วันเปิดเรียน
เมื่อมาถึงที่หน้าโรงเรียนโหวหยุน เย่กู่เฉินก็ลงจากรถพร้อมกับบอกลาเฉาหยาง จากนั้นเขาก็เดินเข้าไปภายในโรงเรียน
ด้านหน้าทางเข้ามีคนหลายคนเดินเข้าออก ส่วนมากเป็นเหล่านักเรียนของโรงเรียนแห่งนี้
เย่กู่เฉินในตอนนี้อายุสิบแปด ด้วยที่เป็นการเปิดเรียน เขาย่อมเพิ่งจะขึ้นปีสามโดยธรรมชาติ หรือก็คือเขาอยู่ชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายปีสุดท้ายนั่นเอง
‘วันนี้ สวีหยุนหนิงจะย้ายมา” เขารู้เหตุการณ์ล่วงหน้าอยู่แล้วว่าตัวเองจะได้พบกับสวีหยุนหนิง หนึ่งในนางเอกของเรื่อง
ถ้าตามเนื้อหาในผลงานนิยายต้นฉบับ เขาแน่นอนว่าจะหลงรักสวีหยุนหนิงตั้งแต่แรกเห็นและเริ่มกลายเป็นหมาเลียของเธอนับตั้งแต่นั้น
แต่แน่นอน สวีหยุนหนิงไม่มีความรู้สึกใดให้กับเย่กู่เฉิน ออกจะไปทางรังเกียจด้วยซ้ำ
ตระกูลสวีของเธอ แม้ว่าจะไม่ได้เป็นตระกูลใหญ่ แต่ก็อยู่ห่างจากการเป็นตระกูลใหญ่ไม่ไกล ด้วยเหตุนี้ เธอจะมาสนใจนายน้อยจอมเย่อหยิ่งของตระกูลเย่ได้อย่างไร ในเมื่อฐานะทางตระกูลไม่ได้ต่ำกว่าตระกูลเย่สักเท่าไหร่
ซึ่งแตกต่างกับตัวเอกของเรื่องนี้ ตัวเอกของเรื่องมีชื่อว่าหวางเฟิง เขาไม่ได้มาจากตระกูลที่ร่ำรวยตระกูลใด แต่ก็สามารถเข้าเรียนที่โรงเรียนนี้ได้
ถ้าจะถามหาวิธีที่ทำให้เขาเข้าเรียนที่นี่ได้นั้น มันเป็นเพราะว่าเขาแบ็คเมล์อาจารย์ใหญ่ของโรงเรียนนี้ด้วยคลิปฉาวของอีกฝ่าย
อาจารย์ใหญ่คนนี้กลัวว่าหากคลิปฉาวของตัวเองหลุดออกไป จะทำให้ชื่อเสียงของเขาป่นปี้และตำแหน่งอาจารย์ใหญ่หลุดลอย เขาจึงได้แต่กัดฟัน ทำตามคำสั่งของหวางเฟิง
สวีหยุนหนิงพบกับหวางเฟิงวันนี้เช่นเดียวกัน ต่อจากนี้เธอจะพบว่าเขามีอารมณ์ไม่เหมือนเด็ก ให้ความรู้สึกที่เป็นผู้ใหญ่มากแก่เธอ
เธอจึงเริ่มสนใจในตัวเขาและสุดท้ายก็ตกหลุมรักหวางเฟิงในที่สุด กลายเป็นหนึ่งในฮาเร็มของหวางเฟิงและช่วยเหลือหวางเฟิงอย่างมากมาย
แน่นอน เย่กู่เฉินในตอนนี้ ไม่สนใจสวีหยุนหนิงหรือว่าหวางเฟิงเลยสักนิด หากไม่มายุ่งกับเขาก็แล้วไป แต่หากมายุ่งกับเขา เรื่องราวมันจะไม่จบลงโดยง่ายแน่
ต้องรู้ก่อนนะว่าเขาตอนนี้เป็นผู้ฝึกตนระดับปราณนิรันดร์ แข็งแกร่งที่สุดในโลกนี้แล้ว การที่เขาจะฆ่าใคร ล้วนเป็นเรื่องง่าย ง่ายเสียยิ่งกว่าปอกกล้วยเข้าปากอีก
แต่ถ้าหากไม่ถึงคราวจำเป็นจริงๆ เย่กู่เฉินแน่นอนว่าไม่อยากที่จะฆ่าใคร เพราะเขายังไม่เคยฆ่าคนมาก่อน ความรู้สึกการฆ่าคน ย่อมไม่ใช่ความรู้สึกที่ดีอย่างแน่นอน
เย่กู่เฉินเดินไปที่ห้องเรียนของตัวเองอย่างช้าๆ เขาไม่ได้รีบร้อนอะไร ไม่มีใครสนใจเขา ไม่สิ ไม่ใช่ว่าไม่มีใครสนใจ แต่ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้เขาต่างหาก
ด้วยนิสัยที่หยิ่งของเย่กู่เฉินคนเก่า ใครล่ะที่อยากจะสนิทกับเขา
ใช้เวลาไม่นาน เย่กู่เฉินก็เดินมาถึงห้องเรียนของตัวเอง ห้องเรียนของเขาคือปีสามห้อง A
ด้วยความที่เป็นโรงเรียนที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในปักกิ่ง ห้องเรียนของแต่ละชั้นปี ย่อมไม่ได้มีแค่ห้องเดียวอยู่แล้ว มันมีอยู่ด้วยกันหลายห้องทีเดียว
เย่กู่เฉินเดินเข้าไปในห้องเรียนและไปนั่งยังที่นั่งของเขาตามความทรงจำของเย่กู่เฉินคนเก่า
ภายในห้องมีนักเรียนทั้งหมดสี่สิบกว่าคน ทั้งชายและหญิง คนเหล่านี้ ล้วนเป็นลูกหลานของตระกูลที่ร่ำรวยในปักกิ่งกันทั้งนั้น
ไม่อย่างนั้น ไหนเลยมีสิทธิ์เข้ามาเรียนที่โรงเรียนโหวหยุนแห่งนี้ ค่าเทอมแต่ละปีไม่ใช่เล่นๆ แพงจนหูฉี่เลยทีเดียว
“พี่เย่ วันนี้ทำไมมาแต่เช้าจัง?” เสียงหนึ่งพลันดังขึ้นที่ด้านข้าง ชายหนุ่มซึ่งมีรูปร่างผอมคนหนึ่งได้เดินเข้ามานั่งลงข้างๆ เย่กู่เฉิน
เย่กู่เฉินหันไปมอง เขาก็จำชายหนุ่มคนนี้ได้ในทันที ชายหนุ่มคนนี้มีชื่อว่าเลี่ยหย่ง เป็นเหมือนกับลูกน้องของเย่กู่เฉินคนเดียว
ไม่ว่าจะสั่งให้เขาไปทำอะไร เขาล้วนไปทั้งนั้น แต่ในผลงานต้นฉบับไม่มีบทบาทอะไรมาก ถ้าจะให้เรียกอย่างเฉพาะเจาะจง ก็คือตัวประกอบดีๆ นี่เอง
“ไม่มีอะไร แค่อยากมาเช้าบ้างก็เท่านั้น” เย่กู่เฉินตอบอย่างสงบ
เลี่ยหย่งพบว่าวันนี้เย่กู่เฉินดูแปลกกว่าปกติ แต่แปลกกว่าปกติตรงไหนนั้น เขาไม่สามารถบอกได้
“จริงสิ พี่เย่ พี่รู้ไหมว่าวันนี้จะมีนักเรียนย้ายมาใหม่” เลี่ยหย่งพลันพูดถึงเรื่องนี้ เขาลดเสียงให้เบาลง
“นักเรียนย้ายมาใหม่?” เย่กู่เฉินแสร้งทำเป็นประหลาดใจ ทั้งๆ ที่ความจริงเขารู้อยู่แล้วว่านักเรียนที่ย้ายมาใหม่คือใคร
“ใช่แล้ว พี่เย่รู้ไหม ผมบังเอิญเห็นเธอตอนที่ไปห้องพักอาจารย์มาเมื่อกี้ เธอสวยมากเลยนะ ผมรับประกันเลยว่าพี่เย่ต้องชอบเธอแน่!”
เย่กู่เฉินหัวเราะออกมาเล็กน้อย ไม่ได้พูดอะไรอีก
เห็นว่าเย่กู่เฉินไม่ให้ความสนใจเท่าไหร่นัก เลี่ยหยุนได้แต่หยุดพูด แต่เขาก็คิดในใจว่า อีกฝ่ายจะต้องชอบนักเรียนใหม่ที่เขาพูดถึงแน่นอน ขนาดเขายังชอบ เป็นไปไม่ได้ที่เย่กู่เฉินจะไม่ชอบ
เวลานี้เอง อาจารย์วัยกลางคนหัวล้านได้เดินเข้ามาภายในห้องเรียน เขาคืออาจารย์ประจำชั้น มีชื่อว่าโปไห่ แม้ชื่อจะแปลกอยู่บ้าง แต่ก็เป็นอาจารย์ที่มีนิสัยดีคนหนึ่ง มักดูแลเอาใจใส่นักเรียนทุกคนอยู่เสมอ
“เงียบๆ” โปไห่เดินมาหยุดลงที่หน้ากระดาน เขากวาดสายตามองนักเรียนทุกคนในชั้นก่อนพูด “วันนี้มีนักเรียนย้ายมาใหม่ เข้ามาได้”
หลังจากคำพูดของโปไห่จบลง หญิงสาวคนหนึ่งได้เดินเข้ามาภายในห้อง หญิงสาวคนนี้มีใบหน้าที่สวยงามราวกับนางฟ้า ดวงตากลมโตเป็นประกายราวกับดวงดาว รูปร่างของเธอนั้น สมบูรณ์แบบและน่าดึงดูดเป็นอย่างยิ่ง
เย่กู่เฉินมองไปที่เธอ รู้สึกว่าคำบรรยายที่ผู้เขียนบรรยายถึงสวีหยุนหนิงนั้นไม่ผิดไปเลย เธอสวยราวกับนางฟ้านางสวรรค์อย่างแท้จริง
แต่เขาแน่นอนว่าไม่สนใจเธอ หากว่าเขาเข้าไปยุ่งกับเธอ แน่นอนว่ามันจะทำให้ตัวเอกไม่พอใจ และมาฆ่าเขา ใช้เขาเป็นหินรองเท้า เพื่อให้มีชื่อเสียงขึ้นมา
แม้ว่าเย่กู่เฉินจะไม่กลัวตัวเอก แต่เขาก็ไม่อยากให้มีเรื่องวุ่นวายเกิดขึ้น ดังนั้นจึงเป็นการดีที่สุด ที่เขาจะไม่ไปยุ่งเกี่ยวกับสวีหยุนหนิง
“แนะนำตัวสิ” โปไห่บอกสวีหยุนหนิง
สวีหยุนหนิงพยักหน้า ก่อนแนะนำตัว “สวีหยุนหนิง ขอฝากตัวด้วย”
เธอแนะนำตัวเองสั้นๆ แต่ถึงอย่างนั้นก็เรียกเสียงวุ่นวายภายให้ห้องได้ พวกผู้ชายในห้องต่างร้องเฮออกมา มองสวีหยุนหนิงตาเป็นมัน
แตกต่างกับเหล่าผู้หญิงภายในห้องที่เต็มไปด้วยความอิจฉาในความสวยของสวีหยุนหนิง
“เธอไปนั่งตรงนั่นก็แล้วกัน” โปไห่เห็นว่าโต๊ะเรียนข้างหน้าเย่กู่เฉินว่างอยู่ เขาก็บอกให้สวีหยุนหนิงไปนั่ง
สวีหยุนหนิงพยักหน้า เดินมานั่งที่โต๊ะเรียนข้างหน้าเย่กู่เฉิน ผู้หญิงที่นั่งข้างๆ เธอรีบแนะนำตัว
สวีหยุนหนิงตอบรับอย่างสุภาพ ดูเหมือนว่าเธอจะไม่ค่อยอยากที่จะสนิทกับใครเท่าไหร่นัก
“พี่เย่ เห็นไหม ผมบอกแล้ว...” เลี่ยหย่งมองด้านหลังของสวีหยุนหนิงด้วยดวงตาเป็นประกาย พลางพูดกับเย่กู่เฉิน แต่พูดยังไม่ทันจบ ก็ถูกเย่กู่เฉินตบหัว
“อย่าพูดอะไรไร้สาระ เงียบๆ และตั้งใจเรียนซะ!”
เลี่ยหย่งตกตะลึงไป เขาคิดไม่ถึงว่าอยู่ๆ เย่กู่เฉินจะตบหัวเขา แต่เขาไม่กล้าตอบโต้ จึงได้แต่ปิดปากเงียบ
จบบทที่ 8