เมื่อซินซินออกมาจากห้องครัวก็เห็นอาเขยนั่งอยู่ในห้องโถงและกำลังคุยกับพ่อของตนอยู่ เธอก็แปลกใจเล็กน้อย และก็ใช้ขาสั้นๆ ของตนเดินเข้ามาหาพ่อและอาเขยทันที
“สวัสดีค่ะคุณอา” ซินน้อยพยายามพูดให้ช้าลง พร้อมกับที่ตัวเองก็เดินไปเกาะเข่าพ่อของตน แล้วก็ส่งสายตาให้พ่ออุ้มตนเองขึ้นมานั่งบนตัก ผู้เป็พ่อก็ไม่ทำให้ลูกสาวผิดหวังรีบอุ้มลูกสาวมานั่งที่ตักของตนทันที
“สวัสดีครับตัวน้อย อาจะมาบอกว่าตอนนี้อาเป็ฝ่ายดูแลเื่เสบียงครับ ทางเ้านายของอาได้ให้เงินมาให้อาซื้อสินค้าที่จำเป็เอาไว้ห้าหมื่นหยวนครับ แต่ต้องมีหลักฐานการซื้อด้วยหนูพอจะจัดการได้ไหม” จางหยางบอกกับหลานสาวตัวน้อยของตน
แล้วตัวเขาเองก็รู้สึกอิจฉาพี่เขยเป็อย่างมากที่ได้มีลูกสาวตัวน้อยอย่างซินซิน มาคอยออดอ้อน เขาเองก็อยากจะได้ลูกสาวบ้างเช่นกัน
“เื่นี้ไม่มีปัญหาค่ะ หนูจัดการได้ ส่วนของอาจะให้หนูเอาไปให้ที่ไหนค่ะ เพราะเวลากระชั้นชิดเข้ามาใกล้มากแล้ว อาทิตย์หน้าหิมะแรกก็จะตกลงมาแล้วด้วย และก็จะหนักขึ้นทุกวัน แล้วหลังจากนั้นอาคงต้องทำงานหนักแน่ๆ” เ้าตัวน้อยก็พยายามค่อยๆ พูดออกมาด้วยสีหน้าจริงจัง
“อาหาโกดังไว้เรียบร้อยแล้วครับ พรุ่งนี้หนูให้คุณพ่อพาหนูไปที่บ้านของอาได้เลย อาจะพาไปที่โกดัง ว่าแต่พี่จินเป่าสะดวกไหมครับ” จางหยางซึ่งบอกกับซินซินอยู่ ก็ลืมไปว่าเขายังไม่ได้ถามพี่ภรรยาเลยว่าว่างหรือเปล่า
“พี่ไม่มีปัญหาหรอก ลูกสาวพี่ว่ายังไงพี่ก็ว่าตามนั้นแหละ” จินเป่าตอบน้องเขย พรางลูบหัวลูกสาวของตนไปด้วย
“ถ้าอย่างนั้นผมเองก็ขอตัวกลับก่อนนะครับ เพราะทิ้งฮัวเหมยอยู่คนเดียวนานแล้ว กลัวเธอจะเป็ห่วงว่าผมหายไปไหนยังไม่กลับบ้านสักที” จางหยางพูดพร้อมกับเดินออกมาจากห้องโถงโดยมีจินเป่าตามมาส่งด้วยโดยทิ้งให้ลูกสาวนั่งรออยู่ในห้องโถงอันแสนอบอุ่นคนเดียว
“อ้าวลูกเขยจะกลับแล้วเหรอ แม่นึกว่าจะอยู่ทานข้าวเย็นด้วยกันก่อน” เยว่จิน ที่กำลังเดินออกมาจากในครัว ก็เห็นลูกเขยและลูกชายของตน เดินออกมาจากห้องโถงพอดี
“สวัสดีครับคุณแม่ ผมไม่อยากปล่อยให้ฮัวเหมยอยู่บ้านคนเดียวนะครับ ก็เลยว่าจะรีบกลับ เพราะั้แ่เลิกงานผมก็มาที่นี่เลย ยังไม่ได้แวะกลับไปบอกเธอที่บ้านไว้ก่อนครับ” จางหยางทำความเคารพแม่ภรรยา พร้อมบอกเหตุผลของตน
“ถ้าอย่างนั้นก็ขี่รถดีๆ นะลูกแม่ฝากดูแลลูกสาวของแม่ด้วย”
“ครับแม่” จางหยางรับปากแม่ยาย เมื่อออกมาจากบ้านแล้วเขาก็ขี่รถจักรยานเข้าเมืองเพื่อกลับบ้านทันที
ซินซิน ตอนนี้กำลังนั่งกินบัวลอยน้ำขิงที่ตนไปอ้อนให้ย่าและแม่ทำให้กินอย่างเอร็ดอร่อย จนแก้มป่องออกมาทั้งสองข้าง เหมือนกระรอกตัวน้อยๆ พ่อ แม่และย่าที่ได้มาเห็นภาพนี้ก็ได้แต่ยิ้มให้ความเอ็นดูกับเ้าเด็กจะกละตรงหน้า ซ่านซ่านเองก็ยิ้มให้กับความน่ารักของน้องสาวเช่นกัน
“ซินซิน เราไปในป่ากันเถอะ มีต้นไม้แห่งภูติที่อยู่ในป่ากำลังส่งเสียงเรียกขอความช่วยเหลือมา จิวจิวจะต้องไปช่วยเพราะต้นไม้ชนิดนี้มีความจำเป็ต่อภูติบนโลกแห่งนี้เป็อย่างมาก” ในขณะที่ซินซินกำลังเพลิดเพลินกับขนมอยู่ ก็ได้ยินเสียงเพื่อนรักของตนพูดขึ้นมา
“เราไปกันเองไม่ได้หรอก เราตัวกะเปี๊ยกกันแค่นี้ ต้องมีผู้ใหญ่ไปด้วย รอให้ซินซินกินบัวลอยลูกนี้หมดก่อนนะ ซินซินจะไปชวนคุณพ่อให้ไปเป็เพื่อน” พอซินซินพูดจบ เ้าตัวน้อยก็รีบนำบัวลอยลูกสุดท้ายเข้าปากของตน พร้อมกับเคี้ยวหนุบหนับอย่างรวดเร็ว
“พ่อจ๋า พ่อช่วยพาหนูและจิวจิวเข้าป่าหน่อยได้ไหมคะ จิวจิวจะต้องไปช่วยต้นไม้แห่งภูติจ้ะ” ซินซินได้เดินมาหาพ่อของตนที่กำลังช่วยผู้เป็แม่พับผ้าที่ผู้เป็แม่เย็บเสร็จแล้วอยู่ที่พื้นหน้าเตาผิง พร้อมมองพ่อด้วยดวงตาใสแจ๋ว
“แล้วมันจะเป็อันตรายกับลูกและก็จิวจิวด้วยไหมจ๊ะ” แม่ที่กำลังเย็บผ้าถามผู้เป็ลูกสาวออกมา
“แม่ไม่ต้องกังวลนะจ้ะ หนูรับรองว่าพ่อและพวกหนูจะกลับมาอย่างปลอดภัยจ้ะ” ซินซินยิ้มหวานให้กับผู้เป็แม่พร้อมกับเดินเข้าไปกอด
“หนูต้องระวังตัวดีๆนะลูก แม่รู้ว่าหนูและจิวจิวพิเศษ แต่แม่ก็อดเป็ห่วงไม่ได้” ซูเหมยพูดขึ้นมาพร้อมกับกอดลูกน้อยของตน
ั้แ่เธอและครอบครัวได้รับรู้เื่ของจิวจิว ที่ลูกสาวตัวน้อยบอกว่าเป็ภูติแห่งจิติญญาของเหล่าต้นไม้นั้น ครอบครัวของเธอก็คิดแล้วว่าลูกสาวของเธอจะต้องเป็เทพธิดาจริงๆ และจะต้องลงมาเกิดเพื่อช่วยเหลือผู้คนที่อดยากในยุคนี้เป็แน่
โดยมีจิวจิว ลงมาเป็ผู้คอยช่วยเหลือ เพราะั้แ่จิวจิวมาอยู่ในบ้าน ต้นไม้ภายในบ้านก็ต่างเติบโตขึ้นมาแข่งกันออกดอกออกผลกันยกใหญ่ ทำให้ที่บ้านเองก็ไม่เคยขาดแคลนพืชผักและสามีของเธอเองก็นำไปขายให้ร้านอาหารของเถ้าแก่จางเป็ประจำ
“ไว้ไปกันพรุ่งนี้เช้าดีไหมลูกเพราะตอนนี้มันเย็นมากแล้ว พ่อเกรงว่าหากเราเข้าป่ากันในเวลานี้อาจจะเจอเข้ากับสัตว์ร้ายเอาได้นะลูก”
เมื่อได้ยินที่พ่อพูดซินซินก็หันไปมองจิวจิวเพื่อนตัวน้อยของตน เมื่อเห็นว่าจิวจิวเห็นด้วยแล้วก็หันหน้ากลับมามองผู้เป็พ่อและแม่ที่กำลังรอคำตอบอยู่
“ตกลงค่ะพรุ่งนี้เรากินข้าวเสร็จแล้วก็ไปในป่ากันเลยนะคะ” คืนนั้นเมื่อคนทั้งบ้านหลับกันไปหมดแล้ว ทางด้านภายในป่าก็เกิดความโกลาหลขึ้นเป็อย่างมาก โดยที่เ้าตัวน้อยซินซิน ก็ได้แต่นอนเกาพุงป่องๆ ของตัวเอง พร้อมกับจิวจิวที่นอนอยู่อยู่บนหัวของผู้เป็เพื่อนไม่ได้รับรู้เื่ราวแม้แต่นิดเดียว
“พ่อจ้า วันนี้เราต้องไปหาอาจางหยางก่อนไม่ใช่เหรอคะ หนูเองก็เกือบลืมไปแล้วเพิ่งจะนึกขึ้นมาได้เมื่อตะกี้นี่เอง” เ้าตัวน้อยพูดกับพ่อ
“ถ้าอย่างนั้นเราก็รีบไปจัดการเื่อาจางหยางของลูกก่อน แล้วพอกลับมาก็ค่อยเข้าไปในป่ากันลูกว่าดีไหมครับ”
“ตกลงค่ะ”
“สองพ่อลูกมากินข้าวกันได้แล้วจ้า” พ่อกับลูกเมื่อได้ยินเสียงของซูเหมย ก็รีบพากันเดินออกมายังห้องกินข้าวทันที เมื่อทั้งสองกินข้าวกันเสร็จแล้วทั้งคู่ก็พากันขี่จักรยานไปหาจางหยางที่ตัวอำเภอ โดยที่ทั้งสองได้ขี่จักรยานไปส่งซ่านซ่านที่ได้ออกจากบ้านมาพร้อมกันก่อน
เมื่อมาถึงบ้านของอาจางหยางทั้งสองคนก็เห็นว่าอาจางหยางก็จูงจักรยานออกมาจากบ้านพอดี เมื่อทั้งสามได้พบกันและทักทายกันเรียบร้อยแล้ว อาจางหยางก็ขี่จักรยานนำสองพ่อลูกไปยังโกดังที่ตนและเพื่อนได้เช่าเอาไว้แล้ว
ทั้งสามขี่จักรยานฝ่าลมหนาวมาประมาณสิบนาที ก็ได้มาเจอโกดังที่ว่าซึ่งอยู่ในที่ค่อนข้างลึกลับพอสมควร เมื่อมาถึงแล้วทั้งหมดก็จอดจักรยานด้านหน้าโกดัง ส่วนอาจางหยางก็รีบเดินไปเปิดประตูโกดังรอ
เมื่อซินซิน เข้าไปด้านในพร้อมกับผู้เป็พ่อและอาเขยของตนแล้ว มหกรรมการเสกสิ่งของต่างก็เริ่มขึ้น โดยซินซินก็ได้แยกสิ่งของเ่าั้ไว้ให้เป็หมวดหมู่ด้วย จากโกดังที่ว่างเปล่าตอนนี้กลับเต็มไปด้วยสิ่งของมากมาย
ถึงแม้ว่าเขาจะเคยเห็นหลานตัวน้อยเสกสิ่งของออกมาก่อนหน้านี้แล้วก็ตาม แต่ตอนนี้เขาก็ยังคงใอยู่ดี เพราะเขาไม่คิดว่าหลานสาวตัวน้อยจะเสกสิ่งของออกมาได้อย่างมากมายจนเกือบจะเต็มโกดังที่เขาเช่าไว้แล้ว
“พอแล้วลูก อาว่ามันน่าจะเกินห้าหมื่นหยวนที่อามีให้หนูแล้วนะ เดี๋ยวจะมีคนสงสัยเอาได้” อาจางหยางรีบพูดหยุดหลานสาวตัวน้อยของตน
เมื่อซินซินได้ยินเสียงห้ามของผู้เป็อาเธอก็หยุดมือลงทันที พร้อมกับยื่นใบเสร็จรายการสินค้าให้กับผู้เป็อาด้วย ทางด้านจางหยางก็ยื่นเงินห้าหมื่นให้กับเ้าตัวน้อยเช่นกัน
“ขอบคุณค่ะคุณอา แค่นี้หนูก็เป็เศรษฐีตัวน้อยๆ แล้วอิอิ” ซินซินตัวน้อยกล่าวขอบคุณผู้เป็อาและยิ้มออกมาอย่างชอบใจ ทำให้ทั้งผู้เป็อาและผู้เป็พ่อต่างก็ยกยิ้มด้วยความเอ็นดู
“ของมันจะไม่เยอะไปเหรอลูก” จางหยางก็ถามเ้าตัวน้อยด้วยความกังวล
“หนูสมทมการบริจาคครั้งนี้ด้วยค่ะคุณอาก็บอกไปว่าคนที่ขายสินค้าให้เขาฝากมา บริจาคด้วยก็แล้วกันค่ะ เขาคงจะไม่มาสนใจอะไรมากหรอกเมื่อถึงเวลานั้น”
“ตกลง เอาตามที่หนูว่ามาก็แล้วกัน”
เมื่อจัดการเื่สิ่งของเรียบร้อยแล้วทั้งพ่อและลูกสาว ก็พากันกลับบ้าน เพื่อที่จะได้เตรียมตัวเข้าป่า เมื่อกลับมาถึงบ้านทั้งพ่อและลูกก็มาสวมเสื้อผ้าให้มิดชิด และเอาตะกร้าสะพายขึ้นหลังพร้อมทั้งจินเป่าเองก็เตรียมเชือกและอาวุธไปด้วย
ทั้งคู่กำลังจะเดินเข้าไปในป่า ก็มาเจอกับคนที่ไม่อยากเจออย่างคนบ้านตระกูลหลงเสียได้ ทั้งคู่ซึ่งไม่อยากสนใจคนตระกูลนี้ ก็ไม่ได้คิดจะทักทายหรือว่าพูดอะไร ก็พากันจูงมือจะเดินเลี่ยงไป
“แหมๆ เห็นผู้หลักผู้ใหญ่ก็ไม่คิดจะทักทายกันเลยนะ ช่างสั่งสอนลูกสาวมาดีเสียจริง” เสียงกานเจียว เมียของหลงเทียนผู้เป็พี่ชายคนโตของจินเป่า จีบปากจีบคอพูดขึ้นมา
“จินเป่านายจะเข้าป่าไปหาของป่าหรือล่าสัตว์กันล่ะ ถ้าหาอะไรได้ก็เอาไปแบ่งให้ปู่กับย่าที่บ้านบ้างซิ ท่านทั้งสองก็อายุมากแล้วนายเองก็เป็หลานคนหนึ่งเหมือนกัน” หลงเทียนผู้มีนิสัยเห็นแก่ตัว เ้าเล่ห์ก็พูดขึ้นมา
“แล้วทำไมพี่กับพี่รองและน้องสี่ไม่่เข้าป่าไปล่าสัตว์กันเองล่ะครับพวกพี่เป็ผู้ชายและก็มีกันตั้งสามคน ส่วนผมพี่ก็เห็นๆ อยู่ว่ามากับลูกสาวผมคงไม่มีปัญญาล่าสัตว์มาให้ใครได้หรอกครับ” จินเป่าก็พูดกับคนที่มีสายเืเดียวกับตนอยู่ครึ่งหนึ่ง
“ก็รู้ว่าเข้าป่าแล้วจะเอาลูกสาวตัวซวยนี่เข้ามาด้วยทำไมกันล่ะ ใครๆเขาก็รู้ว่าเด็กนี่ไหนจะทำให้แม่คลอดก่อนกำหนดเมื่อเกิดมาก็ทำให้ปู่กับย่าเลิกรากัน พามันเข้าป่ามาด้วยวันนี้พวกฉันก็คงไม่ได้อะไรกลับไปกันหรอก” ฝ่ายเจียวเจียวที่เห็นว่าสามีของตน โดนน้องต่างแม่พูดแบบนี้ใส่ ตนจึงได้คิดเอาเื่ลูกสาวของน้องสามีมาพูดบ้าง
ทางด้านจินเป่าเมื่อได้ยินเมียพี่ชายของตนว่าร้ายลูกสาวสุดรักของเขา เขาก็โกรธจนอยากจะเข้าไปตบตีคนตรงหน้า ทางด้านซินซินเมื่อเห็นว่าผู้เป็พ่อโกรธที่มีคนมาว่าร้ายเธอ เธอจึงได้บีบมือของคนเป็พ่อไว้แน่นๆ
จินเป่าได้ก้มลงมามองมือของตนที่ถูกลูกน้อยบีบไว้แน่นก็ได้ทำให้ตัวเองมีสติขึ้นมา และเขาก็ไม่ได้คิดอยากจะโต้เถียงอะไรอีกจึงได้เดินเข้าป่าไปพร้อมกับลูกน้อยด้วยความอดทนอดกลั้น
‘อยากได้เนื้อสัตว์ป่าใช่ไหม เอาไปเลยหมูป่าตัวใหญ่ๆ ขอให้หนีเอาชีวิตรอดกันให้ได้นะ’ ซินซินได้กล่าวขึ้นในใจ เมื่อทั้งพ่อและลูกสาวหายลับเข้าไปในป่าลึกแล้ว ทางด้านชายป่ารอบนอกที่หลงเทียนและเจียว เจียวผู้เป็ภรรยากำลังเก็บฟืนกันอยู่
ครืดคราด ครืดคราด เสียงหายใจอย่างหนักหน่วงของหมูป่าตัวั์ ก็ได้พุ่งออกมาจากป่าด้านใน โดยที่สองคนผัวเมียนี่ยังไม่ทันได้ตั้งตัว
“กรี๊ด” เสียงกรีดร้องได้ดังขึ้นจากเจียว เจียวเมียของหลงเทียน ได้เรียกสติให้หลงเทียนที่กำลังก้มๆ เงยๆอยู่ได้เงยหน้าขึ้นมามอง และขาของเขาก็อ่อนลงพร้อมที่เขาเองก็ได้นั่งลงกองกับพื้นทันที กับสิ่งที่เห็นตรงหน้า
“ช่วยด้วย ไปนะอย่าวิ่งตามฉันมา ไปให้พ้นเ้าหมูบ้า” เสียงเจียว เจียวร้องไล่หมูป่าในขณะที่ตัวเองก็วิ่งหนีมันไปด้วย ทางด้านหลงเทียนเมื่อตั้งสติได้แล้ว ก็รีบวิ่งหนีไปทันที โดยที่ตัวมันไม่คิดจะเป็ห่วงเมียของตนแม้แต่น้อย
ทางด้านซินซินกับพ่อก็ไม่อาจรับรู้สิ่งที่เกิดขึ้นรอบนอกชายป่าได้ เพราะตอนนี้ทั้งสามรวมทั้งจิวจิว ที่ปรากฎกายออกมาอยู่บนหัวของซินซินได้เดินเข้าถึงป่าชั้นในแล้วและป่าชั้นนี้ก็ค่อนข้างที่จะอุดมสมบูรณ์เป็อย่างมาก เพราะไม่มีใครกล้าเข้ามา