ภายใต้คำคืนที่เงียบสงบถึงเวลาที่ผู้คนควรเข้าสู่ห้วงนิทรา ทว่ากลับมิใช่เรือนหลังหนึ่งในจวนใหญ่ที่ยามนี้ความหนาวเย็นยังสู้ความร้อนละอุด้านในมิได้
เสียงเนื้อกระทบกันอย่างหยาบโลนผสานเสียงร้องครวญคราง ไม่จำเป็ต้องเห็นด้วยตาก็ย่อมรู้ว่าด้านในกำลังเกิดสิ่งใด
ดวงตาเรียวเฝ้ามองภาพวสันต์ตรงหน้าด้วยความพึงใจจังหวะขยับโยกแนบชิดช่างดูมีเสน่ห์เย้ายวนปลายเท้าขาวหญิงสาวยังคงปล่อยให้ชายหนุ่มลูบไล้พรมจูบอยู่เช่นเดิม
นิ้วมือเรียวขาวตวัดปลายพู่กันลงกระดาษขาวอย่างชำหนิชำนาญเก็บภาพการเสพสังวาสตรงหน้าท่วงท่าที่งดงาม จนทั่วพื้นรอบกายนางต่างเต็มไปด้วยภาพวาดที่ถูกนางรังสรรค์ขึ้น
ตับ ตับ ตับ ตับตับ
"อ๊าา อ๊าา เฉิงเซ่อเร็วเข้า ข้าอยากได้เร็วกว่านี้ อ่าา"ลั่วอี้ครางกระเส่าสั่งให้ชายหนุ่มด้านหลัง เร่งซอยสะโพกหนา มอบความเสียวซ่านให้นางประตูสรวง์กำลังรออยู่เบื้องหน้า นางอยากไปถึงเต็มทีแล้ว
"อู๊ยยย คุณหนูตอดรัดท่อนข้าดีเหลือเกิน ซี๊ดด อ่าาา"เฉิงเซ่อเร่งจังหวะถี่รัวดังเสียงหวานร้องขอ เสียงทุ้มครางหาเ้านายสาวมิขาดปากทั้งที่แท้จริงเขากำลังกระแทกกระทั่นรูสวาทสตรีอีกนางอยู่
"อืมมม อ๊าา คุณหนูเสียวยิ่งนัก อู้วว"เสียงแหบของชายหนุ่มที่มีนามว่าหงเซ่อร้องครางกระเส่าทั้งร่างขยับโยกตามแรงกระแทกหนักหน่วงที่ส่งต่อมาจากลั่วอี้
ที่เป็เช่นนั้นเหตุเพราะรูหยักด้านหลังของเขา กำลังถูกบางสิ่งที่นางสวมใส่สอดแทงอยู่เช่นกัน
ภาพหญิงหนึ่งชายสองด้านหน้าทำให้เืในกายหญิงสาวพลุ่งพล่าน ชายทั้งสองต่างร้องครวญครางหานางทั้งที่กำลังเสพสมอยู่กับสาวใช้คนสนิท
"อาไป๋ไปช่วยอาหงหน่อย เขาคงอยากปลดปล่อยเต็มที"
"ขอรับคุณหนู" ริมฝีปากร้อนพรมจูบหลังเท้าขาวอีกครั้งก่อนจะเข้าไปร่วมวงกับทั้งสามคนตรงหน้า
ไป๋เซ่อลงนอนใต้ท้องหงเซ่อที่คลานเข่าสี่เท้าอยู่ฝ่ามือยาวรูดสาวท่อนเอ็นใหญ่ก่อนจะส่งเข้าริมฝีปากดูดกลืนให้หงเซ่อสั่นสะท้าน
"ซี๊ดดด คุณหนูเสียวเหลือเกิน อ่าา อ๊าา"หงเซ่อที่ถูกปรนเปรอทั้งหน้าทั้งหลัง ทำให้เขาเสียวซ่านแทบขาดใจครางกระเส่าเรียกหาเ้านายสาวมิขาดปาก
"อ๊าา อ๊าา สะ เสร็จแล้ว อะ อร๊างง"สตรีเพียงหนึ่งเดียวที่อยู่ระหว่างกลางกระตุกเสร็จสม ก้าวเยือนสรวงสรรค์ก่อนผู้ใด
ทว่านางกลับยังคงถูกกระแทกกระทั่นอยู่เช่นเดิมทำให้แรงกระแทกจากด้านหลังส่งต่อถึงด้านหน้า นำพาให้หงเซ่อเสร็จสมตามนางไปอีกคนกระตุกท่อนเอ็นปลดปล่อยน้ำกามขุ่นให้ไป๋เซ่อกลืนลงลำคอ
"อู้ยยย ข้าก็มิไหวแล้ว คุณหนู คุณหนู อะ อ่าาา"เฉิงเซ่อที่อยู่ด้านหลังสุดได้พบสรวง์เป็คนสุดท้ายท่อนเอ็นใหญ่กระตุกพ่นน้ำกามอุ่นใส่รูสวาทลั่วอี้จนหมดหยาดสุดท้าย
เมื่อการเสพสังวาสตรงหน้าเสร็จสิ้น ปลายพู่กันในมือเรียวขาวก็ถูกวางลงเช่นกัน
ร่างเล็กลุกขึ้นหันหลังกลับเข้าห้องนอนตน ให้ไป๋เซ่อที่คืนนี้มิได้มีบทบาทสำคัญมากนักตามเข้าไปปรนนิบัติพานางเข้านอนปล่อยสามคนที่เพิ่งเหน็ดเหนื่อยจากบทสวาทที่ร้อนแรงเมื่อครู่ได้พักผ่อน
เข้าเช้าวันใหม่หญิงสาวตื่นนอนด้วยความสดใสแม้นางจะต้องตื่นเร็วกว่าเวลาเดิมถึงสองชั่วยามก็ตาม
ร่างเล็กปล่อยให้สาวใช้ปรนนิบัติแต่งกายจนแล้วเสร็จวันนี้หญิงสาวเลือกสวมใส่อาภรณ์สีชมพูอ่อน ทำให้นางยิ่งดูอ่อนหวานน่าทะนุถนอมมากยิ่งขึ้น แม้ใบหน้าสวยจะไร้เครื่องสำอางตกแต่ง กลับเผยให้เห็นความงามตามธรรมชาติชวนให้ผู้คนล้วนหลงใหล
"ลุงฟู่เป็อันใดถึงทำสีหน้าเช่นนั้น" หญิงสาวเอ่ยถามพ่อบ้านชราที่ยืนทำสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกตรงหน้า
"นายท่านกับคุณชายกลับมาอยู่จวนแล้ว ละลุงเกรงว่าที่คุณหนูทำอยู่จะ..." พ่อบ้านฟู่เอ่ยได้เพียงครึ่งทางอีกครึ่งได้แต่เก็บไว้ในลำคอไม่กล้าเอ่ยออกไป
"ที่แท้ลุงฟู่เป็ห่วงเื่นี้ หากข้ามิพูด ท่านมิพูด บ่าวในเรือนมิพูดท่านพ่อกับพี่ชายจะทราบเื่ได้อย่างไร"
"ขะ ขอรับ" เสียงแหบพ่อบ้านฟู่เอ่ยตอบกลับอย่างคลาดกลัวแม้ริมฝีปากบางจะยกยิ้มหวาน ทว่ามันกลับส่งมิถึงดวงตา
พ่อบ้านฟู่มองตามหลังเ้านายสาวจนนางเดินลับมุมหายไปมิรู้ว่าเด็กสาวที่เคยน่ารักอ่อนหวานนางนั้นหายไปั้แ่เมื่อใดมันทำให้เขาเ็ปหัวใจยิ่งนัก
ห้องหนังสือในตระกูลเจียงที่ควรจะมีเพียงคนในตระกูลเท่านั้นบัดนี้กลับมีแขกมิได้รับเชิญ นั่งกระดิกเท้าสบายใจ มิสนใจเ้าของจวน
"ไม่มีการงานทำหรือ ถึงได้มารบกวนผู้อื่นแต่เช้าเยี่ยงนี้" ฮุ่ยเหอเอ่ยถามอย่างเบื่อหน่ายไม่ได้เกรงกลัวอำนาจที่อีกฝ่ายมี
"ข้าเพิ่งรู้ว่ากุนซือของข้า มีมารยาทในการรับแขกแย่เยี่ยงนี้"
"ข้าก็เพิ่งรู้เช่นกัน ว่าการเป็ถึงแม่ทัพใหญ่กลับมิมีจวนให้อยู่ มาวุ่นวายจวนผู้อื่นแต่เช้าเช่นนี้"
เยว่เห่อมองภาพชายวัยกลางคนตรงหน้าทั้งสองด้วยความเอือมระอามิรู้ทั้งสองคนนั้นเป็สหายกันได้อย่างไรทั้งที่อยู่ใกล้กันทีไรล้วนต้องมีปากเสียงกันทุกที
แม้ภายนอกบุคคลทั้งสองคนจะดูเงียบขรึมน่าเกรงขามทว่าสำหรับเขานั้น เหมือนเด็กที่ไม่รู้จักโตกันทั้งคู่เสียมากกว่า
"ท่านพ่อ พี่ชาย อาหารเช้าพร้อมแล้วเ้าค่ะ"
เมื่อได้ยินเสียงหวานเรียกจากทางหน้าห้องทำให้ ฮุ่ยเหอจำต้องละจากการโต้เถียงกับสหายครั้นเขาที่กำลังจะตอบรับบุตรสาว กลับช้าไปหนึ่งก้าว
"ดีจริง ข้าก็ไม่ได้กินอะไรมาด้วย" การกระทำห่าวหรานไวเท่าความคิด ร่างสูงโปร่งรีบลุกก้าวเดินไปทางหน้าประตูห้องหนังสือในทันที
ทว่าเมื่อมือใหญ่พลักบานประตูให้เปิดออกกลับได้ยินเสียงเหมือนบางสิ่งหล่นลงพื้น พร้อมด้วยเสียงใโวยวายของสาวใช้
ครั้นก้มมองก็เห็นสตรีร่างเล็กในชุดสีชมพูนั่งก้มหน้าอยู่ที่พื้นแข็งยังไม่ทันที่เขาจะยื่นมือเข้าไปช่วยกลับโดยดึงกระเด็นไปด้านหลังด้วยน้ำมือสหายกับลูกน้องภายใต้บังคับบัญชา
"ซินเอ๋อร์ / ซินเอ๋อร์" ชายหนุ่มสองคนกระโจนเข้าหาหญิงสาวในทันทีต่างรีบช่วยกันประคองร่างเล็กไว้ในอ้อมกอด ดั่งกลัวว่านางจะบุบสลาย
"เป็อย่างไรบ้างซินเอ๋อร์ น้องเจ็บตรงไหนบอกพี่มา เ้ามั่วยืนอยู่ใย มิรีบตามหมอมาดูคุณหนู"
"น้องไม่เป็อันใดเ้าค่ะ ไม่ต้องเรียกท่านหมอมาให้วุ่นวายน้องลืมคิดไปว่าประตูห้องหนังสือทำแบบเปิดออกด้านนอก เลยไม่ทันระวังขออภัยด้วยเ้าค่ะ ที่ทำให้ท่านพ่อกับพี่ชายพลอยใไปด้วย" ใบหน้าสวยแย้มรอยยิ้มหวาน แม้จะเป็ฝ่ายถูกกระทำกลับยังเอ่ยขออภัย
"ไม่เป็อันใดก็ดีแล้ว เพราะคนไม่ระวังผู้เดียวเกือบทำให้ซินเอ๋อร์ของพ่อต้องเจ็บตัว" สายตาท่านกุนซือมองค้อนกลับหาสหายที่มียศเป็ถึงแม่ทัพใหญ่ของแผ่นดินอย่างไม่เกรงกลัว
"ท่านพ่อกับพี่ชายไปทานอาหารเช้ากันดีกว่าเ้าค่ะ"
ห่าวหรานมองสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้าได้แต่ทำเสียง 'หึ' ในลำคอสตรีร่างเล็กในอ้อมกอดของทั้งคู่คงเป็บุตรสาวของสหาย ที่เขามิเคยพบหน้า
ั์ตาสีเข้มจ้องมองสำรวจทั่วร่างเล็ก หญิงสาวถือว่าเป็สตรีที่มีความงามล้ำ น้อยครั้งนักที่เขาจะพานพบใบหน้าสวยหวานฉ่ำ ั์ตาดอกท้อคู่งามรับกับจมูกโด่งรั้น ริมฝีปากบางกระจับอมชมพูผิวพรรณขาวเนียนดุจน้ำนมบริสุทธิ์
ได้ยินมาว่าปีนี้นางมีอายุเพียงสิบหกปีมิคิดว่ามารดาที่เสียไป จะให้สมบัติติดตัวนางมามากมายถึงเพียงนั้นหน้าอกนางดูนู้นโดนเด่น เอวบางคอดกิ่วรับกับสะโพกมนกลมกลึงแม้กริยาท่าทางอ่อนหวานนุ่มนิ่มเช่นนั้น จะมิใช่สตรีที่เขาชมชอบมากนัก
แต่ต้องยอมรับว่าเป็เื่ยากพอควร ที่กว่าเขาจะถอนสายตาออกมาจากเรือนร่างที่เย้ายวนนั้นได้
จนลืมคิดไปเสียว่าสตรีที่เขากำลังจ้องมองอยู่นั้นเป็บุตรสาวสหาย และมีอายุห่างกับเขาเกือบสองรอบ