EP : 47 บอกใครไม่ได้
“มากกว่าขาอ่อนของเจ้าข้าก็เห็นมาหมดแล้ว” เซียวป้อจ้านบอกพลางมองอีกฝ่ายนิ่ง
ไม่ว่าจะตอนนั้นหรือตอนนี้นางก็ยังแสดงท่าทีเช่นนี้กับเขาทุกครั้งไม่เปลี่ยนไปเลยแม้แต่น้อย
“อย่างเจ้าก็ได้แต่เพ้อฝันเท่านั้นแหละ!” เว่ยลู่เซียนเอ่ยอย่างโมโห
เวลานี้ทำไมหลงฉี่ไม่ปรากฏตัวนะ นางจะได้ให้หลงฉี่จัดการชายคนนี้ไปเสีย แค่เห็นหน้าก็รู้สึกหงุดหงิดแล้ว
“หรือเจ้าอยากลองดู” เซียวป้อจ้านเอ่ยขึ้นพร้อมกับไปปรากฏตัวอยู่ตรงหน้าของเว่ยลู่เซียน
ร่างสูงคร่อมร่างบางที่นั่งอยู่บนเตียง และมือใหญ่ก็กุมมือเล็กข้างที่จับกระบี่ใต้ผ้าห่มเอาไว้อย่างรู้ทัน
“ถอยออกไป” แม้จะตื่นตระหนกมากแค่ไหน นางก็จำเป็นต้องนิ่งเอาไว้ก่อน
เพราะดูอย่างไรนางก็เสียเปรียบ ตอนนี้นางต้องมีสติให้มาก เพื่อที่จะไม่ได้โมโหไปกับคำพูดของอีกฝ่าย
“ข้าแค่กำลังพิสูจน์ให้เจ้าได้รู้ว่ามันจริงหรือไม่” เซียวป้อจ้านกล่าวบอกพลางใช้อีกมือลูบใบหน้างามไปด้วย
“ข้าไม่ได้อยากรู้ ถอยไป” เว่ยลู่เซียน จะบอกว่านางขยับตัวไม่ได้เลยถึงจะถูก
ตั้งแต่ที่ชายหนุ่มคร่อมตัวนาง ร่างกายของนางก็ขยับตัวไม่ได้เลย
“แต่ข้าอยากให้เจ้ารู้ว่าข้าพูดจริง” เซียวป้อจ้านเอ่ยบอกในตอนที่ไล่ปลายนิ้วลงมาที่ลำคอระหงของเว่ยลู่เซียน
เว่ยลู่เซียนที่ถูกสัมผัสก็สะดุ้งอย่างทันทีอย่างห้ามไม่อยู่ปลายนิ้วร้อนผ่าวนั้นลากไล้ไปมาตามลำคอของนางก่อนจะเลื่อนต่ำลงไปเรื่อยๆ ไม่มีทีท่าว่าจะหยุด
“หยุดนะ!” เว่ยลู่เซียนร้องห้ามไม่ปลายนิ้วร้อนผ่าวกำลังจะสัมผัสเนินหน้าอกของนาง
แค่คิดว่าอีกฝ่ายกำลังคิดจะทำอะไร หัวใจของนางก็แทบจะกระเด็นหลุดออกมาจากอกอยู่แล้ว
“ทำไมเจ้าชอบห้ามข้าอยู่เรื่อยเลย” เซียป้อจ้านขมวดคิ้วพลางเอ่ยถาม
จะมีสักครั้งหรือไม่ที่นางจะไม่ห้ามเขา จะมีครั้งหรือไม่ที่นางเต็มใจให้เขาบ้าง
“เจ้าทำแบบนี้ไม่ถูก เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกัน” เว่ยลู่เซียนเอ่ยบอกพยายามใจเย็นและหาทางออกให้ตัวเองได้มากที่สุด
แต่เว่ยลู่เซียนไม่รู้เลยว่าคำพูดเมื่อครู่ของตัวเองนั้นได้นำพาความซวยมาสู่ตัวเอง
“งั้นข้าจะทำให้เป็นเอง” เซียวป้อจ้านเอ่ยบอกก่อนจะ โน้มตัวเองไปจูบคนตัวเล็กที่อยู่ด้านล่างทันที
มือหนาปลดชุดของคนใต้ร่างอย่างชำนาญ เพียงแค่วูบเดียวชุดของคนตัวเล็กก็ถูกถอดออกไปหมดแล้ว
โดยที่เจ้าตัวไม่มีแม้แต่เสียงจะร้องประท้วง เนื่องจากถูกจูบ
“อื้อ!” เว่ยลู่เซียนได้แต่ส่งเสียงอู้อี้เนื่องจากถูกจูบแถมร่างกายก็ยังขยับไม่ได้อีก
สัมผัสได้เพียงอากาศเย็นๆ และฝ่ามือร้อนผ่าวที่กำลังจับเนื้อตัวของนางอยู่เท่านั่น
“ท่านป้อจ้านไปไหน” หญิงสาวเอ่ยถามหลังจากเห็นแต่ชายหนุ่มผู้เป็นมือขวาของเซียวป้อจ้าน
“ข้าจะไปรู้ได้อย่างไร” ชายหนุ่มเอ่ยตอบพลางทำหน้าเบื่อหน่าย ทำไมเซียวป้อจ้านไม่ทำเรื่องพวกนี้ให้มันจบๆ ไปเสียทีกันนะ
ขนาดเขาเป็นคนนอกเห็นแล้วยังรู้สึกรำคาญเลย จะปล่อยให้นายหญิงเข้าใจผิดไปอีกนานแค่ไหนกันนะ
รีบไปง้อนายหญิงเสียทีจะได้หรือไม่ เขาไม่ไหวกับอารมณ์ผีเข้าผีออกของเซียวป้อจ้านแล้วนะ ใช้งานเขาหนักเกินไปแล้ว
“แต่เจ้าเป็นมือขวาของเขาเจ้าจะไม่รู้ได้อย่างว่าว่าท่านป้อจ้านไปไหน” หญิงสาวเอ่ยถามด้วยความไม่ชอบใจ แต่เห็นใบหน้าของอีกฝ่ายนางก็พาลจะอารมณ์เสียอยู่แล้ว
“ข้าเป็นมือขวาไม่ใช่ฮูหยินของนายท่านเสียหน่อย” ชายหนุ่มตอบพลางเดินจากไปทันที
โดยไม่สนใจท่าทีของหญิงสาวที่กำลังโมโหที่ตามหาเซียวป้อจ้านไม่เจอ
“อย่าให้ข้ารู้ว่าท่านอยู่ที่ไหนนะป้อจ้าน” หญิงสาวพูดขึ้นก่อนจะเดินหายไป
ตั้งแต่เกิดเรื่องครั้งนั้นเซียวป้อจ้านก็ไม่สนใจใยดีนางเลย ทั้งทีก่อนหน้านั้นก็ยังเหมือนจะมีใจให้นาง
ต้องเป็นเพราะนางแพศยาคนนั้นแน่ๆ ที่ทำให้เซียวป้อจ้านเปลี่ยนไป
ตายไปแล้วก็ยังทิ้งเสี้ยมหนามเอาไว้ให้นางเจ็บใจเล่นอีกด้วย มันน่านัก ที่นางทำอะไรเด็กคนนั้นไม่ได้เลย
“เจ้าจะไม่ตื่นขึ้นมาพูดกับข้าจริงๆ หรือ” เซียวป้อจ้านเอ่ยถามร่างเล็กที่นอนหันหลังให้กับเขา ทำไมนางชอบนอนหันหลังให้กับเขาตลอดเลย
เว่ยลู่เซียนแกล้งนอนหลับตาต่อไปแม้จะรู้ดีว่าหลอกอีกฝ่ายไม่ได้ผล
แต่เพื่อจะได้ไม่ต้องไปพูดกับอีกฝ่ายนางก็ยอมทำ เพียงแค่คิดถึงเหตุการณ์ก่อนหน้านี้นางก็แทบไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่เกิดขึ้น
นางกับชายคนนี้เกือบจะทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้องไปแล้ว ไม่รู้ทำไมพอปลายนิ้วร้อนผ่าวนั้นกำลังจะสัมผัสกับดอกไม้งามของนาง
ความรู้สึกวูบวาบก็พลันเกิดขึ้น พร้อมกับความหวาดกลัวที่เกิดขึ้นทำให้นางร้องไห้ออกมาอย่างห้ามไม่อยู่
นั้นทำให้ชายหนุ่มหยุดทุกอย่างลงทันที เขาไม่ชอบที่เห็นนางร้องไห้
“ก็ได้ๆ ข้าขอโทษ” เซียวป้อจ้านกล่าวขึ้นในที่สุด เขารู้สึกว่าตัวเองพ่ายแพ้ให้กับน้ำตาของนาง
ไม่ว่าจะตอนไหนก็ตาม ถ้าเป็นเมื่อก่อนเขาไม่มีทางยอมหยุดง่ายๆ แน่ แต่ตอนนี้เขาจะยอมนางสักครั้งก็ได้
เว่ยลู่เซียนที่ได้ยินก็ได้แต่นอนนิ่งไม่ตอบอะไรอีกฝ่าย นางไม่กล้าแม้แต่จะลุกขึ้นไปหยิบชุดมาใส่เลยด้วยซ้ำ เอาเถอะ อย่างน้อยก็มีผ้าห่มคลุมเอาไว้ก็ยังดี
“เจ้าจะไม่พูดกับข้าจริงๆ นะหรือ” เซียวป้อจ้านถามเขาพยายามเย็นลงเพื่อนางขนาดนี้แล้วนะ นางควรจะยอมพูดกับเขาได้แล้ว
พรึบ!
เซียวป้อจ้านเมื่อเห็นว่าเว่ยลู่เซียนยังคงเงียบก็รวบตัวของนางเข้ามากอดทันทีคิดว่านอนอยู่เงียบๆ แบบนั้นจะหนีเขาพ้นหรือไง
“ถ้าเจ้ายังนิ่งแบบนี้ข้าถือว่าเจ้ายอมให้ข้าทำต่อจากเมื่อครู่นะ” เซียวป้อจ้านบอกพลางยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมาเมื่อได้ยินเสียงของริมฝีปากบางกล่าวขึ้น
“หุบปากแล้วนอนเสียที” เว่ยลู่เซียนเอ่ยบอกแทบจะทันทีเมื่อฟังประโยคของชายหนุ่มจบ
นางจะไม่พูดก็ได้ แต่มือของชายหนุ่มนั้นกำลังเลื่อนลงไปด้านล่างต่างหาก เลยทำให้นางต้องพูดขึ้น
ร่างกายของนางก็เป็นอะไรไม่รู้ขยับตัวหนีอีกฝ่ายไม่ได้เลย
จะว่าเป็นเพราะนางกลัวชายหนุ่มก็ไม่น่าจะใช่ มันต้องมีเหตุผลอื่นอยู่แน่ๆ ทำให้นางขยับหนีอีกฝ่ายไม่ได้