วันนี้บรรยากาศโต๊ะอาหารช่างดูแปลกตา ซุนนานทำอาหารสุดฝีมือ ในโต๊ะอาหารมีอาหารมากกว่าปกติ หากแต่วันนี้แม่แปดซุนเฟิ่งย่าที่มักชอบพูดชอบคุย กับนั่งกินเงียบๆ ไม่กล่าววาจาอะไรเลยแม้แต่น้อย เจ้าอ้วนน้อยซุนผูก็ไร้เดียงสามิได้สนใจอะไร นอกจากดีอกดีใจที่วันนี้มีกับข้าวให้กินหลายอย่าง เรียกหาข้าวเปล่าขอเติมข้าวเติมกับอยู่ตลอดเช่นเดิม
หากแต่แม่เจ็ดซุนจิ้งหร่านกลับสังเกตได้ นางมองซุนนานและซุนเฟิ่งย่าสับไปสับมา นางกล่าวถามทั้งสองว่ามีอะไร หากแต่ก็ไม่มีใครใคร่บอกใคร่ตอบอะไรนางเลย ด้วยความที่นางก็มิใช่คนช่างพูดช่างถามสุดท้ายนางก็ได้แต่ปล่อยวาง ก่อนที่จะคิดในใจ บางครั้งครอบครัวก็ต้องมีกระทบกระทั่งกันบ้างเป็นธรรมดา นางหวังเพียงแต่เรื่องเหล่านี้จะไม่เนิ่นนาน จนทั้งสองต้องผิดใจกัน
นางไม่รู้ว่าอะไรเกิดขึ้นกับทั้งสอง นางรู้จักทั้งสองคนมาเนิ่นนาน หากแต่นางก็ไม่เคยเห็นพี่หญิงแปดของนางซุนเฟิ่งย่าเป็นเช่นนี้เลย
ส่วนตัวซุนนาน นางรู้จักมาตั้งแต่เด็กซุนนานเป็นเด็กน่ารักรู้ความ เฉลียวฉลาดว่าง่าย รู้ว่าสิ่งใดควรทำไม่ควรทำ นางนั้นก็ยังวางใจในตัวซุนนานยิ่ง ดังนั้นในใจของซุนจิ้งหร่านในตอนนี้จึงหวังว่าทั้งสองจะปรับความเข้าใจกันในเร็ววัน
...
ไม่ช้าราตรีก็มาถึงซุนนานในวันนี้ตัวมันไม่มีอารมณ์จะศึกษาสิ่งใดๆ อีกต่อไป หัวใจของมันว้าวุ่นเกินทน มันมิอาจทนเห็นท่านแม่แปดซุนเฟิ่งย่าของมันเป็นเช่นนี้ หากแต่ตัวมันก็ไม่รู้ว่าจะแก้ไขสถานการณ์ได้อย่างไร มันออกจากส่วนลึกสุดของถ้ำเร้นลับ ไม่สนใจฝึก [คัมภีร์โอสถสวรรค์] อีกต่อไป
ก่อนที่จะเดินไปส่วนถ้ำที่พัก ที่บัดนี้เห็นเจ้าอ้วนซุนผูกับท่านแม่เจ็ดซุนจิ้งหร่านนอนหลับด้วยกัน หากแต่แม่แปดกลับไม่ได้อยู่ที่นี่
ซุนนานจึงก้าวเดินออกจากถ้ำวันนี้พระจันทร์เต็มดวง ดวงจันทร์วันนี้ส่องแสงสดใส ท้องนภาก็โปร่งโล่ง เมื่อเหม่อมองไปบนท้องฟ้านภากว้างก็เห็นดาราแข่งกันให้แสงส่องสว่างชัดเจน เป็นทางช้างเผือกทอดยาวไร้ที่สิ้นสุด
ซุนนานตัวมันเหลียวมองโดยรอบ ในมุมไกลๆ บนโขดหินข้างบึงสระน้ำ มีสตรีนางหนึ่งสวมชุดคลุมหลวมๆ เสื้อผ้าทั่วเรือนกายมีเพียงผ้าคาดอกสีแดงเนื้อบางเบาตู้โตว และกางเกงสีขาวบางไคตังคู่ นางนั่งกอดเข่าคู่ชันเหม่อมองท้องนภาที่สุกสดใสสกาวยามราตรีนี้อยู่ สายลมเย็นๆ พัดผ่านเรือนกายของนาง เส้นผมที่ยาวไสวปิดปลิวไปมา แม้จะไม่ได้อยู่ใกล้แนบชิดกายของนาง หากแต่ซุนนานก็จดจำกลิ่นกายหอมเย็นดุจดอกไม้หอมหวานจางๆ ของท่านแม่แปดซุนเฟิ่งย่าได้เป็นอย่างดี
ซุนนานได้แต่มองนางไกลๆ แขนขาของมันยามนี้ไม่มีความกล้าแม้แต่น้อยที่จะเดินเข้าไปพูดคุยกับนาง
คนมีบาปกระทำชั่วเช่นมันคงเป็นเช่นนี้ ไร้ความกล้าและหวาดกลัว ตัวซุนนานได้แต่คิด
หากแต่เมื่อมันทบทวนถึงสิ่งที่เกิดขึ้น มันก็ถามตัวเองว่า หากให้มันย้อนเวลากลับไป มันจะยังกระทำเหมือนเดิมรึเปล่า คำตอบของมันก็คงเป็นเช่นเดิม
ซุนนานตัวมันได้แต่คิดต่อให้แม่แปดซุนเฟิ่งย่าจะโกรธเกลียดมันทั้งชีวิตเพราะเรื่องนี้มันก็พร้อมจะยอมรับ หากแต่ตัวมันจะไม่มีวันโกรธเกลียดสตรีผู้นี้ที่มันเรียกว่าแม่แปดได้ แม้แต่เรียกร้องบุญคุณจากนางตัวมันก็ไม่มีวันกระทำ มีแต่การยอมสำนึกผิดบาปต่อตัวนางเท่านั้นที่มันมี
หากยามนี้นางถือมีดจี้คอมัน เรียกร้องขอเอาชีวิตมัน มันก็จะมอบลำคอนี้ให้นางทิ่มแทง หากสองมือของนางมิกล้าบั่นศีรษะมัน มันก็จะจับกระบี่นั้นมาบั่นศรีษะตัวเองทันทีหากนางร้องขอ
ของแค่เพียงแม่แปดซุนเฟิ่งย่าบอกมัน ชีวิตของมันก็มอบให้นางได้
ซุนนานได้แต่คิดแบบนี้กับตัวเอง
มันมองท่านแม่แปดของมันอยู่ครู่ใหญ่ ไม่ช้ามันก็เดินกลับเข้าถ้ำที่พักของตัวเอง พรุ่งนี้รุ่งสางตัวมันก็ยังมีเวรที่ต้องเป็นผู้เดินออกไปสำรวจและหาอาหารอีก หากแต่พรุ่งนี้เป็นรอบของมันกับแม่เจ็ดซุนจิ้งหร่าน
.
.
.
และแล้วรุ่งอรุณก็ปรากฏ อาทิตย์เริ่มทอแสงส่องสว่างเช่นทุกวัน
ซุนนานเตรียมข้าวปลาอาหารสำหรับทุกคนเช่นเดิม แม้บางครั้งแม่เจ็ดซุนจิ้งหร่านอยากช่วยมันและเป็นคนลงมือทำอาหารบ้าง หากแต่ตั้งแต่เจ้าซุนผูเติบใหญ่ มันมีปากก็หาได้เกรงใจท่านแม่ๆ ของมันในเรื่องอาหารการกินไม่ มันพูดกล่าวอย่างตรงไปตรงมาเป็นที่สุด อาหารที่แม่เจ็ดทำนั้นมันกินไม่ลงจริงๆ พร้อมร้องไห้งอแงให้ซุนนานเป็นคนทำเป็นคนปรุง มาตรว่าเคยได้กินรสชาติถูกปากเหนือล้ำจากยอดฝีมือแล้ว ยามไปกินอาหารบ้านนาร้านตลาดของผู้ยากไร้ ไร้ฝีมือมันก็กลืนยากกินเย็นเป็นธรรมดา
เมื่อทุกคนกินอาหารเสร็จก็ต่างเริ่มทำหน้าที่ของตนเอง เจ้าอ้วนซุนผูน้ำร่างกลมๆ ตุ้ยนุ้ยของมันเดินไปฝึกปราณช่วงเช้า โดยช่วงยามบ่ายตัวมันจะฝึกกระบวนท่า ตกเย็นฝึกเขียนอักษร เป็นแบบนี้ทุกวัน ส่วนตัวของซุนนาน และท่านแม่เจ็ด ท่านแม่แปดจะสลับเปลี่ยนจับคู่กันไปออกหาของป่าและล่าสัตว์อสูรที่เหมาะสม โดยให้หนึ่งคนได้พักอยู่ในถ้ำมิต้องทำอะไร เพียงแต่คอยดูเจ้าอ้วนน้อยฝึกวิชา
ยามเมื่อซุนนานและแม่เจ็ดซุนจิ้งหร่านเริ่มสะพายกระเป๋าที่ทำจากหนังสัตว์นั้น เสียงของแม่แปดซุนเฟิ่งย่าก็ดังขึ้น
"จิ้งหร่านวันนี้ให้พี่หญิงออกเดินทางสำรวจและเก็บของป่ากับซุนน้อยอีกวันเถอะ"
ซุนจิ้งหร่านหันซ้ายหันขวาไปมา จากนั้นก็ยิ้มพริ้มพรายแล้วพยักหน้ารับ ก่อนที่จะยื่นกระเป๋าที่ทำจากหนังให้พี่หญิงซุนเฟิ่งย่าของตัวนาง
ส่วนซุนเฟิ่งย่าก็รีบนำกระเป๋าขึ้นสะพายแล้วเดินนำซุนนานในทันที
นางเดินไปไม่รอซุนนานแม้แต่น้อย
ซุนนานเห็นดังนั้นก็รีบเดินตาม เวลาค่อยๆ ล่วงผ่านไปทีละเล็กทีละน้อย หากแต่ตัวซุนนานและแม่แปดซุนเฟิ่งย่าของมันในยามนี้ยังมิได้พูดอะไรกันสักคำ หากแต่ไม่ช้าซุนนานก็ไม่อาจจะอดใจได้ มันกล่าวเรียกแม่แปดของมันพร้อมกล่าวว่าขอโทษ
"!!!แม่แปดซุนน้อยขอโทษ ซุนน้อยผิดต่อแม่แปด ทำให้แม่แปดผิดหวัง"
ซุนเฟิ่งย่ายืนนิ่งราวกับคิดอะไรอยู่ นางจึงหันกลับมองซุนนานด้วยอารมณ์ที่หลากหลาย หากแต่ถ้ามองลึกไปในสายตาที่สับสนของนางนั้น หากได้หามีความโกรธโกธาและขุ่นเคืองอยู่ในใจไม่ ไม่ช้าแม่แปดซุนเฟิ่งย่าก็หันซ้ายมองขวาจากนั้นก็เดินวนรอบร่างกายของซุนนานด้วยทีท่าแปลกๆ ไม่ช้านางก็ไปนั่งชดช้อยที่ใต้ต้นไม้ใหญ่ด้วยทีท่างดงามเช่นเคยดังนิสัยของนาง
"ซุนนานเจ้ามานั่งข้างๆ แม่แปด"
ซุนนานตัวมันไม่กล้าขัดใจใดๆ แม่แปดทั้งสิ้นในยามนี้มันเดินไปอย่างว่าง่ายตามคำสั่งของนาง
"ซุนนานเจ้าบอกกับแม่แปดตามความจริงเถอะ ที่เจ้าทำกับแม่แปดเช่นนั้นเมื่อวานเพราะเจ้ารักษาแม่แปดใช่ไหม" ซุนเฟิ่งย่ากล่าวถามโดยไม่มองใบหน้าของซุนนานเลยแม้แต่น้อย หากแต่คำถามของนางก็คล้ายเป็นคำถามชี้นำอยู่บ้าง
"ขอรับท่านแม่ ซุนน้อยทำเพื่อรักษาท่านแม่ ซุนน้อยไม่มีทางเลือกแล้วจริงๆ ขอรับ"
ซุนเฟิ่งย่าได้ยินเช่นนั้นก็พยักหน้ารับเบาๆ "แม่แปดเชื่อซุนน้อย ซุนน้อยของแม่แปดไม่เคยโกหก" เมื่อนางซุนเฟิ่งย่าพูดประโยคนี้จบนางก็หันมามองใบหน้าของซุนนาน "ถ้าเช่นนั้นเจ้าจะพอบอกได้หรือไม่ตอนที่เจ้าช่วยแม่แปดนั้น ในเวลานั้นมีราชางูทมิฬหลายตัวพุ่งมาหาแม่แปด เจ้าปาก้อนซัดหินสังหารมันได้หลายตัว นอกจากนั้นเจ้ายังอุ้มแม่แปดวิ่งหนีได้อย่างรวดเร็วราวผู้ฝึกปราณ คนธรรมดามิสามารถทำเช่นนั้นได้อย่างแน่นอน เจ้าบอกสิเพราะอะไร"
ซุนนานราวกับกลืนไม่ได้คายไม่ออก มันนิ่งเงียบไปพักหนึ่งก่อนจะค่อยๆ ตอบคำถาม และมันก็ค่อยๆ เล่าเรื่องราวบางส่วนที่มันพบเจอให้แม่แปดของมันฟัง อันอ้างว่าที่มันสามารถฝึกปราณได้เช่นนี้เป็นเพราะว่าสมบัติที่บิดาแท้ๆ ของมันที่ทิ้งไว้มีวิชามารชุดหนึ่งที่ช่วยให้มันสามารถฝึกวิชารับบางอย่างที่สร้างกระแสปราณขึ้นได้ สิ่งนั้นเรียกว่าแก่นเสมือน มันสามารถทดแทนแก่นกำเนิดที่หายไปของมันได้
เมื่อมันเล่ามาถึงตรงนี้ซุนเฟิ่งย่าก็ตกใจพร้อมร้องถามถึงเรื่องแก่นกำเนิด "ซุนน้อยเจ้ารู้เรื่องนี้แล้วรึ"
ซุนนานเกาหน้าเบาๆ พร้อมหัวเราะแฮ่ะๆ "ท่านแม่แปดซุนน้อยเป็นหมอโอสถจะไม่รู้ได้อย่างไรว่าตัวเองนั้นเป็นผู้ถูกทำลายแก่นกำเนิด หากซุนน้อยมิได้ฝึกวิชามารนี้ ยามนี้ซุนน้อยก็คงไม่มีชีวิตอยู่แล้ว"
เมื่อพูดถึงตรงนี้ซุนเฟิ่งย่านางก็ร้องไห้น้ำตาไหล "ซุนน้อยเจ้ารู้มานานแล้วรึ" ความรู้สึกในใจนางมิอาจจะห้ามมันได้อีก ตัวน้อยของนางแบกรับความรู้สึกนี้มาเนิ่นนาน ความรู้สึกที่รู้ว่าตัวมันเองเป็นผู้มีอายุสั้น ต้องทุกข์ทรมานและตายก่อนเวลา
ซุนนานพยักหน้ารับเบาๆ "ขอรับนานแล้ว ก็อย่างที่ซุนน้อยบอก ซุนน้อยเป็นหมอโอสถจะไม่รู้ได้เช่นไรว่าตัวเองพิการ"
ไม่ช้าซุนเฟิ่งย่าก็โศกเศร้าอย่างหนัก นางไม่คิดนึกฝันว่าซุนน้อยของนางจะฉลาดรอบรู้ขนาดนี้ ซุนน้อยรู้ตัวว่าตัวเองพิการและจะตายอีกไม่นานตั้งแต่เด็ก หากแต่ตัวมันก็ไม่เคยแสดงอาการน่าสงสารใดๆ ให้พวกนางทั้งหลายเห็นแม้แต่น้อย หากถ้าวันนี้นางมิได้ถาม ตลอดชีวิตนี้นางคงได้แต่คิดว่าซุนนานตัวน้อยของนางนั้นเป็นคนมีบุญแม้ไร้แก่นกำเนิดก็มีชีวิตอยู่ต่อได้ ไม่คิดนึกถึงว่าซุนนานตัวน้อยจะรู้ว่าตัวเองมิได้มีแก่นกำเนิดจึงพยายามฝืนชะตาตนดังเช่นนี้
ซุนเฟิ่งย่าร้องไห้โศกเศร้าอยู่พักใหญ่ ซุนนานตัวมันก็ปัดแก้มและเช็ดน้ำตาให้แม่แปดของมัน ใบหน้าทอประกาย ริมฝีปากสีชาด นัยน์ตารูปหงส์อันเป็นเอกลักษณ์ของแม่แปดตอนนี้เปอะเปื้อนด้วยคราบน้ำตาอันมากล้นที่มิอาจจะหักห้ามไปหมดแล้ว
ไม่ช้าน้ำตาของซุนเฟิ่งย่าก็หยุดลง พร้อมกับตัวนางเองนั้นโอบกอดซุนนานตัวน้อยของนางอย่างแนบชิด ยิ่งพอนึกถึงเรื่องเมื่อวานนางก็คล้ายจะเขินอายขึ้นมา ก่อนที่จะเขยิบตัว ถามซุนนานด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาและเขินอาย เพราะมีอีกเรื่องที่นางต้องรู้ให้ได้ "ซุนนานเรื่องเมื่อวานตอนที่เจ้าช่วยเหลือแม่แปดนั้นดูเหมือนว่า..." ซุนเฟิ่งย่าหยุดพูดไปครู่หนึ่งพร้อมกับคิดคำถามที่เหมาะสม เพราะคำถามแบบนี้ก็ดูกระดากปากของนางอยู่ไม่น้อย "ซุนนานแม่แปดหมายถึงวิธีการช่วยเหลือของเจ้านั้นมันช่างแปลกพิสดาร และมันช่างคล้ายกับการกระทำของบุรุษและสตรีที่พวกเขากระทำกันในห้วงรักรัญจวน แม่แปดขอถามเจ้า เจ้าเคยกระทำสิ่งนี้กับใครหรือไม่"
ไม่ช้าแม่แปดซุนเฟิ่งย่าก็ถึงกับต้องร้องออกปากอย่างตกใจว่า... "!!!ห๊ะ"
"ซุนน้อยที่เจ้าพูดจริงรึ นอกจากแม่แปดนิเจ้ายังกระทำเช่นนี้กับน้องเจ็ดจิ้งหร่าน" ซุนเฟิ่งย่ากล่าวด้วยน้ำเสียงตกใจ
"ขอรับท่านแม่ เพียงแต่มิได้ทำเกินเลยถึงขอบเขตของท่านแม่แปดเท่านั้นขอรับ นอกจากนั้นลูกยังกระทำกับท่านแม่แปดมานานแล้วอีกด้วย"
ซุนเฟิ่งย่าเริ่มสับสน นางไม่เข้าใจสิ่งที่ซุนนานพูดเท่าไหร่นัก "ซุนนานเจ้าอธิบายให้แม่แปดฟังให้ชัดเจนเดี๋ยวนี้นะ ตอนนี้แม่แปดสับสนไปหมดแล้ว"
จากนั้นซุนนานตัวมันก็อธิบายถึงเรื่องเคล็ดวิชาฝึกฝน เคล็ดวิชามหารัญจวนของตัวมัน
ไม่ช้าซุนเฟิ่งย่าก็พยักหน้ารับเป็นระยะ... ระยะ "ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้นี่เอง วิชาที่ซุนน้อยฝึกฝนนั้นเป็นวิชาที่ต้องการสตรีคู่บำเพ็ญ แม้ในดินแดนนี้แม่แปดจะเคยได้ยินวิชาแบบนี้มาบ้าง หากแต่ที่แปลกพิสดารเช่นเคล็ดวิชามหารัญจวนของเจ้าแม่แปดไม่เคยได้ยินแม้แต่น้อย แม่แปดไม่คิดเลยว่าจะมีวิชาใดในโลกเป็นเช่นนี้เลย นอกจากนั้นประโยชน์ของมันก็ช่างล้ำลึกนอกจากจะทำให้คู่บำเพ็ญฝึกฝนได้รวดเร็วขึ้นหลายเท่าจากการแลกเปลี่ยนปราณบริสุทธิ์ให้กันและกัน มันยังช่วยขจัดพิษในร่างกายได้อีก นอกจากนั้น... เจ้าบอกว่ามันช่วยเรื่องความงดงามของสตรีเพศด้วยงั้นรึ"
"ใช่ขอรับท่านแม่ ท่านแม่เจ็ดซุนจิ้งหร่านเป็นตัวอย่างที่ดีขอรับ หลายปีนี้ลูกกลั่นปราณให้แม่เจ็ดซุนจิ้งหร่านจนบริสุทธิ์เกือบๆ 1 ใน 5 ส่วนแล้ว นอกจากผิวพรรณจะงดงามกระจ่างใสขึ้นแล้ว ทั่วเรือนกายของนางก็ส่งกลิ่นหอมเย็นตามธรรมชาติมากขึ้นเป็นลำดับโดยไม่ต้องอบร่ำอีกด้วย"
ซุนเฟิ่งย่าได้ยินดังนั้นก็เริ่มขบคิด ไม่ช้านางก็คล้ายมีความในใจบางอย่างหลังจากได้ยินคำพูดของซุนนาน นั่นเพราะซุนนานบอกว่าผู้ที่ได้รับการกลั่นปราณจากเคล็ดวิชาของตัวมันนั้นสตรีจะงดงามตระการตาเป็นพิเศษผิวพรรณจะงามบริสุทธิ์สดใส และเรือนกายก็จะมีกลิ่นหอมตามธรรมชาติแม้จะไม่ผ่านการอบร่ำ ซึ่งในกรณีของน้องหญิงเจ็ดจิ้งหร่าน ซุนเฟิ่งย่ายอมรับจริงๆ ว่าทุกวันนี้นางเป็นเช่นนั้น ผิวพรรณของนางงามโดดเด่นจนเห็นชัด แม้แต่ตัวของนางเองก็ยังสัมผัสได้ และรู้สึกได้เลยว่าความงดงามของน้องหญิงเจ็ดจิ้งหร่านของนางคนนี้นับวันยิ่งตระการตาราวกับเป็นนางสวรรค์ ความงดงามของนางพอที่จะทำให้แผ่นดินนี้วุ่นวายได้เพื่อนางได้
หากแต่พอซุนเฟิ่งย่าหันกลับมามองที่ตัวเอง ซึ่งซุนนานบอกว่าตัวนางก็ถูกกลั่นปราณเช่นกัน หากแต่ผิวพรรณของนาง และทั่วเรือนกายของนาง แม้จะมีกลิ่นหอมจางๆ อยู่บ้าง หากแต่มันก็เป็นกลิ่นหอมจางๆ จริงๆ ถ้าหากปล่อยเวลาผ่านไปนาน มีเหงื่อออกมากเกินไป กลิ่นกายก็มิได้ต่างจากคนทั่วไป เพียงแค่ไม่ค่อยมีกลิ่นสาบสางเท่านั้น และด้วยความสงสัยเช่นนี้นางก็มองซุนนานด้วยนัยน์ตาที่แปลกประหลาด พร้อมไอสองสามที
"ซุนนานที่แม่แปดได้ยินเจ้าพูดมา แม่แปดก็พอเข้าใจแล้ว แต่แม่แปดมีข้อสงสัย เจ้าบอกว่าเจ้ากลั่นปราณกับทั้งแม่แปดและแม่เจ็ดน้องหญิงจิ้งหร่าน หากแต่เหตุใดแม่แปดถึงคิดว่าผิวพรรณของแม่เจ็ดของเจ้า น้องหญิงจิ้งหร่านของมารดาถึงดูงดงามกระจ่างใสจนเห็นได้เด่นชัดเจนแต่เพียงผู้เดียว นอกจากนั้นกลิ่นกายหอมเย็นสบายที่เจ้าพูดถึงก็มีเพียงแม่เจ็ดของเจ้าที่เป็นเช่นนั้นอย่างเด่นชัด แม่แปดแทบไม่รู้สึกว่าร่างกายของแม่แปดเหมือนกับแม่เจ็ดของเจ้าเลย"
ซุนนานได้แต่เกาไปที่ใบหน้าของตัวมันเองเบาๆ ก่อนจะเริ่มสารภาพความผิดบาปของตัวมันอีกครั้ง
"คือท่านแม่แปดมันเป็นเช่นนี้ตัวแม่เจ็ดนั้นซุนนานใช้เคล็ดวิชามหารัญจวนที่ประมาณ 1 ใน 4 ส่วน ส่วนของแม่แปดนั้นซุนน้อยใช้เพียง 1 ใน 20 ส่วนขอรับ"
ซุนเฟิ่งย่ารีบถามกลับทันทีถึงอัตราส่วนที่แตกต่างกันในการกลั่นปราณ ราวกับว่าสิ่งนี้เป็นเรื่องสำคัญยิ่ง มันสำคัญยิ่งกว่าเรื่องที่ซุนนานล่วงละเมิดนางเมื่อวานเสียอีก
ซุนนานตัวมันยามนี้ราวกับเป็นคนที่มีปากหากแต่มิสามารถพูดกล่าวสิ่งใดได้ ตัวมันมิคิดเลยว่าแม้การพูดความจริงก็จะลำบากถึงเพียงนี้