"ฮึ! ต่างคนต่างอยู่ก็ดีอยู่แล้ว อยากจะมาหาเื่พวกเราเอง หลานไม่ต้องไปสนใจนะ" ย่าฟางที่เห็นทั้งสองคนเดินไปไกลแล้ว ก็หันมาเอ่ยบอกกับเธอ
"ค่ะ ย่าหนูไม่สนใจหรอก เพราะเขาเข้ามาหาเื่เราเอง" หงอ้ายก็พยักหน้ารับคำย่า และเอ่ยตอบกลับไปอย่างที่คิด เธอไม่รู้สึกสงสารหรือเห็นใจนางหวางคนนั้นเลย เพราะอีกฝ่ายเป็คนหาเื่เดือดร้อนครั้งนี้เอง
"ดีมาก เอาล่ะไปซื้อของกันเถอะ หลานชอบกินซี่โครงทอดนี่ใช่ไหม เดี๋ยวย่าจะซื้อไปทำให้กินนะ" นางหวังซื่อพอได้ฟังที่หลานสาวตอบกลับมา ก็พยักหน้าพอใจและพอดีกับที่เดินมาถึงหน้าเขียงหมูก็มองเห็นซี่โครงหมูที่กองอยู่ก็หันมาเอ่ยบอกหลานสาว
"ขอบคุณค่ะย่า" หงอ้ายยิ้มรับและเอ่ยตอบกลับย่า
สองย่าหลานเมื่อได้ของที่้าครบแล้วก็เดินกลับมาที่รถจักรยาน จากนั้นฟางไช่ก็ขี่จักรยานพาคนทั้งหมดกลับบ้าน โดยหงอ้ายนั่งอยู่ที่คานรถด้านหน้า ส่วนย่าฟางนั่งซ้อนอยู่ที่เบาะท้าย โชคดีที่ฟางไช่แข็งแรงมาก เพราะสามารถขี่จักรยานพาทุกคนกลับมาได้อย่างสบายไม่มีติดขัดเลย และยังใช้เวลาเร็วกว่าที่ย่าฟางใช้อีกด้วย
แต่พอใกล้จะถึงหมู่บ้านย่าฟางก็ให้อาเล็กจอดรถจักรยาน จากนั้นก็ทำเป็ให้เธอตรวจดูว่าของที่ซื้อมาครบหรือไม่ ซึ่งหงอ้ายก็ใช้จังหวะนี้เติมของใส่ตะกร้า โดยมีย่าฟางเป็คนยืนบังสายตาอาเล็กเอาไว้ให้
เมื่อเติมของครบแล้วก็เตรียมเดินทางกลับ แต่กลายเป็ว่าตะกร้าหนักเกินกว่าที่เธอจะแบกขึ้นหลังได้ อาเล็กเลยเอาไปแบกให้แทน และถึงแม้อาเล็กจะไม่เอ่ยปากถาม แต่หงอ้ายรู้ว่าอาเล็กกำลังสงสัยอยู่ แต่เธอก็ไม่แสดงท่าทางอะไรออกไป เพราะทั้งหมดเป็การตัดสินใจของย่าฟางที่้าจะทำแบบนี้ เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยจักรยานก็เดินทางต่อจนถึงบ้าน
"คุณแม่กลับมาแล้วหรือคะ...พี่ไช่!!" เสียงของอาสะใภ้สามดังลอดออกมาจากห้องครัว จากนั้นตัวคนพูดถึงเดินออกมาดู แต่พอเห็นว่าใครเป็คนจูงจักรยานมาเก็บก็เรียกออกมาด้วยความตื่นเต้น
"ผมกลับมาแล้ว" ฟางไช่เอ่ยตอบกลับภรรยา
"ทำไมปีนี้ถึงกลับมาเร็วละคะ" จี้ซื่อเอ่ยถามสามี พร้อมกับเดินเข้ามาหาและรับกระเป๋าเป้ทหารไปช่วยถือ
"สะใภ้สาม ให้อาไช่ไปพักก่อนเถอะ มีอะไรไว้ค่อยคุยกัน" นางหวังซื่อเอ่ยบอกลูกสะใภ้ พร้อมกับเดินเอาตะกร้าใส่ของมาวางที่หน้าห้องครัว
"อุ๊ย จริงด้วย ถ้าอย่างงั้นคุณไปนอนพักก่อนนะคะ เดี๋ยวฉันจะหาอะไรให้กินรองท้อง" จี้ซื่อเอ่ยถามสามี
"ไม่เป็ไร หลานสาวเอาขนมปังให้ผมกินแล้ว" ฟางไช่เอ่ยตอบภรรยาพร้อมกับมองพิจารณาภรรยาไปด้วย ซึ่งดูเหมือนอีกฝ่ายจะมีชีวิตที่ดีกว่าปีก่อนๆ เพราะดูเหมือนจะไม่ได้ผอมแห้งเหมือนทุกๆ ปี ผิวพรรณก็ดูดีขึ้น ไม่ได้ตัวเหลืองเพราะขาดสารอาหารอย่างที่เขาเป็กังวล
"ถ้าอย่างนั้นคุณไปพักก่อนนะคะ เดี๋ยวฉันช่วยคุณแม่เก็บของก่อน" จี้ซื่อเอ่ยบอกสามีพร้อมกับจะเดินไปที่ครัวเพื่อเตรียมช่วยจัดของที่แม่สามีเอากลับมา ซึ่งดูเหมือนวันนี้จะมีของมากกว่าทุกวัน
"หล่อนก็พาเ้าสามไปพักเถอะ เดี๋ยวของพวกนี้ฉันจัดการเอง" นางหวังซื่อเอ่ยบอกลูกสะใภ้ สามีภรรยาไม่ได้เจอกันมาเกือบปี น่าจะมีเื่อยากพูดคุยถามไถ่กัน นางไม่คิดขัดขวางส่วนเื่เก็บของนางกับหลานสาวช่วยกันทำก็ได้แล้ว
"ค่ะ คุณแม่" จี้ซื่อเอ่ยรับคำแม่สามี แล้วก็เดินตามสามีเข้าห้องไป
"ถ้ารู้แบบนี้เรารอกลับมาเอาของใส่ที่บ้านกันก็ได้นะคะ" หงอ้ายเอ่ยกับย่าฟางในขณะที่ช่วยกันเก็บข้าวของในห้องครัว และเพราะตอนนี้มีโอกาสจึงเอาของออกมาเพิ่มอีกด้วย
"นั่นสิ ครั้งนี้ย่าใจร้อนเกินไปจริงๆ แต่ยังไงเื่นี้ไม่น่าจะปิดอาของหลานได้หรอก อาเล็กของหลานฉลาดมากนะ ถ้าไม่ใช่เพราะตอนนั้นที่บ้านไม่มีเงิน อาเล็กของหลานคงได้เรียนจบชั้นมัธยมปลายไปแล้วล่ะ แต่ว่าหงอ้าย ย่ามาคิดดูแล้วเื่นี้ถึงแม้ทุกคนจะไม่ถาม แต่ก็ใช่ว่าจะไม่สงสัย หรือเราควรบอกความจริงกับทุกคนดี ต่อไปทุกคนจะได้ช่วยเราได้" นางหวังซื่อเอ่ยบอกหลานสาว คนอื่นๆ ในบ้านนางบอกอย่างไรก็เชื่ออย่างนั้น แต่ไม่ใช่กับลูกชายคนเล็กอีกฝ่ายช่างสังเกตและความจำดีมาก คิดว่าตอนนี้ก็คงเริ่มสงสัยแล้ว
"หนูแล้วแต่ย่าค่ะ" หงอ้ายเอ่ยตอบผู้เป็ย่า เธอไม่ได้มีความคิดอยากจะปิดบังคนอื่นอยู่แล้ว เพียงแต่ตอนที่เพิ่งฟื้นขึ้นมาเธอก็อยู่กับย่าฟางตลอดเวลาถึงได้คิดบอกเื่นี้ให้ย่าฟางรู้
"อืม ถ้าอย่างนั้นก็รอดูไปก่อนแล้วกัน" นางหวังซื่อเอ่ยตอบหลานสาว ในเมื่ออีกฝ่ายไม่ได้คิดอยากจะปิดบังเื่นี้ นางก็จะหาโอกาสบอกกับคนอื่นๆ ถึงแม้หลานสาวจะเป็อันตรายถ้าเื่นี้หลุดออกไป แต่นางเชื่อว่าทุกคนต้องช่วยกันปกป้องหลานสาวอย่างแน่นอน
"ทุกคนสบายดีนะครับ" ฟางไช่เอ่ยถามขึ้นหลังจากที่ทุกคนกลับมาจากลงงานแล้ว ซึ่งเขารู้เื่ที่พ่อและเหล่าสะใภ้ลดเวลาลงงานลงแล้ว และก็เห็นด้วย
"สบายดี ว่าแต่น้องสามเป็ยังไงบ้าง ทำไมปีนี้ถึงได้กลับบ้านมาเร็วล่ะ" ฟางไจ่เอ่ยถามน้องชาย ที่ปีนี้กลับมาเร็วกว่ากำหนดหลายวัน
"คือ ผมได้รับอนุญาตให้กลับมาพักรักษาตัวครับ" ฟางไช่เอ่ยตอบพี่ชายพร้อมกับบอกเื่ที่ทำให้เขาได้กลับบ้านมาเร็วกว่ากำหนดไปด้วย
"รักษาตัว? นี่ลูกได้รับาเ็มาอย่างนั้นเหรอ" นางหวังซื่อเอ่ยถามบุตรชายด้วยท่าทางใ พร้อมกับเอื้อมมือไปจับตัวของอีกฝ่ายเอาไว้
"ไม่ได้ร้ายแรงมากครับ แค่ได้รับาเ็ที่ด้านหลังตอนออกปฏิบัติหน้าที่ลาดตระเวนเท่านั้น และตอนนี้แผลก็ปิดสนิทดีแล้ว แต่ทางหน่วยอยากให้พักรักษาตัวให้ดี เลยอนุญาตให้กลับบ้านมาได้ก่อนเวลา" ฟางไช่เอ่ยบอกเพิ่ม ซึ่งก็เห็นว่ามารดากับภรรยามีท่าทางโล่งใจขึ้น ส่วนคนอื่นๆ ก็พยักหน้ารับรู้
"ถ้าเป็ทหารมันอันตรายก็กลับมาอยู่บ้านเราดีไหม ตอนนี้ที่บ้านก็ไม่ได้ลำบากมากเหมือนเมื่อก่อนแล้ว แม่คิดว่าปีหน้าจะเริ่มสร้างบ้านใหม่ ที่ดินข้างๆ นี่ก็ไปทำเื่ขอมาเรียบร้อยแล้ว" นางหวังซื่อเอ่ยกับบุตรชายคนเล็ก พร้อมบอกเื่ที่นางวางแผนจะทำในอนาคตให้ทุกคนรับรู้ และนางให้สามีไปจัดการขอที่ดินว่างที่อยู่ข้างบ้านมาเป็ของครอบครัวฟางแล้ว ซึ่งก็ได้รับอนุญาตในทันทีอาจจะเพราะหัวหน้าหมู่บ้านอยากจะชดเชยเื่ที่บุตรสาวของอีกฝ่ายเคยทำร้ายร่างกายบุตรสาวของนางก็เป็ได้
"นี่บ้านเรามีเงินพอปลูกบ้านใหม่ได้เลยหรือครับ" ฟางไช่เอ่ยถามมารดาด้วยความแปลกใจ ครั้งนี้ที่เขากลับมาบ้านมีอะไรหลายอย่างเปลี่ยนไปมาก ทุกคนในบ้านไม่ได้ผอมแห้งและขาดสารอาหารอีกแล้ว แต่ดูแข็งแรงกันทุกคน โดยเฉพาะบุตรชายและหลานชายต่างก็ตัวสูงขึ้นกว่าปีก่อน ยิ่งหลานชายคนเล็กตัวขาวจ้ำม่ำน่ารักน่าฟัดมาก
"ความจริงแม่ของลูกแอบเอาของไปขายในอำเภอมาได้ระยะหนึ่งแล้ว และได้ส่วนแบ่งกลับมาค่อนข้างมาก ตอนนี้ที่บ้านมีเงินน่าจะเกือบพันหยวนพอที่จะสร้างบ้านให้พวกลูกๆ ได้คนละหลังแล้ว" ฟางไห่เอ่ยบอกบุตรชายคนเล็ก เื่นี้ทุกคนในบ้านรับรู้อยู่แล้ว และยังได้ส่วนแบ่งอีกด้วย
"ถ้าอย่างนั้นเื่ที่มีคนไปแจ้งพวกยุวชนแดงก็เป็เื่จริงอย่างนั้นเหรอครับ" ฟางไช่เอ่ยถามขึ้น พวกทหารแดงหรือก็คือพวกยุวชนแดง อีกฝ่ายไม่ใช่ทหารจริงๆ แต่เป็แค่คนในกองทัพที่ท่านผู้นำ เหมา จัดตั้งขึ้นมาด้วยการปลุกระดม เพื่อใช้ตรวจสอบประชาชนให้ทำตามนโยบาย การปฏิวัติวัฒนธรรม (กองทัพยุวชนแดงก่อตั้งปี 1966 และสิ้นสุดในปีที่ประธานเหมาตายปี 1976)
"แจ้งทหารแดง? วันนี้มีเื่อะไรเกิดขึ้นอย่างงั้นเหรอ" ฟางไห่เอ่ยถามบุตรชายคนเล็กด้วยท่าทางใ
"ครับวันนี้มีคนไปแจ้งพวกยุวชนแดงว่าแม่แอบเอาของเข้าไปขาย เพียงแต่พวกนั้นตรวจดูแล้วไม่เจออะไร แต่คนแจ้งกลับเป็พวกเอาของเข้ามาขายเอง เลยโดนจับไปลงโทษแล้ว" ฟางไช่เอ่ยบอกให้บิดาและทุกๆ คนฟัง
"อันตรายจริงๆ ถ้าอย่างนั้นต่อไปก็ไม่ต้องออกไปขายของแล้ว เงินที่เก็บไว้ก็เอาไปจ่ายค่าของที่ค้างอยู่ให้หมดเถอะ เื่สร้างบ้านก็รอไปก่อน" ฟางไห่พอได้ฟังก็รู้สึกไม่สบายใจ ในตอนนี้การค้าขายเก็งกำไรส่วนตัวถือว่าผิดกฎหมาย เขาจึงเอ่ยขึ้นอย่างคนที่ตัดสินใจแล้ว
"เฮ้อ! เอาล่ะในเมื่อมันเป็แบบนี้แล้ว ฉันจะบอกให้ทุกคนรู้ความจริงทั้งหมดเอง แต่ยังคงต้องเก็บเป็ความลับที่สุดภายในครอบครัวของเราเท่านั้นนะ" นางหวังซื่อก็คิดเอาไว้อยู่แล้วว่าถ้าสามีรู้เื่ที่เกิดขึ้นในวันนี้ คงจะต้องมีความคิดให้นางเลิกออกไปขายของอย่างแน่นอน นางเองจึงตัดสินใจที่จะบอกความจริงให้ทุกคนได้รู้
"ความจริงเื่อะไร?" ฟางไห่เอ่ยถามภรรยา
"ความจริงของทุกอย่างที่ฉันได้มา ไม่ว่าจะเป็นมสด ขนม รถจักรยาน จักรเย็บผ้า หรือแม้แต่ของที่ใช้ทำอาหารในทุกวัน ไม่ได้ไปซื้อหรือเอามาจากใครที่ไหนหรอก แต่เป็หงอ้ายที่เอาของทั้งหมดออกมา" นางหวังซื่อเอ่ยตอบกลับสามี และถือว่าเป็การบอกให้ทุกคนรับรู้ไปด้วย
"หมายความว่ายังไง หงอ้ายเอาของทั้งหมดออกมา?" ฟางไห่ยังคงเป็คนเอ่ยถามขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับมองไปที่หลานสาวเพียงคนเดียว
"คือ…ตอนที่หนูสลบไป มียมทูตมาพาิญญาของหนูไปยังสถานที่แห่งหนึ่ง ซึ่งที่นั่นเป็อนาคตในอีกยี่สิบปีข้างหน้า หนูได้รู้อะไรมาหลายอย่างเลย และพอครบกำหนดท่านก็พาหนูกลับมาส่ง และได้มอบระบบเกมฟาร์มมาให้ โดยระบบเกมฟาร์มนี้หนูสามารถทำการผลิตสิ่งของ ปลูกผัก หรือเลี้ยงสัตว์ก็ได้ภายในนั้น และยังสามารถเอาของพวกนั้นออกมากินมาใช้หรือเอาออกมาขายก็ได้ค่ะ" หงอ้ายเห็นปู่และทุกคนมองมาจึงหันไปมองย่า เมื่อเห็นย่าฟางพยักหน้าให้ก็เอ่ยบอกเื่ราวให้ทุกคนฟัง เพียงแต่ไม่ได้พูดเื่ที่เธอไม่ใช่หงอ้ายตัวจริง เพราะจะว่าไปตอนนี้เธอก็รู้สึกเหมือนกับว่าตนเองคือหงอ้าย และเป็คนในครอบครัวฟางจริงๆ ไปแล้ว
"โถ่! หงอ้ายของแม่" อินซื่อที่ได้ยินว่าลูกสาวถูกพาดวงิญญาออกไปก็ใมากจนน้ำตาไหล และรีบดึงตัวบุตรสาวมากอดเอาไว้ เพื่อให้แน่ใจว่าตอนนี้อีกฝ่ายยังอยู่กับเธอจริงๆ
"ใจเย็นๆ สะใภ้รอง ตอนนี้หงอ้ายก็ยังอยู่กับเราอย่างดีไม่ใช่เหรอ" นางหวังซื่อเองพอได้ฟังเื่ราวทั้งหมดก็ใมากเช่นกัน แต่เมื่อเห็นว่าผ่านมาหลายเดือนแล้ว หลานสาวก็ยังคงแข็งแรงและอยู่อย่างดีก็เอ่ยปลอบลูกสะใภ้ออกไป
"แม่ไม่ต้องกลัวนะคะ ความจริงครั้งนั้นท่านยมทูตมาพาดวงิญญาไปผิด ท่านจึงพาหนูไปเที่ยวเล่นในอนาคต และชดเชยเป็ระบบเกมฟาร์มมาให้ ท่านยังบอกด้วยว่าหนูจะมีอายุที่ยืนยาว" หงอ้ายรับรู้ได้ถึงความรัก ความเป็ห่วงจากมารดาและทุกคน ก็เอ่ยปลอบใจออกไป ซึ่งเื่อายุยืนในเมื่อท่านยมทูตอวยพรให้เธอโชคดีแล้วก็น่าจะรวมเื่นี้ไปด้วย
"จะ…จริงเหรอลูก" อินซื่อพอได้ฟังคำพูดของบุตรสาวก็รู้สึกสบายใจขึ้น แต่ก็ยังไม่ค่อยวางใจสักเท่าไร
"จริงๆ ค่ะ เื่นี้แม่และทุกคนสบายใจได้เลย" หงอ้ายเอ่ยตอบมารดา และส่งสายตาพร้อมรอยยิ้มมั่นใจให้กับทุกคน
"เอาล่ะ ในเมื่อหลานยืนยันแบบนี้แล้วทุกคนก็สบายใจเถอะ ว่าแต่ตอนนี้ยังมีใครสงสัยอะไรอีกไหม" นางหวังซื่อเองก็สบายใจขึ้นเมื่อได้ฟังคำตอบของหลานสาว เพราะนางได้เห็นความพิเศษที่หลานสาวทำได้มาแล้วด้วยตนเอง
"ถ้าอย่างงั้นที่บอกว่าหลานสาวเอาของออกมาได้มันคือยังไง" ฟางไห่เอ่ยถามเื่ที่ยังสงสัยอยู่ ซึ่งดูเหมือนคนอื่นๆ ก็สงสัยเช่นกัน
"คืออย่างนี้ค่ะปู่..." หงอ้ายพูดจบก็เรียกนมสดจำนวน 16 ขวดออกมาวางบนโต๊ะ และพอทุกคนเห็นแบบนั้นต่างก็พากันใจนอ้าปากค้างกันหมด ยกเว้นแค่ย่าฟางที่เห็นจนชินแล้ว
"นะ…นี่มัน…เหลือเชื่อจริงๆ" เสียงของใครหลายคนในบ้านเอ่ยขึ้นพร้อมกัน
********
ไรต์ : กราบขออภัยที่เมื่อวานหายไปไม่แจ้ง แล้ววันนี้ยังมาช้าอีก พอดีเมื่อวานไปในเมืองเพื่อซื้อข้าวของเข้าบ้าน กว่าจะกลับมาถึงก็ค่ำแล้ว และมาวันนี้ก็ยุ่งๆ จัดการข้าวของที่ซื้อมาจนบ่ายเลยมาช้าค่ะ…กราบ