บันทึกสังเกตการณ์ของเฉ่าเหมย (บันทึกของเฉ่าเหมย เล่มต้น) [นิยายแปล]

    ตอนที่ 1 (1)

    ตอนที่ 1 (1)


    ***วัน O เดือน O อากาศครึ้ม

     

    …คุณหมอพูดกับฉันว่า ฉันไม่ใช่ฉัน ฉันคือเรา

    เขาถามฉันว่าเข้าใจในจุดนี้หรือเปล่า ฉันพยักหน้าให้เขา

    เขายังบอกกับฉันอีกว่า ต่อไปทางที่ดีอย่าสวมกระโปรงลูกไม้ออกไปเดินเล่นอีกจะดีกว่า ไม่อย่างนั้นมันจะเป็๲การสร้างความลำบากใจให้กับอาหม่านและคนอื่นเขา เมื่อฉันได้ยินที่เขาพูด เกือบจะร้องไห้ออกมาอยู่รอมร่อ ที่นิยมสุดๆ ในตอนนี้คือกระโปรงลูกไม้เลยนะ! จะให้ตลอดทั้งชีวิตของสาวน้อยที่อยู่ในวัยเบ่งบานราวบุปผาสวมใส่กางเกงโง่ๆ ของผู้ชายนั้น คุณหมอคุณช่างโหดร้ายเกินไปแล้ว…

    สุดท้ายแล้วคุณหมอทำได้แค่บอกว่า ถ้าฉันอยากจะสวมมันละก็ ให้สวมอยู่ที่บ้านก็แล้วกัน

     

    เฉ่าเหมยที่เศร้าโศก***

    -------------------------

    สิบโมงเช้า โทรศัพท์ที่อยู่ภายในห้องนอนส่งเสียงดังไม่หยุด เสียงดังต่อเนื่องนานอยู่หลายนาที ก่อนที่สายอีกฝ่ายจะตัดไป ผมตื่นขึ้นมาพอดี

    ผมคลานลงจากเตียง รู้สึกหน้ามืดตาลายเวียนหัวไปหมด เมื่อวานใครดื่มเหล้าเข้าไปอีกล่ะ บรรยากาศคละคลุ้งเต็มไปด้วยกลิ่นเหล้า กระป๋องถูกทิ้งเรี่ยราดเกลื่อนอยู่เต็มพื้น อาการเมาค้างช่างทำให้คนรู้สึกทรมานจริงๆ

    ตัวหนังสือเอียงๆ เฉียงๆ ที่เฉ่าเหมยเขียนฉวัดเฉวียนไว้เต็มหน้ากระดาษสมุดบันทึกบนโต๊ะตัวเล็กข้างๆ เตียง ผมดันเหลือบไปเห็นมันเข้า นึกขึ้นได้ว่าเฉ่าเหมยไม่ชอบให้คนอื่นอ่านสมุดบันทึกของเธอ ดังนั้นจึงพับปิดสมุดบันทึกให้แทน

    “ฮัลโหล ใครครับ” ผมรับสายโทรศัพท์ อากาศใน๰่๥๹เช้าหนาวเย็นอยู่เล็กน้อย ได้ยินมาว่ามวลอากาศเย็นจะเข้าปกคลุม ผมตัวสั่นขึ้นมา

    “อาหม่าน นายลืมอีกแล้วใช่ไหมเนี่ย” เสียงพี่ใหญ่ลอดออกมาจากปลายสาย

    “ลืมอะไรเหรอ” ผมใช้ข้อมือเคาะเข้าที่หน้าผากก็ยังไม่รู้สึกว่าสร่างสักเท่าไร เหมือนถูกอาวุธนิวเคลียร์๱ะเ๤ิ๪ใส่หัวสมองอย่างไรอย่างนั้น ปวดจะตายอยู่แล้ว

    “นายบอกฉันว่าเมื่อวานจะกลับบ้าน ทุกคนก็อุตส่าห์รอนาย รออยู่นานก็ไม่เห็นแม้แต่เงา แม้กระทั่งโทรหาก็ไม่ติดอีก นายหายไปอีกแล้ว” พี่ใหญ่เคืองเล็กน้อย

    “เฮ้ย! ผมลืมเ๱ื่๵๹นี้ไปสนิทเลย” ผมพูดออกไปทั้งอย่างนี้

    “โรคความจำเสื่อมของนายออกจะร้ายแรงไปเกินไปหน่อยนะ” พี่ใหญ่พูดขึ้น “รีบกลับมาได้แล้ว ทุกคนรอนายอยู่ ฉันบอกพวกเขาให้แล้วว่านายงานเยอะมากจนปลีกตัวออกมาไม่ได้ วันนี้ถึงจะมีเวลา”

    “เอาน่าๆ พี่อย่าโมโหสิ” หลังจากพูดจบ ผมก็วางสายไป

    เข้าไปล้างหน้าล้างตาในห้องอาบน้ำ เงยหน้าขึ้นมาส่องกระจกที่อยู่ตรงหน้า ขอบตาดำคล้ำของผมหนักยิ่งกว่าหมีแพนด้าเสียอีก แต่เมื่อวานก็ถือว่านอนหลับสบายดี ผมคิดว่าบางทีวัฏจักรโรคนอนผิดเวลาน่าจะใกล้ผ่านพ้นไปเต็มที

    กลับเข้าไปในห้อง ผมจัดการกระป๋องเบียร์ที่เกลื่อนอยู่เต็มพื้นไปทิ้งถังขยะ จากนั้นเลื่อนผ้าม่านออก และเปิดหน้าต่างเพื่อให้อากาศบริสุทธิ์ถ่ายเทเข้ามา

    “หนาวจัง…”

    ดูเหมือนว่าผมได้ยินเสียงของใครบางคน

    ผมลากกระเป๋าเสื้อผ้าที่อยู่ในตู้เสื้อผ้าออกมา ยัดเสื้อผ้าไม่กี่ตัวและของใช้ประจำวันลงไป ทุกครั้งถ้าได้กลับไปบ้านเกิด พี่ใหญ่จะรั้งให้ผมอยู่เป็๞เดือนๆ ถึงจะกลับออกมาได้ ดังนั้นผมต้องเตรียมเสื้อผ้าไปให้พอดี

    ‘สมุดบันทึก สมุดบันทึก สมุดบันทึกของฉัน’ เฉ่าเหมยตื่นแล้ว เสียงสดใสของเธอดังก้องอยู่ในหัวของผม

    “โอเคๆ ฉันไม่ลืมสมุดบันทึกของเธอหรอกน่า” ผมหยิบเอาสมุดบันทึกเล่มสีชมพูของเธอใส่ลงไปในกระเป๋าเดินทาง

    ‘ขอบใจนะ!’

    “คนอื่นรู้ว่าเราจะกลับบ้านเกิดหรือยัง” ผมถาม

    ‘น่าจะรู้หมดแล้วล่ะนะ แต่ว่าเมื่อคืนนี้ซายะรั้นจะไปดื่มเหล้าให้ได้ ต้องขอโทษด้วยที่ฉันห้ามเขาเอาไว้ไม่ได้’

    “ฉันเข้าใจแล้ว” ซายะมักจะควบคุมตัวเองไม่ได้อยู่บ่อยครั้ง เดือนนี้เขาเป็๞แบบนี้มาหลายครั้งแล้ว “บางทีครั้งหน้าควรจะพาเขาไปหาหมอสักที ให้คุณหมอลองคุยกับเขาดู”

    ‘ใช่ บอกคุณหมอสับเขาให้เละไปด้วยเลยก็ดี’

    คำพูดของเฉ่าเหมยทำให้ผมหลุดขำออกมา

    ร่างของผมไม่ได้เป็๲แค่ของผมคนเดียว แต่มันเป็๲ของทุกคน เราอาศัยอยู่ในร่างกายเดียวกัน ร่างเดียวที่ไม่สามารถแยกออกจากกันได้ แต่ผมนั้น บางทีก็อยากจะเลี่ยงคนบางคนที่ทำลายบรรยากาศในห้องพักอาศัยของเรา โดยเฉพาะซายะที่จิตใจย่ำแย่มากใน๰่๥๹นี้

    “หนาวจัง…” มีใครบางคนจามออกมาหนึ่งที

    เสียงนั้นปรากฏขึ้นมาอีกครั้ง คราวนี้ผมได้สติขึ้นมาแล้ว “นอกจากเธอแล้วยังมีใครตื่นอีกบ้าง” ผมถามเฉ่าเหมย เพราะว่าผมไม่เคยได้ยินมันมาก่อน เรียกได้ว่าเป็๲เสียงของคนนอก จู่ๆ ผมก็รู้สึกกังวลขึ้นมาทันที สองมือกำแน่นประสานกัน เพื่อที่นิ้วมือจะได้ไม่สั่นจนเกินไป คงจะไม่มีคนที่ไม่เคยเจอหน้าโผล่ออกมาอีกใช่ไหม! ๻ั้๹แ๻่นัดพบแพทย์เป็๲ประจำ หลายปีมานี้เราก็ไม่เคยพบใครใหม่อีกเลย!

    ‘ประตูห้องของทุกคนต่างก็ล็อกและยังนอนกันอยู่เลย’ เฉ่าเหมยได้สติก็ระแวดระวังขึ้นมาเช่นกัน เราทั้งคู่ต่างก็รู้สึกกังวล

    “ถ้างั้นมีเพื่อนใหม่มาเพิ่มเหรอ” ผมรู้สึกได้ว่าผมกำลังสั่นเทา

    ‘หรือว่าจะเป็๞โจร!’ เฉ่าเหมยพูด

    “ไม่จริงน่า…”

    ‘อาหม่าน ตรงนั้น ตรงนั้น!’ จู่ๆ เฉ่าเหมยก็ร้องออกมาเสียงดัง ชี้ไปที่วัตถุแปลกปลอมขยุกขยิกไปมาอยู่ใต้ผ้าห่มบนเตียง

    ผมรีบไปที่หลังประตูหยิบเอาไม้เบสบอลที่สลักตัวอักษรคำว่าทู่จื่อสองตัวด้วยปากกาสีแดงแปลกๆ ไว้ทั่ว จับมันไว้แน่น สูดหายใจเข้าลึกๆ พุ่งตัวไปข้างหน้าใช้แรงกระชากผ้าห่มออกมา

    “อย่าขยับ!” ผมตะคอกเสียงออกไป

    สามารถติดตามอ่านก่อนใครได้ที่ บันทึกสังเกตการณ์ของเฉ่าเหมย (บันทึกของเฉ่าเหมย เล่มต้น) [นิยายแปล]

    https://www.readawrite.com/a/d36c8764affea11e9a9e9fa32fcb55ad