ตอนที่ 3 ข้อเสนอจากยมทูต
บรรยากาศบริเวณโถงนั่งรอหน้าห้องผู้ป่วยวิกฤต (ICU) ใน่เวลาหลังเที่ยงคืนนั้นเงียบสงัดจนน่าขนลุก แสงไฟนีออนสีขาวสว่างจ้าบนเพดานสาดส่องลงมากระทบพื้นกระเบื้องที่ถูกขัดจนมันวาว สะท้อนเงาของเก้าอี้พลาสติกที่เรียงรายอยู่ริมกำแพง
‘นางฟ้า’ ในร่างิญญาโปร่งแสง นั่งทิ้งตัวอยู่บนพื้นกระเบื้องเย็นเยียบ ข้างๆ กับ ‘วิกกี้’ เพื่อนรักที่ยังคงนั่งกุมมือตัวเองแน่นอยู่บนเก้าอี้ สายตาของคนทั้งคู่คนหนึ่งมีชีวิต อีกคนไร้ลมหายใจชั่วคราวต่างทอดมองทะลุกระจกใสบานใหญ่เข้าไปด้านในห้อง ICU จับจ้องไปยังร่างบอบช้ำที่นอนนิ่งสนิทอยู่บนเตียง
เสียงเครื่องมอนิเตอร์วัดชีพจรที่ดังลอดบานประตูออกมาเบาๆ ติ๊ด... ติ๊ด... ติ๊ด... กลายเป็เหมือนนาฬิกานับถอยหลังที่คอยย้ำเตือนว่าเส้นด้ายแห่งชีวิตของนางฟ้ากำลังแขวนอยู่บนความไม่แน่นอน
“ฉันต้องหาวิธีกลับเข้าไปให้ได้วิกกี้...” นางฟ้าพึมพำกับตัวเอง มือโปร่งแสงกำเข้าหากันแน่น แม้จะเพิ่งถูกกระแทกจนกระเด็นทะลุกระจกออกมาเมื่อไม่กี่นาทีก่อน แต่ดวงตาของเธอกลับวาวโรจน์ไปด้วยความดื้อรั้นอันเป็เอกลักษณ์ “มันต้องมีสักคาถา หรือสักวิธีสิที่ิญญาจะมุดกลับเข้าร่างตัวเองได้ ฉันจะไม่ยอมแพ้ไอ้พวกผีปากแจ๋วพวกนั้นหรอกนะ!”
วิกกี้สูดน้ำมูกเสียงดังพลางพยักหน้าหงึกหงัก แม้จะมองเห็นเพื่อน แต่เธอก็ยังคงคุยด้วยเสียงกระซิบเพราะกลัวพยาบาลเวรดึกจะหาว่าเธอเสียสติ “พรุ่งนี้เช้า... ฉันจะลองโทรหาซินแสที่ค่ายเพลงเคยจดเบอร์ไว้ให้ หรือไม่ก็ไปหาหลวงพ่อที่วัดดังๆ สักวัด ท่านอาจจะรู้วิธีเรียกขวัญ หรือมีของขลังที่ช่วยเจาะบาเรียบ้าบออะไรนั่นให้แกได้ แกอดทนรอก่อนนะนางฟ้า”
“อืม...ฉันฝากความหวังไว้ที่แกนะเพื่อนรัก” นางฟ้ายิ้มบางๆ รู้สึกอุ่นวาบในหัวใจ (ที่ไม่มีอยู่จริง)
ทว่า...ในวินาทีที่ความหวังกำลังเริ่มก่อตัวขึ้น จู่ๆ ทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวก็เกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน!
ตึก...
เสียงเครื่องมอนิเตอร์วัดชีพจรที่เคยดังเป็จังหวะสม่ำเสมอ... หยุดชะงักลงกลางคัน! ไม่ใช่เสียงลากยาวแหลมปรี๊ดที่บ่งบอกว่าหัวใจหยุดเต้น แต่มันคือการ 'หยุด' ไปเสียดื้อๆ ความเงียบสงัดระดับที่ได้ยินเสียงเข็มตกกระทบพื้นเข้าปกคลุมทั่วบริเวณ
นางฟ้าสะดุ้งสุดตัว หันขวับไปมองที่หน้าจอมอนิเตอร์ผ่านบานกระจก กราฟเส้นหัวใจค้างเติ่งอยู่กลางอากาศ!
“วิกกี้! เครื่องมันเป็อะไร! เครื่องมันค้าง!” นางฟ้าร้องลั่น หันกลับมาหาเพื่อนสนิทเพื่อขอความช่วยเหลือ ทว่าภาพที่เห็นกลับทำให้ดวงิญญาสาวต้องเบิกตากว้างจนแทบถลนออกจากเบ้า
วิกกี้นั่งนิ่งค้างอยู่ในท่าเดิม ไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่มิลลิเมตรเดียว! ปากที่กำลังเผยออ้าเตรียมจะพูดโต้ตอบหยุดชะงัก หยดน้ำตาหยดหนึ่งที่กำลังจะร่วงหล่นจากหางตา หยุดลอยคว้างอยู่กลางอากาศราวกับลูกปัดแก้วที่ถูกสตาฟเอาไว้!
“วิกกี้! แกเป็อะไร! ทำไมแกนิ่งไปแบบนั้น!”
นางฟ้าถลาเข้าไปหา พยายามจะโบกมือเรียกตรงหน้าเพื่อน แต่ไร้ซึ่งปฏิกิริยาตอบสนองใดๆ อากาศภายในโถงทางเดินที่เย็นอยู่แล้ว จู่ๆ ก็ลดฮวบลงจนถึงจุดเยือกแข็ง ไอเย็นะเืแผ่ซ่านทะลุผ่านิญญาโปร่งแสงของนางฟ้าจนเธอต้องยกแขนขึ้นมากอดตัวเอง เกล็ดน้ำแข็งเล็กๆ ค่อยๆ ลามเกาะบนบานกระจกใสของห้อง ICU จนกลายเป็ฝ้าขาวขุ่น หลอดไฟนีออนบนเพดานกะพริบติดๆ ดับๆ ส่งเสียงดัง จี่...จี่...ก่อนจะเปลี่ยนจากแสงสีขาวนวลเป็แสงสีฟ้าหม่นที่ดูน่าขนลุกและกดดันจนหายใจไม่ออก
และในวินาทีนั้นเอง... เงาดำทึบขนาดใหญ่ก็ค่อยๆ ทอดตัวยาวออกมาจากมุมมืดสุดทางเดิน
ไม่มีเสียงฝีเท้า ไม่มีเสียงลมพัด มีเพียงหมอกควันสีดำทะมึนที่ลอยต่ำเลี่ยดพื้นกระเบื้อง ไหลบ่าเข้ามาปกคลุมไปทั่วบริเวณโถงทางเดิน กลิ่นอายของความตายที่เข้มข้นจนแทบจะทำให้ิญญาสำลัก คละคลุ้งไปทั่วบริเวณ ท่ามกลางหมอกควันนั้น ปรากฏร่างสูงใหญ่ของผู้มาเยือนกำลังก้าวเดินเข้ามาอย่างเชื่องช้า แต่น่าเกรงขาม
เขาไม่ได้สวมชุดคลุมสีดำขาดรุ่งริ่ง หรือถือเคียวด้ามโตเก่าๆ อย่างที่นางฟ้าเคยเห็นในหนังฮอลลีวูด แต่เขาปรากฏตัวในชุดสูทสากลสีดำสนิทที่ตัดเย็บอย่างประณีตเข้ารูป รูปร่างสูงโปร่ง ไหล่กว้างสง่างาม ใบหน้าหล่อเหลาคมคายราวกับนายแบบหลุดออกมาจากนิตยสาร ทว่าผิวพรรณกลับขาวซีดไร้สีเืราวกับรูปปั้นหินอ่อน สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือดวงตาทั้งสองข้าง... มันดำสนิทไร้ซึ่งตาขาว ราวกับหลุมดำไร้ก้นบึ้งที่พร้อมจะดูดกลืนทุกสรรพสิ่งให้สูญสลายไปตลอดกาล
ในมือขวาของเขาถือสมุดพกปกหนังสีดำขลับที่แผ่รังสีอำมหิตออกมาจางๆ ทุกย่างก้าวที่เขาก้าวเดินเข้ามา พื้นกระเบื้องโรงพยาบาลดูเหมือนจะมีรอยไหม้เกรียมสีดำปรากฏขึ้น และจางหายไปในพริบตาราวกับภาพลวงตา
“ยะ... ยมทูตเหรอ...”
นางฟ้าก้าวถอยหลังกรูด สัญชาตญาณของการเอาตัวรอด (แม้จะตายไปครึ่งตัวแล้ว) กรีดร้องลั่นบอกเธอว่าผู้ชายคนนี้คือตัวแทนของความตายที่แท้จริง! เธอถอยไปจนแผ่นหลังโปร่งแสงชนเข้ากับกำแพงข้างกระจกห้อง ICU ขาทั้งสองข้างสั่นพั่บๆ จนแทบจะทรุดลงไปกองกับพื้น
ชายในชุดสูทหยุดยืนอยู่ห่างจากเธอไปเพียงไม่กี่ก้าว เขากวาดสายตาดำขลับมองทะลุกระจกที่มีเกล็ดน้ำแข็งเกาะเข้าไปยังร่างของนางฟ้าที่นอนโคม่า ก่อนจะเปิดสมุดพกในมือขึ้นมาดู ตัวหนังสือสีทองเรืองแสงปรากฏขึ้นบนหน้ากระดาษ เขากวาดสายตาอ่านมันเงียบๆ ก่อนจะช้อนสายตาขึ้นมามองิญญาของนางฟ้าที่กำลังยืนตัวสั่นเป็ลูกนกตกน้ำ
“ิญญาหมายเลข 7749...นามสมมติ นางฟ้า ไอดอลสาวผู้มีฝีปากเป็อาวุธ” เสียงของเขาทุ้มต่ำ ก้องกังวาน และเย็นเยียบราวกับเสียงสะท้อนจากก้นเหวลึก มันดังสะท้อนเข้าไปในโสตประสาทของิญญาโดยตรง “อายุ 26 ปี สถานะปัจจุบัน... กึ่งเป็กึ่งตาย”
“คุณ...คุณจะมารับตัวฉันไปเหรอ!” นางฟ้ารวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มี ะโถามออกไปแม้เสียงจะสั่นระริก “ฉันยังไม่ตายนะ! คุณดูมอนิเตอร์สิ หัวใจฉันยังเต้นอยู่! วิกกี้ก็บอกว่าฉันแค่โคม่า คุณจะมาจับตัวฉันไปลงนรกไม่ได้นะ ฉันไม่ได้ทำอะไรผิดขนาดนั้น! ถ้าคุณดึงฉันไป ฉันจะ...ฉันจะฟ้องศาลโลกิญญา!”
ยมทูตหนุ่มเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย มุมปากที่ซีดเซียวผุดรอยยิ้มเยือกเย็นที่อ่านไม่ออก “ฟ้องศาลโลกิญญา? ช่างกล้าพูดนะ แม่หนูมนุษย์ ในขณะที่ตอนนี้... ิญญาค่อนประเทศกำลังยื่นเื่ฟ้องร้องเ้าข้อหาิ่ประมาท ดูถูกเหยียดหยาม และทำลายความสงบสุขของสัมภเวสีอยู่”
นางฟ้าสะอึก ชะงักงันไปทันที ความมั่นใจหดหายเหลือศูนย์
ยมทูตปิดสมุดพกเสียงดัง พึ่บ ก่อนจะเอามือไพล่หลังแล้วก้าวเดินเข้ามาใกล้อีกนิด “แต่เ้าเข้าใจถูกแล้ว หัวใจเ้ายังเต้น และตามบัญชีอายุขัยของข้า...เ้ายังไม่ถึงที่ตาย อายุขัยของเ้ายังเหลืออีกตั้ง 54 ปี ตามหลักแล้วเ้าควรจะหมดอายุขัยตอนอายุ 80 ด้วยโรคชราต่างหาก”
ประโยคนั้นทำเอานางฟ้าตาโตเท่าไข่ห่าน ความโล่งใจและยินดีพุ่งปรี๊ดขึ้นมาจนแทบจะกรี๊ดลั่นโถงทางเดิน “จริงเหรอ! งั้นฉันก็ยังไม่ตาย! แล้วทำไมล่ะ...ทำไมฉันถึงหลุดออกมาเดินร่อนเร่ทะลุกำแพงได้แบบนี้! ทำไมเมื่อกี้ฉันพยายามมุดกลับเข้าร่างตัวเองเป็สิบๆ รอบ แต่มันกลับกระเด็นออกมาเหมือนลูกบอลเด้งดึ๋งเลยล่ะ! คุณอธิบายมาสิ!” i
ดวงตาสีดำสนิทของยมทูตหรี่ลง ทอดมองนางฟ้าด้วยสายตาที่เจือความสมเพชและระอาใจ “เ้าจำฝูงิญญานับพันตน ที่ไปยืนดักหน้ารถสปอร์ตของเ้าตรงทางโค้งอันตรายนั่น... ได้หรือไม่?”
ภาพเงาดำนับร้อยนับพันตนที่ยืนแสยะยิ้ม ั์ตาแดงฉาน และพร้อมใจกันชี้นิ้วมาที่รถสปอร์ตของเธอ สว่างวาบขึ้นมาในหัวราวกับถูกฉายซ้ำ นางฟ้ากลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผาก พยักหน้ารัวๆ “จำได้! พวกมันแกล้งฉัน! พวกมันตั้งใจมายืนขวางถนน แช่งให้รถฉันคว่ำ!”
“พวกเขาไม่ได้แกล้งเ้า” ยมทูตสวนกลับเสียงเรียบเฉียบขาด “แต่พวกเขาใช้สิ่งที่ทรงพลังที่สุดในโลกิญญา... สิ่งที่เรียกว่า ‘แรงแค้น’ ”
“แรงแค้น...?” นางฟ้าทวนคำเสียงแ่
“ใช่ ในโลกหลังความตาย สิ่งที่ขับเคลื่อนกฎเกณฑ์และพลังอำนาจไม่ใช่เงินทองหรือชื่อเสียงจอมปลอม แต่มันคือ 'บารมี' และ 'แรงอธิษฐาน' ไม่ว่าจะเป็พลังงานด้านบวกหรือด้านลบก็ตาม” ยมทูตอธิบาย น้ำเสียงของเขากระจ่างชัดและหนักแน่น “เ้าใช้ชีวิตด้วยความประมาท ใช้คำพูดเป็อาวุธเชือดเฉือน ดูถูกเหยียดหยามดวงิญญาที่ตกทุกข์ได้ยาก ปากของเ้าสร้างศัตรูในโลกหลังความตายไว้มากเกินกว่าที่มนุษย์คนหนึ่งจะรับไหว เมื่อิญญานับพันที่โกรธแค้นเ้า มารวมตัวกันและใช้บารมีด้านมืดทั้งหมดที่พวกเขามี 'สาปแช่ง' เ้าพร้อมกัน... พลังงานลบมหาศาลนั้น มันรุนแรงมากพอที่จะกระแทกิญญาของเ้าให้หลุดกระเด็นออกจากร่างกายหยาบ ในเสี้ยววินาทีที่รถของเ้าพุ่งชนเสาไฟฟ้า”
นางฟ้าฟังแล้วแทบทรุด เข่าที่สั่นอยู่แล้วอ่อนยวบลงไปกองกับพื้น เธอเอามือกุมขมับตัวเอง “แปลว่า...ที่ฉันต้องมาเป็ผีเร่ร่อนแบบนี้ ไม่ใช่เพราะอุบัติเหตุรถชนทำให้ฉันิญญาหลุด...แต่เป็เพราะฉันโดนผีรุมแช่งจนิญญากระจุยออกมางั้นสิ...”
“ถูกต้องที่สุด” ยมทูตพยักหน้าช้าๆ เขาปรายตามองทะลุกระจกไปยังร่างบนเตียง “และด้วยแรงแค้นอันมหาศาลเ่าั้ มันได้ก่อตัวเป็เกราะกำบังสีดำทะมึน ปกคลุมร่างหยาบของเ้าเอาไว้อย่างหนาแน่น มันคือ ‘บาเรียแห่งความเกลียดชัง’ ที่ทรงพลังจนิญญาของเ้าไม่สามารถแทรกซึมกลับเข้าไปได้ ไม่ว่าเ้าจะพยายามพุ่งชนสักกี่ร้อยครั้ง เ้าก็จะถูกดีดกระเด็นออกมา...หากปล่อยไว้แบบนี้ เมื่อพลังชีวิตของกายหยาบบนเตียงค่อยๆ มอดดับลงและตายไปในที่สุด ิญญาของเ้าก็จะขาดออกจากร่างอย่างสมบูรณ์ กลายเป็สัมภเวสีเร่ร่อนไปตลอดกาล”
ยมทูตโน้มตัวลงมาหาเล็กน้อย รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏขึ้นอีกครั้ง “และเชื่อข้าเถอะแม่หนู...สังคมิญญาข้างนอกนั่น เตรียมจัดงานต้อนรับเ้าอย่างสาสมเชียวล่ะ”
แค่จินตนาการถึงภาพผีร้อยตัวพันตัวมารุมล้อม รุมชี้หน้าด่า และบูลลี่เธอทุกวันไปตลอดกาล นางฟ้าก็ขนหัวลุกซู่จนแทบจะเป็บ้า เธอรีบพุ่งพรวดเข้าไปคุกเข่าตรงหน้ายมทูตทันที สองมือโปร่งแสงพนมเข้าหากัน ไหว้ปลกๆ อย่างไม่คิดจะรักษาภาพพจน์ไอดอลสาวผู้เย่อหยิ่งอีกต่อไป!
“ท่านยมทูต! คุณท่าน! พี่ชายสุดหล่อ! ช่วยฉันด้วยเถอะนะคะ!” นางฟ้าอ้อนวอนสุดเสียง น้ำตาิญญาคลอเบ้า “คุณบอกเองว่าอายุขัยฉันยังไม่หมด ฉันยังตายไม่ได้! ฉันสัญญากับวิกกี้เอาไว้แล้วว่าจะไปอยู่บ้านพักคนชราตอนอายุ 80 ด้วยกัน! คุณเป็ยมทูต คุณต้องมีอำนาจสิ! ช่วยเปิดประตูบาเรียบ้าบอนั่นให้ฉันกลับเข้าร่างหน่อยเถอะ พลีสสส! ฉันสัญญาว่าฟื้นไปฉันจะทำบุญกรวดน้ำชุดใหญ่ไฟกระพริบให้ผีพวกนั้นทุกวันเลย!”
ยมทูตยืนนิ่งก้มมองิญญาที่กำลังอ้อนวอนอย่างน่าเวทนา ก่อนจะถอนหายใจยาว “ข้าคือผู้คุมกฎแห่งความตาย ข้าไม่มีอำนาจ หรือสิทธิ์ใดๆ ในการไปก้าวก่าย แทรกแซง หรือทำลายแรงแค้นของิญญานับพันตนได้ กฎของจักรวาลก็คือกฎ... การจะลบล้างพลังงานลบที่หนาแน่นมหาศาลขนาดนั้นได้ มีเพียงวิธีเดียว...”
ดวงตาสีดำสนิทของยมทูตจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของนางฟ้า “เ้าต้องสร้าง ‘พลังงานบวก’ หรือ ‘บารมี’ ของตัวเ้าเอง ให้แข็งแกร่งและมากพอที่จะเจาะทำลายเกราะป้องกันแห่งความแค้นนั้นเข้าไปให้ได้”
“บารมี? พลังงานบวก?” นางฟ้าชะงัก เลิกคิ้วสูง “แล้วฉันต้องทำยังไงล่ะ! ให้ฉันไปบวชชีทิพย์เหรอ? หรือต้องเดินสายใส่บาตรเก้าสิบเก้าวัด! ฉันเป็ผีนะคุณพี่! ฉันจับช้อนตักข้าวใส่บาตรไม่ได้ด้วยซ้ำ ฉันจะไปทำบุญสร้างบารมีได้ยังไง!”
“ไม่ต้องไปทำบุญที่ไหนทั้งนั้น” ยมทูตยืดตัวขึ้นตรง เขาเปิดสมุดพกสีดำในมือขึ้นมาอีกครั้ง พลิกหน้ากระดาษที่ส่องแสงสีทองวูบวาบ ก่อนจะเงยหน้ามองเธอด้วยแววตาจริงจังและทรงพลัง “ในเมื่ออายุขัยของเ้ายังไม่สิ้นสุด เบื้องบนจึงลงมติให้โอกาสเ้าในการพิสูจน์ตัวเอง...ข้ามีข้อเสนอให้เ้า นางฟ้า หากเ้า้าลมหายใจกลับคืนมา เ้าต้องทำภารกิจที่ข้ามอบหมายให้สำเร็จ ทั้งหมด 3 ข้อ”
“ภารกิจ? ภารกิจอะไร?” นางฟ้าหูผึ่ง ลุกขึ้นยืนทันที ความหวังจุดประกายขึ้นมาในดวงตา “ให้ไปร้องเพลงโชว์มินิคอนเสิร์ตให้พวกผีดูเหรอ? หรือให้ไปกราบขอโทษผีเรียงตัว?”
“Mission 3 ข้อนี้... จะไม่ใช่เื่ไร้สาระเช่นนั้น แต่มันจะเกี่ยวข้องกับ ‘ชีวิต’ และ ‘ความตาย’ โดยตรง” เสียงของยมทูตดุดันและแผ่ซ่านไปด้วยพลังอำนาจจนอากาศรอบๆ สั่นะเื บานกระจกห้อง ICU เกิดรอยร้าวเล็กๆ ราวกับทนรับพลังงานไม่ไหว
“เ้าเคยมองข้ามคุณค่าของชีวิต เ้าเคยเหยียบย่ำดวงิญญาที่ต้องเผชิญกับความเ็ปและความตาย ภารกิจทั้งสามข้อนี้ จะเป็บททดสอบที่สาหัสที่สุด เพื่อพิสูจน์ว่าดวงิญญาของเ้า...คู่ควรที่จะได้รับลมหายใจ และโอกาสในการกลับไปมีชีวิตอีกครั้งหรือไม่”
ยมทูตชูนิ้วขึ้นมาหนึ่งนิ้ว “หากเ้าทำสำเร็จ 1 ภารกิจ บารมีของเ้าจะเพิ่มขึ้น เกราะแห่งแรงแค้นจะเบาบางลง 1 ส่วน... และหากเ้าทำสำเร็จครบทั้ง 3 ข้อเมื่อใด ประตูกั้นระหว่างิญญาและกายหยาบจะเปิดออก เ้าจะได้กลับเข้าร่างอย่างสมบูรณ์แบบ”
นางฟ้ากลืนน้ำลายก้อนใหญ่ลงคอ “แล้ว...แล้วถ้าเกิดฉันทำพลาด...หรือทำไม่สำเร็จล่ะ?”
ดวงตาไร้ตาขาวของยมทูตหรี่ลง บรรยากาศรอบตัวะเืยิ่งกว่าเดิม “หากเ้าล้มเหลว หรือถอดใจยอมแพ้กลางคัน... เ้าก็จะสูญเสียโอกาสนั้นไปตลอดกาล ร่างกายหยาบบนเตียงนั่นจะหยุดหายใจ และเ้า... จะต้องกลายเป็สัมภเวสีเร่ร่อน ที่ถูกสังคมิญญารุมทึ้งและเกลียดชัง...ไปชั่วนิรันดร์”
คำขู่ที่แสนจริงจังและน่าสะพรึงกลัว ทำเอานางฟ้ายืนตัวแข็งทื่อราวกับถูกสาป การต้องไปเอาตัวรอดในโลกิญญาที่เต็มไปด้วยเื่ลี้ลับ และต้องเผชิญหน้ากับความเป็ความตายของคนอื่น เป็เื่ที่เด็กสาวที่ใช้ชีวิตอย่างสุขสบายอยู่แต่ในแสงสปอตไลท์ สวมเสื้อผ้าแบรนด์เนม และมีคนคอยเอาใจมาตลอดอย่างเธอ... ไม่เคยคิดฝันมาก่อนในชีวิต
มันเสี่ยงเกินไป มันน่ากลัวเกินไป...
แต่ทว่า...เมื่อเธอหันหน้าไปมองร่างของ ‘วิกกี้’ ที่ยังคงถูกสตาฟนิ่งค้างไว้ หยดน้ำตาของเพื่อนรักที่ลอยคว้างอยู่กลางอากาศ เป็เครื่องพิสูจน์ถึงความรักและความเ็ปที่วิกกี้มีต่อเธอ ความหวาดกลัวที่เกาะกินหัวใจของนางฟ้า ก็พลันถูกแทนที่ด้วยความมุ่งมั่นอันแรงกล้า!
ในเมื่อเธอคือ 'นางฟ้า' ไอดอลสาวผู้ไม่เคยยอมแพ้ต่ออุปสรรคใดๆ ในวงการบันเทิง! ตอนฝึกซ้อมเต้นจนเืกำเดาไหลเธอยังผ่านมาแล้ว กะอีแค่ภารกิจของโลกิญญา ทำไมเธอจะทำไม่ได้! เพื่อวิกกี้...เพื่อชีวิตของเธอเอง...เธอต้องสู้!
“ตกลง!” นางฟ้าเชิดหน้าขึ้น สายตาแน่วแน่และเต็มไปด้วยความท้าทายจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีดำสนิทของยมทูต “บอกมาเลยว่าฉันต้องทำอะไร! ต่อให้ต้องไปบุกนรก ปีนต้นงิ้ว หรือต้องไปแย่งชิงดวงิญญากับใครหน้าไหน ฉันก็จะทำ! ฉันจะต้องทำภารกิจบ้าๆ นี่ให้สำเร็จ และกลับไปมีชีวิตให้ได้ คอยดูเถอะ!”
ยมทูตมองความมุ่งมั่นที่ลุกโชนอยู่ในดวงตากลมโตของิญญาสาวด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย ก่อนที่รอยยิ้มบางๆ จะปรากฏขึ้นบนใบหน้าซีดเซียว เป็รอยยิ้มที่ดูพึงพอใจ
“ดี...ใจสู้กว่าที่ข้าคิดไว้มากนัก สมกับที่เคยเป็ไอดอลดาวรุ่ง” ยมทูตปิดสมุดพกเสียงดังสนั่น “จงเตรียมตัวให้พร้อม นางฟ้า...เมื่อถึงเวลา ข้าจะส่งรายละเอียดภารกิจแรกไปให้เ้าเอง และจำไว้... เวลาของกายหยาบเ้า มีจำกัด”
สิ้นคำพูดนั้น ร่างสูงใหญ่ของยมทูตในชุดสูทก็ค่อยๆ สลายกลายเป็หมอกควันสีดำสนิท ก่อนจะพุ่งม้วนตัวเป็เกลียวลอยทะลุเพดานโถงทางเดิน หายวับไปในพริบตาเดียว!
บรรยากาศเย็นเยียบ กดดัน และกลิ่นอายแห่งความตายมลายหายไปจนหมดสิ้นราวกับไม่เคยเกิดขึ้น เกล็ดน้ำแข็งบนกระจกมลายหายไป แสงไฟนีออนสีฟ้าหม่นกะพริบพรึ่บ! กลับกลายเป็แสงสีขาวสว่างจ้าตามปกติ
พรึ่บ!
เวลาที่ถูกแช่แข็งกลับมาเดินหน้าต่อ!
เสียงเครื่องมอนิเตอร์ในห้อง ICU กลับมาทำงานดัง ติ๊ด... ติ๊ด... ติ๊ด... อีกครั้ง! หยดน้ำตาของวิกกี้ที่ลอยค้างอยู่กลางอากาศ ร่วงหล่นแปะลงบนหลังมือของเธอเอง วิกกี้สะดุ้งเฮือก สูดน้ำมูกเสียงดังและร้องไห้ต่อจากวินาทีที่ถูกสตาฟเอาไว้ ราวกับไม่รู้ตัวเลยว่าเวลาบนโลกเพิ่งหยุดเดินไปหลายนาที!
“วิกกี้!” นางฟ้ารีบถลาเข้าไปนั่งคุกเข่าตรงหน้าเพื่อนรักด้วยความตื่นเต้นจนแทบเก็บอาการไม่อยู่ ดวงตาเป็ประกายวาววับ “วิกกี้! แกหยุดร้องไห้ก่อน! ฟังฉันนะ! ฉันรู้แล้ว! ฉันรู้แล้วว่าทำไมฉันถึงมุดกลับเข้าร่างไม่ได้!”
วิกกี้สะดุ้งสุดตัว เงยหน้าขึ้นมองตามเสียงของเพื่อนด้วยดวงตาที่แดงก่ำและบวมเป่ง “อะไรนะ! แกรู้วิธีเข้าร่างแล้วเหรอ! ทำยังไง! ต้องใช้หมอผีไหม ฉันจะได้เสิร์ชหาเดี๋ยวนี้เลย!”
นางฟ้าส่ายหน้ารัวๆ ใบหน้าเปื้อนยิ้มกว้าง “ไม่ต้องหาหมอผีที่ไหนทั้งนั้น! เมื่อกี้... ตอนที่แกชะงักนิ่งไปเหมือนโดนสตาฟ ยมทูตมาหาฉัน! ตัวเป็ๆ เลยแก! ใส่สูทหล่อมากก แต่หน้าซีดไปหน่อยแถมไม่มีตาขาวด้วย! เขาบอกว่าฉันยังไม่ถึงที่ตาย อายุขัยฉันยังเหลืออีกตั้ง 50 กว่าปี!”
“จริงเหรอ!” วิกกี้ดีใจจนเนื้อเต้น ผุดลุกขึ้นยืนตบมือดังฉาด “งั้นแกก็เข้าร่างได้เลยสิ! เข้าไปเลยนางฟ้า เข้าไปเดี๋ยวนี้!”
“ยังเข้าไม่ได้โว้ย!” นางฟ้าเบรกอารมณ์เพื่อนหัวทิ่ม “ยมทูตบอกว่าที่ฉันหลุดออกมา เป็เพราะผีทั้งประเทศมันรวมพลังกันสาปแช่งฉัน แรงแค้นพวกนั้นมันสร้างเป็ ‘บาเรียความเกลียดชัง’ หุ้มร่างฉันไว้ กันไม่ให้ฉันกลับเข้าร่าง... แต่แกฟังนะ! ยมทูตยื่นข้อเสนอให้ฉัน! เขาบอกว่าถ้าฉันทำ Mission 3 ข้อที่เกี่ยวกับชีวิตและความตายสำเร็จ บารมีฉันจะเพิ่มขึ้น และฉันก็จะได้กลับเข้าไปอยู่ในร่างนี้อย่างสมบูรณ์แบบร้อยเปอร์เซ็นต์!”
วิกกี้ฟังแล้วอ้าปากค้าง สมองของคนเป็กำลังประมวลผลเื่ลี้ลับระดับจักรวาลที่เพื่อนสนิทเพิ่งเล่าให้ฟังอย่างบ้าคลั่ง “Mission 3 ข้อ? เกี่ยวกับชีวิตและความตาย? เพื่อลบล้างบาเรียคำสาปแช่ง? นี่มันเื่บ้าอะไรเนี่ย! แกเป็ไอดอลนะเว้ยนางฟ้า ร้องเพลง เต้น เล่นละคร โพสท่าถ่ายแบบ ไม่ใช่ซูเปอร์ฮีโร่กู้โลกหลังความตาย!”
“ฉันรู้!” นางฟ้าตอบเสียงดังฟังชัด “แต่มันเป็ทางเดียววิกกี้! ฉันไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว ถ้าฉันไม่ทำ หรือฉันยอมแพ้ ฉันก็ต้องตายจริงๆ และกลายเป็ผีเร่ร่อนให้ไอ้พวกผีปากแจ๋วพวกนั้นมันรุมบูลลี่ไปตลอดกาล! แกยอมให้เพื่อนรักที่สวยและเริดที่สุดของแก โดนรังแกไปชั่วกัปชั่วกัลป์เหรอ!”
วิกกี้เม้มริมฝีปากแน่น ดวงตาที่เคยเต็มไปด้วยความเศร้าโศกเสียใจ บัดนี้แปรเปลี่ยนเป็ความเด็ดเดี่ยว แข็งกร้าว และสู้ยิบตา เธอมองทะลุความว่างเปล่ามาสบตากับดวงิญญาของเพื่อนรัก ก่อนจะพยักหน้าอย่างหนักแน่นและทรงพลัง
“ทำเลย...ยังไงแกก็ต้องทำ!” วิกกี้พูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่นที่สุดเท่าที่นางฟ้าเคยได้ยินมาตลอด 20 ปีที่เป็เพื่อนกัน “ไม่ว่าภารกิจบ้าบอของยมทูตนั่นมันจะยากแค่ไหน จะอันตรายแค่ไหน แกก็ต้องทำมันให้สำเร็จให้ได้! แกต้องรอด แกต้องกลับมานะนางฟ้า! แกต้องกลับมาหาฉัน!”
คำพูดอันทรงพลังของเพื่อนรัก เปรียบเสมือนน้ำหล่อเลี้ยงหัวใจที่แห้งผากของนางฟ้าให้กลับมาชุ่มชื่นและมีพลังเต็มเปี่ยมอีกครั้ง วิกกี้ก้าวเข้ามาใกล้ เอื้อมมือทั้งสองข้างออกไปในอากาศ ตรงไปยังตำแหน่งที่นางฟ้ายืนอยู่ เธอทำท่าทางเหมือนกำลังกอบกุมมือของเพื่อนเอาไว้แน่น
แม้ในความเป็จริง มือของวิกกี้จะทะลุผ่านความโปร่งแสงของดวงิญญาไป... แม้ว่าจะไม่มีััแห่งเนื้อหนัง ไม่มีไออุ่นจากอุณหภูมิร่างกายให้ััได้ทางกายภาพ...
แต่ทว่า...ในความรู้สึกเบื้องลึกของิญญา นางฟ้ากลับััได้ถึง 'ความอบอุ่น' อันมหาศาลที่แผ่ซ่านเข้ามา มันเป็ความอบอุ่นที่สว่างไสว ขับไล่ความหนาวเหน็บแห่งความตายไปจนหมดสิ้น มันคือพลังแห่งความรัก ความศรัทธา และความผูกพันที่ก้าวข้ามเส้นแบ่งระหว่างความเป็และความตาย!
นางฟ้ายกมือโปร่งแสงของตัวเองขึ้นมาทาบทับลงบนมือของวิกกี้ ก่อนจะขยับตัวเข้าไปใกล้และทำท่าสวมกอดเพื่อนรักเอาไว้แน่นที่สุดเท่าที่ิญญาดวงหนึ่งจะทำได้ ใบหน้าของเธอเกยอยู่บนไหล่ของวิกกี้
“ฉันสัญญา...” นางฟ้ากระซิบข้างหูเพื่อน น้ำเสียงเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและเด็ดเดี่ยวอย่างที่เธอไม่เคยเป็มาก่อนในชีวิต “ฉันจะทำภารกิจบ้าๆ นี่ให้สำเร็จให้หมด ฉันจะฝ่าฟันทุกอย่าง และฉันจะกลับมาจับมือแก... กลับมากอดแกจริงๆ ให้ได้... รอฉันนะวิกกี้”
“อืม...ฉันจะรอ...ไม่ว่ามันจะนานแค่ไหน หรือยากเย็นแค่ไหน ฉันก็จะนั่งรอแกอยู่ตรงนี้” วิกกี้สะอื้นเบาๆ แต่รอยยิ้มแห่งความหวังเริ่มปรากฏขึ้นบนใบหน้าที่เปื้อนน้ำตา
ท่ามกลางเสียงเครื่องช่วยหายใจที่ดังแว่วมาจากในห้อง ICU และแสงไฟนีออนของโรงพยาบาลที่ส่องสว่าง ภารกิจทวงคืนลมหายใจของ 'นางฟ้า' ได้เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็ทางการแล้ว!
การเดินทางครั้งใหม่ของิญญาไอดอลสาวตัวแสบ ที่ต้องก้าวเข้าสู่โลกเร้นลับ เพื่อเรียนรู้บทเรียนราคาแพงเกี่ยวกับคุณค่าของชีวิตและความตาย... กำลังจะเปลี่ยนมุมมองและโลกทั้งใบของเธอไปตลอดกาล!