีมือของตน



    แต่ในช่วงหลังนี้จุดประสงค์ของการประลองเปลี่ยนไปกลายเป็นการประลองเพื่อแสดงอำนาจเสียมากกว่า

    เจียงเฉินนั่งชมการประลองของรุ่นเยาว์ในแต่ละตระกูลอย่างเงียบ ๆ แต่แล้วปู่ของเขาเจียงเฉินก็หันมาถาม

    ''เจ้ากังวลกับการประลองงั้นหรือ ?''

    เจียงเฉินที่ได้ยินก็ส่ายหน้าพร้อมกับพูดออกไปอย่างใจเย็น

    ''ข้าไม่ได้รู้สึกกังวลเกี่ยวกับมันแม้แต่นิดเดียวท่านปู่''

    ปู่ของเจียงเฉินที่ได้ยินก็ยิ้มพร้อมกับพูดขึ้น

    ''งั้นก็ดีอีกไม่นานก็ถึงรอบของเจ้าแล้ว''

    ไม่นานนับจากนั้นก็ถึงรอบของเจียงเฉิน กรรมการที่ถูกเชิญมาจากราชวงศ์ก็ได้ประกาศชื่อของเจียงเฉินพร้อมกับคู่ต่อสู้

    ''รอบที่ 7 เจียงเฉิน กับ จิงซูหยัน''

    ทันทีที่ชื่อของเจียงเฉินถูกประกาศออกมาคนในตระกูลเจียงก็แสดงท่าทีตกตะลึงออกมาเพราะทุกคนภายในตระกูลรู้ว่าเจียงเฉินนั้นเป็นเพียงขยะที่ไม่สามารถฝึกฝนใดๆ ได้แต่ปู่ของเจียงเฉินดูไม่ได้ตื่นตระหนกอะไรกลับแสดงท่าทีสงบเป็นอย่างมาก

    และเมื่อเจียงฮานอี้เห็นท่าทีที่สงบของเจียงเฟิงเทียนเขาก็พูดออกมาด้วยท่าทีเหยียดหยาม

    ''เฟิงเทียน เจ้าแน่ใจงั้นเหรอที่จะให้หลานเจ้าออกไปประลอง ?''

    ปู่ของเจียงเฉิน เจียงเฟิงเทียนเมื่อได้ยินแบบนั้นก็พูดขึ้นด้วยน้ำเสียบเงียบสงบ

    ''เจ้าต้องการจะสื่อสิ่งใด ?''

    เมื่อได้ยินคำถามของเจียงเฟิงเทียน มุมปากของเจียงฮานอี้ก็ยกยิ้มออกมาพร้อมกับพูดขึ้น

    ''คนทั้งเมืองต่างก็รู้ว่าหลานของเจ้าเป็นเพียง ' ขยะ ' ที่ไม่สามารถบ่มเพาะได้แล้วจะมีหน้าไปสู้กับจิงซูหยันได้ยังไง เจ้าคิดจะให้ตระกูลเจียงของพวกเราเสียหน้างั้นรึ ?''

    คำพูดและน้ำเสียงของเจียงฮานอี้เน้นย้ำลงไปที่คำว่า ขยะ เพื่อตอกย้ำให้ทุกคนที่อยู่ในลานประลองได้รู้ว่าเจียงเฉินเป็นคนยังไงแม้เจียงฮานอี้จะพูดถูกหรือย้ำยี้เจียงเฉินเท่าไหร่ เจียงเฟิงเทียนผู่เป็นปู่ก็หาสนใจเขายังคงนั่งนิ่งเฝ้ามองเจียงเฉินที่กำลังเดินขึ้นไปยังลานประลองอย่างใจเย็น

    เจียงเฉินเดินขึ้นมาบนลานประลองอย่างสงบ เขาจ้องมองจิงซูหยันอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะถอนหายใจออกมาเบา ๆทางด้านจิงซูหยันเมื่อรู้ว่าคู่ประลองของตนเป็นขยะแห่งเมืองนภาไหลเขาก็ได้แต่ยิ้มแย้มอยู่ภายในใจจากนั้นเขาก็พูดขึ้น

    ''เจ้าคิดจะประลองจริง ๆ งั้นเหรอเจียงเฉิน ?''

    ''ใช่''

    เจียงเฉินตอบกลับไปสั้น ๆ เพราะเขาไม่อยากจะเสียเวลาไปมากนักส่วนจิงซูหยันเมื่อเห็นว่าเจียงเฉินมิได้ให้ความสนใจเขาเลยในใจของจิงซูหยันก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกโกรธขึ้นมาเล็กน้อย จิงซูหยันตัดสินใจไม่คิดจะพูดอะไรอีกต่อไป เขาพุ่งเข้าใส่เจียงเฉินทันที

    เจียงเฉินจ้องมองจิงซูหยันเล็กน้อยก่อนจะถอนหายใจออกมาเบา ๆ และสะบัดมือเบา ๆ ใส่จิงซูหยันที่พุ่งเข้ามาพลังปราณที่อัดแน่นอยู่ภายในของเจียงเฉินต่างไหลผ่านฝ่ามือและพุ่งเข้าใส่จิงซูหยันอย่างรวดเร็ว

    อ๊ากกกกก 

    ทันทีที่จิงซูหยันปะทะเข้ากับปราณที่พุ่งออกไปจากมือของเจียงเฉิน เขาก็กระเด็นออกจากลานประลองพร้อมกับเสียงร้องโหยหวนทันที

    ภาพตรงหน้าทำเอาทุกคนต่างตกตะลึงเพราะทุกคนภายในเมืองต่างรู้ดีว่าเจียงเฉินนั้นเป็นเพียงขยะที่ไม่สามารถฝึกฝนใด ๆ แต่กลับสามารถชนะจิงซูหยันได้ภายในหมัดเดียว ไม่สิภายในการสะบัดมือครั้งเดียวนี่ใช่เจียงเฉินที่ชาวเมืองรู้จักกันงั้นเหรอ ?

    ผู้ชมต่างตะลึงในความแข็งแกร่งของเจียงเฉินเพียงแค่เขาสะบัดมือเบา ๆ เขาก็สามารถทำให้คนที่อยู่ในระดับปราณแรกเริ่ม ขั้นที่ 5กระเด็นไปได้หลายเมตร ไม่เพียงแค่ผู้ชมเท่านั้นที่ตะลึงเจียงฮานอี้ก็ไม่ต่างกัน

    ทางด้านปู่ของเจียงเฉิน เจียงเฟิงเทียนเมื่อเห็นท่าทีของเจียงฮานอี้ก็หัวเราะออกมาเสียงดังพร้อมกับพูดขึ้น

    ''นี่นะเหรอขยะที่เจ้าพูดถึง ? จิงซูหยันอยู่ในระดับเดียวกับหลานของเจ้า เขายังแพ้อย่างง่ายดายเช่นนี้ แล้วหลานของเจ้าจะไม่ย่อยยับเละเทะงั้นหรือฮานอี้ ยิ่งเจียงฮันมักจะชอบกลั่นแกล้งเจียงเฉินอยู่บ่อย ๆ แต่เจ้าไม่ต้องเป็นห่วงหรอกนะหลานของข้านั้นเป็นผู้ใหญ่พอเขาไม่มาเล่นกับเด็กหรอก ฮ่าๆๆ''

    เสียงของเจียงเฟิงเทียนดังไปทั่วลานประลอน เจียงฮานอี้ได้ยินก็ได้แต่นั่งลงด้วยใบหน้าขมขื่น เขาไม่คิดเลยว่าเจียงเฉินจะเก็บซ่อนความแข็งแกร่งเอาไว้ตลอดแบบนี้ก่อนหน้านี้เจียงฮันหลานของเขาเป็นรุ่นเยาว์ที่แข็งแกร่งที่สุดเป็นอันดับ 1ของตระกูลแต่ด้วยปู่ของเจียงเฉินมีผู้อาวุโสที่แข็งแกร่งอยู่เดียวกันทำให้เจียงฮานอี้มีโอกาสไม่มากที่จะยึดครองตำแหน่งผู้นำตระกูล

    แต่ในตอนนี้เจียงเฉินหลานของเจียงเฟิงเทียนแข็งแกร่งกว่าอัจฉริยะอันดับ 1 ของตระกูลทำให้โอกาสที่เจียงฮานอี้จะยึดครองตระกูลน้อยลงไปอีกเพราะด้วยการที่เจียงเฉินเป็นรุ่นเยาว์ที่แข็งแกร่งที่สุดในตระกูลทำให้ตำแหน่งของเจียงเฟิงเทียนมั่นคงยิ่งขึ้น

    เจียงเฉินเดินออกจากลานประลองและกลับมานั่งที่ของเขาอย่างสบาย ๆ หลังจากกรรมการประกาศผลแต่หลังจากนั้นไม่นานก็ได้มีชายคนหนึ่งเดินเข้ามาหาเจียงเฉินพร้อมกับพูดด้วยท่าทางนอมน้อม

    ''นายน้อยเฉิน องค์หญิงเทียนอี้ต้องการให้พูดคุยกับท่าน''

    ทันทีที่คำพุดของชายคนนั้นจบลงทั่วทั้งบริเวณนั้นก็ตกอยู่ในความตะลึง เจียงเฉินได้ไปพูดคุยกับองค์หญิงเทียนอี้หลินจากราชวงศ์เทียน ?องค์หญิงเป็นใคร ? เจียงเฉินเป็นใคร ?  เจียงเฉินเกี่ยวข้องอะไรกับองค์หญิงกัน ? คำถามเหล่านี้วิ่งวุ่นอยู่ภายในหัวของผู้คนบริเวณนั้นอย่างรวดเร็ว

    เจียงเฉินหันไปหาปู่ของเขาเพื่อขออนุญาต เจียงเฟิงเทียนก็พยักหน้าเบา ๆ เป็นเชิงอนุญาตจากนั้นเจียงเฉินก็ลุกตายชายคนนั้นไปยังที่นั่งของเหล่าราชวงศ์

    เมื่อเดินมาถึงเจียงเฉินก็กล่าวเล็กน้อย

    ''โอ้ องค์หญิงมีสิ่งใดที่ต้องการกล่าวกับข้าผู้ต่ำต้อยเช่นนี้หรือ ?''

    ทันทีที่ได้ยินคำพูดของเจียงเฉินองค์หญิงเทียนอี้ก็ทำหน้ามุ้ยอย่างน่ารักพร้อมกับพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน

    ''ทำไมเจ้าถึงพูดกับข้าเยี่ยงนี้กัน ข้าอุส่าอยากจะขอบคุณเจ้าเรื่องเม็ดยานั่นเสียหน่อย มันช่วยข้าได้ดีเลยทีเดียว''

    เจียงเฉินที่ได้ยินก็ทำตาโตพร้อมกับพูดออกมา

    ''โอ้ จริงงั้นเหรอองค์หญิง ถ้าความสามารถอันเล็กน้อยของข้าสามารถช่วยองค์หญิงได้เช่นนั้นข้าก็ดีใจ''

    ''ชิ เจ้าช่างแดกดันเหลือเกินนะ''

    ''ข้าเป็นเช่นนั้นหรือ ?''

    เจียงเฉินพูดพร้อมกับลูบคางตัวเองเบา ๆ ด้วยท่าทางยียวนเล็กน้อยทำให้องค์หญิงแสดงท่าทีไม่พอใจออกมา ชายชราผมขาวที่นั่งอยู่ด้านข้างก็อดไม่ได้ที่จะขำออกมา เมื่อเจียงเฉินเห็นเขาก็ประสานมือคารวะทันที

    ''เจียงเฉิน คารวะผู้อาวุโส''

    ชายชราพยักหน้าเล็กน้อยและกล่าวให้เจียงเฉินนั่งลง เมื่อเจียงเฉินนั่งลงองค์หญิงก็กล่าวถามเขาทันที

    ''เจ้าหลอมยาทั้งหมดนั่นเองงั้นเหรอ ?''

    ''แน่นอน องค์หญิงมีอะไรงั้นเหรอ ?''

    ''เปล่าหรอก ข้าแค่สงสัยเท่านั้นไม่คิดว่าเม็ดยาเหล่านั้นจะถูกหลอมด้วยคนอย่างเจ้า''

    เมื่อได้ยินเจียงเฉินก็ขมวดคิ้วทันที

    ''คนอย่างข้า ? คนอย่างข้ามันทำไมงั้นเหรอ ?''

    ทันทีที่ได้ยินคำถามองค์หญิงก็หันหน้าหนีก่อนจะพูดออกมาด้วยเสียงเบาบาง

    ''คนน่ารังเกียจอย่างเจ้าไงหล่ะ ข้าหล่ะอุส่าคุยกับเจ้าแต่ไหงเจ้าถึงไม่แสดงท่าทางดีใจให้ข้าเห็นบ้างเลย เจ้ารู้ไหมมีคนมากมายแค่ไหนอยากพูดคุยกับข้า เจ้าคนหยาบช้า''

    เจียงเฉินนั้นแสร้งทำเป็นไม่ได้ยินแต่ก็อดขำไม่ได้อยู่ภายในใจ ชายชราผมขาวที่นั่งอยู่เมื่อเห็นทั้งคู่คุยกันก็ได้แต่ยิ้มออกมาก่อนจะเอ่ยถามกับเจียงเฉิน

    ''เจียงเฉินเหตุใดเจ้าถึงเข้าร่วมงานประลองงี้กันหล่ะ ? เพราะมันช่างเป็นการประลองที่ไร้ความหมายสำหรับเจ้ายิ่งนัก''

    ''ข้าเพียงแค่ต้องการแสดงให้ใครคนหนึ่งเห็นเท่านั้น ไม่มีอะไรมากน้อยกว่านั้น''

    เจียงเฉินไม่ได้ตอบอะไรกลับมากมายเพียงแค่ยิ้มเล็กน้อยและตอบกลับไปสั้น ๆ เท่านั้นเพราะเหตุผลที่แท้จริงในการเข้าร่วมการประลองครั้งนี้ของเจียงเฉินนั้นเพียงเพื่อแสดงความแข็งแกร่งให้กับผู้คนในตระกูลเจียงให้เห็นเท่านั้นและทำให้ตำแหน่งของปู่ของเขามั่นคงไร้ผู้ต่อต้าน

    ทางด้านของผู้อาวุโสเมื่อรู้ว่าเจียงเฉินมีเหตุผลที่ไม่สามารถบอกได้ ตัวเขาก็ไม่อยากจะบีบคั้นอะไรได้แต่ยิ้มและนั่งชมการประลองพร้อมกับเฝ้ามององค์หญิงพูดคุยกับเจียงเฉิน