บทที่9
ข่าวเกี่ยวกับจอมมาร
บนเก้าอี้มากมายที่ถูกตั้งเอาไว้ภายในห้องโถงขนาดใหญ่ภายในสถานที่แห่งนี้คือสํานักกระบี่ราชันย์ สำนักอันดับหนึ่งที่มีขนาดใหญ่โตและมีความแข็งแกร่งที่สุดภายในอาณาจักรหยินหยาง
ร่างเงาของผู้าุโหลายท่านกำลังนั่งอยู่บริเวณ้าเก้าอี้เหล่านี้แต่บริเวณเก้าอี้ตำแหน่งประธานใจกลางห้องโถงขนาดใหญ่เก้าอี้สูงใหญ่ที่เื้ัเป็ภาพลวดลายหยินหยาง
บริเวณตำแหน่งที่นั่งตรงนั้นมีร่างของเ้าสำนักกระบี่ราชันย์กำลังนั่งอยู่คนผู้นั้นนั่งอยู่ด้วยท่าทางสงบนิ่งดวงตาทั้งสองข้างที่กำลังพับปิดอยู่ค่อยๆเปิดขึ้นมาอย่างช้าๆก่อนที่จะเอ่ยถาม “ได้ข่าวของจอมมารหลี่หยุนบ้างหรือไม่ ”
เมื่อมันทำการเอ่ยถามออกมาภายในสถานที่แห่งนี้เต็มไปด้วยความเงียบงันความเงียบงันที่ถูกปกคลุมอยู่ภายในสถานที่แห่งนี้เป็คำตอบชั้นดี
เ้าสำนักกระบี่ราชันย์ผู้นี้มีนามว่าจางฮ่าว
จางฮ่าวในชุดสีน้ำเงินเข้มนั่งอยู่ด้วยท่าทางที่เคร่งขรึมคนผู้นี้ภายนอกเป็ชายวัยประมาณเลขห้าร่างกายสูงโปร่งรูปร่างสง่างามใบหน้าเคร่งขรึมจริงจังบนใบหน้าปรากฏรอยเหี่ยวย่นเล็กน้อยมีหนวดเคราประดับอย่างประปราย
เขาคือเ้าสำนักกระบี่ราชันคนปัจจุบันเอ่ยถามออกไปได้ยินเสียงตอบกลับมาเป็ความเงียบนั่นคือคำตอบที่ดีที่สุด
กระนั้นในขณะที่กำลังนั่งอยู่เสียงฝีเท้าดังแว่วมาจากด้านนอกร่างของคนผู้หนึ่งทำการก้าวเท้าเข้ามาด้านในอย่างรวดเร็ว
คนผู้นั้นเป็ศิษย์ของสำนักกระบี่ราชันย์ศิษย์ชายที่สวมใส่อาภรณ์สีน้ำเงินวิ่งเข้ามาคุกเข่าอยู่เบื้องหน้าด้วยท่าทางเหนื่อยหอบ
“ รายงานเ้าสำนัก!!! ตอนนี้พวกเราพบเบาะแสของจอมมารหลี่หยุนแล้วขอรับ!!! ”มันทำการรายงานออกมาทันทีเมื่อมันทำการคุกเข่าลงเรียบร้อย
ได้ยินเช่นนั้นจางฮ่าวลุกขึ้นอย่างรวดเร็วคิ้วทั้งสองข้างขมวดเข้าหากันพร้อมกับเอ่ยถามออกไป“ เจอแล้วอย่างนั้นหรือ!!! ที่ใด!!! ”
“ เรียนท่านเ้าสำนักเกี่ยวกับเื่นี้ไม่แน่นอนนักมีข่าวรายงานมาว่าที่อาณาจักรฟ้าครามบริเวณชายแดนเมืองทะเลทรายขนาดใหญ่อยู่ๆเมื่อประมาณหลายวันก่อนมีปรากฏการณ์ปริศนาท้องฟ้า้าแหวกตัวเป็วงกว้างพลังลมปราณฟ้าดินผสานกัน ”
“ พลังเช่นนี้และปรากฏการณ์เช่นนี้ดูคล้ายคลึงว่าไม่น่าใช่คนธรรมดา ”มันทำการรายงานออกมาเกี่ยวกับข่าวที่มันได้ล่วงรู้
ได้ยินเช่นนั้นจางฮ่าวแสดงใบหน้าจริงจังก่อนที่จะทำการกล่าว“ ส่งคนออกไปส่งศิษย์ภายในสำนักไปตรวจสอบ ”
“ ทำการเคลื่อนไหวอย่างเงียบๆ ”
เอ่ยได้ยินเช่นนั้นศิษย์ชายที่กำลังคุกเข่าอยู่ด้านหน้ามันแสดงใบหน้าฉงนใจก่อนที่จะถามเ้าสำนัก“ สำนักไม่ให้ศิษย์พี่ใหญ่เดินทางไปอย่างนั้นหรือขอรับ? ”
เ้าสำนักที่กำลังยืนอยู่ด้านหน้าตอบกลับศิษย์ผู้นั้นไปอย่างรวดเร็ว“ เฉินิกำลังเก็บตัวฝึกฝนตอนนี้กำลังฝึกฝนอยู่ภายในหุบเขา ”
“ อีกอย่างในครั้งนี้ที่มีปรากฏการณ์เช่นนั้นปรากฏขึ้นมาไม่แน่ว่าเป็จอมมารจอมมารหายตัวไป 1 ปีเต็มๆยามนี้เพิ่งปรากฏกายออกมาเห็นได้ชัดเจนว่าร่างกายและาเ็สาหัส”
“ เพราะแบบนั้นไม่จำเป็จะต้องส่งศิษย์มากฝีมือไปเพราะมันจะทำให้ใต้หล้านั้นได้รู้ว่าจอมมารยังมีชีวิตอยู่ ”เ้าสำนักทำการอธิบายเกี่ยวกับมุมมองของตนเอง
เมื่อมันทำการอธิบายออกไปเช่นนั้นเรียบร้อยศิษย์ชายที่กำลังคุกเข่าอยู่ด้านหน้าทำการก้มศีรษะของตนเองคารวะเ้าสำนักและออกไปทำตามคำสั่งอย่างรวดเร็ว
อันที่จริงแล้วเกี่ยวกับเื่จอมมารที่ยังมีชีวิตอยู่มันเป็เื่ราวที่มีผู้คนรู้เพียงแค่สำนักใหญ่ๆที่เข้าร่วมในการสังหารต่อมาในครั้งนั้น
เกี่ยวกับเื่ราวในครั้งนั้นจอมมารหลี่หยุนที่ควรจะตายจากคมกระบี่ไปแล้วกลับหายตัวไปพวกเหล่าสำนักธรรมะมากมายที่ทำการรูปรวมคนมาสังหารต่อมาในครั้งนั้นเลยคิดและไตร่ตรองว่าจะเอาอย่างไรดี
สุดท้ายเองก็ได้ข้อสรุปออกมาว่าทำการประกาศออกไปว่าสังหารจอมมารได้แล้ว
หลังจากนั้นก็ทำการส่งคนได้รวบรวมผู้คนมากมายทำลายพรรคมารฟ้าลงในเวลาต่อมา
ทว่าเกี่ยวกับความจริงที่พวกมันยังไม่ได้เห็นศพจอมมารนั่นเองก็เป็สิ่งที่ติดค้างอยู่ภายในใจของพวกมันมาโดยตลอด
สำนักมากมายที่ล่วงรู้เกี่ยวกับเื่นี้ทำการออกตามหาจอมมารทั่วทั้งดิินแดนทว่า่หนึ่งปีนี้กลับยังไม่ได้พบเห็นจอมมารกับตาของตนเอง
เมื่อไม่ได้เห็นจอมมารภายในใจของพวกมันเองก็ยังไม่สามารถสงบได้มันเป็เหมือนกับแผลที่ยังปรากฏอยู่ภายในใจของพวกมันเกรงกลัวว่าสักวันจอมมารจะย้อนกลับมา
สำนักมากมายภายในใต้หล้ารู้ถึงความโเี้และความเก่งกาจของจอมมารหลี่หยุน
มีสำนักมากมายที่โดนพังทลายไปด้วยฝีมือของเขาเพราะแบบนั้นในครั้งนี้พวกมันเลยระวังตัวไม่อยากจะตามล่าจอมมารและสังหารให้ได้กับมือ
เพราะว่าพวกมันเกรงกลัวว่าสักวันนึงผลของการกระทำของพวกมันที่ทำการลงมือรุมกันสังหารจอมมารจะทำให้พวกมันนั้นได้รับอันตรายเสียเอง
จางฮ่าวหลังจากที่กล่าวจบมันค่อยๆทิ้งร่างกายของตนเองลงไปนั่งลงไปกับที่นั่งอย่างสงบนิ่งหลังจากนั้นมันก็หันไปสนทนากับร่างเงาของผู้าุโที่นั่งอยู่ภายในห้อง “พวกเ้าคิดว่าอย่างไรปรากฏการณ์ในครั้งนี้มีโอกาสที่จะเป็จอมมารหลี่หยุนได้หรือไม่… ”
ผู้าุโที่กำลังนั่งอยู่หนึ่งในนั้นทำการตอบกลับมาอย่างจริงจัง“ ตลอด 1 ปีที่ผ่านมาจอมมารเร้นกายอยู่ที่ไหนสักแห่งถ้าครั้งนี้ปรากฏการณ์นั้นปรากฏขึ้นมาจริงๆแล้วเป็จอมมารที่ลงมือทำจริงๆพวกเราคงจะตามหาได้ไม่ยาก ”
“ แต่สิ่งที่พวกเราต้องกังวลในตอนนี้ก็คือการกลับมาของจอมมารในครั้งนี้ความแข็งแกร่งของมันจะอยู่เท่าเดิมหรือไม่”
“ เพราะว่าถ้าความแข็งแกร่งของมันยังอยู่ในระดับเดิมไม่มีทางที่พวกเรานั้นจะสามารถเอาชนะมันได้อีกครั้งก่อนหน้านี้เราทำการล่อจอมมารออกมาให้ติดกับดักเลยสามารถเล่นงานจนาเ็สาหัสได้ขนาดนั้น ”
“ ถ้าไม่ใช่เพราะแผนการหรือกลอุบายที่พวกเราคิดค้นขึ้นมาไม่มีทางเลยที่พวกเราจะสามารถสังหารจอมมารที่สามารถฝึกฝนและฝึกปรือขอบเขตพลังของตนเองขึ้นไปอยู่ในระดับจักรพรรดิ์ได้”
เมื่อผู้าุโผู้นั้นกล่าวออกมาสถานการณ์ภายในสถานที่แห่งนี้เต็มไปด้วยความตึงเครียดเหล่าผู้าุโอีกสี่คนแล้วก็เ้าสำนักที่กำลังนั่งอยู่แสดงใบหน้าที่จริงจัง
จางฮ่าวที่กำลังนั่งอยู่บริเวรเก้าอี้ตำแหน่งประธานทำการสูดหายใจเข้าแล้วเอ่ยขึ้นมา“ ในตอนนี้คงจะได้แต่รอเท่านั้น… ถ้าเป็จอมมารจริงๆพวกเราจะทุ่มกำลังทั้งหมดสังหารมันให้ได้”
…
ระยะเวลาในการเดินทางหลายต่อหลายวันหลี่หยุนเดินทางออกมาพร้อมกับผู้ติดตามทั้งสองของตนเองออกมาจากเมืองทะเลทรายมุ่งตรงมาสู่เมืองล่องนภา
สถานที่แห่งนี้เมืองล่องนภาเป็เมืองขนาดกลางที่ตั้งอยู่ภายในอาณาจักรฟ้าคราม1 ใน 7 อาณาของดินแดนมหาทวีปแห่งนี้
ใช้เวลาหลายวันเดินทางจากเขตทะเลทรายที่เป็บริเวณเขตชายแดนของอาณาจักรฟ้าคราม มุ่งตรงมาถึงบริเวณเมืองล่องนภาที่เป็เมืองขนาดกลางของดินแดนแห่งนี้
หลังจากที่เดินทางหลายต่อหลายวันในที่สุดพวกเขาก็ได้เดินทางมาถึงเป้าหมายของตนเอง
สถานที่ตั้งใจจะให้เป็ที่ปักหลักใหม่ของพวกเขาหลี่หยุนเดินเท้าทะลุออกมาจากบริเวณป่าเข้าสู่ตัวถนนเส้นหลัก
ผู้ติดตามทั้งสองของเขาเดินตามอยู่ด้านหลังสะพายห่อผ้าเอาไว้ด้านหลังพร้อมกับแต่งกายเช่นเดียวกับคนธรรมดาทั่วไป
มองดูผิวเผินทั้งสามที่กำลังเดินอยู่มี่วัยใกล้เคียงกันแถมยังแต่งกายชุดธรรมดาถ้าผู้คนผ่านไปผ่านมาคงจะมองเห็นว่าพวกเขานั้นเป็สหายที่ร่วมเดินทาง
ในขณะที่กำลังเดินเท้าอยู่นั้นเส้นทางถนนที่ลากยาวเบื้องหน้าปรากฏเงาของเมืองอยู่
เมืองอันใหญ่โตที่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้ารั้วกำแพงเมืองสูงใหญ่พื้นที่นั้นมีทั้งเขตนอกเมืองและในเมือง
ได้เห็นเมืองเบื้องหน้าที่มันกำลังสร้างอยู่ดวงตาทั้งสองข้างเบิกกว้างขึ้นในทันทีเขากำลังใช้ดวงตาของตนเองจ้องมองไปที่เมืองแห่งนั้น
หลี่หยุนคิ้วทั้งสองข้างเลิกขึ้นพร้อมกับยกยิ้มที่มุมปาก“ ในที่สุดพวกเราก็เดินทางมาถึงสักทีเมืองล่องนภา… ”
สิ่งที่อยู่บริเวณด้านหน้าของพวกเขาในตอนนี้มันคือเมืองล่องนภาเมื่อมาเห็นด้วยตาของตนเองเมืองแห่งนี้มีขนาดใหญ่โตและกว้างขวางเป็อย่างมาก
ทว่าเมืองที่กว้างขวางและใหญ่โตเบื้องหน้าภายในนิยายที่เขาเขียนขึ้นมาเป็เพียงแค่เมืองขนาดกลางเท่านั้น
แถมตัวของเขายังรู้ดีภายในคำบรรยายที่เขานั้นใส่ลงไปเมืองหลวงของแต่ละอาณาจักรมีความใหญ่โตกว่าเมืองแห่งนี้ร่วม10 ถึง 20 เท่า
แต่ถึงกระนั้นเขาเองก็เดินทางมาถึงสถานที่แห่งนี้เรียบร้อยแล้วเดินทางมาถึงสถานที่แห่งนี้เท้าทั้งสองข้างของเขาหยุดลงบริเวณด้านหน้าประตูเมือง
ประตูเมืองบริเวณด้านหน้าถูกเปิดรับเอาไว้มีผู้คนกำลังต่อแถวรอตรวจตาเข้าเมืองกันแถวยาวเหยียด
“ ไปกันเถอะ… ” หลี่หยุนเดินนำผู้ติดตามทั้งสองของตนไปต่อแถวคนเข้าเมือง
ในขณะที่กำลังยืนรอต่อแถวเพื่อตรวจตาเข้าเมืองอยู่นั้นมีบางอย่างดังขึ้นจากบริเวณด้านหลังเสียงของคนผู้หนึ่งดังขึ้นมา “ หลบไป!!!หลบไปซะ!!! หลบไป!!! ”
เสียงะโของใครบางคนดังนำหน้ามาแต่ไกลหลี่หยุนกำลังยืนต่อแถวอยู่กับผู้ติดตามของตนเองหันไปมองด้านหลัง
เสียงฝีเท้าของม้าหลายตัวควบพุ่งตรงเข้ามาอย่างรวดเร็วพวกมันเพิ่มความเร็วขึ้นเรื่อยๆโดยที่ไม่มีวี่แววว่าจะหยุด
“ อันใดกัน? ” หลี่หยุนตั้งคำถามภายในใจคิ้วทั้งสองข้างของเขาขมวดเข้าหากัน
เขามองบุรุษหลายผู้ที่กำลังควบมาวิ่งตรงมาทางนี้เป็บุรุษที่สวมใส่ชุดหนังสัตว์หนาภายในมือข้างขวาถือธนูวิ่งตรงมายังประตูเมืองอย่างรวดเร็วพวกมันกำลังจะวิ่งเข้ามาปะทะกับพวกเขา
….