ทะลุมิติมาทั้งตระกูลด้วยสกิลเพิ่มพูนความเป็นเศรษฐี 【จบ】

    เล่มที่ 4 บทที่ 100 มิใช่เรื่องบังเอิญ

            สิ้นเสียงประกาศก้องผู้คนที่ยังคงยืนงงงันอยู่ก่อนหน้าก็ได้สติกลับคืนมาทันทีเสมือนถูกปลุกให้ตื่นจากภวังค์ ต่างพากันถอยหลังกรูดไปสองสามก้าวโดยสัญชาตญาณลูกค้าที่เพิ่งซื้อขนมบัวลอยดอกกุ้ยฮวาไปเมื่อครู่ พลันปล่อยมือจากกระบอกไม้ไผ่กระบอกนั้นจึงกลิ้งหลุนๆ กับพื้น เปื้อนเปรอะไปด้วยฝุ่นดิน

            นับว่ายังดีที่ซูอี้โจวทำกระบอกไม้ไผ่ได้อย่างมิดชิดจึงไม่มีน้ำบัวลอยไหลทะลักออกมาแม้แต่น้อย

            แต่ในสถานการณ์เช่นนี้ย่อมไม่มีผู้ใดสนใจสิ่งนี้ ทุกคนต่างตกตะลึงกับสภาพอันน่าเวทนาของชายผู้นั้นจนทำอะไรไม่ถูก ผู้คนที่ซื้อของเสร็จแล้วแต่ยังมิได้จากไปต่างพากันร้องขอให้ซูอี้หว่านคืนเงินให้ หากไม่คืนก็จะไปฟ้องร้องต่อทางการ

            เมื่อเห็นสถานการณ์เช่นนี้ซูอี้หว่านเพียงชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วสติกลับคืนมาอย่างรวดเร็วขมวดคิ้วเดินอ้อมไปด้านข้างของแผง ย่อตัวลงข้างกายชายผู้นั้น

            เมื่อเห็นนางพลิกเปลือกตาบ้างจับชีพจรบ้าง ดูราวกับกำลังตรวจอาการให้ผู้ป่วย ผู้คนบางส่วนก็แสดงสีหน้าฉงนบางส่วนก็เม้มปากด้วยท่าทางไม่เชื่อมั่น แอบคิดว่านางกำลังเสแสร้งแกล้งทำเมื่อเห็นสภาพของชายผู้นี้ ใครเล่าจะกล้าลิ้มลองอาหารบนแผงนี้อีก?

            ดังนั้นเสียงร้องขอให้คืนเงินจึงดังกระหึ่มยิ่งกว่าเดิม

            จางอ้ายหลินปวดเศียรเวียนเกล้ากับเสียงอึกทึกครึกโครมนั้นทั้งยังเกรงว่าจะส่งผลกระทบต่อการตรวจดูอาการของซูอี้หว่านในทันทีจึงยกมือขึ้นปรามทุกคน พลางกล่าวเสียงหนักแน่นว่า"ขอทุกท่านโปรดอยู่ในความสงบก่อน ข้ารับรองว่าอาหารบนแผงของข้าสะอาด ถูกหลักอนามัย ไม่มีสิ่งใดน่ากังวล"

            "ส่วนแขกท่านนี้มีอาการเช่นไร ต้องขอตรวจดูก่อน" จางอ้ายหลินขมวดคิ้วเล็กน้อย "มิใช่ข้าโอ้อวดแต่ด้วยฝีมือทางการแพทย์ของบุตรีข้า ไม่ว่าผู้ป่วยรายนี้จะเป็นอะไรนางก็จะสามารถล่วงรู้ได้ในเร็ววัน"

            เมื่อได้ยินว่าซูอี้หว่านมีความรู้ด้านการแพทย์ผู้คนเหล่านั้นต่างลังเลสงสัย แต่ครั้นคิดดูอีกทีหากพวกตนเอาแต่ส่งเสียงดังเอะอะโวยวาย ส่งผลกระทบต่อการช่วยชีวิตเกรงว่าจะต้องรับผิดชอบ

            ด้วยความเกรงใจพวกเขาจึงไม่กล้าเอ่ยปากอีกเพียงเบิกตากว้างจ้องมองการกระทำของซูอี้หว่านตาไม่กะพริบต้องการจะดูว่านางจะสามารถช่วยชีวิตคนผู้นี้ได้หรือไม่

            มีสตรีสองนางที่ชื่นชอบการซุบซิบนินทาเป็นทุนเดิมเมื่อเห็นซูอี้หว่านยัดอะไรบางอย่างเข้าไปในปากของชายผู้นั้นก็อดรนทนไม่ได้ที่จะเอ่ยปากวิพากษ์วิจารณ์ "ท่านว่าสตรีผู้นี้จะสามารถช่วยชีวิตคนได้หรือไม่?"

            สตรีนางนั้นจึงส่งเสียงจิ๊จ๊ะแสดงท่าทีไม่เชื่อมั่นอย่างเห็นได้ชัด "ข้าว่ายากดูสิว่าชายผู้นี้ถึงกับน้ำลายฟูมปาก ข้าจำได้ว่าเมื่อหลายปีก่อนสหายของสามีพี่จ้าวก็เป็นเช่นนี้ มิอาจทนทานได้ถึงหนึ่งก้านธูป ก็สิ้นลมไปแล้ว"

            "รวดเร็วถึงเพียงนั้นเชียว?" สตรีที่อยู่ข้างๆสูดลมหายใจเย็นเยือก "เช่นนั้นวันนี้คงมิอาจจบลงด้วยดี"

            สตรีผู้นั้นสั่นศีรษะแสดงท่าทางถอนหายใจเล็กน้อย มองไปยังการกระทำของซูอี้หว่าน มิได้เอ่ยปากอีก

            ซูอี้หว่านเพียงตรวจดูไม่กี่ครั้งก็ล่วงรู้ว่าอาการของชายผู้นี้ หาใช่ถูกพิษไม่เพียงแต่เขาผู้นี้มีอาการของโรคลมบ้าหมูต่างหาก

            เมื่อครู่นางได้ป้อนยาระงับประสาทให้ชายผู้นั้นแล้ว คาดว่าอีกประเดี๋ยวคงจะฟื้นคืนสติ

            เมื่อผ่อนคลายความกังวลลงซูอี้หว่านก็ลุกขึ้นถอยหลังไปสองก้าว ในใจก็เกิดความสงสัยว่าสถานการณ์ในวันนี้เป็นเพียงเรื่องบังเอิญหรือมีผู้ใดจงใจบงการอยู่เบื้องหลังกันแน่

            ทีแรกนางนึกว่าชายผู้นี้คงจะกินยาพิษในปริมาณน้อยนิดมาก่อนทว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกลับไม่ใช่การถูกพิษ

            ทว่า...

            พฤติกรรมก่อนหน้านี้ของชายผู้นั้นช่างน่าสงสัยยิ่งนักเขาจงใจกินขนมเปี๊ยะทอดจนหมดต่อหน้าทุกผู้คนอย่างเห็นได้ชัดทั้งยังเกิดอาการป่วยหลังจากกินเสร็จ ราวกับมิใช่เรื่องปกติ

            เมื่อหวนนึกถึงหลงเย่ที่เคยหาเรื่องแต่กลับต้องอับอายกลับไปซูอี้หว่านก็ถอนหายใจ คิดว่าเรื่องนี้ส่วนใหญ่น่าจะเกี่ยวข้องกับเขาผู้นั้น

            หลงเย่ผู้นั้นเห็นได้ชัดว่าเป็นคนพาลเอาแต่ใจเมื่อต้องเสียหน้าต่อหน้านางหลายครั้ง ก็ไม่มีเหตุผลอันใดที่จะไม่ผูกใจเจ็บ

            นางเพิ่งจะยืนขึ้นหายใจได้เพียงครู่เดียวจางอ้ายหลินก็รีบเร่งฝีเท้าเข้ามาหานาง ถามเสียงกระซิบว่า"หว่านหว่าน เป็นอย่างไรบ้าง?"

            ซูอี้หว่านสั่นศีรษะเล็กน้อย"มิใช่ถูกพิษ แต่เป็นโรคลมบ้าหมู"

            เมื่อได้ยินว่ามิใช่ถูกพิษจางอ้ายหลินก็ผ่อนคลายความกังวลลงในทันที ในเมื่อมิใช่ถูกพิษ เรื่องราวต่างๆก็ง่ายขึ้นมาก การอธิบายก็ไม่ยุ่งยาก

            หากเป็นการถูกพิษต่อให้พวกนางอธิบายอย่างไรว่ามิเกี่ยวข้องกับอาหารของตนเกรงว่าก็ยังมีผู้คนที่ไม่เชื่อ

            ทว่านางและซูอี้หว่านคิดเช่นเดียวกันสัมผัสได้ว่าเรื่องนี้มิอาจเป็นเรื่องบังเอิญ

            เช่นนั้นผู้ที่วางแผนการร้ายอยู่เบื้องหลังน่าจะยังมี... จางอ้ายหลินครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก็เข้าใจถึงสิ่งใดบางอย่างขึ้นมาในทันที จึงส่งสายตาให้ซูอี้หว่านเป็นนัยว่าอย่าเพิ่งทำสิ่งใด

            ซูอี้หว่านเข้าใจความหมายของนางทันทีพยักหน้าเล็กน้อยอย่างเงียบงัน ยืนอยู่ตรงนั้นโดยมิได้ขยับเขยื้อนมิได้กล่าวสิ่งใด สีหน้าก็มิอาจบ่งบอกได้ว่าคิดอ่านอย่างไรทำให้ผู้คนรอบข้างยิ่งงุนงง

            ทุกคนรู้สึกว่าอาการของชายผู้นี้คงจะไม่สู้ดีนักสีหน้าของแต่ละคนจึงเคร่งเครียดขึ้นมาอย่างปิดไม่มิด

            ในเวลานั้นจากตรอกซอยเล็กๆ ที่อยู่เยื้องไป ร่างหนึ่งก็โผล่หน้าออกมามองไปยังแผงอย่างมีท่าทีพิรุธ เมื่อเห็นว่าบรรยากาศที่แผงลอยดูไม่สู้ดีนักผู้คนกลุ่มหนึ่งจึงยืนอยู่ข้างๆ ราวกับกำลังปรึกษาหารือกันสองแม่ลูกยืนตัวแข็งทื่ออยู่ใกล้ๆ ชายที่นอนชักกระตุก น้ำลายฟูมปาก

            สีหน้าไร้อารมณ์ของคนทั้งสองในสายตาของซูไท่ไท่แล้ว ช่างดูราวกับคนโง่งมที่ถูกทำให้หวาดกลัวจนเสียสติ

            ซูไท่ไท่แค่นเสียงเย็นชาอย่างสมใจปัดฝุ่นบนเสื้อผ้า มิได้สนใจสายตาอันผิดปกติของผู้คนที่เดินผ่านไปมาเชิดหน้าขึ้นเดินไปยังแผง

            "ไอ๊หยา เกิดอะไรขึ้นหรือ?" ซูไท่ไท่ทำท่าทางตกใจน้ำเสียงกลับแฝงไปด้วยความสะใจอย่างเห็นได้ชัด 

            "ชิชะ ข้าว่าแล้วเชียว ของที่ขายบนแผงนี้ คงจะทำให้คนตายไปแล้วกระมัง?"

            ซูไท่ไท่เอ่ยพลางชะโงกหน้ามองชายผู้นั้นดวงตาฉายแววเวทนา แล้วส่ายหน้าซ้ำๆ "กรรมตามสนองแล้ว...ทั้งหมดล้วนเป็นกรรมสนอง..."

            เมื่อเห็นสีหน้าไร้อารมณ์ของคนทั้งสองซูไท่ไท่ก็หัวเราะเยาะ "พวกเจ้าจงรอถูกจับเข้าคุกแล้วโดนประหารเถิด!คนอกตัญญูเช่นนี้ ก็สมควรมีจุดจบเช่นนี้!"

            เพียงได้ยินคำนี้ผู้คนที่มุงดูอยู่รอบด้านก็ตื่นตระหนกขึ้นมาในบัดดลทุกสายตาต่างจับจ้องไปที่ซูไท่ไท่ไม่วางตา

            จากความหมายของสตรีชราผู้นี้นางน่าจะเป็นผู้อาวุโสของสองแม่ลูกคู่นี้ ทั้งยังกล่าวว่าพวกนางอกตัญญูเช่นนั้นหมายความว่าสองแม่ลูกคู่นี้ไม่ดูแลผู้อาวุโส?

            เมื่อมองดูเสื้อผ้าที่ขาดวิ่นบนร่างของสตรีชราผู้นี้ก็เห็นได้ชัดว่าเป็นคนขัดสนยากจน เมื่อมองกลับไปที่ซูอี้หว่านและมารดาเสื้อผ้าบนร่างสะอาดสะอ้าน ไม่มีรอยปะชุนเห็นได้ชัดว่ามีชีวิตความเป็นอยู่ที่ไม่เลว

            ทั้งธุรกิจแผงขายอาหารเช้าของพวกนางจะเฟื่องฟูเพียงใดทุกคนต่างเห็นประจักษ์แก่สายตา

            ตนเองกินดีอยู่ดีแต่กลับไม่สนใจไยดีต่อผู้อาวุโส นี่ถือว่าเป็นความอกตัญญูอย่างแท้จริง

            ชั่วขณะนั้นสายตาของผู้คนที่มองมายังสองแม่ลูกก็ทิ่มแทงราวกับมีดกรีดสีหน้าท่าทางบ่งบอกถึงการดูแคลนอย่างชัดเจน

            "หึหึ..."

            ทันทีที่เห็นซูไท่ไท่ปรากฏตัวซูอี้หว่านก็พอจะเดาออกว่าเรื่องราวเป็นอย่างไรเป็นไปไม่ได้ที่ยายแก่จะมาที่นี่โดยบังเอิญเรื่องนี้คงมีนางอยู่เบื้องหลังอย่างไม่ต้องสงสัย

            ซูอี้หว่านไม่คาดคิดว่าซูไท่ไท่จะมีสติปัญญาถึงเพียงนี้ถึงกับสามารถหาคนเช่นนี้มาสร้างความวุ่นวายที่แผงได้

             

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติมาทั้งตระกูลด้วยสกิลเพิ่มพูนความเป็นเศรษฐี 【จบ】 ที่คุณอ่าน

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    นิยาย รัก
    467K 4159
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.27M 2359
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390