ตอนที่ 6
ทันทีที่รถยนต์สปอร์ตปอร์เช่พานาเมลาสีตะกั่วเข้าจอดเทียบ...มานาลีโผเข้ากอดชายหนุ่มอันเป็นที่รักอย่างไม่แคร์ต่อสายตาของใครหญิงสาวรั้งคอชายหนุ่มโน้มลงมา ก่อนจะบรรจงจูบแห่งความคิดถึง
แม้ที่เมืองนอกอาจจะทักทายหรือแสดงออกแบบเปิดเผย หากแต่ตอนนี้ สถานที่ตรงนี้เป็นเมืองไทยการทำอะไรประเจิดประเจ้อแก่สายตาหลายสิบคู่ จึงทำให้ลายเสือรีบถอนริมฝีปากนั้นออก
“ทำไมล่ะคะดาร์ลิงค์ทุกทีแค่จูบแบบนี้ไม่เห็นจะเป็นเรื่องแปลก” หญิงสาวหน้าง้ำ
“ขึ้นรถก่อนเถอะ”เขาตัดบท
ลายเสือเดินไปเปิดประตูรถด้านหน้าให้สาวลูกครึ่งหากแต่พอเปิดประตูรถ เขาเองก็เพิ่งจะนึกออก ว่ากัลปพฤกษ์นั่งอยู่ข้างในแต่เพื่อนตัวแสบก็ยังวางท่าเฉยกวนประสาทเสียอย่างนั้น จนเขาต้องร้องทักพร้อมกับตบที่บ่าเบาๆ
“ไอ้ปลาเอ็งลงมาซักทีสิวะ...ที่ข้างหน้าเหมาะกับผู้หญิงเว้ย”
คนถูกเรียกให้ลงจากรถยังคงทำหน้าตายมองหน้าคนชวนมาแล้วก็นึกขัน ผู้หญิงสวยขนาดนี้ ทำไมจะต้องพกเขามาเป็นตัวเกะกะแต่เมื่อตั้งใจชวนเขามาเผื่อเป็นกันชน กัลปพฤกษ์ก็ตั้งใจจะแหย่เล่นลองเชิงอย่างนึกสนุก
“อ้าว...อะไรวะไอ้เสือพอเห็นสาวก็จะถีบหัวเพื่อนส่งเลยนะเว้ย ทีตอนชวนมาพูดซะดิบดี”คนพูดปรายตามองไปยังสาวลูกครึ่งที่ยืนหน้าเชิด
มานาลีเดินเข้ามาเกาะแขนลายเสือก่อนจะลดแว่นตาดำทรงโตที่สวมอยู่ มองหน้าผู้ชายมาดกวนตรงหน้าแอบเบ้ปาก ตามประสาคนขี้แกล้งขี้อำ...กัลปพฤกษ์จึงทำเมินกับคำพูดของเพื่อนแกล้งหูทวนลมทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ หากแต่ลายเสือก็รู้ทันว่าเพื่อนของเขาคงจะแกล้งกวนประสาท จึงรับมุขด้วยการหันไปบอกสาวสวยเคียงข้าง
“เดี๋ยวเมนี่นั่งข้างหลังก็คงได้นะครับ”
“ได้ไงล่ะคะ...เมนี่เป็นผู้หญิงนะคะดาร์ลิงค์ตามมารยาทสากลก็ควรจะเป็นคนนั่งข้างหน้า ส่วนใหญ่ผู้ชายที่เขาเป็นสุภาพบุรุษเขาก็ต้องเสียสละกันทั้งนั้น ยกเว้นว่าไม่ใช่...ผู้ชายประเภทนี้ถ้าไม่ใช่คนไม่มีความรู้ ก็คงเป็นพวกตุ๊ดพวกแต๋วมั้งคะ คงต้องไปหากระโปรงมานุ่ง”
มานาลียักคิ้วให้ฝ่ายชายที่ปั้นหน้านิ่งเป็นเชิงท้าทายการตอกกลับของสาวลูกครึ่งได้ผล แม้จะไม่เจ็บแสบเท่าไหร่แต่ก็ทำให้กัลปพฤกษ์หน้าเสียถนัดตา
ลายเสือเพิ่งจะได้เห็นอาการค้อนควักจากเพื่อนผู้ชายก็วันนี้ทั้งที่ส่วนใหญ่อาการแบบนี้มักจะเป็นกับผู้หญิงมากกว่า เจ้าตัวจึงได้แต่นึกขำในใจคนปากจัดเวลาโดนตอบโต้ จะแก้เกมยังไง เขายืนนิ่งอยู่นานจึงเห็นว่ากัลปพฤกษ์ยอมลงมาจากรถ แล้วย้ายที่ไปนั่งด้านหลังแต่โดยดี
เพิ่งจะเห็นคนไม่ยอมคน...กลับยอมแพ้มานาลีหากแต่ใบหน้านั้นกลับนิ่งขรึม จับทางไม่ถูก ไม่รู้ที่เงียบเสียงไม่โต้ตอบ เพราะคิดอะไรแก้เผ็ดไว้กันแน่
เขารู้จักนิสัยเพื่อนปากเสียคนนี้ดี
มานาลีจึงยกมุมปากขึ้นอย่างมีชัยเธอก้าวไปนั่งเบาะหน้าเคียงคู่คนขับ และแอบปรายตามองทางกระจกรถด้านข้างเป็นระยะว่าผู้ชายกวนประสาทคนนั้นกำลังทำอะไร
“ทำไมไทเกอร์ถึงไม่มารับเมนี่คนเดียวล่ะ...ต้องพ่วงเอาคนอื่นมาทำไม”เธอเน้นคำว่า ‘คนอื่น’ ชัดเจน
พอมานาลีพูดคำว่า ‘คนอื่น’ เขาจึงนึกขึ้นได้ว่าลืมแนะนำทั้งสองคนให้รู้จักกัน “เมนี่จ๊ะ...นั่นนายปลาเพื่อนของผม”เขาพูดต่อท้ายเป็นการบอกเพื่อนชายทันทีว่าฝ่ายหญิงคือใคร “ไอ้ปลา...รู้จักกับเมนี่ไว้สิเกิร์ลเฟรนด์ของข้า”
“ใครว่าเมนี่เป็นแค่เกิร์ลเฟรนด์ของไทเกอร์ล่ะ...เมนี่เป็นมากกว่านั้นนะ” หญิงสาวจงใจอยากจะพูดคำหลังว่าเป็นผู้หญิงที่เหมาะสมจะเป็นภรรยาเขาในอนาคตหากแต่สบสายตาของฝ่ายชายเป็นเชิงปราม
เธอรู้ดีว่าชายหนุ่มไม่ชอบให้ใครมาประกาศตัวว่าเป็นมากกว่าเพื่อน แต่มันก็อดไม่ได้ที่จะถูกวางไว้แค่ระดับเพื่อนผู้หญิงที่สนิทสนม เพราะแท้จริงแล้วเธอเข้าใจมาตลอดว่าเธอเป็นมากกว่าแค่คู่ควง
เมื่อพูดไม่ได้...มานาลีจึงสะบัดหน้าทิ้งเสมองไปนอกตัวรถ แล้วก็ให้ความสนอกสนใจต่อวิวทิวทัศน์ข้างทาง
“ไม่ได้กลับมาเมืองไทยห้าหกปี...ไม่น่าเชื่อว่าจะเจริญขนาดนี้”
มานาลีย้ายตามไปอยู่ที่อเมริกากับครอบครัวราวหกปีเศษทุกสิ่งทุกอย่างก่อนไปยังด้อยค่าในความรู้สึกยิ่งไปสืบทอดตอบรับเอาวัฒนธรรมตะวันตกเข้ามาเต็มๆบางครั้งจึงรู้สึกเหยียดเอาวัฒนธรรมดั้งเดิมของไทยเข้าให้อย่างที่คำพูดบางอย่างออกมาจากความคิดความอ่านแบบไม่ไตร่ตรอง
“ถึงจะเจริญยังไง...แต่เมนี่ว่าสู้ที่อเมริกาไม่ได้หรอกไม่รู้ทำไมดาร์ลิงค์ถึงคิดจะย้ายกลับมาอยู่เมืองไทยกัน อยู่ที่นู่นสบายกว่าเยอะ”
หากแต่คนนั่งนิ่งฟังมานานกลับเป็นฝ่ายพูดแย้งขึ้นจนหญิงสาวหน้าหงาย “ถ้าคิดว่าเมืองไทยไม่ดีไม่น่าอยู่ แล้วคุณกลับมาเหยียบเมืองไทยทำไมล่ะครับ”
คนถูกโต้ตอบจึงหันขวับไปจ้องคนยอกย้อน...กวนประสาท
“ถ้าไทเกอร์ไม่มา...เมนี่ก็ไม่มาหรอก”เธอทำลอยหน้าลอยตาพูด
กัลปพฤกษ์ที่นั่งอยู่ด้านเบาะหลัง...จึงนั่งสงบปากสงบคำเมื่อเห็นว่าพูดไปก็เท่านั้น...ผู้หญิงที่หยิบหย่งทำตัวกรีดกรายลืมแม้กระทั่งแผ่นดินเกิด...จะมีดีอะไร
หากแต่การเหยียดคำพูดเจ้าหล่อนทางความคิดกลับมีมุมหนึ่งที่เขาแอบลอบมองเธอเป็นระยะ...สวย...อันดับแรกเมื่อคนเราพบหน้าค่าตากันสิ่งที่จะเห็นก็คือรูปกายภายนอกความสวยงามที่เป็นเปลือกห่อหุ้มจิตใจ...แต่เมื่อสัมผัส แม้เพียงคำพูดสั้นๆก็ทำให้นึกชังในความคิดแม่สาวลูกครึ่งเหลือคณานับ
ไม่รู้มีดีส่วนไหน...นายจอมเจ้าชู้ถึงหลงใหลได้ปลื้มถึงกับหอบหิ้วตามกันมาจากเมืองนอก
กัลปพฤกษ์สำรวจ ‘เปลือกนอก’ ของหญิงสาวอย่างหมดจดตั้งแต่ศีรษะไล่เรื่อยลงมาจนถึงการแต่งกาย ที่โดดเด่นมากที่สุดก็คือดวงตากลมโตขนตางอนโง้งพอปัดมาสคาร่ายิ่งทำให้ดูคมขลับยิ่งขึ้น ราวกับตุ๊กตาแก้วเจียระไนยิ่งริมฝีปากนั้นเป็นกลีบบาง ยามส่งเสียงเจื้อยแจ้ว...อาจดูเคลิบเคลิ้มแต่ทุกคำพูดที่ออกมากลับตรงกันข้ามกับความงาม ที่สร้างความรำคาญใจยิ่งผมสีน้ำตาลบรอนซ์ทองเข้มขลับดัดลอนตรงปลายเป็นเกลียว สวมด้วยหมวกสีขาวมีโบสีชมพูคาดแถบ เข้ากับชุดเสื้อกระโปรงที่เจ้าหล่อนสวมใส่โดยรวมแล้วเธอมีรสนิยมที่ค่อนข้างดี
หากไม่รู้จักเมื่อมองผิวเผิน...กัลปพฤกษ์เองยังไม่แน่ใจว่าตัวเองจะตรงดิ่งเข้าไปขอเบอร์โทรศัพท์หรือไม่
รู้แต่ว่าตอนนี้...สาวลูกครึ่งตรงหน้าไม่ติดอยู่ในหางตาเขาแม้แต่น้อย
...............................................