
ตอนที่103 พระจันทร์เสี้ยวสีแดง
"ไหนเจ้าว่ามีหลักฐานเอามาให้ข้าดูทีสิ ถ้าเจ้าหมิ่นประมาทองค์ฮองเฮาของข้าโดยใช้หลักฐานเท็จ ถ้าจะสั่งตัดหัวเจ้าแม้ว่าจะเป็นหลานในไส้ก็ตาม.."
เสียงขององค์กษัตริย์รู้สึกหงุดหงิดกับหลานสาวที่เข้าข้างองค์ชายสิบสี่ลูกชัง จนออกหน้าออกตา
"นี่คือเหรียญดอร์สื่อสารที่ข้าบันทึกภาพเหตุการณ์หนึ่งไว้ ข้าได้ทำการคัดลอกสำเนาไว้แล้ว พวกท่านจงนำไปดูเถอะ.."
เสียงขององค์หญิงเจ้าเฟิงกล่าวพร้อมกับยกมือส่งเหรียญดอร์สำหรับไว้สื่อสารให้กับปู่ทวดเจ้าจี่เป็นคนแรก แล้วส่งให้มารดาของนางเป็นคนที่สอง
ส่วนอันสุดท้ายส่งให้องค์จอมกษัตริย์อสูรวารีน้ำจืด เขาสะบัดข้อมือเร่งเร้าพลังบอลดวงจิตแก่นแท้ฉายแสงเหรียญดอร์บันทึกขององค์หญิงเจ้าเฟิง ที่ถ่ายคลิปไว้ขึ้นบนฝาผนังพระตำหนักทันที
"เจ้ามีอะไรจะใส่ร้ายองค์ฮองเฮาลีหงษ์ก็อธิบายได้เต็มที่.."
เขาตั้งใจฉายสิ่งที่บันทึกบนฝาผนังเพราะต้องการให้ทุกคนเห็นพร้อมกันแล้วจะได้ให้ภรรยาสุดที่รักแก้ต่างไปในตัวด้วย
เมื่อคลิปของเหรียญดอร์ถูกพลังดวงจิตแก่นแท้ขององค์จอมกษัตริย์ ฉายจนชัดเจนบนฝาผนังยิ่งกว่าเครื่องฉายโปรเจคเตอร์ระดับแสน มันคมชัดยิ่งกว่าภาพยนตร์ความคมชัดระดับ HD
องค์ฮองเฮาฝ่ายซ้ายตะลึงงันมันคือฉากตอนที่พระนางนัดพบกับองค์ชายเจ้าโป๊เชียง ที่เสด็จมาช่วยนางในหุบเขาสมรภูมิเก็บเกี่ยว แล้วพลอดรักกันเพราะเข้าใจว่าองค์ชายแห่งนครอสูรวารีหิมะได้สร้างม่านบาเรียล้อมรอบบริเวณสถานที่นั้นไว้หมดแล้ว
จึงทำการเริงรักท่ามกลางป่าเขานอกสถานที่จนองค์หญิงเจ้าเฟิง แอบถ่ายคลิปไว้มาประจานตน
"เจ้าเฟิงเจ้าเอาคลิปอะไรมาให้ข้าดู นี่มันคนเสพสังวาสกันชัดๆ .."
จอมกษัตริย์เดือดดาลควันแทบออกหูเพราะไม่นึกว่าหลานสาวคนดีจะเอาคลิปลามกแบบนี้มาเปิดให้เขาดู
ส่วนพระนางฮองเฮาลีหงษ์ปากคอสั่นหน้าซีดเผือด
"เสด็จพี่ข้าไม่ดูปิดเถอะ..เอาของแบบนี้มาเปิดเผยได้เยี่ยงไร..จับนางไปตัดหัวฐานหมิ่นประมาทเสด็จพี่โดยตรงนางบ้าไปแล้ว..."
เสียงของพระนางลีหงษ์สั่นเทารีบใส่ร้ายองค์หญิงเจ้าเฟิงทันที
"เออก็เอาสิ..ใครบังอาจแตะต้องลูกข้า วันนี้อย่าหาว่าข้าใจร้ายจะไม่ไว้หน้าใครทั้งสิ้น"
พระนางเจ้าเฟยกล่าวขึ้นด้วยเสียงที่โกรธจัด
"นี่เป็นเรื่องที่สำคัญดูไม่ได้ก็ต้องดู..ใช่หรือไม่ท่านปู่ทวดเจ้าจี่.."
เสียงขององค์หญิงเจ้าเฟิงดังก้าวร้าวแบบไม่เกรงใจ
"ใครบังอาจคิดกบฏจริงๆ กล้าแข็งข้อต่อหน้าข้าวันนี้ข้าจะล้างบาง เฉดหัวพวกเจ้าออกจากนครอสูรวารีน้ำจืดไปให้หมดสิ้น เมื่อพวกเจ้าจงใจใส่ร้ายเมียข้าวันนี้..ข้าก็จะไม่ไว้หน้าผู้ใดเช่นกัน..."
เสียงขององค์จอมกษัตริย์กล่าวขึ้นอย่างดุดันเขาพลิกข้อมือปรากฏ ดวงตราประกาศิตที่ใช้ปกครองดินแดนอสูรวารีน้ำจืด มันเป็นอาวุธที่จอมจักรพรรดิอสูรวารี มอบให้กับองค์จอมกษัตริย์ในเขตแดนต่างๆ ไว้ ปกป้องดินแดน มันมีพลังมหาศาลในตัวของมันเองถือว่าเป็นอาวุธระดับเทพ ที่ใครๆ ก็ไม่อาจต้านทานได้ในอาณาจักรแห่งนี้
"ท่านพี่ถึงกับต้องใช้ดวงตาประกาศิตเลยหรือนี่.."
เสียงของพระนางเจ้าเฟยกล่าวอย่างร้อนรน
"เมื่อพวกเจ้ารวมหัวกันกบฏต่อข้า ใส่ร้ายฮองเฮาของข้า..ข้าก็ต้องจัดการกับพวกเจ้าให้ถึงขั้นเด็ดขาด."
องค์จอมกษัตริย์กล่าวอย่างเดือดดาล
แกรก!!
"อ๊าาา! ..เป็นไปได้เยี่ยงไร? "
ทันใดนั้นสายตาขององค์กษัตริย์ ก็เหลือบไปเห็นภาพ ของหญิงสาวที่กำลังเสพสังวาสอยู่ในจอบนฝาผนัง เขาถึงกลับปากคอสั่นมือไม้อ่อนดวงตราประกาศิตร่วงลงกับพื้นทันที เมื่อเห็นใต้ราวนมของหญิงผู้นั้น เป็นรูปพระจันทร์ครึ่งเสี้ยวสีแดง เขาย่อมจำได้แน่นอนว่ามันเป็นของใคร
องค์จอมกษัตริย์ค่อยๆ หันไปมองหน้าฮองเฮาฝ่ายซ้ายพระนางลีหงษ์ มีเขาผู้เดียวเท่านั้นที่เคยเห็นสัญลักษณ์ใต้ราวนมนี้ เพราะเขาเป็นสามีของนาง ไม่ใช่สิไอ้ผู้ชายใส่ชุดดำที่กำลังเสยนางอย่างเมามันนั่นด้วย
"นี่เป็นเจ้าจริงๆ .."
เสียงขององค์จอมกษัตริย์อสูรวารีน้ำจืด สั่นเทามือของเขาวาบออกไป ลบภาพที่ฉายบนฝาผนังหยุดลงทันที เพราะไม่อาจยอมรับกับสิ่งที่เกิดขึ้นในคลิปนั้นได้อีกต่อไป
"เจ้าทำกับข้าเช่นนี้เชียวรึ..ลีหงษ์.."
องค์จอมกษัตริย์ขบกรามกรอดหันไปกล่าวกับหญิงที่เขารักและไว้วางใจตลอดมา
พระนางฮองเฮาฝ่ายซ้ายตัวสั่นเทาถอยหลังกรูดไปนั่งอยู่มุมเตียงปากคอสั่น
"นั่นไม่ใช่ข้า..นางใส่ร้ายข้าผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่ข้าพระจันทร์ครึ่งเสี้ยวสีแดงนั้นก็ไม่ใช่ของข้า..."
เสียงของนางละล่ำละลักแก้ตัวอย่างสุดความสามารถ
"ไม่ใช่เจ้าแล้วจะเป็นใครได้เล่า..ไม่มีใครในนครแห่งนี้ที่รู้ความลับ ของสัญลักษณ์พระจันทร์สีแดงครึ่งเสี้ยวใต้ราวนมของเจ้า แล้วใครกันจะมาแปลกปลอมได้..เจ้าคิดกบฏต่อข้าจริงๆ นางหญิงแพศยา..."
องค์จอมกษัตริย์เสียใจสุดๆ ที่โดนหักหลัง แล้วจับได้คาหนังคาเขาแบบนี้
"ไม่ใช่ข้า..ท่านพี่พวกนางรวมหัวใส่ร้ายข้า.."
นางพยายามแก้ตัวให้ถึงที่สุด
หมับ! ควับ! ผลั๊ว!
"ว้ายยยย!! ..โอ๊ยยยส์~"
เสียงของพระนางลีหงษ์ร้องอย่างหวาดกลัวเมื่อองค์จอมกษัตริย์อสูรวารีน้ำจืด ตรงเข้าไปบีบคอนางยกขึ้นตบหน้าอย่างแรง จนแก้มหญิงสาวแดงก่ำบวมฉึ่งขึ้นทันที
"ข้าจะฆ่าเจ้าให้ตายคามือ...กรอดๆ ๆ "
เสียงองค์จอมกษัตริย์ร้องด้วยความเคียดแค้นกัดฟันกรอดๆ ที่ผู้หญิงที่เขารักสุดดวงใจกลับลงมือคบชู้จนผู้อื่นจับได้
"ฆ่าข้าเลยสิ..ฮ่าๆ ๆ ฆ่าข้าเลย..เจ้านั่นแหละที่ทำให้ข้าเป็นอย่างนี้ เจ้าทำให้ข้าเจ็บช้ำน้ำใจเจ้าไปคว้าอีนางผู้หญิงคนนั้นมาเป็นเมียหลวง ทั้งๆ ที่ข้าและเจ้ารักกันมาตั้งแต่เด็กจนโต
แต่ด้วยคำสั่งของบรรพบุรุษของเจ้า..เจ้ากลับหักหลังทิ้งข้าให้เป็นเมียน้อยเจ้ารู้หรือไม่ ว่าความขื่นขมนี้มันกัดกร่อนจิตใจข้าทุกวัน ข้าจะบอกเจ้าก็ได้..ข้านี่แหละเป็นผู้ส่งคนไปฆ่าลูกของเจ้าที่มีกับนางเมียหลวง..ในบ่อน้ำตกศักดิ์สิทธิ์
ถ้าไม่ใช่เพราะไอ้เด็กหัวแข็งนั่นมันไม่ตาย วันนี้เจ้าก็ยังคงโง่งมให้ข้าหลอกไปเรื่อยๆ เจ้ามันช่างหน้าโง่เสียจริง..ฮ่าๆ ๆ ๆ ..."
เสียงนางหัวเราะเปิดเผยความในใจทั้งสิ้น ออกมาอย่างบ้าคลั่งเดือดดาล
"เจ้าไปเป็นชู้กับมันตั้งแต่เมื่อใดเจ้ามีความสัมพันธ์กับมันนานเท่าไหร่ แล้วทำไมข้าไม่อาจล่วงรู้ได้เลย.."
องค์กษัตริย์ถามขึ้นมาด้วยสายตาเหม่อลอยเขาหวนคำนึงนึกถึงอดีตวันที่ต้องเข้าพิธีแต่งงานกับองค์ฮองเฮาฝ่ายขวา จิตใจเจ็บปวดรวดร้าวเขาบากหน้าไปสารภาพกับคนรักนอกนคร แล้วกลับมาเข้าพิธีแต่งงานด้วยความทุกข์ระทม
"ฮ่าๆ ๆ ..ก็วันที่เจ้าแต่งงานคือวันที่ข้าคบชู้..ไม่ใช่สิ.องค์ชายโป๊เชียง เขาเป็นสามีคนแรกของข้าเจ้าต่างหากคือชู้...วันนั้นหลังจากที่เจ้าหันหลังให้ข้าไปเข้าสู่พิธีวิวาห์ องค์ชายโป๊เชียงก็เข้ามาปลอบโยนมอบความจริงใจให้ข้า ตั้งแต่บัดนั้นจนบัดนี้
เขาพร้อมเสียสละทุกอย่างให้กับข้า...ข้าจึงยอมเป็นเมียเขาตั้งแต่วันนั้น และลูกของข้าทั้งสามที่ออกครั้งแรกก็เป็นบุตรของเขาทั้งสิ้น จำไว้องค์กษัตริย์อสูรวารีเจ้าตัวโง่งม..ข้าหมดรักเจ้าตั้งแต่บัดนั้นจงรู้ไว้ซะ..."
เสียงของนางแผดดังขึ้นด้วยความเจ็บแค้นทั้งหมดที่นางอดทนอยู่ทุกวันนี้ ก็เพื่อส่งเสริมให้บุตรของนางขึ้นเป็นองค์รัชทายาท และก้าวเป็นองค์กษัตริย์อสูรวารีคนต่อไป ที่ไม่ใช่เชื้อสายจริงๆ ขององค์กษัตริย์อสูรวารีน้ำจืด
"ลีหงษ์ เจ้าใจร้ายจริงๆ ..ข้ารักเจ้าหมดหัวใจเจ้าช่างโหดร้ายอำมหิต..รังแกผู้คนแต่ข้าก็ทำเป็นไม่เห็นเพื่อจะรักษาเจ้าไว้ แต่วันนี้เจ้ากลับหักหลังข้าอย่างเจ็บแสบ..."
องค์จอมกษัตริย์กล่าวด้วยความเดือดดาลหดหู่และเศร้าเสียใจ ระคนกันไปจนไม่อาจแยกออกจากกันได้ ทำให้จอมกษัตริย์หัวใจแตกสลายกลั้นน้ำตาออกมาไม่อยู่
.............................................................................................................................................................................................