“ข้าจะสาปแช่งบุรุษผู้เย่อหยิ่งแบบท่านให้ได้รับรู้ว่าความลำบากมันเป็เยี่ยงไรและหากไม่พบเจอรักแท้ที่เฝ้าตามหา ท่านก็จะอยู่ในร่างของสุนัขจนตราบสิ้นลมหายใจ!!!”
หลังเสียงทรงอำนาจของสัตว์เทพจิ้งจอกเก้าหางดังขึ้นบัดนั้นชายหนุ่มรูปร่างสูงกำยำ ใบหน้าคล้ายเทพเซียนปั้นมาก็มลายหายไป กลับปรากฏเป็ร่างของสุนัขขนปุกปุยสีขาวตัวอ้วนปุ๊กบนกองอาภรณ์สีดำลวดลายหรูหรา
หน็อย! ข้าตกหลุมพรางของปีศาจจิ้งจอกเสียได้คอยดูเถิด ข้านี่แหละจะเป็บุรุษผู้ทำลายสิ่งของอาถรรพ์ให้มอดไหม้เสีย...
ทว่าเสียงที่เปล่งออกมาจากปากของสุนัขพันธุ์เล็กกลับกลายเป็เสียง‘โฮ่ง’ แทน
โฮ่ง! โฮ่ง! โฮ่ง!
“ดูท่าสุนัขตัวนี้จะเฝ้าจวนเก่งน่าดูเพราะเห่าจนเสียงดังลั่นเลยเชียว” น้ำเสียงของสัตว์เทพตนนั้นคล้ายว่าเยาะเย้ยคนตรงหน้าอยู่ในทีซึ่งบัดนี้ได้ถูกสาปให้กลายเป็สุนัขตัวน้อยไปเสียแล้ว
“. . .”
เ้าหมาตัวน้อยยังคงจ้องหน้าอีกฝ่ายด้วยแววตาแห่งความเกลียดชัง
“ท่านอ๋องจะโทษข้าไม่ได้นะ ในเมื่อเื่ที่เกิดขึ้นในยามนี้เป็ตัวท่านอ๋องรนหาที่เองหากท่านไม่คิดละโมบโลภมากและคิดร้ายกับคนในตระกูลนี้ข้าก็อยู่แบบเงียบสงบในกำไรเก่าอันนั้นแล้วแท้ๆ” อุ้งมือขาวที่ปกคลุมด้วยขนสวยชี้ไปยัง‘ของลับ’ ประจำตระกูลที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนานถึงสี่ร้อยเก้าสิบเก้าปี
“หากข้าพ้นจากคำสาปเมื่อไหร่เ้าคือเป้าหมายแรกที่ข้าจะคิดบัญชีด้วย!”
“หากท่านทำเช่นนั้นได้เมื่อไหร่ก็มาเถิด สัตว์เทพอย่างข้าน่ะรึจะกลัวมนุษย์แบบท่าน”
“จำคำพูดของเ้าเอาไว้เ้าอสูรจิ้งจอกเก้าหาง”
“ท่านอ๋อง…ข้าบอกแล้วไงว่าข้าคือสัตว์เทพไม่ใช่อสูร!”หนึ่งในหางของร่างทรงอำนาจยื่นยาวออกมารัดรอบลำตัวสิ่งมีชีวิตที่ปากดีเกินสภาพจิ๋วหลิวของตนในขณะนี้
“เ้า!” อ๋องหนุ่มดิ้นทุรนทุรายเมื่อถูกบีบรัดแน่นจนแทบหายใจไม่ออก
“ข้าอยากจะปลิดชีพของท่านให้สิ้นลมหายใจในร่างสุนัขเหลือเกินหากไม่เป็เพราะของลิขิต์แล้วล่ะก็ ท่านคงถูกข้าฆ่าตายและสับให้เละเป็หมื่นๆชิ้น ไปแล้วกระมัง!” คล้ายว่าชั่วขณะหนึ่งเ้าของคำสาปจะหลุดวาจาต้องห้ามออกมาทำให้ร่างนั้นนิ่งชะงักไปเล็กน้อย
“ลิขิต์อะไรเล่า! บอกข้ามาเดี๋ยวนี้นะ”
“เดี๋ยวท่านอ๋องก็รู้เอง”
“ข้าจะมอบตำแหน่งให้ท่าน หากท่านยอมปล่อยตัวและถอนคำสาปให้ข้า” อ๋องหนุ่มยื่นข้อเสนอพร้อมเปลี่ยนสรรพนามกับจิ้งจอกเก้าหางตรงหน้า
“ข้าขอปฎิเสธ” น้ำเสียงนั้นเด็ดขาดจนน่าขนลุกก่อนจะเอ่ยวาจาให้อีกฝ่ายฟังซ้ำ “ลิขิต์มิอาจมีผู้ใดฝืนชะตาได้ เวลาของข้าใกล้จะหมดลงแล้ว หากท่านอ๋องไม่สามารถแก้ไขคำสาปได้ทันเห็นทีว่าจะอยู่ในร่างของสุนัขไปตลอดกาล”
“มารดามันเถอะ” แม้จะอยู่ในร่างสุนัขตัวจ้อยก็ยังไม่วายแผลงฤทธิ์ หยางเฟยหลงดิ้นไปมาเพื่อให้หลุดพ้นจากพวงหางของสัตว์เทพ
“บุรุษนิสัยเสียเช่นท่านต้องถูกสตรีผู้อ่อนหวานขัดเกลาให้กลายเป็คนอ่อนโยนเสียบ้าง”
“จะไม่มีสตรีนางไหนในใต้หล้ากล้าเสนอหน้ามาสั่งสอนข้าทั้งนั้น!”
“หึ!”น้ำเสียงนั้นขบขันหลังได้ยินวาจาแสนโอหังของชายหนุ่มผู้สูงศักดิ์ “สตรีจากสกุลหลิวจะเป็ผู้กำราบความเย่อหยิ่งของท่านอ๋องเอง”
“ไม่มีทาง!”
“ไม่ว่าอย่างไรท่านอ๋องก็ไม่มีทางหลุดพ้นจากคำสาปพันธนาการที่ข้าร่ายใส่ท่านไปได้และคำสาปนี้จะรุนแรงขึ้นเมื่อท่านต้องเผชิญหน้ากับสตรีจากสกุลหลิว”
“สตรีจากสกุลใดก็ได้ที่ไม่ใช่จากสกุลนี้เป็อันขาด!”
“นั่นคือปัญหาของท่านอ๋อง ไม่ใช่ของข้า”
“แต่เพราะเ้าเป็คนสาปข้า”
“ต้นเหตุเพราะท่านอยากลองดีมิใช่รึ ท่านอ๋องลองไตร่ตรองให้ดีเถิด หากท่านหลับนอนอยู่ที่จวนของตนเองแล้วจะถูกข้าสาปจนกลายเป็สุนัขได้เยี่ยงไร”
“ข้า…”
“ริอาจเป็โจรย่องเบาลอบเข้าจวนของผู้อื่นยามวิกาลไม่โดนข้าฆ่าตายคามือก็จงนึกขอบคุณ์เสีย”
‘ขอบคุณ์เนี่ยนะ…มารดามันเถอะ! ถูกฆ่าตายเสียยังจะดีกว่าถูกสาปเป็หมาตัวเล็กเช่นนี้’คนหนุ่มในร่างสัตว์เอ่ยคัดค้านในใจ
“กระทั่งอยู่ในร่างของเดรัจฉาน ท่านก็ยังพ่นวาจาโอหังใส่ผู้อื่นไม่หยุดข้าว่าการที่ท่านถูกสาปให้อยู่ในร่างนี้ เง็กเซียนฮ่องเต้คงคิดมาดีแล้ว”
ใบหูของสัตว์เทพได้ยินเสียง‘ฮึ’ ลำคอ ก่อนจะกระหยิ่มยิ้มย่อง
“แต่เอาเถิด ท่านเกลียดสิ่งใดย่อมได้สิ่งนั้น”วาจานั้นแฝงความขบขันอยู่หลายส่วน
“แล้วอย่างไรเล่า…ข้ามิได้สนใจ” อ๋องหนุ่มเชิดคอสั้นของตนขึ้นอย่างหยิ่งผยอง
“ได้! ในเมื่อท่าน้าเช่นนั้นข้าย่อมสนองให้โดยไม่ขัดศรัทธา”
ริมฝีปากของผู้มีฤทธิ์กำลังท่องบริกรรมคาถาบางอย่างใส่เ้าขนฟูสีขาวก่อนจะตามมาด้วยแสงสีขาวพวยพุ่งเข้าใส่ลำตัวอ้วนปุ๊กจนล้มหงายหลังขาชี้ฟ้า
“เ้าท่องมนต์อะไรใส่ข้า!!!”
“ก็แค่เพิ่มสีสันให้ชีวิตของท่านอ๋องเท่านั้นเอง”สิ้นวาจาเยาะเย้ยของสัตว์เทพ ร่างนั้นก็หายวับไปกับตาราวกับว่าภาพตรงหน้าเป็เพียงความฝัน
“เดี๋ยวก่อน กลับมาแก้คำสาปให้ข้าเดี๋ยวนี้!” อ๋องหนุ่มในร่างสัตว์หน้าขนสั่นเทิ้มไปด้วยความโกรธวาจาที่เอ่ยเสียยืดยาวเป็เพียงเสียงสุนัขเห่าโวยวาย “หากข้าคืนร่างเดิมได้เมื่อไหร่ข้าจะจับเ้าไปล่ามโซ่ตรงหน้าจวน!”
แม้ในยามนี้อ๋องหนุ่มไม่รู้ว่า์เล่นตลกอันใดกับเขาหากแต่เมื่อทุกอย่างผิดแผนจึงต้องปกปิดร่องรอยการบุกรุกเข้ามาในจวนของราชครูหลิวไป๋ลู่เสียก่อน
“ชุด! ข้าต้องเอาชุดไปซ่อนก่อนจะถูกจับตัวได้” แล้วปากยื่นยาวก็งับเข้าที่อาภรณ์ก่อนจะลากชุดสีดำลวดลายหรูหราไปซ่อนยังใต้ตู้ไม้ซึ่งเอาไว้สำหรับเก็บตำรับเก่าแก่อันมีค่า
ทว่าความบัดซบก็ยังไม่จบไม่จบสิ้นเมื่อเสียงประตูห้องลับถูกเปิดเข้ามา...
“จับมันให้ได้ ขืนมันทำลายข้าวของในห้องนี้มีหวังได้โดนนายท่านโบยหลังหักแน่”
“ซวยแล้วสิ!” เ้าขนปุยสีขาวรีบวิ่งหนีบรรดาเหล่าคนรับใช้หนุ่มในจวนของขุนนางผู้สูงศักดิ์แห่งนี้สี่ขาสั้นะโกระหยองกระแหยงหลบจากฝ่ามือหลายคู่เป็พัลวัน
“มาให้จับซะดีๆ ไอ้เ้าลูกหมา”
“ใครให้จับก็บ้าแล้ว...แง็บ!” อ๋องหนุ่มปกป้องตนเองด้วยการใช้เขี้ยวขาวงับเข้าที่ข้อเท้าของคนรับใช้
“เ้าสุนัขน่าตาย!แกกล้ากัดข้างั้นรึ” แล้วฝ่าเท้าของคนถูกงับก็ซัดเข้ากลางลำตัวของสัตว์เดรัจฉาน
สุนัขตัวน้อยลอยละลิ่วมานอนแอ้งแม้งตรงหน้าประตูเสียงดัง ‘ตุ๊บ’ ชัดเจนตรงข้างหู เขารู้สึกว่าร่างแทบจะแหลกสลาย “จิ้งจอกเ้าเล่ห์ข้าจะคิดบัญชีกับเ้าทีหลัง”ก่นด่าสัตว์เทพประจำตระกูลผู้อื่นได้ไม่เท่าไหร่ก็ต้องรีบซอยเท้าวิ่งหนี
ขืนนอนหงายอยู่ตรงนี้มีหวังได้ถูกเอาไปต้มเป็น้ำแกงแน่นอน!...