เช้าตรู่ อรุณรุ่งอ่อนโยนสาดส่องผืนฟ้า
สนามฝึกยุทธขนาดเล็กว่างเปล่าตั้งอยู่ใจกลางสวนอันกว้างใหญ่ที่แห่งนี้คือที่ซึ่งฉู่เหินฝึกวิทยายุทธผู้เดียวเป็ประจำ
ยามนี้ บนแท่นหิน้าสนามฝึกยุทธ ฉู่เหินกำลังนั่งขัดสมาธิอยู่แสงสีทองอ่อนสายหนึ่งพันรอบกายเขาประดุจแพรบาง
ฉู่เหินหลับพริ้ม กายานิ่งไม่ไหวติงดั่งหินผา
มือซ้ายของเขานั้นเล่ากลับกำผลึกน้ำขนาดเท่ากำปั้นทารกไว้อยู่ก้อนหนึ่งผลึกใสแวววาวมีแสงเงินกะพริบเคลื่อนไหวอยู่ภายใน
พลังิญญาหลั่งไหลไม่ขาดสายถูกดูดออกมาจากหินผลึกนั้นหลอมรวมเข้าสู่กายฉู่เหิน
นี่คือหินผลึกหยวนขั้นกลาง
ภายในแอบซ่อนแหล่งพลังงานที่ร่างกายดูดซับรับเอาไว้ได้แหล่งพลังงานนี้สามารถแปรสภาพเป็พลังหยวนแท้ เพิ่มพลังตบะของผู้ฝึกยุทธได้
วิธีฝึกวิชาของผู้ฝึกยุทธนั้นแตกต่างกันออกไป
วิธีค่อนข้างดั้งเดิมหน่อยก็คือดูดซับพลังิญญาฟ้าดินกับซึมซับแหล่งพลังงานจากหินผลึกหยวนเทียบกันแล้ว การใช้หินผลึกหยวนจะเร็วและมีประสิทธิผลมากกว่า แต่ก็เช่นเดียวกันระดับคุณค่าของหินผลึกจึงได้สำแดงออกมาเพราะเหตุนี้เอง
มาตรแม้นเป็ฉู่เหินก็ได้รับหินผลึกหยวนขั้นกลางจากจวนแม่ทัพมาเพียงสองก้อนต่อเดือนเท่านั้นเอง
ตึงตึง!
มีพลังหินผลึกหยวนกรอกเข้าใส่ พลังหยวนแท้ในกายของฉู่เหินก็แปรเป็รุ่มร้อนไม่หยุดนิ่ง
แกร่ก!
พลันนั้น หินผลึกหยวนในมือของฉู่เหินก็แตกร้าวออกเป็หลายทาง สีสันสว่างไสวกลับหม่นหมองลงทันใด
พลังิญญาอบอวลรอบด้านถูกเก็บกลับเข้าสู่ร่างของฉู่เหินอย่างรวดเร็วสองตาเบิกกว้างตามมา พ่นลมหายใจออกแ่เบา ก้มหน้าลงพลันมองหินผลึกหยวนแตกระแหงในมืออย่างงุนงง
“เพิ่งไม่ถึงคืนก็ย่อยหินผลึกหยวนขั้นกลางไปแล้วก้อนหนึ่งกายศักดิ์สิทธิ์เนตรปีศาจกับกายโกลาหลกลั่นหลอมได้รวดเร็วดีแท้...”
หากคำนวณล่วงหน้าในยามปกติพลังที่ซ่อนเร้นในหินผลึกหยวนขั้นกลางนั้นมากพอให้ฉู่เหินดูดซับได้ห้าหกวันโดยประมาณ
แต่บัดนี้กลับอยู่ไม่ถึงหนึ่งคืน ก่อนหลังแตกต่างกันเกือบสิบเท่าตัว
แน่นอนว่าพลังิญญา แหล่งพลังที่แฝงอยู่ในหินผลึกหยวนนั้นกลับไม่ได้สูญเปล่าเลยแม้แต่น้อยมันได้หลอมรวมเข้าในร่างของเขาอย่างสมบูรณ์แล้วนี่เองคือความมหัศจรรย์ของพลังแห่งขีดจำกัดสายเืทั้งสอง
“เห็นทีจากนี้คงต้องคิดหาวิธีหาหินผลึกหยวนเพิ่มแล้ว...”
ฉู่เหินพึมพำกับตนเอง หากอยากเพิ่มพูนตบะให้เร็วขึ้นอีกหินผลึกหยวนก็คือทรัพยากรที่ไม่อาจขาดได้
แกร่ก!
ฉู่เหินออกแรงบีบมือเล็กน้อย หินผลึกหยวนในมือก็แหลกสลายเป็เศษผง
...
ทันใดนั้นเองที่เสียงฝีเท้าหนักแน่นดึงความสนใจของฉู่เหินกลับมา
“ลุงจ้าน!” เห็นเพียงหลงจ้านเดินเข้ามาจากประตูฉู่เหินเลิกคิ้ว ลุกขึ้นไปต้อนรับ
หลงจ้านยิ้มอ่อนโยน “ลูกเหิน เ้าอาการเป็เช่นไรบ้าง?”
“ขอบพระคุณลุงจ้านที่ห่วงใย ได้พักผ่อนมาหนึ่งคืนร่างกายไม่มีปัญหาอะไรมากขอรับ”
“เช่นนั้นก็ดีเลย!”
ทั้งสองพูดพลางนั่งลงข้างโต๊ะหินทิศประจิมของสวนไปพลาง
“ลุงจ้านมาเพื่อถามเื่ที่เกิดขึ้นกับข้าตลอดสามเดือนนี้ใช่ไหมขอรับ?”ฉู่เหินชิงตามก่อน
หลงจ้านยิ้มเป็เชิงยอมรับกลายๆ
ฉู่เหินตอบไปไม่ลังเล “วันนั้นหลังจากข้าถูกพวกหลิ่วเซียววางกับดักทำร้ายก็ได้ผู้สูงส่งท่านหนึ่งช่วยชีวิตไว้ผู้สูงส่งท่านนั้นไม่เพียงช่วยต่อเส้นปราณของข้าที่แหลกสลายไปแล้วเท่านั้นยังช่วยชี้แนะความรู้สำคัญเื่การฝึกวิทยายุทธให้ไม่น้อย แต่ทว่า..."
ฉู่เหินหยุดไป สบตาหลงจ้านโดยตรง “ผู้สูงส่งท่านนั้นเคยบอกว่าอย่าบอกเื่อื่นที่เกี่ยวกับเขาให้ผู้ใดรับรู้ขอรับ”
อารัมภบทแสนง่าย ฉู่เหินบอกเล่าเื่ที่ประสบพบเจอมาสามเดือนให้ฟัง
หลีอู๋ซางเคยเตือนฉู่เหินไว้ชัดเจนว่าความลับเื่เขากับกายศักดิ์สิทธิ์เนตรปีศาจจะรั่วไหลออกไปมิได้เด็ดขาด
แม้หลงจ้านจะเป็เสมือนพ่อแท้ๆ ของเขา แต่ฉู่เหินก็คิดว่ายังไม่สมควรบอกเื่ที่กายศักดิ์สิทธิ์เนตรปีศาจของเขาตื่นขึ้นมาแก่หลงจ้าน
“เช่นนี้นี่เอง เห็นทีผู้าุโสูงส่งผู้นั้นคงไม่คิดขัดแย้งกับโลกถึงได้ไม่ยินยอมเปิดเผยข้อมูลตนเอง นี่ก็ถือว่าเป็ประสงค์ของฟ้าลูกเหินชะตาเ้ายังไม่ขาด”
หลงจ้านไม่ระแคะระคายอันใด เพียงทอดถอนใจเท่านั้น
ในเมื่อสภาพอย่างฉู่เหินตอนนั้น หากไม่มีผู้สูงส่งคอยช่วยเหลือแล้วไซร้มีหวังคงได้นอนติดเตียงลุกไม่ขึ้น นับประสาอะไรกับการเอาชนะหลิ่วเซียวเพื่อแก้แค้นในวันนี้เล่า
ฉู่เหินเอ่ยด้วยขอโทษ “ลุงจ้าน สามเดือนนี้ข้าสร้างปัญหาให้ท่านเพิ่มแล้ว”
หลงจ้านตบหลังมืออีกฝ่ายเบาๆ ส่ายหน้าไม่เห็นด้วย “เ้าอยู่ที่จวนแม่ทัพนี่ั้แ่เล็กจนโตข้าเห็นเ้าเป็ลูกคนที่สามมาแสนนานแล้ว ขอถามหน่อยเถิดเกิดเื่ใหญ่เช่นนี้หากข้าไม่ช่วยออกหน้าให้เ้า แล้วใครจะช่วยเ้าเล่า?”
ฉู่เหินอบอุ่นหัวใจยิ่งนักดวงตาใสกระจ่างฉายความซาบซึ้งใจและขอบคุณจากใจจริง
พลันนั้น หลงจ้านหยิบเอาถุงผ้าสีเทาใบน้อยกับตำราเล่มหนึ่งออกมา
“ลูกเหิน นี่คือหินผลึกหยวนขั้นกลางยี่สิบก้อนกับวิชายุทธที่ท่านปู่ของเ้าทิ้งไว้ให้ ‘เคล็ดวิชาประทับัเก้าิญญา’ เ้าจงเก็บรักษามันไว้ให้ดีนะ”
‘อะไรนะ?’
ฉู่เหินอึ้งไปชั่วขณะ หินผลึกหยวนขั้นกลางยี่สิบก้อนหรือ?
ปกติเขาได้อย่างมากก็แค่เดือนละสองก้อนเท่านั้นเองนี่แทบจะได้จำนวนเท่ากับทั้งปีเลยทีเดียว
และ ‘เคล็ดวิชาประทับัเก้าิญญา’ คือกระบวนยุทธ์ ‘ระดับสร้างเมล็ดพันธุ์’ จากประสบการณ์ก่อนหน้าของฉู่เหิน เขาไม่มีสิทธิ์จะได้รับมันแต่อย่างใด
ระดับขั้นของวิชากระบวนยุทธ์สอดคล้องกับระดับขั้นของตบะวรยุทธ
...
แน่นอนว่าไม่มีสิทธิ์ได้รับกับไม่มีสิทธิ์ฝึกมันคนละอย่างกัน
ฉู่เหินที่ตบะระดับเปิดเส้นปราณสามารถฝึกวิชากระบวนยุทธ์ระดับสูงได้เพียงแต่ระหว่างกระบวนการฝึกนั้นอาจมีพลังหยวนแท้ไม่มากพอ หรือความแกร่งของพลังไม่มากพอจึงไม่อาจสำแดงพลังทำลายล้างที่แกร่งที่สุดออกมาได้
พูดให้ง่ายกว่านั้นคือพลังตอนนี้ของฉู่เหินสามารถแสดงวิชากระบวนยุทธ์ใดก็ตามที่เป็ ‘ระดับขั้นเปิดชีพจร’ ได้ไม่เพียงสำแดงพลังเข่นฆ่าที่แกร่งที่สุดของกระบวนยุทธ์ออกมาได้เท่านั้นพลังหยวนแท้ยังไม่มีทางหมดเกลี้ยงอีกด้วย
หลักการเดียวกัน ตบะยุทธระดับเชื่อมหยวนก็สามารถสาธิวิชากระบวนยุทธ์ ‘ระดับขั้นเชื่อมหยวน’ ออกมาได้โดยไร้แรงกดดัน
แต่ทว่า หากให้ตบะยุทธระดับเปิดชีพจรใช้กระบวนยุทธ์ ‘ระดับขั้นเชื่อมหยวน’ ขึ้นมาพลังหยวนแท้ที่เสียไปจะมหาศาลกว่ากระบวนยุทธ์ ‘ระดับขั้นเปิดชีพจร’ มากมายนัก
มีแต่ระดับขั้นของการฝึกยุทธและวิชากระบวนยุทธ์ที่สอดคล้องกันพลังปลิดชีพของกระบวนยุทธ์ถึงจะปลดปล่อยออกมาได้เต็มร้อย
...
แต่ถึงแม้จะเป็เช่นนั้นหากสำเร็จกระบวนยุทธ์ระดับขั้นเชื่อมหยวนเพียงสองสามส่วนของพลังก็สามารถเอาชนะพลังที่กระบวนยุทธ์ระดับขั้นเปิดชีพจรทำสำเร็จได้แล้ว
อีกทั้ง การที่จอมยุทธระดับต่ำฝึกวิชากระบวนยุทธ์ขั้นสูงก็ยังมีข้อดีที่สุดอยู่จะสามารถเพิ่มระดับของการฝึกได้อย่างรวดเร็ว
หากเปรียบให้เห็นภาพคือให้เด็กสิบขวบเข้ารับการฝึกของเด็กหนุ่มอายุสิบสามนั่นแล
่ระยะแรกจะยากมากก็จริง แต่หากรักษาระดับไว้ระยะหนึ่งแล้ว ความเร็วในการเติบโตของเด็กสิบขวบย่อมจะมากกว่าเด็กรุ่นเดียวกันอย่างแน่นอน
...
ทว่าเคล็ดวิชาประทับัเก้าิญญานี้กลับเป็กระบวนยุทธ์ ‘ระดับขั้นสร้างเมล็ดพันธุ์’ ที่เหนือกว่าระดับเชื่อมหยวนเสียอีก
ลำพังเพียงระดับของฉู่เหินในตอนนี้ ไม่มีทางแสดงกระบวนยุทธ์ชุดนี้ออกมาได้แน่ข้อดีเพียงอย่างเดียวคือสามารถเพิ่มคุณภาพการฝึกฝนของฉู่เหินและเพิ่มความเร็วในการเพิ่มพูนพลังขึ้นอีกได้
นี่คือข้อได้เปรียบที่ไม่อาจมองข้ามได้เลย
“ลูกเหิน เคล็ดวิชาประทับัเก้าิญญาอยู่ในระดับขั้นสร้างเมล็ดพันธุ์นับเป็กระบวนยุทธ์ขั้นสูงแน่นอน หากเ้าเริ่มฝึกเสียั้แ่ตอนนี้จะเพิ่มระดับความเร็วในการบรรลุของเ้าได้รอจนเ้าย่างก้าวเข้าระดับเชื่อมหยวนเมื่อใดแล้วพร่ำเพียรฝึกฝน ย่อมจะสำแดงประทับัท่าที่หนึ่งได้เป็แน่...”
หลงจ้านเอ่ยจากใจ
“แต่ลุงจ้าน กฎของจวนแม่ทัพมิใช่บอกว่ามีเพียงคนหนุ่มสาวระดับเชื่อมหยวนจึงจะมีสิทธิ์ฝึกฝนกระบวนยุทธ์นี้หรือขอรับ?”ฉู่เหินถามด้วยไม่เข้าใจ
หลงจ้านให้ความสำคัญกับกฎของจวนแม่ทัพอย่างมากเสมอมาอีกทั้งไม่ใช่ทุกคนที่จะรู้แจ้งในเคล็ดวิชาเก้าัประทับิญญาได้ แม้เป็หนุ่มสาวที่ได้มาตรฐานก็สามารถฝึกฝนได้เพียงครึ่งแรกเท่านั้นต้องรอก้าวสู่ขั้นที่สูงขึ้นไปก่อนถึงค่อยฝึกฝนครึ่งหลังต่อได้
เห็นได้ชัดว่า เคล็ดวิชาเก้าัประทับิญญาตรงหน้าของฉู่เหินในยามนี้เป็ฉบับสมบูรณ์
หลงจ้านส่ายหน้าหัวเราะ “กฎไร้ชีวิต คนสิมีชีวิต ลูกเหินเอ๋ยผ่านเหตุการณ์วุ่นวายเมื่อวานมาเกินครึ่งเ้าคงไม่อาจเข้าสำนักยุทธวายุจักรพรรดิได้แล้ว ข้าถึงคิดจะให้เ้าเป็เหมือนเช่นพี่ชายใหญ่และพี่สาวรองของเ้าเดินทางไปยังนครหลวงเพื่อเข้าร่วมการทดสอบศิษย์ใหม่ของสำนักยุทธระดับสูงแห่งอื่น...”
เพียงได้ยินคำนั้น ฉู่เหินก็เข้าใจความเคี่ยวเข็ญเอาใจใส่ของหลงจ้านในพลัน
พลังของฉู่เหินในตอนนี้หากอยากเข้าสำนักยุทธขั้นสูงที่ค่อนข้างดีย่อมมิใช่เื่ยากเย็นเกินไปแต่เพื่อรับประกันว่าจะไม่มีสิ่งใดผิดพลาดหลงจ้านผู้เข้มงวดเสมอมาถึงได้ยอมทำลายกฎที่ตนเป็คนตั้งไว้ในตอนแรกลงเสีย
ฉู่เหินตื้นตันใจเหลือเกิน
ว่ากันตามจริง จะมีเคล็ดวิชาประทับัเก้าิญญาหรือไม่ก็ไม่สำคัญในเมื่อก่อนหน้านี้หลีอู๋ซางได้ให้ม้วนไม้ไผ่ที่บรรจุวิชากระบวนยุทธ์ไว้นับร้อยวิชามาแล้ว
แต่ฉู่เหินก็ไม่คิดหักหาญน้ำใจหลงจ้าน จึงรับของเบื้องหน้ามาอย่างขึงขังจริงจัง
“ลุงจ้าน ข้าจะไม่ทำให้ท่านผิดหวัง”
เห็นแววสัตย์จริงจากดวงตาฉู่เหินแล้ว หลงจ้านก็ถอนหายใจพรืดยาวส่งสายตาให้กำลังใจ “ข้าเชื่อว่าต้องมีสักวันที่เ้าจะข้ามผ่านพี่ใหญ่และพี่หญิงรองของเ้าได้”
ฉู่เหินยิ้ม ดวงตาเจือแวววาดหวังจางๆ
“นายท่าน...”
พลันนั้น เสียงเร่งเร้นก็ดังมา
ตามมาด้วยเสียงฝีเท้ารีบเร่ง องครักษ์จวนแม่ทัพผู้หนึ่งปรากฏกายในสวน
“มีเื่อันใด?” หลงจ้านถามเสียงเคร่ง
“เรียนนายท่าน อาจารย์ลี่กู้สำนักยุทธวายุจักรพรรดิมาเยือนขอรับ”
“โอ๊ะ?” หลงจ้านประหลาดใจเป็นักหนาสบตาฉู่เหินข้างกายแล้วจึงตอบ “สำนักยุทธวายุจักรพรรดิหรือ? พวกเขามาทำอะไรที่นี่?”
“ผู้น้อยไม่รู้ พวกเขาบอกเพียงว่าอยากขอพบนายท่าน แล้วก็นายน้อยเหิน...”
………………………..