ไป๋เจียอี: “จางซื่อเ้าจงจำไว้ให้ดี ข้าไป๋เจียอีไม่เคยมองว่าเ้านั้นเป็แม่และความจริงก็ไม่ใช่ เ้าเองก็รู้ดีอยู่แก่ใจมิใช่หรือดังนั้นอย่ามาอ้างเอาคำว่าแม่มาข่มขู่ตัวข้าผู้นี้อีก”
จางซื่อรู้สึกตระหนกใเป็อย่างมากจนสีหน้าซีดเซียวขึ้นมาจริงๆเสียแล้ว มือที่ซ่อนอยู่ใต้ผ้าห่มถูกกำแน่นจนเส้นเืปูดโปนและสั่นเทา นังเด็กชั่วนี่รู้ความจริงั้แ่เมื่อไหร่กัน แต่มันจะเป็ไปได้อย่างไร เื่นี้ไม่มีใครรู้นอกจากนางเพียงผู้เดียว จางซื่อรู้สึกสับสนยิ่งนัก ในใจก็ยิ่งคิดที่อยากจะกำจัดไป๋เจียอีมากขึ้นไปอีก
จางซื่อกัดฟันทำเป็ใจดีสู้เสือ: “ดูเสี่ยวอีพูดเข้าหากคนไม่รู้มาได้ยินเข้าอาจคิดว่าเ้าไม่ใช่ลูกของข้าจริงๆ เสียแล้วข้าที่คลอดเ้ามากับมือ สายสะดือก็เป็ข้าที่ตัดออกเอง เช่นนี้แล้วเ้าจะไม่ใช่ลูกของข้าได้อย่างไรกัน”
ไป๋เจียอีจ้องมองนางด้วยความเหนื่อยหน่ายใจกล่าว: “กาเหว่าไข่ไว้ให้แม่กาฟัก”
คำพูดที่จางซื่อกำลังคิดจะกล่าวตอบโต้ออกไปนั้นถึงกับจุกอยู่ที่ลำคอ จากนั้นก็มีเกลียวคลื่นถาโถมซัดอยู่ภายในใจอย่างรุนแรง
ไม่ได้นางเด็กคนนี้ต้องตายเท่านั้น นางจึงจะสบายใจได้!!!
จางซื่อ: “เสี่ยวอี ข้าเหนื่อยเหลือเกินเห็นแก่ที่ข้ายังเป็ฮูหยินใหญ่ของจวนนี้เ้าช่วยไว้หน้าข้าสักครั้งได้หรือไม่วันนี้เ้าไปไหว้พระเป็เพื่อนข้าที่วัดผิงอานสักครั้งเถิด ตกลงตามนี้”
ไป๋เจียอี: “วัดที่ท่านแม่คลอดข้าออกมาน่ะหรือ ก็ดีเหมือนกันพวกเราสองคนจะได้รำลึกถึงความหลังกันให้ดีเสียหน่อย” นางใช้สายตาอันเ็าส่งไปให้จางซื่อ บ่าวรับใช้ที่อยู่ในเรือนต่างพากันเงียบกริบ ก้มหน้าลงต่ำไม่มีใครกล้าเอ่ยอะไรออกมาแม้แต่คนเดียว
ภายในรถม้าที่หรูหราโอ่อ่า
ไป๋เจียอีนอนหงายเอาศีรษะหนุนตักหวงหลาน 2 ขายกไขว่ห้างชี้ขึ้นฟ้า ใช้สองมือถือขวดนมดูดดื่มอย่างมีความสุข
จ๊วบ! จ๊วบ!
ไหนเลยจะมีท่าทีที่สตรีพึงมี จางซื่อคิดเยาะเย้ยอยู่ภายในใจอายุก็ 5 ปีแล้ว แต่ยังติดขวดนมอยู่อีกไม่รู้ว่าหากฮูหยินที่ดูสูงศักดิ์นางนั้นเห็นบุตรสาวที่แท้จริงของตนตกอยู่ในสภาพกิริยาเช่นนี้จะรู้สึกอย่างไรบ้างนะ
ฮ่า…ฮ่า…ฮ่า…!
ผ่านไปชั่วครู่ ก็มาถึงวัดผิงอานแล้วไป๋เจียอีเดินลงไปก่อนโดยไม่สนใจจางซื่อแม้แต่น้อย
หวงหลาน: “คุณหนูอย่าเดินเร็วจนเกินไป เดี๋ยวจะหกล้มเอาได้นะเ้าคะ”
หวงหลานรีบวิ่งตามหลังไป๋เจียอีไป “คุณหนูตัวเล็กนิดเดียวขาก็สั้นแต่เหตุใดถึงได้เดินเร็วจนผู้ใหญ่อย่างนางก็ตามไม่ทันได้กันนะ”
จางซื่อสงสัยตาไปให้ปาอันเป็นัยๆ ว่าให้ทำตามแผนที่วางไว้ได้เลย
ฮูหยินระวังเ้าค่ะ!
เสียงร้องะโอย่างใของปาอันดังจนนกที่เกาะอยู่บนกิ่งต้นไม้บินแตกรังไปคนละทิศละทาง ไป๋เจียอีกับหวงหลานรีบหันหลังกลับมาดูก็เห็นจางซื่อที่กำลังปีนขึ้นเขาลื่นขั้นบันได ล้มก้นกระแทกพื้นอย่างแรง
โอ๊ย…!
เอวข้า!
ฮือ…ฮือ…ฮือ…!
ปาอันรีบวิ่งเข้าไปประคองจางซื่อให้ลุกขึ้น
โอ๊ย…!
จางซื่อ: “เหตุใดถึงได้เจ็บเช่นนี้ แล้วข้ายังจะขึ้นเขาไปไหว้พระขอพรเป็เพื่อนเสี่ยวอีได้อยู่หรือไม่นะ ฮือๆๆ”
ปาอัน: “ไม่ได้นะเ้าคะ ฮูหยินต้องรีบกลับจวนไปรักษา หากมัวแต่ชักช้าอาจเป็อันตรายร้ายแรงได้เ้าค่ะ”
ปาอันรับไม้ต่อจากจางซื่ออย่างแเี หวงหลานรู้สึกว่าเื่นี้มันแปลกๆ ชอบกลบันไดก็ไม่ได้ลื่นขนาดนั้นนางกับคุณหนูได้เดินขึ้นมาก่อนแล้ว ก็ไม่เห็นเป็อะไรเลยนี่ ฮูหยินที่ปกติแล้วดูใส่ใจตัวเองเป็พิเศษหรือเรียกได้ว่ารักแต่ตัวเองคนนี้จะไม่ยอมให้สาวใช้ช่วยประคองเดิน จนลื่นล้มไปได้อย่างไรกัน
หวงหลาน: “คุณหนู งั้นพวกเราก็กลับไปพร้อมกับฮูหยินเถิด เ้าค่ะ”
ไม่ได้!!!
จางซื่อใจนเผลอหลุดปากร้องะโออกไปทันที พอได้สติก็รีบทำท่าทางให้กลับมาเป็ปกติดังเดิมกล่าว
“ข้าหมายความว่า หากเสี่ยวอีกลับไปแล้ว การที่ข้าตั้งใจมาสักการะพระพุทธองค์ในครั้งนี้ก็คงจะสูญเปล่า ข้าอยากขอพรให้นายท่านผู้เฒ่ากับฮูหยินผู้เฒ่ามีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง มีอายุที่ยืนยาวอยู่ให้ลูกหลานได้เคารพบูชาไปนานๆเสี่ยวอีเห็นแก่ที่ข้ามีความตั้งใจอันดีนี้ ช่วยไปจุดธูปขอพรแทนข้าด้วยเถิด”
หวงหลาน: “ไม่ได้นะเ้าคะคุณหนู” หวงหลานพูดแทรกทันทีไป๋เจียอีมองดูจางซื่อเล่นละครตบตาอย่างสนอกสนใจและใคร่รู้
ไป๋เจียอี: “งั้นพวกเ้าก็ไปซะ อยู่ๆ ไปก็ขวางหูขวางตาข้าเปล่าๆ”
จางซื่อลอบกัดฟันกรอด นังเด็กไม่รู้จักสัมมาคารวะพูดจาสามหาวไม่มีสักครั้งที่นางจะพูดจาดีๆ เคารพคนเป็มารดาอย่างนาง สักครั้งแม้ในใจจะคิดเช่นนี้แต่ปากกลับเอ่ย
“เสี่ยวอีเด็กดี เ้าช่างว่านอนสอนง่ายยิ่งนัก งั้นแม่…เอ่อ…ข้ากลับก่อนนะเดี๋ยวพอถึงจวนแล้วข้าจะให้คนส่งรถม้ามารับเ้ากลับ”
พอพวกของจางซื่อกลับไปหมดแล้วหวงหลานก็รีบมายืนอยู่ข้างๆ คุณหนูของตน
หวงหลาน: “คุณหนูเื่นี้มันแปลกๆ นะเ้าคะ”
ไป๋เจียอี: “แปลกยังไงรึ” นางพูดยังไม่สะทกสะท้าน
หวงหลาน: “บ่าวรู้สึกว่า เหมือนฮูหยินจงใจอยากให้พวกเราขึ้นไปไหว้พระขอพรกันตามลำพังสองคนเ้าค่ะ”
ไป๋เจียอี : “ใช่แล้วอย่างไร ไม่ใช่แล้วอย่างไร ข้าก็อยากรู้เหมือนกันว่านางคิดวางแผนอะไรอยู่กันแน่”
คุณหนู!
หวงหลานรีบเข้ามากอดคุณหนูของตนไว้แน่น: “บ่าวว่าพวกเรารีบขึ้นไปหาที่ ที่มีคนอยู่เยอะๆ เถอะนะเ้าคะ”
ไป๋เจียอี: “หวงหลานเ้ากลัวหรือไม่”
หวงหลาน: “แม้บ่าวจะกลัวมากแค่ไหนก็ตามแต่ก็จะปกป้องดูแลคุณหนูสุดชีวิตเ้าค่ะ”
ไป๋เจียอีคลี่ยิ้มออกมาอย่างมีความสุข ั้แ่มาอยู่ในโลกใบนี้ก็มีคนคอยรักคอยห่วงใยนางมากขึ้นทุกๆ วัน
ไป๋เจียอีกับหวงหลานเดินมาได้ครึ่งทาง จู่ๆ ก็มีชายฉกรรจ์สวมชุดดำมีผ้าปิดหน้า 2 คน ในมือถือดาบยาวะโมายืนขวางหน้าไว้
หวงหลาน: “พะ…พวก…เ้าเป็ใครกัน ้าอะไร”
ชายชุดดำไม่แม้แต่จะเปิดปากพูดให้เสียเวลาเดินเข้ามาใกล้ไป๋เจียอี ง้างดาบหมายจะฟันนางให้ตายภายใต้ดาบเดียว หวงหลานที่เห็นดังนั้นก็รีบดึงคุณหนูของตนไปไว้ข้างหลังหวังจะรับดาบนั้นแทนจากนั้นก็หลับตายอมรับชะตากรรม
ฉับ! ฉับ!
เอ๋?
หวงหลาน: “เหตุใดข้าถึงไม่รู้สึกเจ็บเลยเล่า”
นางค่อยๆ เปิดเปลือกตาขึ้นจากนั้น
กรี๊ดดด…!
ภาพที่เห็นตรงหน้านี้ ทำให้นางถึงกับทรุดลงไปนั่งกองอยู่ที่พื้นร่างกายไร้ซึ่งเรี่ยวแรงชายชุดดำปิดหน้าทั้งสองถูกฆ่าตัดคอขาดจนเืสาดกระเซ็น ตัวคนยังคงยืนอยู่ที่เดิมแต่ไร้ซึ่งหัว ลำคอมีเืพุ่งออกมาราวกับน้ำพุ
ไป๋เจียอีเดาะลิ้น 1 คราเอ่ย: “ว๊า…มีฝีมือแค่นี้ ริอาจมาลองดีกับข้าแค่มีดสั้นธรรมดาๆ เล่มนึงก็ไม่สามารถรับมือได้แล้ว ตายๆไปเสียก็ดีจะได้ไม่ต้องอยู่ให้เสียชื่อเสียงองค์กรนักฆ่า”
นางยืนยึดหลังเหยียดตรง ที่มือด้านขวาถือมีดสั้นเล่มเล็กเล่มหนึ่งเปื้อนเืหยุด ติ๋งๆ ลงพื้นตอนนี้นางยังไม่สามารถอัพเลเวลระบบมิติเพื่อสร้างอาวุธเช่นพวกปืน ะเิหรืออาวุธนิวเคลียร์ได้จึงต้องใช้ของที่ทำขึ้นในเวลาว่างเมื่อ 3 ปีที่แล้วไปพลางๆ ก่อนอย่างเช่นมีดสั้นบินได้เล่มนี้ เนื่องจากเพิ่มระบบกลไกในศตวรรษที่ 23 ลงไป ธนูไรเฟิลที่เลียนแบบปืนไรเฟิลจู่โจมติดลำกล้อง เป็ต้น
นางเดินเข้าไปะโเตะร่างหัวขาดของชายชุดดำทั้งสองคนอย่างแรง
ตุบ…! ตุบ…!
ร่างทั้งสองล้มลงพื้นฝุ่นกระจายแถมเส้นเอ็นยังกระตุกอีก จากนั้นก็หันหน้ามามองหวงหลานที่ใกับทุกสิ่งที่เกิดขึ้นจนสติหลุดลอยคล้ายคนบ้าไปแล้ว
ไป๋เจียอี: “หวงหลานที่ข้าโเี้ถึงเพียงนี้เ้ากลัวหรือไม่”