ใบหน้าของนักพรตจูเิซีดเซียวเขาไม่เคยจับอาวุธใดๆ ความหวาดกลัวเข้าจู่โจมจิตใจแม้ว่าซูเยว่กับกงเชาพอจะต่อสู้ด้วยดาบได้บ้างแต่คงไม่อาจต้านทานคนทั้งชุมโจรได้ไหว นับั้แ่พวกเขาทั้งสี่ถูกเชิญตัวเข้ามายังค่ายโจรเย่ายี่ดวงตาของจูเิสลด ใช้คำว่า ‘เชิญ’ แต่การกระทำกับเป็การจับกุมเสียมากกว่า
โจรก็คือโจรพวกเขาไม่พูดถึงเื่ค่าจ้างสักคำ หากแต่ใช้ชีวิตมาข่มขู่นักพรตจูเิใจคอไม่ค่อยดี คิดหาทางหนีทีไล่ตลอดเวลา
“ไป! พวกเราพานักพรตเทพไปดูที่นาด้านหลังของพวกเรากันดีกว่าจะได้รีบทำพิธีเรียกฝน ข้าอยากได้น้ำเต็มสระเอาไว้เพาะปลูกและน้ำเต็มบ่อกินดื่มจะได้ไม่ลำบาก” หัวหน้าโจรลุกขึ้นเดินนำหน้า
เสี่ยวหยี่ไม่กล้าพูดสิ่งใดเด็กหญิงมองคนรอบตัว ค่ายโจรแห่งนี้ดูน่ากลัวนัก ั้แ่เข้ามายังไม่เห็นสตรีธรรมดาเลยสักคนที่สังเกตเห็นว่าเป็สตรีก็ล้วนบึกบึนถือดาบใหญ่ด้วยกันทั้งสิ้นเห็นทีค่ายนี้คงจะไม่มีเด็กอย่างนางอยู่ด้วยเสียกระมัง?
ั้แ่ต้นนางยังไม่ได้ยินหัวหน้าโจรเอ่ยแนะนำตัวสักคำว่าชื่อแซ่ใด?มีเพียงศิษย์พี่ใหญ่ที่ได้แนะนำชื่อแซ่ด้วยความจำเป็ เสี่ยวหยี่รู้สึกได้ว่าต่อให้ท่านอาจารย์ของนางเรียกฝนได้สำเร็จพวกเขาก็คงไม่คิดปล่อยออกไป
“เ้าว่าหากนักพรตเทพผู้นี้เรียกลมเรียกฝนได้จริงหัวหน้าจะปล่อยพวกเขาไปหรือไม่?”
“ถ้าทำได้ก็ขังเขาไว้เสียที่นี่ไม่ดีกว่าหรือ?ค่ายของเราก็จะได้มีน้ำกินน้ำใช้สุขสบายไม่ต้องถ่อสังขารไปขนถึงด้านหลังป่าโน่น”
“จริงของเ้า ข้าลืมไป”โจรที่ถามหัวเราะคิกคัก “หากว่านักพรตผู้นี้หลอกลวงท่านหัวหน้าเล่า?”
“ไม่เห็นจะยากก็ทำอย่างที่ท่านหัวหน้าว่าบั่นคอพวกเขาแล้วเอาไปฝังที่ท้ายค่ายเหมือนคนอื่นๆ อย่างไรล่ะ?”
“อ้อ! จริงด้วย”
กงเชากับเสี่ยวหยี่ที่เดินรั้งท้ายได้ยินเต็มสองรูหูคนทั้งสองลอบหันมาสบตากันด้วยความหวาดหวั่นพวกเขาไม่อยากจะถูกกักขังอยู่ในค่ายโจรแห่งนี้ ไม่ว่าจะหนีหรือไม่หนี...ชะตากรรมล้วนไม่ต่างกัน
พ้นเรือนด้านหลังไปเล็กน้อยเป็ผืนนากว้างรองหัวหน้าโจรหันมามองนักพรตจูเิกับซูเยว่
“แม้พวกเราจะปล้นฆ่าหาเงินทองและทรัพย์สินแต่ก็ยังต้องทำนาทำไร่เพื่อเก็บอาหารไว้ใช้ให้ได้มากๆดังนั้นจึง้าให้ท่านช่วยเรียกฝนมาตกในเขตที่นานี้ให้ท่านเห็นสระน้ำนั่นหรือไม่?”รองหัวหน้าซูชี้ไปยังสระลึกที่เหลือเพียงดินระแหงอยู่ก้นๆ “ฝนไม่ตกต้องตามฤดูกาลและจู่ๆ น้ำก็แห้งเหือดไปจนหมด ปีนี้นับว่าแย่ยิ่งนักหากท่านทำให้น้ำเต็มสระได้อีกครั้ง ท่านก็จะได้อยู่ที่นี่อย่างสุขสบายแต่ถ้าไม่...ก็อย่างที่ท่านหัวหน้าได้กล่าวเอาไว้”
สีหน้าของรองหัวหน้าโจรดูเหมือนจะมิได้ข่มขู่สักนิดนักพรตจูเิกลืนน้ำลายเหนียวๆ ลงคออย่างยากเย็น
“ถ้าเช่นนั้นพวกท่านก็ต้องช่วยกันเตรียมแท่นพิธีให้ข้า”
เพื่อเป็การถ่วงเวลาให้ได้ปรึกษาหารือกันนักพรตจูเิก็บอกรายการสิ่งของยาวเหยียดเพื่อให้รองหัวหน้าค่ายโจรได้สั่งลูกน้องไปจัดหาระหว่างนั้นก็ขอไปนั่งพักดื่มน้ำชาในศาลา เคราะห์ดีที่พวกโจรเห็นว่าคนทั้งสี่ไม่มีอาวุธและดูเซื่องๆจึงปล่อยให้ไปนั่งรอ
กงเชารีบเข้าไปกระซิบบอกเื่ที่ได้ยินพวกโจรคุยกันด้านหลังนักพรต จูเิกับซุนเยว่ทำหน้าตะลึง
“หากไม่หนีคงต้องถูกจับขังไว้ที่นี่และหากคิดจะหนีข้าก็คงต้องเสี่ยง” “เสี่ยงอย่างไรหรือขอรับ?”กงเชาขมวดคิ้ว
“ใช้คาถาที่ไม่เคยใช้”นักพรตจูเิหันไปล้วงเอาคัมภีร์ในห่อผ้าที่ซูเยว่สะพายไว้ออกมาเปิด“ข้าไม่เคยลองเลยสักครั้งไม่รู้ว่าจะได้ผลหรือไม่?”
นักพรตจูเิบอกแผนให้กับคนทั้งสามได้รู้“กงเชากับเสี่ยวหยี่ พวกเ้าต้องหาทางลอบไปเอาม้ากับสัมภาระที่พวกเขาผูกไว้โรงม้าด้านหน้าระหว่างที่ข้าทำพิธีต้องปลดเชือกม้าออกมารอ ข้ากับซูเยว่จะรีบออกมา”
ซูเยว่มีสีหน้าไม่ค่อยมั่นใจแต่กงเชาก็ปลอบโดยการตบบ่าเบาๆ“ศิษย์พี่ ถึงมันจะเสี่ยงแต่พวกเราก็ต้องทำนะขอรับหรือว่าท่านอยากจะถูกขังอยู่ที่นี่ให้พวกเขาใช้งาน วันดีคืนดีหากทำไม่ได้อย่างที่้าพวกเขาก็อาจจะฆ่าเราทิ้งไปโยนไว้หลังค่าย”
ใบหน้าซูเยว่ซีดเผือดแม้เขาจะพอสู้ด้วยดาบเป็บ้างแต่ก็เคยได้รับาเ็และรู้สึกแหยไม่อยากจะจับอาวุธห้ำหั่นกับผู้ใดอีก
“เอาเถอะๆขอให้พวกเราหนีพ้นไปจากค่ายโจรแห่งนี้ได้ก็พอ”
เสี่ยวหยี่ยังนึกกังวล“ท่านอาจารย์ เราจะออกทางประตูใหญ่ค่ายโจรได้หรือเ้าคะ?”
“เื่นี้ให้เป็ไปตามลิขิต์เถอะ”นักพรตจูเิเองก็ใบหน้าเผือดสีพอๆ กับซูเยว่
เสี่ยวหยี่กำลังจะซักต่อว่าลิขิต์ที่จูเิบอกหมายถึงสิ่งใด?พลันโจรผู้หนึ่งก็ร้องเรียกว่าแท่นพิธีเตรียมเรียบร้อยตามที่สั่งแล้วเชิญให้นักพรตกับ ลูกศิษย์ไปทำพิธี
โต๊ะที่วางสิ่งของทำพิธีอยู่ใกล้นาผืนแรกห่างจากศาลาที่กงเชากับเสี่ยวหยี่นั่งอยู่พอประมาณขณะนั้นพวกโจรทั้งหลายต่างสนใจอยากรู้ว่านักพรตเทพที่หัวหน้าพวกเขามีคำสั่งให้จับมานั้นเก่งกาจจริงหรือไม่?พวกเขาจึงมายืนมุงอยู่ด้านหลังนับร้อยคนทำให้กงเชากับเสี่ยวหยี่ไม่มีผู้ให้ความสนใจ
นักพรตจูเิที่คัดลอกคาถาแผ่นใหม่ใส่ในแขนเสื้อเริ่มสวดคาถาทันใดนั้นท้องฟ้าที่มีแสงแดดแผดร้อนก็ปรากฏแผ่นเมฆสีเทาดำลอยบดบังเอาไว้สายลมเย็นค่อยๆ พัดแรงขึ้นๆ จนเหล่าโจรพากันอุทานด้วยความอัศจรรย์ใจ
“เสี่ยวหยี่รีบไปกันได้แล้ว”
กงเชากับเสี่ยวหยี่อาศัย่ที่ทุกคนกำลังเงยหน้าขึ้นมองแผ่นเมฆใหญ่ที่ดำทะมึนลอยต่ำลงมาเรื่อยๆทั้งลมที่เริ่มพัดกรรโชก
“นั่นๆนั่นฝนตกแล้ว”
“ไม่น่าเชื่อเมื่อครู่ยังแดดเปรี้ยงอยู่แท้ๆ
“นักพรตเทพช่างเป็ผู้วิเศษสมคำร่ำลือ”
แม้เสียงสรรเสริญเยินยอจะดังจากปากเหล่าโจรร่วมร้อยที่ยืนรายล้อมแต่จูเิก็ไม่ยอมเลิกบริกรรมคาถาลมเริ่มพัดแรงขึ้นจนทำให้พวกโจรเริ่มจะยืนไม่อยู่พวกเขาร้องเอะอะบอกคนรายล้อมให้รีบหลบเข้าที่กำบัง
ฟ้าแลบแปลบปลาบปรากฏรอยสว่างวาบโดยรอบไม่เพียงแต่เมฆฝนจะลอยอยู่เหนือที่นาด้านหน้าแท่นพิธีหากแต่ยังลอยปิดทั่วค่ายโจรจนมืดมิดแต่ละคนไม่อาจจะลืมตาสู้ลมและฝนที่กระหน่ำลงมาได้
“เกิดพายุแล้ว!” คนผู้หนึ่งร้องขึ้นทำให้คนที่เหลือร้องบอกกัน
*******************
