ตอนที่ 47 ความเป็นสุภาพบุรุษของโจวสือซวิน
ในมือของหลัวไฉ่เสียถือถุงตาข่ายเอาไว้ แต่ตอนนี้หล่อนได้โยนมันทิ้งลงพื้นและเข้ามาขวางด้านหน้าโจวเจี้ยนหัวไว้ “พี่สะใภ้ใหญ่ พี่จะทำอะไรน่ะคะ? เด็กทำอะไรผิด มีอะไรก็ค่อย ๆ พูดกับเขาได้นะคะ”
หนิวชุนอิงยอมฟังเสียที่ไหน “ไฉ่เสียหลบไป! วันนี้ฉันจะตีไอ้เด็กเลวนี่ให้ตาย โทษฐานไม่รู้ว่าอะไรควรไม่ควร”
หลัวไฉ่เสียยังคงไม่ขยับ “พี่สะใภ้ พี่ใจเย็น ๆ ก่อนเถอะค่ะ อย่าเพิ่งโมโหถึงขั้นตีลูกเลย จะว่าไปแล้วเจี้ยนหัวก็แค่ซุกซนเอง ไม่ได้ทำไม่ดีอะไร”
เซิ่งอันหนิงงุนงง แม่แท้ ๆ จะอบรมสั่งสอนลูก ทำไมหล่อนถึงเข้ามาปกป้องราวกับว่าเป็นลูกตัวเองอย่างไรอย่างนั้น?
หลัวไฉ่เสียกระทำล้ำเส้นกันแบบนี้ ดูไม่ใช่การปฏิบัติตัวในฐานะคนนอกเลยสักนิด
เซิ่งอันหนิงคิดพลางถอยหลังไปไม่กี่ก้าว เพื่อดูเหตุการณ์คึกคักตรงหน้า
เนื่องจากหลัวไฉ่เสียเข้ามาบังไว้ หนิวชุนอิงจึงลดโทสะลง จ้องโจวเจี้ยนหัวเขม็ง “รอฉันก่อนนะไอ้เด็กเลว”
เมื่อหลัวไฉ่เสียเห็นว่าหนิวชุนอิงวางไม้นวดแป้งลง หล่อนก็หันไปมองโจวเจียนหัวด้วยสายตาอบอุ่น “เจี้ยนหัว เธอเองก็เหมือนกัน โตขนาดนี้แล้วทำไมยังทำให้แม่โมโหอยู่อีกล่ะ?”
โจวเจี้ยนหัวที่อยู่ต่อหน้าหลัวไฉ่เสียก็ไม่ได้ซุกซนอีกต่อไป เด็กหนุ่มเอาแต่ก้มหน้าไม่พูดไม่จา
เซิ่งอันหนิงรู้สึกว่าเรื่องนี้ชักน่าสนใจขึ้นมาแล้ว ไม่แปลกใจเลยที่ใคร ๆ ต่างตัดสินไปแล้วว่าหลัวไฉ่เสียเป็นภรรยาของโจวสือซวิน จากการกระทำของหล่อนที่ไม่ได้วางตัวเป็นคนนอกเลย
เมื่อในลานบ้านเกิดเรื่องวุ่นวายพอสมควรแล้ว จูกุ้ยฮวาจึงออกมาจากห้อง ใบหน้าตอบเต็มไปด้วยรอยยิ้ม “ไฉ่เสียกลับมาแล้วหรือ? นานเลยนะที่ไม่ได้เจอ ฉันพึ่งพูดอยู่ว่าวันไหนว่าง ๆ จะเข้าอำเภอไปหาเธอสักหน่อย”
นางเอ่ยด้วยรอยยิ้มเสแสร้ง ราวกับกำลังประชดประชันใครอยู่ ทำให้เซิ่งอันหนิงรู้สึกรังเกียจ
หลัวไฉ่เสียยิ้มรับ “คุณป้า ฉันเพิ่งถึงบ้านน่ะค่ะ ตอนแรกว่าจะกลับมาพร้อมกับพวกอาซวิน แต่มีเรื่องที่ยังทำไม่เสร็จ ”
ว่าพลางหยิบถุงตาข่ายบนพื้นและยื่นให้กับจูกุ้ยฮวา “ฉันซื้อของมาให้คุณป้าและคุณลุงนิดหน่อยด้วยค่ะ”
ดวงตาของจูกุ้ยฮวาหยีจนแทบจะเป็นขีด รับของมาพร้อมกับใบหน้ายิ้มแย้ม “ดูเธอสิ ทำไมมีน้ำใจแบบนี้? เพียงแค่เธอมาเยี่ยม พวกเราก็ดีใจแล้ว”
ดูเหมือนว่าระหว่างทั้งสองจะไม่เคยมีเรื่องขุ่นข้องหมองใจกันมาก่อน สนิทสนมกันจนดูเหมือนกับเป็นแม่และลูกสาว
ทันใดนั้น ก็มีผู้หญิงที่สวมผ้าคลุมลายดอกไม้ยืมมองอยู่ที่ประตู นางมองดูอยู่สักครู่ จากนั้นจึงเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้ม “โอ้โห ได้ยินเสียงคึกคักมาจากบ้านเธอแต่ไกลเลยนะ นึกว่ามีแขกมาบ้าน ที่ไหนได้ไฉ่เสียเองรึ กลับมาตอนไหนล่ะ?”
ว่าพลางก็มองดูเซิ่งอันหนิง ภายในใจเกิดความคาดหวังบางอย่างว่าบ้านตระกูลโจวจะมีเรื่องสนุก ๆ เกิดขึ้น
จูกุ้ยฮวาไม่อยากสนใจซุนชิวเซียง นางเป็นคนที่ไม่สามารถมีปากเสียงด้วยได้ในหมู่บ้านเหอวาน และชอบซุบซิบนินทามากกว่าตนเสียอีก
เมื่อไม่มีอะไรจะทำก็ขึ้นเหนือล่องใต้เพื่อหาเรื่องสนทนาพูดคุยในทุก ๆ ที่
หลัวไฉ่เสียทักทายซุนชิวเซียงด้วยรอยยิ้ม “คุณป้าชิวเซียง ฉันเพิ่งกลับมา เห็นว่าอยู่ว่าง ๆ ก็เลยกลับบ้านค่ะ”
ซุนชิวเซียงพยักหน้า “ดีแล้วล่ะ ดีแล้ว โอ้โห กลับมาก็ดีแล้ว เธอดูสิ ฉางสั่วเองก็กลับมาแล้วนะ เธอก็ควรจะกลับมาบ้าง”
คำพูดแต่ละคำที่ออกมาล้วนเป็นคำพูดยั่วยุทั้งสิ้น!
เซิ่งอันหนิงยืนอยู่อีกฝั่ง ถึงแม้เธอจะไม่รู้จักซุนชิวเซียงผู้นี้ แต่ฟังจากน้ำเสียงกับเห็นสายตากลอกกลิ้งไปมาของนางแล้ว หญิงผู้นี้ก็ไม่ใช่คนที่จะรับมือได้ง่าย ๆ เกรงว่าจะทำให้เรื่องนั้นวุ่นวายสุด ๆ
จูกุ้ยฮวาเริ่มอดรนทนไม่ไหว “ซุนชิวเซียง ถ้าเธอไม่มีอะไรก็กลับบ้านไปเสีย ไปที่ไหน ๆ ก็เจอแต่เธอตลอดเลย”
มุมปากซุนชิวเซียงขึงตึง “เธอคิดว่าฉันอยากจะมานักหรือไง ฉันก็แค่เดินผ่านมาแล้วกลัวว่าบ้านเธอจะมีเรื่องกัน…” และนางก็หันไปพบกับโจวสือซวินที่เดินเข้ามาในลานบ้าน ก่อนเอ่ยขึ้นอย่างตื่นเต้น “ฉางสั่ว โอ้โห ไม่ได้เจอมาหลายปี ดูน่าเกรงขามขึ้นมาเยอะเลย ดูไม่เหมือนกับข้าราชการทั่วไปเลยนะ”
โจวสือซวินอึ้งไปกับอาการนั้นของนาง จากนั้นจึงทักทายอย่างมีมารยาท “ป้าเซียง สุขภาพยังดีอยู่ใช่ไหมครับ”
ซุนเซียงพยักหน้า “ดีอยู่จ้ะ ครั้งนี้จะกลับมานานแค่ไหนล่ะ? แล้วทำไมเธอถึงไม่อยู่กับไฉ่เสียล่ะ?”
ว่าพลางก็ทำหน้าเศร้า
ราวกับไม่เห็นเซิ่งอันหนิงที่อยู่ข้าง ๆ เลย
หลัวไฉ่เสียดึงมือของซุนชิวเซียงด้วยความตื่นตระหนก “คุณป้าชิวเซียงพูดอะไรซี้ซั้วแบบนั้นคะ? ภรรยาของอาซวินเองก็อยู่ตรงนี้”
ซุนชิวเซียงไม่ใส่ใจแม้แต่น้อย “ฉันไม่ได้พูดจาซี้ซั้ว มีใครในหมู่บ้านไม่รู้ล่ะว่าไฉ่เสียรอเธอนานแค่ไหน สองปีก่อนที่เธอบาดเจ็บ ไฉ่เสียก็เดินทางไปดูแลเธอตั้งนาน ผู้ชายก็โสดผู้หญิงก็ม่าย…”
จูกุ้ยฮวาร้อนรนขึ้นมา “ซุนชิวเซียง เธอว่างมากเลยสินะ เจ้ารองของพวกเราแต่งงานแล้ว”
ซุนชิวเซียงเอ่ยขึ้นอย่างเย็นชา “ฉันรู้ว่าเขาแต่งงานแล้ว ก็เลยจะเรียกร้องความยุติธรรมให้กับไฉ่เสียอย่างไรล่ะ”
หลัวไฉ่เสียรู้สึกปวดหัวจนแทบจะระเบิด หล่อนรู้ดีว่าซุนชิวเซียงไว้ใจไม่ได้ แต่ก็คาดไม่ถึงว่าจะมาถึงขั้นนี้ จึงรีบเข้าไปเอ่ยกับโจวสือซวินอย่างร้อนรน “อาซวิน ป้าชิวเซียงจำผิดแล้ว…”
ซุนชิวเซียงอึดอัดใจ “ฉันจะจำผิดได้อย่างไรกัน? ตอนนั้นฉันไปทำงาน ก็เลยถามแม่ของเธอ แม่ของเธอก็บอกว่าเธอไปดูแลฉางสั่วในเมือง”
เซิ่งอันหนิงยิ่งได้ฟังก็ยิ่งรู้สึกน่าสนใจ เธอแทบจะอดใจไม่ไหวไปลากเก้าอี้ เพื่อมาฟังเรื่องราวเมื่อหลายปีก่อนระหว่างโจวสือซวินและหลัวไฉ่เสีย
โจวสือซวินขมวดคิ้ว แสดงสีหน้าท่าทางเคร่งขรึมขั้นสุด “ป้าชิวเซียงอย่าพูดจาเหลวไหลเลยครับ ตอนที่ผมได้รับบาดเจ็บ เป็นเพื่อนที่คอยดูแลผมตลอด และผมก็ไม่ได้คบกับไฉ่เสีย พวกคุณพูดแบบนี้มันไม่ได้ส่งผลต่อผู้ชายแบบผมหรอก แต่มันจะทำลายชื่อเสียงของไฉ่เสีย”
หัวของหลัวไฉ่เสียแทบจะระเบิด จบกัน!
หลัวไฉ่เสียงมองโจวสือซวินด้วยใบหน้าที่ซีดเผือด หล่อนไม่คาดคิดว่าจู่ ๆ โจวสือซวินจะเอ่ยเช่นนี้ออกมา เพราะจากนิสัยของชายหนุ่มแล้ว เขาจะไม่เคยอธิบายเรื่องอะไรเลย
เซิ่งอันหนิงมองดูโจวสือซวินด้วยความตกใจ ตอนแรกเธอเดาว่าหลัวไฉ่เสียและชายหนุ่มอาจจะไม่ได้เป็นอะไรกัน และสิ่งต่าง ๆ ล้วนเป็นหลัวไฉ่เสียที่คิดไปเอง
แต่คาดไม่ถึงว่ามันจะเป็นจริง!
ซุนชิวเซียงยังไม่ยอมหยุด “จะเป็นไปได้อย่างไร? เธอไม่ได้เขียนจดหมายให้ไฉ่เสียหรือ รวมไปถึงส่งเสื้อผ้ากับรองเท้าที่ไม่ได้ใช้แล้วจากกองทัพมาให้หล่อน?”
ในยุคนั้นใครที่มีรองเท้าทหาร คนทั้งหมู่บ้านจะพากันอิจฉา
แต่หลัวไฉ่เสียกลับมี และยังเป็นขนาดที่หล่อนใส่ได้ มันถูกส่งไปที่หมู่บ้านโดยบุรุษไปรษณีย์คนหนึ่ง ชาวบ้านจึงพากันคิดว่าโจวสือซวินเป็นคนส่งกลับมาให้
โจวสือซวินส่ายหน้า “ไม่ครับ ผมไม่เคยส่งของให้หล่อนเลย แต่เคยส่งให้ป้าหวังอิงสองครั้ง ป้าชิวเซียง ผมขอร้องล่ะ ถ้าป้าพูดแบบนี้กับทุกคนในหมู่บ้าน พวกเขาจะเข้าใจผิดกันหมด ”
ในตอนแรกชายหนุ่มแค่นึกว่าเป็นเพราะเขาสนิทสนมกับทางบ้านของหลัวไฉ่เสีย ผู้คนเลยเข้าใจผิด
แต่มาวันนี้ถึงได้รู้ว่ามันไม่ได้เหมือนกับที่คิดไว้ ดังนั้นจะต้องรีบอธิบายเรื่องนี้ให้เร็วที่สุด
ซุนชิวเซียงสบถออกมาไม่กี่คำ หันไปเหลือบมองหลัวไฉ่เสียอย่างไม่ปักใจเชื่อ “ไฉ่เสีย ฉางสั่วพูดจริงหรือเปล่า?”
หลัวไฉ่เสียกัดมุมปาก ดวงตาแดงก่ำและพูดอะไรไม่ออก สุดท้ายใบหน้าของหล่อนก็แดงจัดและทำท่าจะจากไป แต่กลับถูกโจวสือซวินห้ามเอาไว้ “พูดมาให้ชัดเจนเถอะ ชาวบ้านจะได้ไม่เข้าใจผิด”
ตอนนี้ซุนชิวเซียนเข้าใจแล้ว เรื่องราวทั้งหมดเป็นเพราะหลัวไฉ่เสียพูดเองเออเอง เมื่อเห็นว่าหลัวไฉ่เสียทำท่าจะร้องไห้ นางก็ไม่ใส่ใจ “ไฉ่เสีย แบบนี้ไม่ถูกต้องนะ ถ้าเธอไม่ได้ไปดูแลฉางสั่ว แล้วเธอไปไหนล่ะ?”
อย่างไรเสีย นางก็รู้สึกว่าเหตุการณ์วุ่นวายนี้ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร…
………………………………………………………………………………………………………………………..
สารจากผู้แปล
ยัยป้านี่เป็นคนกระจายข่าวผิด ๆ ต่อสินะ คนในหมู่บ้านเลยเข้าใจอย่างนั้นไปหมด
ไฉ่เสียนี่ก็ร้ายใช่ย่อยเลยนะเนี่ย ถือโอกาสที่ชาวบ้านเข้าใจผิดผูกมัดพี่โจวไว้
ไหหม่า(海馬)