16:20 น. ท้องฟ้าชุ่มไปด้วยน้ำฝนที่ตกลงมาอย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุด เกือบห้าชั่วโมงแล้วที่เหตุการณ์ปะทะได้เริ่มขึ้น ขณะนี้เสียงปืนเงียบไปซักชั่วโมงกว่าเห็นจะได้ สถานการณ์ที่บีบคั้นทำให้หมวดของเราเหมือนติดเกาะ
จะถอยก็ไม่ได้เพราะข้างหลังทางที่เดินมานั้น บัดนี้ได้กลายเป็สไลด์เด้อร์แห่งความตายไปเสียแล้ว วิทยุสื่อสารก็ไม่สามารถติดต่อกับทางศูนย์บัญชาการส่วรหลังได้ เหตุเพราะฟ้าฝนที่คะนองตกอย่างตลอดเวลา
ผมเปียกโชกไปทั้งตัว ร่างกายสั่นเพราะความหนาวเย็นกัดกินิัอันเฉียบบางนั้น พวกเรายังคงวางตัวเป็แนวยิงอย่างไม่ขยับเคลื่อนไหวถ้าไม่จำเป็ พวกเรายังคงสอดสายตามองสิ่งผิดปกติตรงหน้าอย่างเข้มงวด ไม่มีสิ่งมีชีวิตใดที่จะเล็ดลอดสายตากับปืนไปได้อย่างแน่นอนครับ
จากการค้าดเดาสถานการณ์ขณะนี้ เราค่อนข้างแน่ใจว่าศัตรูที่ฝังตัวอยู่ตรงแนวป่าเบื้องหน้าไม่สามารถถอนตัวได้เช่นกัน เนื่องจากการที่พวกเรายิงกดดันกันเป็ระยะๆบวกกับ ทางลาดชันของูเาในยามฝนตก จึงทำให้เราทั้งสองฝ่ายต่างนิ่งดูเชิงกันเพื่อรอฝนหยุดตก
ที่เราไม่สามารถระบุตำแหน่งของพลซุ่มยิงได้ก็เพราะลมที่ผัดผานบนทุ่งนั้นแรงมากบวกกับฝนที่ตก การจับทิศเสียงปืนจนเป็เื่ที่ยากลำบากพอตัวสำหรับการปะทะในครั้งนี้
แซด!~~แซด!~~~ เสียงวิทยุของนายสิบสื่อสารชาวม้งผสมกะเหรี่ยง ซ่าออกมาเป็ระยะๆ
"ติดต่อไม่ได้เลยครับผู้กอง" นายสิบหนุ่มหันมาบอกกับผู้กองจอมทรหดด้วยน้ำเสียงเข้มแข็ง
"หยุดติดต่อก่อน เราจะติดต่ออีกทีเมื่อฝนตก"
ผู้กองผู้มีใบหน้าเข้มคนนั้นเอ่ยบอกลูกน้อยด้วยสีหน้าเคร่งเครียด พร้อมกับพูดออกคำสั่งมาทันใด "คืนนี้เราจะจัดชุดวิ่งล่อเป้า2นาย เราจะวางแผนให้นักวิ่งของเรา วิออกซ้ายและขวาเพื่อให้ศัตรูยิงเผยตำแหน่ง" ผมที่อยู่ไม่ไกลนักได้ยินคำสั่งอย่างชัดเจน การที่ให้คนวิ่งล่อเป้าเวลากลางคืน เพื่อค้นหาแสงไฟปืนจากข้าศึกถึงเป็วิธีที่เสี่ยง แต่ ณ ตอนนี้ก็ไม่มีแผนอะไรที่ดีไปกว่านี้แล้ว
"ผมขออาสาสมัคร2คนเพื่อวิ่งล่อเป้าศตรู" สิ้นเสียงพูดของผู้กอง ก็ปรากฏเสียงของพลทหาร2นายพูดขึ้นมา "ผมครับ/ผมครับ" พลทหารทั้งสองคนคลานเข้ามาหาผู้กองด้วยท่าทีลุกลี้ลุกลน ผมเห็นถนัดตา สองอาสาสมัครนั้น เป็เด็กชายอายุเพียง15ปีเท่านั้นได้แก่
พลทหารบีจ่อ เด็กหนุ่มร่างสูงผิวดำกร้านจากย่างกุ้งที่ถูกพม่าขับไล้ออกจากเมืองชีวิตที่ตกอับหนังสือไม่ได้อ่านได้เขียน ต้องมาจับปืน ต่อสู้กับอริราชศัตรู ตามมาด้วย
พลทหารตาเม็งรา หนุ่มอายุ19ปีอดีตนักศึกษาช่างยนต์ของ วิทยาลัยเทคนิคแม่สอด เมื่อการเรียนอันน่าเบือไม่สามารถตอบโจทของหนุ่มกะเหรี่ยงเืเด็กช่างผู้นี้ได้ เขาเลยหันหน้าเข้าสู่อุดมการณ์ ถือปืนขับไล่ผู้รุกราน
ผมผละสายตาจากผู้กล้าสองคนนั้น หูก็ได้ยินเสียงกระซิบวางแผนของผู้กอง ผมหันไปคุยกับพลทหาร เจเจที่ถือปืนM16 อยู่ในท่าพร้อมยิงนั้น
"เมื่อยเนาะ" ผมพูดปนยิ้มออกไปหาเพื่อนที่ทำซีหน้าเคร่งเครียดอยู่ข้างๆ "โครตจะเมื่อยเลยหวะ" เสียงพลทหารเจเจ กล่าวออกมาพร้อมกับหันมายิ้มให้ผม พวกเราต่างส่งยิ้มแล้วคุยเื่ตลกกันเพื่อไม่อยากให้สถานการณ์ดูเคร่องเครียดเกินไป