หลังจากขบวนรถม้าของคณะองค์ชายรองมาถึงที่พักกลางหุบเขา เหล่าทหารเตรียมขนเสบียงและของใช้จำเป็นลงจากหลังม้า ซึ่งมีอยู่ไม่มากนัก เหิงเยว่เดินชมรอบ ๆ ที่พัก ที่ทำจากแผ่นไม้ค่อนข้างมั่นคงอยู่พอสมควร พลางหันมายังองค์ชายรองด้วยสายตาข้องใจ
“ที่พักแห่งนี้เกิดขึ้นได้อย่างไรเพคะ” องค์ชายรองส่งยิ้มอย่างอ่อนโยนพลางเดินเข้าไปใกล้
“ที่พักแห่งนี้สืบทอดกันมาอย่างยาวนานจากรุ่นสู่รุ่น ทุกคนในแคว้นก่งเหว่ยสามารถใช้ร่วมกันได้โดยไม่มีแบ่งชนชั้นวรรณะ เพราะถือว่าหุบเขาแห่งนี้เป็นหุบเขาแห่งการช่วยเหลือคน มีหมอยาจำนวนมากขึ้นมาหาสมุนไพรเพื่อนำไปรักษาชาวบ้าน พวกเขาก็ใช้ที่พักแห่งนี้เช่นเดียวกัน” เหิงเยว่พยักหน้าเข้าใจ ก่อนจะเดินเข้าไปสำรวจภายในซึ่งมีเหล่าทหารกำลังทำความสะอาดกันอยู่
“เราจะพักกันที่นี่จนกว่าจะหาสมุนไพรให้ท่านแม่ครบตามจำนวน แต่หากเจ้าไม่ไหวขอให้บอก ข้าจักเป็นคนพากลับ” เหิงเยว่หันสบตาองค์ชายรองครู่หนึ่ง ก่อนยิ้มพยักหน้าอย่างเข้าใจ สองเท้าขององค์ชายรองขยับเข้ามาใกล้ แล้วดึงมือนางออกมาด้านนอกเพื่อสูดอากาศบริสุทธิ์
“ด้านในมีฝุ่นจำนวนมาก จะทำให้เจ้าหายใจไม่สะดวก” สิ้นคำพูดเขาจึงคลายมือออกจากตัวของนางอย่างเบามือ หัวใจของเหิงเยว่รู้สึกอบอุ่นขึ้นมาอย่างหาสาเหตุไม่ได้ อาจเป็นเพราะความเมตตาขององค์ชายรองเลยทำให้รู้สึกปลอดภัยกว่าที่เคย
“วันนี้คล้อยบ่ายแล้ว อาจไปหาสมุนไพรได้ไม่ไกลนัก ตามข้ามาด้านนี้” ชายหนุ่มพูดจบจึงเบี่ยงตัวเดินนำไปยังเนินเขาที่อยู่ไม่ไกลนัก สองทางเท้าโอบล้อมด้วยพรรณไม้แปลกตา อีกทั้งเสียงนกน้อยขับขานตามทางเดิน ทำให้เหิงเยว่หันมองดูทุกอย่างด้วยท่าทางไม่คุ้นชิน
“เจ้ากลัวฤา” น้ำเสียงขององค์ชายรองเรียกสติของเหิงเยว่ หันกลับมาพร้อมกับใบหน้าไม่สู้ดีนัก
“ขะ ข้าแค่ไม่คุ้นชินเท่านั้นเองเพคะ”
“มิต้องกลัวอันใด มีข้าอยู่จะไม่ยอมให้เจ้าได้รับอันตราย” เขาพูดแล้วหันหน้าเดินทางต่อ สองเท้าเล็กก้าวตามไปช้า ๆ มองแผ่นหลังของเขาแล้วทบทวนอย่างเงียบๆ
“เหตุใดองค์ชายรองถึงดีกับข้าเยี่ยงนี้ หากเปลี่ยนเขาเป็นองค์รัชทายาทได้ ความรู้สึกอบอุ่นที่ได้รับคงวิเศษอย่างมาก แต่กลับกันข้ามิเคยอยู่ในสายพระเนตรขององค์รัชทายาท เขามีชีวิตเหมือนหุ่นที่ไร้ความรู้สึก ข้าต้องเพียรพยายามมากแค่ไหนจึงจะพิชิตใจเขาได้ หรือ...ท้ายที่สุดแล้วความพยายามของข้าอาจสูญเปล่า” หญิงสาวเฝ้าถามตัวเองในทุกวัน ว่าเหตุใดไม่สามารถลบความรู้สึกที่มีต่อองค์รัชทายาทได้ ก่อนชายผ้าของนางจะเกี่ยวเข้ากับกิ่งไม้ แล้วรั้งไว้จนเสียหลักล้มลง พร้อมกับชายเสื้อที่ขาดวิ่น
“เหิงเยว่!” องค์ชายรองรีบหันกลับมาประคองร่างเล็ก เขาสำรวจหาบาดแผลอยู่ครู่หนึ่งก่อนสอบถามอาการจากนางด้วยความเป็นห่วง
“เจ็บตรงไหนฤาไม่” หญิงสาวส่ายศีรษะไปมา แล้วรีบลุกขึ้น ผละตัวออกจากอ้อมแขนของชายหนุ่ม องค์ชายรองเห็นดังนั้นจึงเบี่ยงตัวออกเล็กน้อย
“เดินไหวฤาไม่”
“ไหวเพคะ” หญิงสาวยังคงวางตัวเพื่อรักษาเกียรติของชายหนุ่มไว้ ก่อนสายตาขององค์ชายรองจะหันไปเห็นชายผ้าที่ขาดวิ่นติดอยู่กับกิ่งไม้ จึงเบี่ยงวรกายไปหยิบขึ้นมา
“ชุดเจ้าขาดแล้ว” สรุเสียงพูดอย่างเสียดาย
“ขาดเพียงนิด เท่านี้มิเป็นไรเพคะ เราเดินทางต่อดีกว่า” เหิงเยว่พูดแสดงความเข้มแข็ง ในขณะที่องค์ชายรองพยักหน้าแล้วลอบเก็บเศษผ้าของนางไว้ ตามทางเดินที่ไม่ห่างจากจุดพักเท่าไหร่นัก ยังคงเป็นพืชไม้ที่ดูคุ้นตาอยู่ องค์ชายรองพาเหิงเยว่เดินไปยังจุดที่คาดว่าจะมีใบเฟยฉีขึ้น เพราะสมุนไพรชนิดนี้ชอบอาศัยอยู่ตามพื้นที่แห้งไม่ชอบน้ำ
“ใบเฟยฉีมีหน้าตาเป็นอย่างไรเหรอเพคะ” หญิงสาวก้มมองหา แล้วเอ่ยถาม
“ในบรรดาสมุนไพรที่ท่านแม่ให้เจ้าตามหา ใบเฟยฉีเป็นสมุนไพรที่หาได้ง่ายที่สุด หากแต่ยังนับว่าหายากกว่าสมุนไพรชนิดอื่น ๆ ในวังหลวงนัก เพราะต้นของมันไม่ชอบน้ำ ครั้นถึงหน้าฝนพวกมันจะพากันมอดจำศีลอยู่ใต้ดิน” เหิงเยว่ทำหน้าประหลาดใจ ก่อนองค์ชายรองจะหันไปมองหาบริเวณนั้นรอบ ๆ เมื่อเห็นต้นสมุนไพรที่ตามหา จึงยิ้มออกมาอย่างพอใจ