เกิดใหม่ยุค 90 ทวงคืนวาสนาตัวข้าในวัย 8 ขวบ! 【จบ】

    เล่มที่ 6 บทที่ 155 กลับบ้าน (2)

            บนโต๊ะหนังสือขนาดใหญ่ของคุณตาวางเครื่องเขียนจีนโบราณครบชุด หรือที่เรียกว่า “สี่สิ่งล้ำค่าในห้องหนังสือ” ไว้อย่างเป็นระเบียบ

            คุณตาหยิบกระดาษเซวียนชั้นดีออกมาให้ทิงเสวี่ยได้แสดงฝีมือ

            กระดาษเซวียนนั้นมีอยู่หลายชนิด ทั้งแบบธรรมดาทั่วไปและแบบพิเศษที่มีราคาสูงลิ่ว ซึ่งกระดาษที่วางอยู่ตรงหน้าทิงเสวี่ยในขณะนี้คือกระดาษเซวียนชนิดพิเศษราคาแพงหูฉี่

            หากเธอทำพลาดบนกระดาษชั้นเลิศเช่นนี้ ก็คงน่าเสียดายของแย่

            ทิงเสวี่ยจับพู่กันในมือแล้วใช้ความคิดครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อยๆ จรดปลายพู่กันลงบนผืนกระดาษอย่างแผ่วเบา

            คุณตาสังเกตท่าทางการจับพู่กันของทิงเสวี่ยอย่างละเอียดถี่ถ้วน รวมไปถึงการควบคุมน้ำหนักมือขณะตวัดปลายพู่กัน แล้วจึงพยักหน้าเล็กน้อยอย่างพึงพอใจ

            ระหว่างที่ปลายพู่กันโลดแล่นไปบนผืนกระดาษ ทิงเสวี่ยก็บรรจงเขียนตัวอักษรออกมาสี่ตัว “ยืนยงหมื่นปี”

            รอจนกระทั่งทิงเสวี่ยวางพู่กันลง คุณตาก็ปรบมือชมเปาะด้วยความถูกใจ “ยอดเยี่ยม! ยอดเยี่ยมมาก! ลายมือแบบเฟยไป๋ของหนูช่างงดงามยิ่งนัก เพียงแต่ยังแฝงความอ่อนเยาว์อยู่บ้าง หากได้ฝึกปรือฝีมืออีกสักสองสามปี จะต้องก้าวหน้าไปไกลอย่างแน่นอน”

            ลู่เชียนสวินที่ยืนให้กำลังใจอยู่ข้างๆ ตลอดเวลา เมื่อเห็นผลงานของทิงเสวี่ยได้รับคำชมจากคุณตา เธอก็รีบกระซิบ “คุณตาไม่ค่อยเอ่ยปากชมฝีมือการเขียนพู่กันของลูกหลานง่ายๆ หรอกนะจ๊ะ การที่หนูได้รับคำชมขนาดนี้ถือว่าไม่ธรรมดาจริงๆ”

            ทิงเสวี่ยตอบอย่างนอบน้อม “ขอบคุณคุณตาที่ชี้แนะค่ะ หนูจะพยายามฝึกฝนต่อไป หนูทราบมาว่าฝีมือการเขียนพู่กันของคุณตานั้นยอดเยี่ยมมาก และยังเชี่ยวชาญลายมือแบบเฟยไป๋เป็นพิเศษ ไม่ทราบว่าคุณตาพอจะกรุณาชี้แนะแนวทางให้หนูเพิ่มเติมได้ไหมคะ”

            ความจริงแล้วทิงเสวี่ยเขียนพู่กันจีนได้หลายรูปแบบ แต่เมื่อรู้ว่าคุณตาลู่ชื่นชอบลายมือแบบเฟยไป๋เป็นพิเศษ เธอจึงตั้งใจเลือกเขียนแบบนี้

            ในชาติก่อน หลังจากทิงเสวี่ยหาเงินสร้างฐานะได้มั่นคงแล้ว เธอก็หันมาศึกษาหาความรู้ด้วยตัวเอง นอกจากจะเรียนจบมหาวิทยาลัยภาคค่ำแล้ว เธอยังได้เรียนศิลปะอีกหลายแขนง ซึ่งการเขียนพู่กันจีนและการวาดภาพก็เป็นสองวิชาในนั้น

            ทว่าน่าเสียดายที่โรคร้ายได้คร่าชีวิตเธอไปเสียก่อนที่จะได้ฝึกฝนจนแตกฉาน

            ความฝันที่ยังไม่สำเร็จในชาติก่อน ทิงเสวี่ยหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะสานต่อให้สำเร็จในชาตินี้

            ตอนนี้เธอมีเวลาเหลือเฟือที่จะขัดเกลาทักษะศิลปะที่เคยเรียนรู้มาให้ดียิ่งขึ้น

            เมื่อเห็นทิงเสวี่ยกระตือรือร้นที่จะเรียนรู้ คุณตาก็รู้สึกยินดีเป็นอย่างมาก ใครบ้างจะไม่ชอบลูกหลานที่ใฝ่รู้เช่นนี้

            คุณตาลู่จึงลงมือสอนทิงเสวี่ยเขียนตัวอักษรด้วยตัวเองอย่างใกล้ชิด หลังจากได้รับการชี้แนะ ฝีมือการเขียนพู่กันของทิงเสวี่ยก็ดูจะพัฒนาขึ้นกว่าเดิมไม่น้อย

            คุณยายลงมือทำอาหารกลางวันเลี้ยงทิงเสวี่ยอย่างเต็มที่ กับข้าวถูกจัดวางเรียงรายเต็มโต๊ะ

            เมื่อเห็นอาหารละลานตาตรงหน้า ทิงเสวี่ยก็รีบเอ่ยปากชมทันที “ มิน่าล่ะคะ อาหารถึงได้ทั้งสวยทั้งหอมน่าทานขนาดนี้ ที่แท้คุณแม่ก็ได้สูตรเด็ดมาจากคุณยายนี่เอง!”

            คำพูดออดอ้อนน่าเอ็นดูของเด็กน้อยทำเอาคุณยายหัวเราะร่า “ปากเจ้าเสียวเสวี่ยคนนี้นี่มันหวานจนมดขึ้นได้เลยนะ เชียนสวินเอ๊ย หนูต้องหัดเรียนรู้จากน้องไว้เยอะๆ หน่อยนะลูก”

            ลู่เชียนสวินได้แต่ยิ้มเจื่อนๆ “...”

            ตลอดมื้ออาหาร คุณยายก็คอยตักอาหารให้ทิงเสวี่ยไม่หยุด ท่านสังเกตเห็นว่าทิงเสวี่ยชอบกินผักเป็นพิเศษ จึงตั้งใจคีบเนื้อสัตว์ใส่จานให้เธอเยอะๆ “เสียวเสวี่ยจ๊ะ หนูกำลังโต ต้องทานเนื้อสัตว์เยอะๆ จะได้ตัวสูงๆ แข็งแรงนะลูก”

            ทิงเสวี่ยตอบอย่างว่าง่าย “ขอบคุณค่ะคุณยาย หนูจะทานเยอะๆ ค่ะ”

            หลังมื้อกลางวัน ลู่เชียนสวินก็นำทิงเสวี่ยออกไปเดินเล่นแถวๆ นั้น

            “เป็นยังไงล่ะ พี่บอกแล้วไงว่าคุณตาคุณยายท่านใจดีและเป็นกันเองมาก” ลู่เชียนสวินเห็นทิงเสวี่ยเป็นที่รักใคร่เอ็นดูของสองตายาย เธอก็ไม่ได้รู้สึกอิจฉาเลยแม้แต่น้อย การที่ทิงเสวี่ยทำตัวน่ารักจนผู้ใหญ่เอ็นดู ย่อมแสดงว่าทั้งตัวเธอและแม่มองคนไม่ผิดจริงๆ

            ทิงเสวี่ยมองขึ้นไปบนท้องฟ้าสีครามสดใสที่มีเมฆขาวลอยละล่อง “หนูก็ไม่คิดเหมือนกันค่ะว่าคุณตาคุณยายที่เป็นถึงผู้หลักผู้ใหญ่ จะเป็นกันเองได้ขนาดนี้ โดยเฉพาะคุณตา ท่านดูเรียบง่ายและสมถะมากจริงๆ ค่ะ”

            ลู่เชียนสวินเล่าต่อ “คุณตาของพี่เดิมทีก็มาจากครอบครัวชาวนาธรรมดานี่แหละ ส่วนคุณยายต่างหากที่เป็นลูกผู้ดีมีสกุล คุณยายเคยเล่าให้ฟังว่าตอนแต่งงานกันใหม่ๆ คุณตามีนิสัยไม่ค่อยดีหลายอย่าง เช่น ไม่ชอบล้างหน้าแปรงฟันก่อนนอน ชอบพูดเสียงดังโวยวายไม่ดูตาม้าตาเรือ เป็นคุณยายนี่แหละที่ค่อยๆ ขัดเกลาจนท่านกลายเป็นคนสุภาพเรียบร้อย ส่วนเรื่องเขียนพู่กันจีน ท่านก็เพิ่งมาเริ่มฝึกหลังจากเจอคุณยาย พ่อของคุณยายเป็นนักเขียนพู่กันจีนที่มีชื่อเสียงมาก โดยเฉพาะลายมือแบบเฟยไป๋ ท่านเขียนได้ยอดเยี่ยมที่สุดเลยล่ะ”

            ต่อมา ลู่เชียนสวินยังเล่าเรื่องราวในอดีตของคุณตาคุณยายให้ทิงเสวี่ยฟังอีกมากมาย

            เรื่องราวเหล่านั้นทิงเสวี่ยฟังเพลินจนลืมเวลา รู้สึกว่าน่าติดตามและสนุกกว่าละครทีวีเสียอีก

            ทิงเสวี่ยพักอยู่ที่บ้านตระกูลลู่นานถึงหนึ่งสัปดาห์เต็ม

            ช่วงเวลานี้ ลู่เชียนสวินพาเธอไปอ่านหนังสือที่ห้องสมุดประชาชน ไปเลือกซื้อหนังสือที่ร้านใหญ่ ไปซื้อเสื้อผ้าสวยๆ ที่ห้างสรรพสินค้า แถมยังได้ไปเดินเล่นในสวนสาธารณะ และพายเรือเล่นในแม่น้ำอี๋เหอ

            เวลาอยู่บ้านพักข้าราชการ เธอก็จะคอยพูดคุย เขียนพู่กันจีน และเดินหมากรุกเป็นเพื่อนสองตายาย

            แต่ละวันของทิงเสวี่ยผ่านไปอย่างมีความสุขและคุ้มค่า

            ลู่เชียนสวินมาส่งทิงเสวี่ยที่สถานีขนส่งในตัวอำเภอ ถึงเวลาต้องจากกัน สองพี่น้องต่างอาลัยอาวรณ์ กอดกันกลมนานสองนานกว่าจะยอมปล่อยมือ

            ลู่เชียนสวินกำชับ “ถึงบ้านแล้วอย่าลืมโทรมาหาพี่ด้วยนะจ๊ะ”

            ทิงเสวี่ยพยักหน้า “หนูจะโทรหาค่ะ ถ้าแอปเปิลกับผลซานจาที่บ้านสุกเมื่อไหร่ หนูจะส่งไปให้พี่ทานนะคะ”

            ยังมีคำพูดอีกมากมายที่อยากเอ่ย แต่เมื่อเห็นรถโดยสารกำลังจะออก ทิงเสวี่ยจำต้องคว้ากระเป๋าใบใหญ่แล้ววิ่งขึ้นรถไปอย่างรวดเร็ว

            วันนี้ทิงเสวี่ยสวมชุดกระโปรงยาวคลุมเข่าสีชมพูอ่อนที่ลู่ตันชิงซื้อให้ ชายกระโปรงประดับเลื่อมสีเงินเม็ดเล็กๆ ส่องประกายระยิบระยับยามต้องแสงแดด ส่งให้เธอดูโดดเด่นงดงามราวกับเจ้าหญิงน้อย

            ทิงเสวี่ยในชุดสวยเดินอยู่ในหมู่บ้าน กลายเป็นภาพที่สะดุดตาชาวบ้านร้านตลาดไปทั่ว

            ใกล้จะถึงบ้าน ทิงเสวี่ยก็เจอกับหลินหงเหมยที่กำลังเดินกลับมาจากร้านขายของชำพอดี

            หลินหงเหมยสวมเสื้อลายดอกพื้นขาวที่ดูมอมแมมเต็มไปด้วยคราบไคล กางเกงห้าส่วนสีดำก็ดูไม่สะอาดนัก แขนขาที่โผล่ออกมาดำคล้ำแดดและเต็มไปด้วยรอยยุงกัด

            เทียบกับทิงเสวี่ยที่แต่งตัวสวยงามสะอาดสะอ้าน สภาพของหลินหงเหมยช่างต่างกันราวฟ้ากับดิน

            เมื่อเห็นทิงเสวี่ยแต่งตัวสวยพริ้งแถมหอบของพะรุงพะรัง หลินหงเหมยก็เกิดอาการตาร้อนผ่าว “หลินทิงเสวี่ย ช่วงนี้แกหายหน้าหายตาไปไหนมา”

            ทิงเสวี่ยตอบเรียบๆ “ฉันไปพักที่บ้านแม่บุญธรรมมา”

            “เสื้อผ้าชุดนี้แม่บุญธรรมซื้อให้น่ะ แล้วในมือนั่นหอบหิ้วอะไรมานักหนา” เจอคำถามซักไซ้ไม่หยุดของหลินหงเหมย ทิงเสวี่ยก็เริ่มหมดความอดทน “ใช่ เสื้อผ้าแม่บุญธรรมซื้อให้ ส่วนของในมือฉันมันไปหนักหัวแกตรงไหนไม่ทราบ”

            หลินหงเหมยหน้าตึงไปถนัดตา “...”

            “แค่ถามหน่อยก็ไม่ได้ ทำเป็นงกไปได้” หลินหงเหมยบ่นอุบอิบ

            ทิงเสวี่ยเลิกสนใจหลินหงเหมย รีบเร่งฝีเท้ากลับบ้านทันที

            เจ้าเตี๋ยนเตี่ยนรีบวิ่งถลาเข้ามา กระดิกหางริกๆ ต้อนรับทิงเสวี่ยด้วยความดีใจ ดวงตากลมโตเป็นประกายจ้องมองเธอด้วยความคิดถึง

            ตอนทิงเสวี่ยไม่อยู่ ไม่มีใครคอยอาบน้ำให้ ขนสีขาวปลอดของเจ้าเตี๋ยนเตี่ยน ตอนนี้กลับหมองคล้ำจนกลายเป็นสีเทาไปหมด

            ทิงเสวี่ยไขกุญแจเข้าบ้าน เอากระเป๋าไปเก็บ ดื่มน้ำเย็นให้ชื่นใจ แล้วเดินออกมาที่ลานบ้าน ตั้งใจจะเล่นกับเจ้าเตี๋ยนเตี่ยนให้หายคิดถึง

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ยุค 90 ทวงคืนวาสนาตัวข้าในวัย 8 ขวบ! 【จบ】 ที่คุณอ่าน

    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.36M 891
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    นิยาย รัก
    989K 1570
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.27M 2359
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808