ตอนที่4: รสชาติแห่งทิพย์์และสัตว์เลี้ยงเร้นกาย
I. การตัดสินใจปักหลักของไข่มุกแห่งสำนักเทพวารี
หลังจากที่หลิงเยว่ขอตัวออกจากร้านของชิงซวนเธอก็รีบไปหามุมสงบเพื่อสะกดและหลอมรวมพลังปราณที่กำลังปั่นป่วนจากการกิน "ปลาทิพย์ต้มยำ" เพียงมื้อเดียว พลังเซียนที่ได้รับนั้นรุนแรงและบริสุทธิ์ยิ่งกว่ายาโอสถระดับสูงที่ตระกูลของเธอเคยหามาให้เสียอีก
เธอนั่งขัดสมาธิอยู่บนก้อนหินใหญ่ที่ห่างจากร้านไปไม่ไกลหลิงเยว่พบว่าเธอไม่ได้แค่ควบคุมพลังได้ แต่ คอขวดพลังระดับราชันย์เซียนขั้นสูงสุดที่รั้งเธอไว้มานานหลายปีเกิดความมั่นคงและเสถียรมากขึ้น รู้สึกได้ถึงความสั่นคลอนอย่างรุนแรงจนเกือบจะแตกสลายและทะลวงระดับ
“พลังเซียนนี้...มันไม่ได้รุนแรง แต่เต็มไปด้วยความนุ่มนวลและเป็ธรรมชาติ!ราวกับได้รับพรจากวิถีแห่ง์โดยตรง! หากข้าได้อยู่ใกล้ชิดปรมาจารย์ชิงซวนต่อไปอีกสักระยะ...การทะลวงผ่านระดับคงไม่ใช่เื่ยากอีกต่อไป!”
หลิงเยว่ตัดสินใจทันทีเธอต้องปักหลักอยู่ในหมู่บ้านซ่อนันี้ให้ได้ เธอไปติดต่อขอเช่าเรือนเล็ก ๆที่อยู่ติดกับร้านของชิงซวน โดยอ้างว่า้าหาสถานที่สงบเพื่อวาดภาพ
ชิงซวนตอบรับอย่างยินดี“ยินดีต้อนรับเพื่อนบ้านใหม่! ข้าเหงาจะตายอยู่แล้ว ท่านวาดภาพหรือ? ข้าก็ชอบวาดภาพเหมือนกันถ้ามีอะไรให้ช่วยก็บอกได้นะ!”
หลิงเยว่ฟังคำพูดของชิงซวนด้วยความเคารพ:“ท่านกำลังบอกว่าความเหงาคือ'การบำเพ็ญฌานเอกเทศ' ที่แท้จริงและยินดีที่จะแบ่งปัน 'วิถีแห่งการวาดภาพ' ให้ข้าได้เรียนรู้! ช่างเป็เมตตาอันยิ่งใหญ่!”
II. อาหารเย็นแห่งการชำระปราณ
ในเย็นวันนั้น ชิงซวนเตรียมอาหารง่ายๆ กินเอง และตามธรรมเนียมของเ้าของร้านที่ดีเขาได้ทำอาหารเผื่อแผ่ไปยังเพื่อนบ้านใหม่อย่างหลิงเยว่ด้วย
อาหารเย็นประกอบด้วย: ผักกาดต้มและ ไข่เจียว (ไข่ที่มาจากไก่ที่กินพืชปราณในสวนของเขา)
หลิงเยว่รับอาหารมาอย่างระมัดระวังแม้จะเป็เพียงอาหารง่าย ๆ แต่เธอกลับเห็นประกายแสงสีรุ้งอ่อน ๆ ล้อมรอบชาม
“นี่คือ 'โอสถผักเซียน' และ 'ยาเม็ดไข่ทองคำ'ที่ปรุงขึ้นโดยไม่ได้ตั้งใจ!ปรมาจารย์กำลังสอนข้าว่าความเรียบง่ายคือแก่นแท้ของการบำเพ็ญ!”
หลิงเยว่กินอาหารอย่างช้า ๆ และสำรวมราวกับกำลังทำพิธีอันศักดิ์สิทธิ์ ทุกคำที่กลืนลงไปพลังปราณในร่างของเธอก็ได้รับการชำระล้างอีกครั้งเส้นลมปราณที่เคยขุ่นมัวจากพลังของสำนักเก่ากำลังถูกแทนที่ด้วยไอปราณเซียนาที่ใสบริสุทธิ์
เธอรู้สึกว่าร่างกายเบาสบายราวกับขนนกความคิดแจ่มใสและว่องไวการบำเพ็ญเพียรของเธอก้าวหน้าไปอย่างก้าวะโภายในหนึ่งมื้อเย็น
หลิงเยว่เดินไปขอบคุณชิงซวนที่หน้าร้าน“ท่านชิงซวน... อาหารของท่าน... ยอดเยี่ยมมาก! ข้าไม่เคยัั 'รสชาติแห่งทิพย์์' เช่นนี้มาก่อน!”
ชิงซวนดีใจ “จริงหรือ? ข้าก็ว่างั้นแหละ!สงสัยวันนี้ข้าใส่เกลือพอดีนะ! พรุ่งนี้ข้าจะลองใส่พริกไทยเพิ่มดูน่าจะรสชาติดีกว่าเดิมอีกนะ!”
หลิงเยว่ตีความคำพูดของชิงซวนอีกครั้ง:“ท่านปรมาจารย์กำลังบอกว่าหาก้ายกระดับพลัง ต้องเพิ่ม 'เครื่องปรุง' แห่งชีวิตให้มากขึ้น! 'เกลือ' คือความพากเพียรที่มั่นคงและ 'พริกไทย' คือความท้าทายที่ต้องเผชิญ!ช่างเป็คำชี้แนะที่ลึกซึ้งยิ่ง!”
III.สัตว์เทพาในคราบแมวส้ม
ขณะที่ทั้งสองกำลังสนทนากันก็มีเสียงร้อง "เหมียววว" ดังขึ้น อาหู่ (แมวส้ม) เดินออกมาจากครัวอย่างเชื่องช้ามันะโขึ้นไปบนโต๊ะของชิงซวนและเลียปากตัวเองอย่างไม่สนใจใคร
“เ้าแมวี้เีอีกแล้ว”ชิงซวนดุอย่างอ่อนโยน “เดี๋ยวพ่อก็เอาไปปล่อยวัดเสียหรอก!”
ชิงซวนพูดเล่นแต่หลิงเยว่ที่มองเห็นพลังงานที่ถูกซ่อนเร้นของอาหู่ถึงกับใกลัว!อาหู่ไม่ใช่แค่แมวส้มธรรมดา แต่คือ สัตว์เทวะโบราณระดับสูง ที่หลับใหลอยู่โดยมี "เกราะป้องกันิญญา" ที่แข็งแกร่งมากจนไม่มีใครสามารถเจาะทะลุพลังเซียนของมันได้
หลิงเยว่สังเกตเห็นว่าอาหู่กำลังจ้องมองไปที่ "เศษกระดูกปลา"ที่ชิงซวนเก็บไว้ในชามเก่า ๆ เพื่อรอทิ้ง
อาหู่ะโลงจากโต๊ะและเดินไปเลียเศษน้ำต้มยำที่ติดอยู่กับกระดูกเ่าั้ทันที
หลิงเยว่รู้สึกหัวใจเต้นแรง: “นั่น! นั่นคือ 'อาหารบำเพ็ญเพียรของสัตว์เทวะ'ที่ท่านปรมาจารย์เตรียมไว้!กระดูกปลาเ่าั้เต็มไปด้วยแก่นแท้แห่งธาตุวารีที่ถูกชำระแล้ว! และดูสิ... มันกำลังกินอย่างรวดเร็วและไม่สนใจใคร!นี่คือการฝึกฝน 'วิถีแห่งการปลดปล่อย' เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการฟื้นคืนพลังครั้งใหญ่!”
สิ่งที่หลิงเยว่เห็นคือประกายแสงเล็กน้อยรอบตัวอาหู่แต่สิ่งที่เธอตีความเป็ภาพฉายในความคิดของเธอคือ:ร่างกายของอาหู่กำลังขยายใหญ่เป็พยัคฆ์ขาวขนาดมหึมา ปราณเซียนพวยพุ่งแต่แล้วก็หดกลับมาเป็แมวส้มตัวอ้วนอีกครั้ง
หลิงเยว่สรุปว่า:ชิงซวนกำลังใช้ชีวิตประจำวันเพื่อดูแลสัตว์เทพและช่วยให้มันฟื้นฟูพลัง!
IV. ทักษะยิงธนูและคำชี้แนะแห่งการรวมสมาธิ
วันต่อมาชิงซวนรู้สึกเบื่อและตัดสินใจฝึก "ยิงธนู" ซึ่งเป็หนึ่งในงานอดิเรกที่เขาทำได้ดีที่สุดเขาทำธนูขึ้นเองจากไม้ธรรมดา และลูกธนูที่ใช้ก็เป็ไม้ไผ่ที่เหลาเอง(ไม้ไผ่เ่าั้ได้รับไอปราณจนมีคุณสมบัติเทียบเท่า "ธนูศักดิ์สิทธิ์" โดยไม่รู้ตัว)
เขาตั้งเป้าเป็ "กระดาษที่ใช้แล้ว" แปะไว้บนต้นไม้หลังร้าน และเริ่มยิงธนู
ชิงซวนยิงธนูด้วยความแม่นยำอย่างเป็ธรรมชาติลูกธนูพุ่งทะลุเป้าเข้าสู่จุดศูนย์กลางอย่างสมบูรณ์แบบ ท่าทางของเขาเรียบง่ายไม่มีพลังปราณ ไม่มีออร่าใด ๆ แต่กลับให้ความรู้สึกถึงความสงบและความสมบูรณ์แบบ
หลิงเยว่ที่แอบมองอยู่หลังเรือนของเธอก็ต้องตกตะลึง!
“นี่คือ 'วิชาธนูแห่งการรวมสมาธิ' ที่แท้จริง!ท่านปรมาจารย์กำลังใช้ 'วิถีแห่งมนุษย์' เพื่อแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของ 'สมาธิบริสุทธิ์'การที่ท่านยิงอย่างสมบูรณ์แบบโดยไม่ต้องใช้พลังปราณใด ๆ เลยนั่นคือการสอนว่าแก่นแท้ของการบำเพ็ญนั้นอยู่ที่ 'จิต'ไม่ใช่ 'ปราณ'!”
หลิงเยว่เดินออกมา “ท่านชิงซวน...ธนูของท่านช่าง... น่าทึ่งยิ่งนัก”
“โอ้ นี่น่ะหรือ?”ชิงซวนหัวเราะ “ข้าก็ฝึกมานานแล้วนะ แต่ข้าว่ามันยังไม่ค่อยดีเท่าไหร่เลยนะ!ลูกธนูมันเบาเกินไปหน่อย ข้าอยากลองหา 'ลูกธนูที่หนักแน่นและแม่นยำ'กว่านี้ดู”
หลิงเยว่ตีความคำพูดของชิงซวน: “ท่านปรมาจารย์กำลังชี้แนะให้ข้า... 'ทำให้จิตใจหนักแน่นและแม่นยำ' ก่อนที่จะยิงธนูออกไป!ลูกธนูที่เบาคือจิตใจที่ฟุ้งซ่านของข้า!ท่านบอกให้ข้ากลับไปฝึกการรวมสมาธิให้มากกว่าเดิม!”
V. บทสรุป: รากปราณที่สวนทางกับความยิ่งใหญ่
หลิงเยว่รู้สึกว่าทุกคำพูดและการกระทำของชิงซวนคือคำชี้แนะอันศักดิ์สิทธิ์ ที่ช่วยเปิดโลกทัศน์และยกระดับการบำเพ็ญเพียรของเธออย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนเธอตัดสินใจที่จะเป็ "ศิษย์นอกสำนัก" ของชิงซวนอย่างเงียบ ๆและจะตั้งใจเรียนรู้วิถีแห่งการใช้ชีวิตธรรมดานี้อย่างสุดความสามารถ
ในขณะที่หลิงเยว่กลับไปนั่งสมาธิและฝึกการรวมจิตใจอย่างจริงจัง
ชิงซวนกลับไปนั่งที่ร้าน เขาหยิบ "มีดแกะสลักเก่า ๆ" (ที่ถูกไอปราณเซียนหลอมรวมเป็สมบัติไปแล้ว)ขึ้นมาเหลาไม้ไผ่เพื่อทำลูกธนูใหม่
“เฮ้อ...รากปราณข้ามันแย่จริง ๆ” ชิงซวนบ่นพึมพำกับตัวเองขณะแกะสลัก “ถ้ามีรากปราณดี ๆสักหน่อย ข้าก็คงไม่ต้องมานั่งเหลาไม้ไผ่เป็ลูกธนูเองแบบนี้หรอก”
เขาถอนหายใจยาวด้วยความผิดหวังในตัวเองโดยไม่รู้ตัวเลยว่า ไอปราณเซียนา ที่หลุดออกมาจากคำบ่นของเขาและมีดแกะสลักกำลังไหลเข้าไปในไม้ไผ่ธรรมดา ทำให้ลูกธนูใหม่ของเขากลายเป็ "อาวุธระดับเทพ" ที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าเหล็กกล้าแห่ง์ใด ๆในโลกบำเพ็ญตนเสียอีก