บทที่ 28 ออกไปเดินเล่นกับเสือ (รีไรต์)
หลังจากเลื่อนระดับครั้งล่าสุดลั่วฉิงเทียนรู้สึกได้อย่างชัดเจนว่าทั้งสายตา ความเร็ว และพละกำลังของเธอเพิ่มขึ้นมาก
ด้วยความคิดนี้ จึงฝึกฝนตัวเองอย่างหนักทุกวันจนถึงขีดจำกัด
ส่วนต้าไป๋ตอนนี้มันตัวโตขึ้นมากแล้ว ปริมาณอาหารก็ต้องมากขึ้นกว่าเดิมมาก เนื้อเสือขาวกลายพันธุ์ในพื้นที่ก็ถูกกินหมดแล้ว
ต้าไป๋ไม่พอใจกับเนื้อวัวและเนื้อหมูธรรมดาที่ให้มันอีกต่อไป มันเฝ้ามองออกไปนอกหน้าต่างทุกวัน บางครั้งก็เห็นอะไรบางอย่าง
มันจะเอาขาตะปบหน้าต่างไม่หยุด บางครั้งก็เอาหัวชนกระจก
ท่าทีของมันดูกระวนกระวายมาก
“ต้าไป๋ แกเป็อะไรไป”
ลั่วฉิงเทียนที่ออกจากห้องน้ำมาเห็นต้าไป๋กำลังเอาหัวชนหน้าต่างอยู่พอดี แม้ว่าหน้าต่างของเธอจะทำจากกระจกระดับที่ใช้กับยานอวกาศ แต่อย่างไรก็ตามมันก็ทนแรงกระแทกของต้าไป๋ไม่ไหวอยู่ดี
แต่ต้าไป๋กลับไม่สนใจเธอเลย มันตาแดงก่ำ พุ่งชนกระจกไม่หยุด หญิงสาวขมวดคิ้ว ก้าวไปข้างหน้า คว้าหัวมันไว้แน่น
จากนั้นก็ปล่อยหมัดหนัก ๆ ใส่มันไปหนึ่งหมัด!
หมัดนี้ทำให้มันล้มลงไปกองกับพื้นต้าไป๋ถึงเพิ่งรู้สึกตัว มันเอามือปิดหัว แอบมองลั่วฉิงเทียนตาปริบ ๆ
แถมยังส่งเสียงครางหงิง ๆ ไม่หยุด
ลั่วฉิงเทียนเดินเข้าไป ลูบตรงที่ต่อยมันเบา ๆ แล้วพูดว่า
“แกเป็อะไรไปเนี่ย”
มันยังครางต่อสายตามองออกไปนอกหน้าต่างเป็ระยะ ลั่วฉิงเทียนถอนหายใจแล้วถามว่า
“แกอยากออกไปข้างนอกงั้นเหรอ”
ต้าไป๋พยักหน้าอย่างระมัดระวัง
ลั่วฉิงเทียนครุ่นคิด ยังไงมันก็เป็สัตว์ป่า มันจะโหยหาอิสรภาพ อยากออกไปข้างนอกก็ไม่แปลก ไม่ควรไปขัดขวางสัญชาตญาณของมัน
“ถ้าอย่างนั้นฉันขอเก็บของก่อน แล้วเราค่อยออกไปด้วยกัน”
ทันทีที่ได้ยินดังนั้น เ้าเสือขาวก็ดีใจราวกับแมวตัวใหญ่พลันลงไปนอนกลิ้งบนพื้นอย่างชอบใจ
ลั่วฉิงเทียนเก็บข้าวของเสร็จ เธอสวมเสื้อผ้ากันหนาว สวมหน้ากากอนามัยและแว่นตาแบบครบชุด ปกปิดตัวเองมิดชิดั้แ่หัวจรดเท้า จากนั้นจึงเปิดประตู
“ไปกันเถอะ เล่นได้แปปเดียวนะ ต้องรีบกลับ”
ว่าแล้วหญิงสาวกับเสือขาวก็เดินออกจากประตูไป
ฝ่ายเหอเสี่ยวและเสิ่นอวิ๋นหรานได้ยินเสียงลั่วฉิงเทียนเปิดประตูั้แ่เช้า พวกเขารีบเปิดประตูทันที เพราะอยากจะออกไปข้างนอกกับเธอด้วย
ทว่าเพียงแค่เปิดประตูทางเดินออกไป สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาทั้งสองกลับเป็หัวเสือขนาดมหึมา
เหตุการณ์ไม่คาดฝันทำให้ขาของเหอเสี่ยวอ่อนยวบลงไปกองกับพื้น
“แม่เ้า เสือ! นั่นมันเสือตัวเป็ ๆ เลยนี่”
ส่วนเสิ่นอวิ๋นหรานนั้น เธอเคยเห็นเสือขาวตัวนี้มาก่อนแล้ว จึงแค่ถอยหลังไปสองก้าว
“พี่สาวคะ จะออกไปข้างนอกเหรอคะ”
ลั่วฉิงเทียนเหลือบมองคนทั้งสองพลางพยักหน้า
“อืมจะพาเสือออกไปเดินเล่นน่ะ”
หลังจากพูดจบลั่วฉิงเทียนก็เดินผ่านคนทั้งสองลงไปชั้นล่าง คนทั้งสองคิดว่า เธอกำลังจะออกไปหาเสบียง แต่กลับได้ยินว่าลั่วฉิงเทียนจะออกไปจูงเสือเดินเล่น
ทั้งสองถึงกับหมดอาลัยตายอยากในทันที
สายตาทั้งสองคู่มองดูลั่วฉิงเทียนกับเเสือขาวนั่นเดินจากไป ทั้งสองคนก็รีบกลับเข้าห้องไปผิงไฟดังเดิม
ตอนที่ลั่วฉิงเทียนลงมาถึงข้างล่าง ก็มีคนไม่น้อยที่โผล่หัวออกมาดูว่าเป็ใคร แต่พอเห็นสิ่งมีชีวิตสีขาวตัวมหึมาที่เดินนำหน้า บางคนก็มีแววตาละโมบเผยออกมา
“นั่นหมาเหรอ?”
มีคนพูดพึมพำ
“ไม่น่าใช่! หมาที่ไหนจะตัวใหญ่ขนาดนั้น”
“แม่งเอ๊ย ดูให้ชัด ๆ นั่นมันเสือ!”
ในตอนนั้นเองก็มีเสียงร้องด้วยความใดังขึ้น ลั่วฉิงเทียนมองตามเสียงนั้นไป ส่วนต้าไป๋ก็หยุดเดินแล้วหันไปมองทางต้นเสียงเช่นกัน
หัวเสือขนาดมหึมาโผล่ออกมา ทำให้เห็นรูปร่างทั้งหมดของต้าไป๋ได้อย่างชัดเจน
“แม่งเอ๊ย เสือจริง ๆ ด้วย! หนีเร็ว!”
มีคนร้องะโก่อนจะรีบปิดประตูเสียงดังสนั่น เสียงปิดประตูดังขึ้นติด ๆ กัน แต่ฉิงเทียนก็ไม่ได้สนใจ หันหลังไปตบต้าไป๋เบา ๆ
พวกเราหนึ่งคนหนึ่งเสือเดินลงไปข้างล่างต่อ
ตอนนี้ ข้างนอกกลายเป็สีขาวโพลนไปหมด ทั่วทั้งฟ้าดินถูกปกคลุมไปด้วยสีขาว พอเหยียบลงไปบนหิมะหนา ๆ ฉิงเทียนก็ตกลงไปในหลุมหิมะหลายครั้ง ดีที่มีต้าไป๋อยู่ ทุกครั้งก็จะล้มลงก็คว้าขนของต้าไป๋ไว้ จึงทรงตัวได้
ในตอนแรก ต้าไป๋ยังคงเดินอย่างระมัดระวังบนหิมะ แต่หลังจากเดินไปได้สักพัก มันก็อดใจกับสัญชาตญาณของตัวเองไม่ได้ เริ่มวิ่งไปรอบ ๆ
ลั่วฉิงเทียนไม่อยากตกลงไปในหลุมหิมะอีกแล้ว จึงจับคอของต้าไป๋ไว้ สุดท้ายก็เลยนอนคว่ำบนหลังของมัน ปล่อยให้มันวิ่งเล่นบนหิมะ
ในโลกสีขาวโพลน มีร่างเล็ก ๆ คนหนึ่งนอนคว่ำอยู่บนหลังเสือขาวตัวใหญ่ที่กำลังวิ่งอย่างรวดเร็ว
ไม่นานนัก ร่างของลั่วฉิงเทียนก็หลอมรวมไปกับหิมะสีขาวโพลน
“ต้าไป๋ วิ่งขึ้นเขาไป!” ฉันรำพึงกับตัวเองขึ้นมา พลางคิดว่าไหน ๆ ก็ออกมาแล้ว ไม่ลองขึ้นไปดูบนเขาดูสักหน่อยล่ะ ถึงยังไงตอนนี้พวกเ้าหน้าที่รัฐบาลก็น่าจะมาถึงแล้ว
ต้าไป๋รับฟังคำสั่งของอย่างว่าง่าย มันออกวิ่งอย่างร่าเริงมุ่งหน้าไปยังูเาเื้ัอย่างรวดเร็ว
ไม่รู้ว่าวิ่งมานานเท่าไหร่ ทันใดนั้นต้าไป๋ก็หยุดชะงักลง
ลั่วฉิงเทียนลุกขึ้นยืน มองสำรวจไปรอบ ๆ สายตาก็กวาดไปเห็นกลุ่มคนกลุ่มหนึ่ง กำลังขุดอะไรบางอย่างบนพื้นดินอย่างเอาเป็เอาตาย ดูจากท่าทางแล้ว เหมือนกับว่าข้างใต้นั้นมีของสำคัญที่พวกเขา้าอย่างเร่งด่วน
“เร็วเข้า! เห็นแล้ว ขุดแรงอีก!” เสียง ๆ หนึ่งดังขึ้น ตามมาด้วยเสียงคนกลุ่มนั้น ที่กำลังเร่งขุดอย่างขะมักเขม้น ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ ในที่สุดพวกเขาก็เอาบางอย่างขึ้นมาจากใต้พื้นน้ำแข็ง
แม้จะไม่ได้เดินเข้าไปใกล้ แต่ทักษะที่สามของเธอก็ยังคงทำงานอยู่ เมื่อเห็นสิ่งที่พวกเขากำลังถืออยู่อย่างชัดเจน ฉิงเทียนก็แทบจะอาเจียนออกมา
ร่างไร้ิญญาที่ไม่รู้ว่าตายมานานเท่าไหร่แล้ว... พวกเขากำลังกินศพมนุษย์ด้วยกัน!
แม้ชาติที่แล้วเธอจะเคยได้ยินเื่ราวของคนกินคน แต่พอได้เห็นกับตาตัวเองแบบนี้...
ใจของลั่วฉิงเทียนก็รู้สึกไม่ดีเอาเสียเลย เธอหรี่ตามองคนพวกนั้น ดวงตาฉายแววสังหาร ไม่ว่าจะชาติก่อนหรือชาตินี้
คนที่กินเนืุ้์ด้วยกันจะต้องไม่ถูกปล่อยให้มีชีวิตอยู่ต่อไป
ทันใดนั้นต้าไป๋ข้างกายก็ััได้ถึงจิตสังหารของลั่วฉิงเทียน มันจึงแหงนหน้าคำราม เสียงคำรามของพยัคฆ์กึกก้องไปทั่วทั้งแผ่นดิน
มันย่อตัวลงเตรียมโจมตี
พวกผู้รอดชีวิตที่กำลังกัดกินศพอย่างบ้าคลั่งก็รู้สึกถึงลั่วฉิงเทียนกับต้าไป๋ข้างกาย พวกเขาวางชิ้นเนื้อในมือแล้วหันกลับมามอง
เมื่อเห็นลั่วฉิงเทียน สีหน้าของทุกคนก็ฉายแววโลภ
วันสิ้นโลกผ่านมานาน ผู้คนต่างซโทรมผอมแห้ง ผิวพรรณซีดเซียว
แต่ลั่วฉิงเทียนริมฝีปากแดงระเรื่อ ฟันขาวสะอาด ผิวพรรณผุดผ่อง ดวงตาทั้งคู่ดูมีชีวิตชีวาราวดวงดาวบนท้องฟ้า
มองปราดเดียวก็รู้ว่าเป็คนที่ไม่เคยต้องอดอยากลำบาก แล้วยังมีเสือขาวตัวโตอยู่เคียงข้างอีก
แม้จะเป็เสือ แต่พวกเขาก็มองออกว่าเสือตัวนี้ยังไม่โตเต็มวัย
“มีเนื้อเสือให้กินแล้ว!”
ไม่รู้ว่าใครเป็คนพูดขึ้น คนอื่น ๆ ก็พากันหยิบอาวุธข้างกาย เดินมุ่งหน้าไปทางลั่วฉิงเทียน
ในขณะนั้นเองคนหนึ่งในกลุ่มที่ระงับความละโมบไว้ไม่ไหว ชูสิ่วในมือแล้วพุ่งเข้ามาหาเธอ
ลั่วฉิงเทียนสะพายตะกร้าไว้ด้านหลัง ส่วนมืออีกข้างก็เตรียมง้างธนูออกไป
ในตอนที่เธอกำลังจะโจมตีนั้นเอง
“ปัง!” เสียงปืนดังสนั่น ะุเจาะทะลุหน้าอกของชายที่ถือสิ่ว เขาหันกลับมามองด้วยความไม่เข้าใจ ก่อนจะล้มลงไปกองกับพื้น