นิยายพิสูจน์คุณค่าแห่งรัก รักพิษรัก เขียนโดย สลักกานต์
ตอนที่ ๔๐
นพนิตเพิ่งอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ เขาเดินกลับเข้ามาหาพี่นัทของเขา “ยิ้มแบบนี้ มีความสุขอะไรที่ไม่ได้เกิดจากนพเหรอครับ”
“พี่สมหวังเรื่องธุรกิจน่ะ”
“นพดีใจด้วยนะครับ”
“นพอยู่กับพี่ไปจนตายจากกันนะ”
นพนิตยิ้มให้กับความแปลกในคำพูดของพี่นัท “พี่มาแปลกนะเนี่ย”
“พี่พูดจริงนพรู้มั้ยว่าก่อนนี้ พี่ทำธุรกิจอะไรก็เดินหน้ายากมาก กว่าจะได้กำไรเป็นกอบเป็นกำต้องใช้เวลา และความอดทนมาก
แต่พอนพมาอยู่กับพี่ดวงนพคงจะส่งเสริมพี่ พี่ทำการงานอะไรก็สำเร็จอย่างง่ายดาย” ณัฐกนกกอดเด็กหนุ่มของเขาแล้วฝังจมูกเขาที่แก้มนพนิตอยางมันเขี้ยวและสูดดมความหอมของผิวพรรณเข้าไปเต็มปอดดดด
แทนที่จะขัดขืนนพนิตกลับดันใบหน้าเขาไปชิดหน้าของพี่นัทมากยิ่งขึ้น
“อยู่กับพี่ไปตลอดนะ”
“กลัวแต่พี่นัทจะเบื่อนพก่อนน่ะสิ”
“พี่ไม่มีทางเบื่อหรอกมีแต่จะรักมากขึ้น.. มากขึ้น.. รู้มั้ย?..ตั้งแต่นพมาอยู่กับพี่ ทุกอย่างพี่ดีขึ้นหมดเลย ทั้งธุรกิจ การงาน การเงิน”
“งั้นต้องแบ่งเงินนพใช้มั่งสิ” พร้อมกับแบบมือขอตัง
พี่นัทจูบที่ฝ่ามือนั่นแทน “พี่เข้าเงินให้นพเดือนละแสนนะยังจะขออีกเหรอ?”
นพนิตตาโต!!
เขารีบหุบมือที่แบเมื่อครู่ทันที “นพไม่รู้ครับ นพขอโทษแต่พี่นัทให้นพมากเกินไปนะครับ นพก็กินก็อยู่กับพี่นัท ไปไหนพี่นัทก็เลี้ยงตลอด นพไม่เห็นต้องใช้เงินอะไรเลยเลย”
ก็นพนิตไม่เคยเช็คเลยว่า บัญชีเงินเดือนที่เขนทำให้เขานั้น มีเงินเข้าบ้างหรือเปล่า? มารู้ความจริงเอาวันนี้เอง
“ไม่ได้ใช้ก็เก็บไว้ พี่ให้”
นพนิตกอดพี่นัทของเขาอีกครั้ง
อั้มเริ่มงานบริหารโรงเรียนการแสดงอย่างจริงจัง นัทเลือกให้อั้มนั่งทำงานใกล้ๆกับฝุ่นดินโดยอ้างกับทุกคนว่า .. “เผื่ออั้มมีอะไร จะได้ปรึกษาฝุ่นดินได้เลยไม่ต้องเสียเวลาเดินไปหา คล้ายๆ กับ วันสต๊อบเซอร์วิสนั่นแหละ”
แม้ฝุ่นดินกับอั้มจะเข้าใจจุดประสงค์ของนัททั้งทางตรงที่อยกาให้ปรึกษางานกัน และทางอ้อมที่อยากใหใกล้ชิดกัน แต่ก็ยังรู้สึกเก้อเขินอยู่ดี
ก็คนที่เคยรักกันมากเมื่อสิบกว่าปีก่อน แล้วเลิกรากันไปด้วย โดยมีสัญญาลูกผู้ชายว่าจะไม่กลับมาหากันอีก ทั้งสองจึงแทบจะะไม่ได้พบหน้ากันอีกเลย
จนมาตอนนี้..เมื่อต้องนั่งทำงานข้างกัน ต้องเห็นหน้ากันเกือบตลอดวันมันก็หาเรื่องคุยกันยากอยู่ จะถามเรื่องไร้สาระแบบที่เด็กวัยรุ่นเค้าจีบกัน มันก็รู้สึกแปลกๆก็ทั้งคู่เป็นผู้บริหารบริษัทไปแล้ว มิใช่แค่เด็กที่เริ่มรักกัน
พักเที่ยง ปณาลีกับอุรวีชวนเพื่อนรักที่กลายเป็นผู้บริหารทั้งคู่ไปทานอาหารเที่ยงด้วยกัน ณัฐกนกกับนพนิตจึงขอตามไปด้วย ทั้งหกจึงเดินไปที่เรือนปาริชาตพร้อมๆกัน
หลังจากที่นั่งโต๊ะรียบร้อยและสั่งอาหารกันเสร็จสรรพ การเม้ามอยก็เริ่มต้นขึ้น..
“ถ้าต้นน้ำมาอีกคนนี่ครบองก์เลยนะเนี่ย” อุรวีแซวผองเพื่อน
“ครบองก์อะไรเหรอครับพี่วี” นพถามอย่างงง งง
“ก็..” อุรวีทอดเสียงและปรายตาไปมองอาการแต่ละคน
แต่ละคนก็มองหน้ากันไปมาแต่ก็มีแต่รอยยิ้มกัน ไม่มีใครแสดงอาการในเชิงปฏิเสธ
“จะเล่าก็เล่าเถอะผ่านมากันจนปูนนี้แล้ว” นัทเป็นตัวแทนอนุญาต
อุรวีจึงเล่าให้เด็กหนุ่มฟัง.. “เมื่อก่อน คุณนัทจะควงฝุ่นดินไปโน่นไปนี่เป็นประจำเพราะที่บ้านทั้งสองอยากให้ให้คบกัน”
“พี่นัทกะพี่ฝุ่นเลยสนิทกันมาก” นพนิตผสมโรง
“ช่ายยยยย” ปณาลีตอบแทน
“ทีนี้นะ” อุรวีเม้าอย่างออกรส “พอฝุ่นดินพาคุณนัทมาที่ ม. อั้มซึ่งตั้งท่าจะจีบฝุ่น แต่ก็ไม่กล้าจีบซะที ก็คิดว่าทั้งสองเป็นแฟนกันทั้งรู้สึกออกหัก ทั้งเสียใจ โอ๊ย.. สารพัดอารมณ์”
“เว่อร์ไปล่ะวี” อั้มเบรคเพื่อน
แต่ไม่สำเร็จ!!
ปณาลีเม้าต่อ “อั้มไม่มองหน้าคุณนัทตั้งนาน จนคนที่เฉลยให้พวกเรารู้ความจริงคือต้นน้ำเพราะคุณนัทจีบต้นน้ำ”
“เท่านั้นแหละนพพวกเรากลายเป็นแก๊งใหญ่เลย คุณนัทคู่ต้นน้ำ ฝุ่นกะอั้ม พี่เลยจำใจคู่กะวี” อุรวีแซวตัวเองกะเพื่อน
อินทรเดินถือจานอาหารออกมาเสริฟเขาวางตรงหน้าอุรวี
“พี่อินหล่อจัง” อุรวีแซวด้วยคำพูดและสายตา
อินทรยิ้มตอบอย่างมารยาทดี “ทานอาหารให้อร่อยนะครับ” แล้วเขาเดินกลับเข้าครัวไป
ปล่อยให้อุรวีมองตาค้าง!!
จนทุกคนในโต๊ะอาหารหัวเราะออกมาแล้วก็เอ็นจอยอี๊ทติ้งกันไป
นพนิตขออนุญาตเอาหนังสือการแสดงที่เป็นภาษาอังกฤษของครูโชมาอ่าน เพื่อเสริมความรู้ให้ตนเอง และทดลองแปลเพื่อทบทวนภาษาอังกฤษไปในตัว แล้วนพจะส่งให้ครูโชอ่านตรวจทานอีกครั้ง
มีสัญญาณไลน์เข้าดังขึ้น นพนิตจึงหยิบมือถือขึ้นมาดู
..“พี่นพไม่ต้องมารับทูนะครับ” ..
.. “ฝากบอกอานัทด้วยนะครับ”..
..“ไม่ต้องให้พี่บุษมารับนะครับ” ..
นพนิตแปลกใจ และไม่รู้ว่าว่าทบทูจะกลับบ้านอย่างไรเขาไลน์ถามกลับไป แต่ทบทูก็ไม่อ่านและไม่ตอบอะไรเลย นพนิตทำได้อย่างเดียว คือเดินเอามือถือเขาไปให้พี่นัทอ่าน
ณัฐกนกรับรู้แล้วก็ไม่ออกความเห็นอะไร
“พี่นัท..แล้วทูจะกลับมายังไง ถามไปก็ไม่ตอบ นี่.. อีกแป๊บโรงเรียนก็เลิกแล้ว ให้นพขับรถไปรับทูนะ” พูดจบเขาก็จะเดินออกไป
“นพ” พี่นัทเงยหน้ามาสบตานพด้วยแววตาที่นพต้องหยุดขยับตัว
“นพแค่ห่วง..”
“ทูอายุห่างจากนพแค่ปีสองปี แล้วก็รู้จักที่นี่มากกว่านพอีก นพจะห่วงอะไรเค้ามากขนาดนี้” คนพี่ชี้แจง
“เอ่อออ..” คราวนี้เป็นคนน้องพูดไม่ออก
คนพี่มองหน้าคนน้องเหมือนในใจเขาจะครุ่นคิดอะไรบางอย่าง “นพ..” คนพี่เม้มปากตัดสินใจ “นพเคย.. ห่วง .. พี่บ้างมั้ย?”
นพนิตมองหน้าพี่นัทของเขา
ในแววตาที่มองมา.. นพนิตรู้สึกได้ถึงความห่วงหา และปรารถนาบางอย่าง.. นพนิตยิ้มให้กำลังใจพี่นัทของเขา “พี่นัทเก่งมากขนาดนี้ จะให้นพห่วงอะไรอีกล่ะ”
คนพี่ขยับตัวเขาหา
คนน้องทั้งถอยทั้งเบี่ยงตัวหลบ
พี่นัทเดินมาจนตัวเขาชิดกับตัวนพ “แต่พี่ก็อยากมีคนห่วงบ้างนะ”
นพนิตสบตาพี่นัทของเขาและส่งยิ้มให้ “นพเป็นกำลังใจให้พี่นะ แต่ตอนนี้ พี่นัทถอยตัวออกไปก่อนเถอะเดี๋ยวเป็นข่าวอีก”
พี่นัทยิ้มให้และยอมขยับตัว จนนพนิตออกมาจากมุมที่ยืนอยู่เมื่อครู่ได้ และเดินกลับไปที่ของตน
ไม่นาน.. เขนปรากฏตัวขึ้นที่สำนักงานของณัฐกนก เขาแต่งชุดสูทสีหนักอย่างสุขุมแลเดินเข้าสำนักงานอย่างคุ้นเคย
“คุณนัท”
ณัฐกนกหันไปมองที่มาของเสียงนั่น “เขนนนนน” เขาเรียกชื่ออย่างดีใจ “แต่งตัวแบบนี้ แสดงว่าพ่อนัทยอมรับในตัวเขนแล้วใชไหม?”
“ครับคุณนัทเป็นไงบ้าง?”
“ที่นี่ดีไม่มีปัญหา เพราะทีมงานทุกคนรู้จักกันหมด และไว้ใจได้ทุกคน”
“คิดถึงคุณนัทเหลือเกิน”
ณัฐกนกตอบแทนความดีของเขนด้วยการโอบกอดเขา
“ตอนนี้มันพักที่โรงแรมเก่าๆแถวข้าวสาร ไม่เป็นเป้าสายตา คุณนัทจะให้เขนทำยังไงก็ได้ บอกมาคำเดียว” เขนบอกนัททั้งที่ยังโอบกอดกันอยู่
“ทำอย่างนึง ที่ทำให้เขนสบายใจ และให้นัทมั่นใจขึ้น” นัทบอกเขน ขณะที่คลายอ้อมกอด
เขนมองหน้านัทด้วยความงง
นัทยื่นหน้ามาใกล้ๆเขน “หาวิธีดักฟังมัน นัทอยากรู้ว่ามันคุยอะไรกับลูกมัน”
เขนเข้าใจความหมายประโยคที่คุณนัทพูดกับเขาก่อนนี้ทันที .. ถ้าพ่อลูกคุยกัน แล้วสรุปได้ว่า.. ลูกมันมาอยู่กับพี่นัทด้วยใจจริงๆเขนคงสบายใจ และนัทจะมั่นใจขึ้น ..
“แต่..!!”
“ถ้าผลเป็นตรงกันข้าม” ณัฐกนกพูดอย่างเลือกเย็น “ก็ปิดจ๊อบ”
จบตอน ๔๐