5
“อะไรกันนี่คุณพูดแบบนี้ได้ยังไง”
“นายเลิกบ่นได้แล้วรีบกินข้าวซะ เราเดินทางมาถึงแล้ว”
ผมไม่ทันได้สังเกตว่าในตอนที่ผมหยุดพายเรือนั้นกระแสลมได้พัดมาเรื่อย ๆ ทำให้เรือเคลื่อนที่ไปข้างหน้าอย่างช้า ๆผมมองเห็นชายฝั่งอยู่รางๆ ไม่ใช่สิ คงจะเป็เกาะอีกเหมือนเคย หมอกเริ่มจางลงเรื่อยๆ จนเริ่มจะเห็นเงาอะไรบางอย่าง
“นั่นคนนี่”ผมอุทานออกมา
เรือค่อยๆเทียบชายฝั่ง และผู้คนมากมายก็กำลังมุ่งหน้ามาทางนี้ พวกเขาดูน่ากลัวมากดวงตาหลายคู่ที่ดูไม่เป็มิตร ผมตั้งท่าจะะโลงจากเรือเพื่อที่จะวิ่งหนี
“ไม่ต้องกลัว”ชายสูงอายุพูดขึ้น
ผมทำได้แค่หลบอยู่ข้างหลังของเขาและคนพวกนั้นก็มายืนอยู่กันเป็กลุ่มตรงหน้าของผมและชายคนที่ยืนอยู่ข้างหน้าที่สุดในกลุ่มก็พูดขึ้นว่า
“วันนี้คุณตื่นสายหรือครับ”
ผมพยายามที่จะทำความเข้าใจกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าของผมผู้คนมากมายมีทั้งเด็กไปจนถึงผู้ใหญ่ และยังมีคนแก่อีกด้วยคนพวกนี้ล้วนแต่ใส่เสื้อผ้าสีขาวล้วนกันทั้งนั้นแต่เสื้อผ้าของพวกเขานั้นดูออกได้เลยว่า เป็เสื้อผ้าที่ค่อนข้างเก่าเพราะรอยขาดรอยเย็บต่างๆ มากมายบนเสื้อผ้า แต่ถึงกระนั้นก็ไม่มีรอยดำ รอยสกปรกเลยบนเกาะแห่งนี้มีอะไรที่น่าแปลกมากมาย แม้กระทั่งตอนนี้ที่สายแดดจ้าขนาดนี้แล้วแต่กลับไม่รู้สึกร้อนเลยแม้แต่นิดเดียว
“มาหยิบไปได้เลยวันนี้ฉันมาสายขอโทษด้วย” ชายสูงอายุพูดขึ้น
“ขอโทษอะไรกันครับผมก็แค่ถามด้วยความสงสัย ปรกติคุณไม่เคยมาสายเลยสักวัน”
พอชายที่อยู่หน้ากลุ่มพูดจบคนพวกนั้นก็ทยอยต่อแถวเข้ามารับอาหารบนเรือไปจนหมดจะเหลือไว้ก็เพียงแต่กล่องข้าวของผม พอหยิบอาหารไปจนหมดพวกเอาก็เอ่ยปากพร้อมกันว่า
“ขอบคุณมากๆ นะครับคุณเจมส์”
“ไม่เป็ไรฉันไปล่ะ”
และชายสูงอายุที่ผมพึ่งจะรู้ชื่อว่าชื่อเจมส์ ก็หันมาบอกผมว่าให้ออกเรือได้ ผมก็พายเรือออกมาซะดื้อๆ เลยคงเป็เพราะผมคงกลัวคนพวกนั้นอยู่ที่เขาน่ากลัวคงเป็เพราะท่าทางและหน้าตาที่บ่งบอกว่าหิวนี่เอง
“คุณชื่อเจมส์ หรือครับ” ผมถาม
“เลี้ยวเรืออ้อมเกาะไปทางฝั่งขวานะ”เขาหันมาบอกผม
“คุณไม่ได้ตอบคำถามของผม”
“ชื่อของฉันมันไม่สำคัญนักหรอกนายรีบกินข้าวซะในตอนที่ยังมีเวลา”
จริงด้วยสิั้แ่เมื่อกี้ผมก็ยังไม่มีเวลาได้กินเลย เพราะดันมาเจอกับคนพวกนั้นซะก่อนผมจึงไม่รีรอรีบกินข้าวนั้นอย่างเอร็ดอร่อย
“คุณรู้ไหมข้าวผัดไข่คือของโปรดของผมเลย ยายชอบทำให้ผมกินทุกวัน”
“รู้สิ”เขารีบพูดแทรกขึ้น
“คุณรู้ได้ยังไง”
“ไม่สำคัญหรอกสำคัญที่ว่าเมื่อไหร่นายจะเลิกพูด แล้วนั่งกินไปเงียบๆ”
“คงไม่ได้หรอกครับเพราะผมยังมีเื่ที่ยังสงสัยอีกมาก”
“งั้นเอาเป็ว่าฉันจะบอกสิ่งที่นายควรรู้เอาไว้นะนอกเหนือจากนี้นายห้ามถาม ฉันเป็คนพานายมาที่นี่เองเพื่อมาทำงานกับฉันและสถานะตอนนี้ของนายกับฉันก็คือ หัวหน้ากับลูกน้องหรือเรียกว่านายจ้างกับลูกจ้างในแบบที่นายคงจะคุ้นเคย และข้าวของของนายฉันก็เตรียมมาให้หมดแล้วด้วย
“ผมมาทำงานอะไรแล้วไปตกลงกับคุณตอนไหนกัน ผมจำได้ว่าผมยังไม่ได้หางานเลยด้วยซ้ำ”
“ฉันบอกนายแล้วไงว่าห้ามถามให้ฟังฉันอย่างเดียว นายชักจะทำให้ฉันเริ่มรำคาญแล้วนะ”
พอเขาพูดดังนั้นเขาก็หันมามองหน้าผมด้วยสีหน้าที่น่ากลัวทำให้ผมเคี้ยวข้าวไม่ออกเลย ทำได้เพียงหลบหน้าเขาเล็กน้อยผมชักไม่อยากจะเชื่อแล้วว่าผมจะมาทำงานกับเขาคนนี้จริง ๆ แถมงานอะไรก็ยังไม่รู้ขืนถามไปตอนนี้มีหวังเขาโกรธแล้วฆ่าผมขึ้นมามันคงไม่คุ้มแน่ ยังไงเอาเป็ว่าตอนนี้ผมทำได้เพียงแค่ดูลาดเลาไปก่อนพอเห็นว่ามีโอกาสที่จะหนีได้ก็จะรีบหนีไปทันทีอย่างไม่ลังเล แล้วจู่ ๆเขาก็พูดขึ้น
“ถึงแล้วนั่นบ้านของฉัน และก็เป็ที่พักของนายด้วย” เขาชี้มือให้ผมดูสิ่งที่อยู่ข้างหน้า
“พระเ้าช่วย”ผมเผลออุทานออกมา