“ วันนี้ตะวันจะออกไปข้างนอกหรือเปล่า ”
“ เปล่าครับ ”
“ ทำไมลูกไม่ออกไปเที่ยวหน่อยล่ะ ลูกอยู่บ้านมาสองวันติดแล้วนะ ”
คุณหญิงดุจดาวเอ่ยถามลูกชายคนเล็กที่นั่งเล่นดูทีวีอยู่ในห้องนั่งเล่นเธอเห็นตะวันนั่งไล่ดูผลงานที่ตนเองเคยแสดง ไม่ว่าจะออกรายการไหน ละครอะไรรวมไปถึงคลิปวีดีโอที่แฟนคลับโพสต์ บางทีก็มานั่งอ่านคอมเมนต์ที่พูดถึงตัวเอง
“ แม่อยากให้ผมออกไปข้างนอกเหรอครับ ? ” ตะวันถาม
“ เปล่าจ้ะ แม่แค่กลัวว่าอยู่บ้านแล้วลูกจะเบื่อน่ะ ”เธอก็แค่อยากจะให้ลูกชายได้ออกไปเจอกับสิ่งภายนอกบ้าง เผื่อว่าจะจำอะไรขึ้นได้บ้างแม้ในใจจะกลัวว่าถ้าความจำขอลูกชายกลับมาแล้วพวกเราจะไม่ได้มานั่งพูดคุยกันดี ๆ แบบนี้อีก
“ ผมไม่เบื่อครับ ” เขาพูดไปตามความสัตย์จริง อยู่ที่บ้านก็มีสิ่งให้เขาทำเยอะแยะจนไม่รู้สึกไม่เบื่อ
“ แต่ลูกจ้องหน้าจอมานานแล้วนะ ควรพักสายตาบ้างแม่ว่าตะวันลองออกไปเดินเล่นในห้างดูไหม ไปช้อปปิ้งสมองจะได้ปลอดโปร่ง ”
ดวงตากลมโตละสายตาจากหน้าจอทีวีแล้วจ้องมองใบหน้าผู้เป็แม่ที่คะยั้นคะยออยากให้เขาออกไปข้างนอกไม่ยอมหยุด
อ่าตกลงว่าแม่ของเขาคงอยากให้เขาออกไปข้างนอกสินะ
“ ที่แม่พูดเพราะว่าเป็ห่วงนะ ไม่แน่ว่าลูกไปเดินช้อปปิ้งครั้งนี้แล้วอาจจะนึกอะไรขึ้นมาบ้างก็ได้”
ที่ลูกชายของเธอเป็แบบนี้ทำให้เธอรู้สึกผิดอยู่มากและไม่ใช่มีเพียงแต่เธอคนเดียว แต่คนอื่นก็รู้สึกเหมือนกันส่วนหนึ่งก็เป็เพราะเธอกับสามีด้วยที่ทำแต่งานจนละเลยและไม่ค่อยมีเวลาให้กับลูกทำให้ความสัมพันธ์ของพวกเราค่อย ๆ ห่างกัน
แต่ที่พวกเขาทำไปก็เพื่อให้ครอบครัวได้กินอยู่อย่างสุขสบายส่วนเงินที่ได้มาก็ให้ลูกทั้งนั้น
“ ผมไปก็ได้ครับ เพื่อความสบายใจของแม่ ”ในเมื่อพูดมาขนาดนี้ว่าอยากให้เขาไปข้างนอก เขาก็จะไปให้
ตะวันก็ไม่อยากขัดความหวังดีของผู้เป็แม่เพราะเข้าใจดีว่าอีกฝ่ายแค่เป็ห่วงและหวังดีต่อเขาถึงแม้จะรู้ว่าให้เขาไปห้างสักกี่รอบหรือไปสถานที่ต่าง ๆ ที่เ้าของร่างเคยไปเขาก็ไม่มีทางจำมันได้อยู่ดีเพราะเขาไม่ใช่ตะวันตัวจริง
“ ขอบคุณคุณลุงที่มาส่งนะครับ ”
“ ไม่เป็ไรครับ เที่ยวให้สนุกนะครับคุณหนู ”
สุดท้ายตะวันก็มายืนอยู่ที่หน้าห้างโดยมีคุณลุงคนขับรถเป็คนขับมาส่งก่อนจะจากไปคุณลุงก็บอกว่าถ้าเขาจะกลับเมื่อไหร่ก็ให้โทรหา แกจะรีบมาขับเขาทันที
“ ไปทางไหนต่อดีล่ะทีนี้ ” ตะวันยืนหันซ้ายหันขวาไม่รู้ว่าจะเริ่มไปทางไหนดีโบราณบอกว่าขวาร้ายซ้ายดีงั้นไปทางซ้ายก่อนก็แล้วกัน
ห้างxxเป็ห้างสรรพสินค้าชั้นนำที่ใหญ่ที่สุดของเมืองนี้ทั้งยังทำรายได้ให้กับผู้เป็เ้าห้างเป็เม็ดเงินจำนวนมากถึงหลักหมื่นล้านต่อเดือนเลยทีเดียวแต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเงินเดือนของพนักงานก็ใช่ว่าจะน้อย ๆ แม้ว่าจะได้เงินเยอะก็จริงแต่ก็ต้องจ่ายเงินเดือนให้กับพนักงานที่มีจำนวนมากกว่าร้อยชีวิต
เมื่อตะวันเดินเข้ามาภายในห้างเขาก็พบว่าของทุกอย่างที่เปิดขายก็เหมือนกับห้างในอีกโลกที่เขาเคยอยู่แต่ห้างนี้ดูใหญ่และทันสมัยมากกว่าเขาคิดว่าถ้าคนที่ไม่เคยมาเดินที่นี่เป็ประจำมีโอกาสที่จะหลงทางได้ง่ายมากเพราะหาทางออกไม่เจอ
ขณะที่เขากำลังเดินดูของไปเรื่อยๆ อย่างไม่มีจุดหมาย สายตาหลายคู่จากคนรอบข้างที่เดินผ่านไปผ่านมาก็จับจ้องมาที่ชายหนุ่มหน้าหวานที่ดูโดดเด่นจนใครๆ ก็ต้องหันกลับมามองไม่ว่าจะเดินไปทางไหน บางคนถึงกับยกโทรศัพท์ขึ้นมากดถ่ายรูปเก็บเอาไว้เขาเห็นบางคนสะกิดเพื่อนที่อยู่ข้าง ๆ แล้วชี้มาทางเขาก็มีเข้าใจอยู่หรอกว่าเ้าของร่างนี้เป็ดาราจะมีคนมาสนใจก็ไม่แปลกแต่จากที่สังเกตก็ไม่ได้มีคนเข้ามาหาเขาเลยสักคน เพียงแค่มองอยู่ห่าง ๆ
นึกถึงนิสัยของเ้าของเดิมก็พอจะเข้าใจว่าอีกฝ่ายไม่ชอบให้ใครมายุ่งกับตัวเองก็เลยทำหน้าบึ้งตลอดเวลาตะวันเลยหันไปยิ้มหวานให้กับนักเรียนชายกลุ่มหนึ่งที่ยืนถือกล้องอยู่เมื่อเจอรอยยิ้มพิฆาตของเขาก็หน้าแดงกันไปแถบ ๆต่อไปนี้เขาจะทำให้ทุกคนรู้ว่าตะวันยอมหยิ่งนั้นไม่อีกแล้วจะมีแต่ตะวันคนใหม่ที่น่ารักและแสนดีไม่มีใครเห็นแล้วจะไม่ตกหลุมรัก
“ สวัสดีค่ะ รับอะไรดีคะ ” พนักงานเอ่ยทักทายลูกค้าอย่างสุภาพ เธอจำได้ว่าลูกค้าคนนี้เป็ดาราหนุ่มชื่อดังที่มีข่าวด้านนิสัยที่ค่อนข้างจะหยิ่ง
ตะวันส่งไอศกรีมรสสตอเบอรี่หนึ่งถ้วยขนาดกลางเขาเลือกนั่งโต๊ะริมกระจก กวาดสายตามองไปรอบ ๆ ร้านระหว่างที่รอให้พนักงานนำไอศกรีมมาเสิร์ฟ
ร้านนี้ตกแต่งด้วยโทนสีชมพูหวานแหววน่ารัก เหมาะสำหรับคนที่ชอบสีชมพูมาทานไอศกรีมแล้วถ่ายรูปสวย ๆ ลงโซเชียลเพิ่มยอดไลค์ภายในร้านก็มีวัยรุ่นหลายโต๊ะเลยที่มานั่งทานกันเป็กลุ่ม
“ ขออนุญาตเสิร์ฟคะ ”
“ ขอบคุณครับ น่าทานมากเลย ” มองถ้วยไอศกรีมตาเป็ประกายก่อนจะฉีกยิ้มหวานให้กับพนักงาน
“ ทานให้อร่อยนะคะ ” พนักงานสาวกล่าวจบก็ขอตัวไปทำงานต่อไม่คิดเลยว่าดาราหนุ่มจะยิ้มให้เธอด้วย ตัวจริงน่ารักกว่าในจอทีวีอีกแล้วก็ไม่ได้หยิ่งเหมือนที่คนอื่นเคยพูดเลย ถ้ามีใครมาพูดไม่ดีกับอีกฝ่ายให้เธอได้ยินนะเธอเถียงขาดใจเลย
ไม่ทันไรตะวันก็ตกพนักงานไปได้หนึ่งคน
“ ครับ ”
ตะวันทานไอศกรีมอย่างมีความสุขทานไปยิ้มไปจนคนที่เดินผ่านมาเห็นแล้วก็อดที่จะยิ้มตามไม่ได้ พวกเขาอยากจะลองทานเมนูของชายหนุ่มดูว่าจะอร่อยสักแค่ไหนทำไมถึงทานได้อร่อยมากขนาดนี้
หลังจากทานเสร็จตะวันก็เรียกพนักงานมาเก็บเงินถามว่าเขาเอาเงินมาจากไหนก็จากคนที่บ้านนั้นแหละพอรู้ว่าเขาจะไปเดินห้างก็โอนเงินเข้าบัญชีมาให้เขากันยกใหญ่ ห้ามแล้วก็ไม่มีใครฟังพอเห็นจำนวนเงินที่เพิ่มในบัญชีเขาถึงกลับตาโต
นำเลขมาบวกรวมๆ กันแล้วก็หกหลัก นี่มันเลขศูนย์ห้าตัวเลยนะ คนที่ไม่เคยมีเยอะแบบนี้มาก่อนรู้สึกอยากจะเป็ลม
ความจริงในบัญชีของตะวันก็มีเงินอยู่แล้วนะไม่ได้เดือดร้อนอะไรโชคดีที่ตะวันคนก่อนเป็คนรอบคอบจดรหัสทุกอย่างไว้ในสมุดหมดเขาเลยสามารถใช้ของที่เป็ของเ้าของร่างเดิมได้โดยที่ไม่ต้องไปทำเื่เปลี่ยนรหัสให้ยุ่งยาก
ร่างบางแวะร้านหนังสืออ่านชื่อหนังสือทุกเล่มว่ามีนิยายรักที่ชื่อรักร้ายของนายมาเฟียหรือเปล่าคืนก่อนเขากำลังจะนอนแล้วก็นึกขึ้นได้ว่าทำไมถึงคุ้นชื่อของทุกคนนักภาพในหัวที่พนักงานในแผนกคนหนึ่งยื่นหนังนิยายเล่มหนึ่งมาให้เขายืมอ่าน่วันหยุดเสาร์อาทิตย์บอกว่านิยายเื่นี้กำลังดังมากแถมยังมีตัวละครที่มีชื่อเหมือนเขาอยู่ด้วย
แต่เขาอ่านยังไม่ทันจบก็มีงานเข้ามาเสียก่อนพอนึกถึงองค์ประกอบทุกอย่างที่เจออยู่ ณตอนนี้มันเหมือนกันกับในหนังหนังสือเล่มนั้นทุกอย่าง ทำให้เขาสันนิตฐานว่าตัวเองได้เกิดใหม่มาในโลกนิยายเข้าให้แล้ว
“ เอ้ ~~ อยู่ไหนน้า ”ไล่นิ้วชื่อหนังสือตามชั้นวางหนังสือ
“ หาหนังสืออะไรอยู่เหรอครับ ” เสียงทุ้มเรียบแทรกขึ้นจากด้านหลัง ทำให้คนที่จดจ่ออยู่กับการหาหนังสือสะดุ้งใเผลอก้าวถอยหลังไปชนกับอกแกร่งของร่างสูงด้านหลัง
ราชสีห์เห็นอย่างนั้นก็เอื้อมมือไปโอบเอวบางอัตโนมัติทั้งที่ปกติเขาไม่ชอบให้ใครมาแตะตัว ทำให้ตอนนี้ตะวันตกอยู่ภายในอ้อมกอดของชายแปลกหน้า
“ เอ่อ ” เงยหน้ามองคนมาใหม่
ตึก ตึก
หล่อตะวันไม่เคยเห็นใครที่มีใบหน้าที่หล่อเหล่าราวกับเทพบุตรแบบนี้มาก่อน คิ้วเข้มจมูกโด่งเป็สัน ริมฝีปากเรียวหนาได้รูป รวมกันแล้วไร้ที่ติ
เมื่อสบกับดวงตาคมของอีกฝ่ายเขารู้สึกเหมือนกับเคยเห็นดวงตาคู่นี้ที่ไหนมาก่อน
“ คะ คุณ คุณครับ ”
“ อะ ครับ ” กระพริบตาปริบ ๆ พลันได้สติกลับมา จากนั้นตะวันก็ถอยห่างจากชายแปลกหน้า
ราชสีห์รู้สึกเสียดายแต่ก็ยอมปล่อยร่างบางแต่โดยดีเขาได้กลิ่นหอมจาง ๆ จากคนตรงหน้า แม้จะยืนห่างกันแต่กลิ่นนั้นก็ยังติดจมูกของเขาไม่หาย ไม่ได้กลิ่นฉุนเหมือนกับน้ำหอมที่คนอื่นใช้กันแต่เป็กลิ่นหอมหวานละมุนเหมือนกับขนม
“ ผมราชสีห์ครับ หรือจะเรียกพี่สิงโตก็ได้นะครับ ผมไม่ขัด ”
“ ผมตะวันครับ ”
“ มาคนเดียวเหรอ ”
“ ครับ ”
“ กำลังมองหาหนังสือเล่มไหนอยู่เหรอ ให้พี่ช่วยหาไหมครับ ” ราชสีห์เห็นั้แ่ที่ร่างบางตรงหน้าเดินเข้ามาในห้างแล้วเพียงแต่ไม่ได้เดินเข้าไปทัก พอเห็นว่าอีกคนอยู่ในร้านหนังสือคนเดียวเขาเลยเดินเข้ามาทักพร้อมกับสั่งลูกน้องให้กันไม่ให้มีคนเข้าร้านหนังสือ
ห้างนี้เป็ของครอบครัวของเขาเมื่อไม่นานมานี้ชายหนุ่มพึ่งได้เข้ามารับตำแหน่งประธานต่อจากพ่อ วันนี้ว่างเลยจะเข้ามาดูความเรียบร้อยไม่คิดว่าจะเจอกับร่างบางยืนอยู่หน้าห้างพอดี
“ ผมกำลังหาหนังสือนิยายอยู่ครับ ” แหม เปลี่ยนไวจังนะเมื่อกี้ยังแทนตัวเองว่าผมอยู่เลย
แล้วก็พี่น่ะมีแค่สองคนพอ ไม่อยากมีเพิ่มแล้ว
อยากได้คุณพี่รูปหล่อมาเป็พ่อของลูกมากกว่าขอแค่นี้จะได้ไหมครับ คิกคิก
“ ชอบอ่านเหรอ ? ”
“ ก็...ชอบครับ ” แต่ชอบคุณพี่ตรงหน้ามากกว่า “มันสนุกดี ” ตอบพร้อมกับคลี่ยิ้มบางๆ
“ อ้อ ตะวันกำลังเื่อะไรครับ ให้พี่ช่วยหาไหม ”
ถามอย่างเดียวก็ได้มั้งครับไม่ต้องยืนหน้ามา
“ ไม่เป็ไรครับ ผมว่าในร้านน่าจะไม่มี เพราะหาจนทั่วแล้วก็ไม่เจอ ”
“ แล้วตะวันอยากได้เล่มไหนอีกหรือเปล่า ” ราชสีห์ถาม
“ ไม่แล้วครับ เอ่อ งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ ”เอ่ยเสร็จก็รีบเดินออกจากร้านหนังสือไป
โอ๊ย!ความหล่อกระแตกตา
แพ้คนหล่อครับแถมยังพูดเสียงเพราะอีก ไม่ไหวแล้ว! ขอหนีก่อน
ราชสีห์มองร่างบางที่เดินจากไปด้วยแววตาเรียบนิ่งใบหน้าติดยิ้มก็เปลี่ยนเป็เรียบนิ่งติดเ็าต่างจากเมื่อครู่ที่อยู่กับตะวันลิบลับ
“ คุยกับคู่หมั้นเสร็จแล้วเป็ยังไงบ้างครับ เ้านาย ” เจคอปมือขวาคนสนิทของราชสีห์เอ่ยขึ้นดีกรีหน้าตาของเขาก็หล่อไม่แพ้เ้านายเลย
“ น่าสนใจ ” ราชสีห์เอ่ยเพียงเท่านั้น ไม่ได้เอ่ยอธิบายเพิ่มเติมว่าอะไรที่ทำให้เขาสนใจเจคอปมองหน้าเ้านายอย่างแปลกใจ ไม่บ่อยนักที่อีกฝ่ายจะสนใจใครสักคน
เมื่อไม่กี่วันก่อนราชสีห์ได้รับคำสั่งจากที่บ้านให้กลับด่วนแต่ไม่คิดว่าวันที่มาถึงคู่หมั้นของเขาจะประสบอุบัติเหตุ
ความจริงที่เขากลับมาก็เพื่อที่จะมาคุยเื่ยกเลิกการแต่งงานกับคู่หมั้นชายหนุ่มไม่ชอบการผูกมัดและไม่คิดจะแต่งงานกับใครด้วย การหมั้นในครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากความรักแต่มาจากที่ผู้ใหญ่ทั้งสองครอบครัวได้สัญญากันไว้
พ่อของเขาบอกว่าตอนเด็กๆ เขาเคยพูดว่าจะแต่งงานกับตะวันทำให้ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายได้ตกลงกันว่าเมื่อพวกเขาทั้งสองโตขึ้นจะให้แต่งงานกันเื่มันก็นานแล้วเขาจำมันไม่ได้ด้วยซ้ำว่าเคยพูดแบบนี้กับใครยิ่งได้สืบประวัติของคู่หมั้นแล้วก็ไม่ชอบใจสักเท่าไหร่
ดังนั้นเขาก็คิดว่าอีกฝ่ายก็คงจะไม่อยากผูกมัดกับคนที่ไม่ได้รักเช่นกันเลยคิดว่าน่าจะคุยกันได้ง่าย แต่ปัญหาคือทางพ่อกับแม่ของคู่หมั้นดันโทรมาบอกว่าน้องความจำเสื่อมเขาไม่เชื่อเลยต้องมาทดสอบด้วยตัวเอง
ตะวันดูเปลี่ยนไปจากที่เขาคิดเอาไว้มากยิ่งตอนที่อีกคนสะดุ้งมองเขาตาโต แววตาใสซื่อที่มองเขาอย่างชื่นชมจนปิดไม่มิดราชสีห์มักเจอกับคนที่มองเขาอย่างชื่นชมมามากมายแต่คนพวกนั้นแค่ชอบในเงินของเขาเท่านั้น
แต่ไม่ใช่กับตะวันเด็กหนุ่มตรงหน้าเขาต่างออกไป แววตาคู่นั้นยามที่มองมาไม่ได้มีอะไรแอบแฝงอยู่ในนั้น
หากว่าเขาจะขอเล่นกับกระต่ายน้อยตัวนี้ไปก่อนคงจะไม่เป็อะไรใช่ไหมราชสีห์อย่างเขาเองก็ชอบล่ากระต่ายด้วยสิ ยิ่ง กระต่ายตัวน้อยทำท่าจะถอยห่างเขาก็ยิ่งอยากเขาใกล้
อ่าเขาเองก็ไม่เคยกินเนื้อกระต่ายมาก่อนด้วยสิ แต่คาดว่ากระต่ายตัวนี้เนื้อคงจะหวานไม่น้อย