"เฟยเฟย ข้าว่าที่ถงฝูพูดมาก็ไม่ใช่เื่ที่ไม่อาจเป็ไปได้นะ"
"ฟ่งเอ๋อ งั้นพวกเราก็ต้องดูกันต่อไปเรื่อยๆ แล้วหล่ะ ว่าในอนาคตของพวกเราจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงหรือเปล่า"
"จริงครับคุณเพนนี ั้แ่แหวนทองนี้ปรากฏขึ้นมา ผมว่าเหตุการณ์หลายอย่างก็เปลี่ยนไป แถมชาตินี้ยังเจอทั้งคุณฟ่ง คุณดาริกาอีก ไม่แน่นะครับเราอาจไขปริศนาทั้งการตายของคุณฟ่งกับฝาแฝด และไขปริศนาได้ว่าทำไมเราทั้งสองคน ผมกับคุณเพนนีเนี่ยถึงต้องมาเวียนว่ายตายเกิดจนตอนนี้"
"เออก็จริง ที่แกพูดมาก็ถูกนะพงษ์ งั้นรอไว้เป็เื่อนาคตดีกว่า ตอนนี้ที่สำคัญคือปัจจุบัน"
เพนนีตัดสินใจวางเื่การสืบหาแหวนทองไว้ก่อนเพราะตอนนี้มีเื่ที่น่าสนใจกว่า
"เื่อะไรละครับคุณเพนนี"
"ก็เื่ของยัยน้ำกรดนั่นไง ฉันว่านะ ตอนนี้ยัยคนนั้นได้เข้ามาเป็หมอประจำตัวคุณแม่แล้ว แต่ฉันก็ไม่ไว้ใจ ยัยคนนั้นยังเรียนไม่จบ เกิดวินิจฉัยมั่วซั่วจากเหตุการณ์ที่จะดีอาจกลับเป็ผลร้ายขึ้นมาก็ได้ใครจะรู้ ยัยคนนั้นดูท่าไม่ยอมเสียหน้า ยังไงก็ต้องแถจนสีข้างถลอก ให้คุณแม่จับไม่ได้ ว่าตัวตนจริงๆ ของเธอน่ะเป็ยังไง"
"ถ้าเป็แบบนี้คุณหญิงเฟื่องทองก็ตกอยู่ในอันตรายน่ะสิครับ"
"ฉันว่าอันตรายน่ะก็อันตรายแต่คงไม่ถึงขั้นฆาตกรรมกันหรอก ยัยนั่นคงหวังมาปอกลอกสมบัติ นี่แหล่ะ"
"แล้วการจะปอกลอกได้ก็ต้องเข้าทางการเป็ลูกสะใภ้ของคุณหญิงเฟื่องทอง"
"โป๊ะเช๊ะ! ไอ้พงษ์แกเก่งจริงๆ คิดเหมือนฉันเลย พอขั้นแรกทำความรู้จักสนิทสนมให้คุณแม่รักใคร่เอ็นดู"
"ต่อไปก็ต้องเข้าทางแม่ของคนรักเ้าให้มากยิ่งขึ้น" อวี๋เฟิงฟ่งกล่าว
"ใช่แล้วฟ่งเอ๋อ แล้วมันจะมีวิธีการไหนได้บ้าง" เพนนีตอบรับด้วยความยิ้มแย้ม
"ข้าว่าวิธีที่ใกล้ชิดได้มากขึ้น คงหนีไม่พ้นสมัยของข้า หากอยากอยู่ใกล้กับผู้ทรงอิทธิพลในราชสำนัก หรือผู้มีอันจะกินในจวนใด วิธีการสตรีผู้นั้นก็มักจะเสแสร้งแกล้งทำเป็อ่อนแรง ไปใกล้กับรถม้าที่จวนตระกูลนั้นขับมา ให้เฉียดเข้าใกล้ตน ทำเสมือนว่าตนเองาเ็ แต่แท้จริงแล้วกลับเป็แผนการที่วางไว้ เมื่อาเ็ก็จะอ่อนแรง แสร้งให้ทำเป็คนถูกกระทำ ต้องรับผิดชอบ คนผู้นั้นก็ต้องดูแลคนเจ็บอย่างดี เป็หนทางหนึ่งในใจเอาตัวเข้าใกล้ชิด"
"น่าสนุกจังสมัยโบราณ สารพัดมารยาท แล้วมันมีวิธีไหนอีกมั้ยที่เด็ดกว่านี้"
อวี๋เฟิงฟ่งทำหน้านึก "มีอีกวิธี วิธีนี้สามารถพิชิตใจบุรุษได้อีกด้วย พวกเ้าเคยได้ยินหรือมั้ย วีรบุรุษช่วยสาวงาม"
"เหมือนจะคุ้นอยู่นะครับคุณฟ่ง เล่าต่อเลยครับ" เพนนีรับฟังด้วยตาเป็ประกาย ส่วนภาสพงษ์ก็นั่งฟังด้วยความสนใจอย่างมาก เพราะเื่นี้มันคือเื่ในอดีต พวกเขาจึงไม่เคยพบแบบนี้ในปัจจุบัน หากพบก็เปลี่ยนเป็วิธีอื่น
"วีรบุรุษช่วยสาวงาม อย่างที่ข้าพูด จะช่วยได้ สตรีนั้นก็ต้องงามต้องตาต้องใจบุรุษเสียก่อนถึงจะยอมช่วย วิธีการเพียงแค่ให้ทำเหมือนสตรีนั้นกำลังเกิดเื่ร้ายขึ้น โดยเป็การบังเอิญที่ให้บุรุษมาอยู่ตรงนั้นพอดิบพอดี ไม่ว่าจะเป็แผนการ ขอความช่วยเหลือ เกิดโจรปล้นบ้าน โดนทำร้าย เกือบจะโดนข่มเหงร่างกาย โดนลักพาตัว แต่ไม่มีใครรับรู้ได้ว่าแท้จริงแล้วนั่นเป็แผนของสาวงามหรือเป็เื่ที่เกิดขึ้นจริง"
"น่าสนใจมากนะไอ้เื่วีรบุรุษช่วยสาวงาม แต่ถ้าเปลี่ยนเป็กรณียัยน้ำกรดนี่ ชัดเลย เธอกำลังใช้แผนนี้อยู่แค่เปลี่ยนเป็"
แล้วทั้งสามก็พูดขี้นมาพร้อมกัน "สาวงามช่วยวีรบุรุษ"
เพนนีจึงพูดต่อ "ใช่ ไอ้แผนสาวงามแบบยัยดาริกานี่แหล่ะที่มาช่วยวีรบุรุษคือคุณแม่ขา พอเธอเห็นเหตุการณ์ประจวบเหมาะมาช่วยปุ๊ป ก็กลายเป็ สุดยอดหญิงในดวงใจคุณแม่ปั๊ป แผนที่วางมาอย่างดี ก็เพื่อตำแหน่งว่าที่สะใภ้ ตอนนี้ได้ใจคุณแม่แล้ว แผนต่อไปก็คือทำยังไงก็ได้ให้ได้ใจคุณธนามา"
"แต่ผมว่าไม่มีทาง คุณเพนนีกับคุณธนาวินทร์ รักหลงกันหัวปักหัวปำขนาดนี้ ต่อให้ไม่รักกันฉาบฉวยแบบเด็กวัยรุ่น แต่ก็เป็รักซึมลึก ที่ฝังลงไปในใจ ขาดกันและกันไม่ได้ คุณดาริกาไม่มีทางทำสำเร็จ"
"ถงฝู ถ้าหากว่านางใช้วิธีการแบบสมัยข้าเล่า หากท่านพ่อท่านแม่พึงพอใจ ก็ใช้วิธีการทำข้าวสารให้เป็ข้าวสุก หากไม่ได้เกิดขึ้นก็เพียงทำว่าตนนั้นอยู่ในที่ลับตากับบุรุษสองต่อสอง นับว่าชื่อเสียงเสียหาย ถ้าเป็แบบนี้ข้าว่ายังไงคุณแม่ของคนรักเ้าก็ต้องยอม"
"นั่นไง ยัยน้ำกรด ฉันว่ามาไม่พ้นไม้ตายพวกนี้แน่ๆ เลยฟ่งเอ๋อ ตอนนี้ยัยนั่นคงยังคิดไม่ได้ แต่ขนาดพวกเราคิกได้ อีกไม่นานยัยนั่นก็คงหาแผนการมาอยู่ในบ้านคุณแม่ขาเช่นกัน นี่บอกเลยนะ ฉันไม่ยอมแน่"
"เ้าทำใจร่มๆ ก่อนนะเฟยเฟย ตอนนี้สิ่งใดที่ยังไม่เกิดขึ้น เ้าก็ต้องหาทางป้องกันไว้ก่อน เพื่อคนรักของเ้า แต่เ้าไม่ต้องกลัวเ้าไม่อยู่คนเดียว"
"ใช่ครับยังไงคุณเพนนีก็มีคนสนับสนุนฝั่งคุณอีกหลายคนเลย คุณดาริกาต่างหาก มีแค่คุณหญิงเฟื่องทองเป็แบ็กอัพ"
"สงสัยคุณแม่ได้แบกยัยน้ำกรดไปจนหลังแอ่นแน่ ฮ่าๆๆๆ"
"แต่ฉันก็ต้องขอบใจฟ่งเอ๋อกับแกมากนะไอ้พงษ์ ที่อยู่เคียงข้างฉันมาตลอด"
"ก็ใช่ช่วยให้คุณเพนนีเป็พาผมเข้ามาที่นี่ล่ะครับ คุณก็เป็พ่อ เป็แม่ผมนั่นแหล่ะ"
"อรั้ยยยย! ไอ้บ้าพงษ์ แกจะทำให้ฉันสวย สง่า อารมณ์ดีตลอดเลยไม่ได้รึไงยะ อายุฉันมันก็ไม่ได้ห่างจากแกมาก ห่างแค่ปีเดียว ฉันจะมาเป็ม่งเป็แม่อะไรแกได้ ถ้าเกิดฉันมีลูกแบบแก ฉันกลั้นใจเอาขี้เถ้ายัดปากเลยดีกว่า โตมาปากมากแบบนี้ หุบปากไปเลย"
เพนนีก็วิ่งเอาหมอนไล่ตีภาสพงษ์อย่างอุตลุด ส่วนทางด้านของ อวี๋เฟิงฟ่งก็นั่งมองด้วยความขำ ทำให้อารมณ์ของเธอดีเป็อย่างมาก ขณะหันไปมองก็เพิ่งสังเกตว่าแหวนของเพนนี มีหน้าตาคุ้นๆ ตอนที่เพนนีสวมแหวนในครั้งแรกแล้วเธอบอกให้สวมนิ้วนางข้างขวานั้น เธอยังไม่ได้เห็นแหวนแบบชัดเจน มันเหมือนกับว่า พอเพนนีสวมแหวน จิติญญาเธอก็ถูกดึงดูดมาอยู่ข้างเพนนี แล้วรู้ได้ว่าตอนนี้เธอตามหาเฟยเฟย — อวี๋เฟิงเฟย น้องสาวฝาแฝดที่ถูกฆาตกรรมไปพร้อมเธอ เธอได้พบน้องสาวแล้ว จึงละเลยเื่รูปร่างหน้าตาของแหวนทองหัวสิงห์นั่นไป
"เดี๋ยวก่อนนะ เฟยเฟย ข้าว่าแหวนเ้ามันคุ้นๆ"
เพนนีหยุดตีกับภาสพงษ์ แล้วหันเอ่ยถาม "ฟ่งเอ๋อ หรือว่าจริงๆแล้วแหวนนี้เป็ของเธอหรือเปล่า"
"ข้าก็ไม่แน่ใจ แต่รู้สึกได้ว่าแหวนมันคุ้นเสียเหลือเกิน"
"ฟ่งเอ๋อ เธอลองเอาไปสวมดีมั้ย มันดูเข้ากับเธอ เหมือนมีคนทำมาเพื่อเธอมากกว่า เธอสวมแหวนอาจจะจำได้ก็ได้นะ"
เพนนีเลยถอดแหวนยื่นให้อวี๋เฟิงฟ่ง เมื่อหญิงสาวได้ลองสวมกลับพบว่าไม่มีอะไรผิดปกติไปจากเดิม
"ข้าว่ามันไม่มีสิ่งใดเปลี่ยนแปลงนะเฟยเฟย" เธอคุ้นเคยกับอหวนนี้มาก แต่สวมแล้วยังไม่มีอะไรเกิด แต่อวี๋เฟิงฟ่งรู้สึกได้ว่าตนไม่ได้คิดไปเองแน่ๆ
"ตอนนี้มันยังไม่มี แต่ก็ไม่แน่นะ เราอาจจะต้องรอเวลา ฟ่งเอ๋อ ฉันว่าแหวนนี้มันเป็ของเธอนั่นแหล่ะ ฉันยกให้แล้วกัน ถือว่าเป็ของขวัญต้อนรับ"
"โอ้โห! ผมไม่คิดว่าคุณเพนนีจะใจกว้างยากของขวัญที่ซื้อมาด้วยเงินจำนวนเยอะขนาดนี้ให้คุณฟ่ง"
"เ้าซื้อขายมาเท่าใดกันเฟยเฟย กี่ตำลึง"
"เอ๋! ฉันก็ไม่รู้ด้วยสิว่าตำลึงมันแปลเป็เงินไทยมันเท่าไหร่กันแน่ เอาเป็ว่าราคาไม่แรง สองล้านแปดแสน ขนหน้าแข้งฉันไม่ร่วง ไม่ต้องเป็ห่วง เอาไปเถอะ ฉันยกให้"
"นี่นางฟ้ารึเปล่าครับเนี่ย ปกติผมเห็นคุณเพนนีขี้งกจะตาย ไม่ยอมยกอะไรให้ใครฟรีๆ ของฟรีไม่มีในโลก คุณเพนนีต้องอยากได้อะไรของคุณฟ่งเธอมาแลกเปลี่ยนแน่"
"เอ๊ะ! ไอ้พงษ์นี่ยังไงกันห้ะ ฉันยกให้เพราะฟ่งเอ๋อคือพี่สาวฝาแฝด ส่วนนายน่ะอย่าหวัง นี่ไอ้พงษ์ ฉันจำได้นะ แกว่าฉันหลายรอบละ ฉันขอมอบหน้าที่เลยแล้วกัน ไปสืบมา ฉันชักจะสงสัยว่าแหวนนี้ไม่ใช่แหวนประจำตระกูลนายบวรแน่ๆ ไปสืบมาเลยเทือกเถาเหล่ากอเป็ยังไง แต่รู้สึกเลยว่า อีตาบวรนี่ไม่ได้เป็ผู้ดีเก่าแก่ เป็แค่คนทั่วไปที่กำลังตกยาก สืบมาเลยให้ชัดเจน เพราะฉันก็คิดว่าต่อให้ชาตินี้หรือชาติไหนยัยน้ำกรดนั่นก็ไม่มีทางเป็ญาติของฉันแน่ๆ"
"เกลียดอะไรเขาขนาดนั้นครับคุณเพนนี"
"คนไม่มีแฟน ไม่มีคนรักแบบนายไม่รู้หรอกว่ามีคนจ้องจะแย่งคนรักให้นายกับเขาแตกคอกัน มันเจ็บใจมากๆ แล้วก็เกลียดยัยนั่นมากๆ ด้วย ขนาดคุณธนาไม่เล่นด้วยนะ ยังตื๊อตอแยไม่เลิก คิดดูแล้วกัน ถ้าคุณธนาตอบกลับ วันนี้ยัยนั่นคงมีลูกให้คุณธนาไปแล้วล่ะ"
"ก็จริงครับ ยิ่งคุณหญิงเฟื่องทองเธอสนับสนุนขนาดนี้"
"ใช่ เพราะอย่างงี้ไง นายเลยต้องรับหน้าที่นี้ ไปสืบมาเลยต้นตระกูลของนายบวร เอามาให้ครบ ทั้งเื่แหวน เื่อื่นๆ ส่วนเื่ยัยดาริกา ไม่ต้องเป็ห่วง ฉันจัดการแล้วยังมีคุณป้าทั้งสองช่วยอีก ยัยดาริกาไม่รอดแน่"
"เฟยเฟย ข้าเชื่อว่าเ้าทำได้ แต่อย่าประมาท เ้าต้องระมัดระวังตนเอง เพราะจิตใจคนเป็สิ่งที่คาดเดาไม่ได้โดยสิ้นเชิง ข้าเป็ห่วงเ้า" อวี๋เฟิงฟ่งพูดด้วยความจริงใจ
ซึ่งเพนนีเองก็รับรู้ เธอก็ตอบรับกลับด้วยความจริงใจเช่นกัน หญิงสาวทั้งสองมองหน้าและเห็นถึงสายใยแห่งความสัมพันธ์ของพี่น้องที่สนิทและรักกันมากปรากฏขึ้น
ตรงนี้ภาสพงษ์เองก็เห็นและรู้สึกได้ว่า โชคดีจริงๆ ที่คุณนายเพนนีไม่โดดเดี่ยว มีทั้งพี่น้อง และคนรักรายล้อมที่ครบไปหมด
ดังนั้นเพนนีจึงคิดได้เลยว่า
"ต้องรีบหาทางยับยั้งยัยดาริกาก่อนจะทำเื่ราวบานปลาย เยอะวุ่นวายไปกว่านี้ หรือจะไปขอให้ยัยลูกแพร์มาร่วมมือดีกว่านะ"
แต่คิดไปคิดมาเพนนีก็ตัดสินใจไม่ขอความช่วยเหลือดีกว่า ไม่ได้สนิทกับลัลลภัสถึงขั้นนั้น เกิดวางแผนกันแล้วลัลลภัสหักหลังเพนนี ก็จะกลายเป็ว่า ส่งให้ลัลลภัสได้หน้า ส่วนเพนนีกลับเสียหายในสายตาของคุณหญิงเฟื่องทองมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม