ตอนที่ 13 ปราณสีทอง
กล่องที่เก็บทองคำ คือ กล่องตู้เซฟ ที่เต้าิเอาออกมาจากแหวนมิติ
หลังจากทุกคนเดินเข้ามาในบ้านหลังนี้
เต้าิที่เดินตามหลังคนอื่นช้ากว่าใคร ได้หาโอกาสแวบไปห้องว่างเปล่าห้องหนึ่งระหว่างทาง แอบนำกล่องตู้เซฟออกมาไม่ให้ใครเห็น เพื่อ้าถ่วงเวลาคนอื่นเอาไว้ หลังจากเสร็จสิ้นการกำจัดหมอเล้งแล้ว
เมื่อหมอเล้งตายไป เต้าิพาทุกคนมาที่ห้องนี้ เพื่อให้ช่วยกันหาวิธีเปิดกล่อง ส่วนตนเองได้ย้อนกลับไปค้นหาเม็ดยากระตุ้นปราณจากในร่างหมอเล้ง เพื่อ้าเป็ จอมยุทธลมปราณ อย่างที่ปรารถนา
แน่นอนว่าผู้ชายทุกคนล้วนมีความฝันว่า อยากเป็ยอดมนุษย์ ฮีโร่ ผู้กล้า ซึ่งในชีวิตจริง โลกแห่งความเป็จริง เต้าิเคยแสดงบทบาทพวกนั้นมาหมดแล้ว แม้แต่หนังจีนกำลังภายในก็เคยได้รับบทบาทเป็จอมยุทธของเื่
แต่นั่นมันคือ บทบาทสมมุติ ครั้งนี้คือ ของจริง
...
ตอนนี้ด้านหน้าเต้าิกำลังเผชิญหน้ากับผู้คุ้มกันทั้งสองที่โกรธจัด จนแสดงออกมาทางสีหน้าอย่างชัดเจน
ซู่
คลื่นปราณถูกปลดปล่อยออกมา
แสดงให้เห็นแล้วว่าทั้งสองโกรธมากแค่ไหน
"เอาจริงแล้วสินะ" เต้าิ เริ่มระมัดระวังตัว แม้ว่าอีกฝ่ายมีระดับ ปราณยอดมนุษย์ขั้น 2,3 ก็ไม่คิดประมาท เพราะตนถือว่าเป็ จอมยุทธฝึกหัด ที่เพิ่งได้กลายเป็ จอมยุทธ เพียงไม่กี่นาทีก่อนหน้านี้
ตูม
หมัดพุ่งตรง ซัดใส่เต้าิ สองมือเต้าิขึ้นมากันเอาอย่างฉับไว
"พอไหว" เต้าิ ใช้สองมือกัน รู้สึกถึงความเ็ปที่ส่งผ่านเข้ามายังร่างกาย
สมองวิเคราะห์คำนวณได้ว่า ยังสามารถใช้วิทยายุทธที่มี จัดการล้มทั้งสองคนได้อยู่
เปรี้ยง
ลูกเตะ ของอีกคน จู่โจมใส่เต้าิอีกด้าน
เต้าิยกขาข้างนึงมารับเอาไว้ แต่คราวนี้พลังลูกเตะกับมากกว่าศัตรูที่ใช้หมัดเสียอีก จนตัวเองต้องกระเด็น
"ปราณยอดมนุษย์ขั้นสาม?" ตอนนี้เต้าิ คาดเดาระดับพลังปราณของทั้งสองได้แล้ว โดยปราณยอดมนุษย์ขั้นสามจะรุนแรงกว่าขั้นสองประมาณเท่าตัว
"ข้าต้องใช้ปราณบ้างละ" เต้าิ คิดจะปลดปล่อยปราณในร่างออกมาต่อสู้กับสองคนตรงหน้าทันที แต่...!!!
"..."
เต้าิไม่ใช่คนของโลกนี้แต่แรก จึงไม่รู้วิธีการปลดปล่อยปราณว่าต้องทำยังไง
ตูม เปรี้ยง
ผู้คุ้มกันทั้งสอง ไม่ปล่อยให้เต้าิมีเวลาพัก รุมโจมตีใส่อย่างต่อเนื่อง
"หนอย" เมื่อไม่รู้จักวิธีปลดปราณได้
ทำให้เต้าิต้องใช้วิทยายุทธในการเอาตัวรอดขึ้นมาแทน
แม้จะไม่สามารถปลดปล่อยปราณออกมาภายนอกได้ แต่การเคลื่อนไหวกับคล่องแคล่ว ว่องไวกว่าเดิม
เต้าิ เหมือนจับเคล็ดลับอะไรบางอย่างได้
"บางทีการปลดปล่อยปราณก็เหมือนกับสวมชุดเกราะเอาไว้ด้านนอก" เต้าิ ใช้วิทยายุทธหลบการโจมตีของทั้งสองคนไปเรื่อยๆ
ฉั่วะ
"หลบไม่พ้น?"
เต้าิ ได้รับแผลออกมา ทั้งที่ตนเองคิดว่าน่าจะหลบพ้นได้ แต่กับโดนเล่นงานจนได้รับาเ็ซะงั้น
ระหว่างต่อสู้กับทั้งสอง สายตาจ้องมองการเคลื่อนไหว การกระทำของศัตรู สมองวิเคราะห์สิ่งที่มองเห็นผ่านสายตา ทำให้ได้รับความรู้ใหม่ๆเพิ่มขึ้นมา
ปราณที่ปลดปล่อยออกมา จะทำการห่อหุ้มร่างกายเป็เกราะช่วยลดความเสียหายที่เกิดจากพลังโจมตีศัตรูลงได้ แถมช่วยเพิ่มระยะการโจมตีอีกด้วย
เต้าิ ไม่ได้คำนวณระยะห่างของปราณเผื่อเอาไว้ จึงได้รับแผลมาก่อนหน้านี้ แต่พอเผื่อระยะปราณที่ห่อหุ้มศัตรูลงไปด้วย ก็สามารถหลบการโจมตีพ้น
"ขนาดเรารุม สองต่อหนึ่ง ก็ยังไม่สามารถโค่นมันลงได้"
"เด็กนี้เป็ใครกันแน่"
ผู้คุ้มกันทั้งสอง สงสัยในตัวเต้าิ เมื่อช่วยกันรุมโจมตี ยังไม่สามารถจัดการโค่นเต้าิได้
"เฮ้ พวกแกมีอะไรก็งัดออกมาให้หมด" เต้าิ อยากรู้เื่เกี่ยวกับปราณมากกว่านี้ จึงเอาแต่รับมือ คอยสังเกตุการต่อสู้กับศัตรู และทำการวิเคราะห์เป็ระยะ
ผู้คุ้มกันทั้งสอง ต่างทำสีหน้างงงวย หลังจากได้ยินคำพูดเต้าิ นี้คิดว่ากำลังเล่นต่อสู้กันอยู่รึไง ถึงไม่เกรงกลัวพวกตนเลย
"เป็อะไร?"
"อย่าบอกนะว่าพวกแกมีความสามารถแค่นี้?"
"กระจอกจริง"
สายตาเต้าิ มองผู้คุ้มกันอย่างเหยียดหยาม ไม่คิดเลยว่าแม้แต่ผู้คุ้มกันยังไม่สามารถทำให้ตนเอาจริงได้
เปรี้ยง ตูม
เมื่อศัตรูไม่มีอะไรจะโชว์ให้ตนดู ก็หมดประโยชน์สำหรับตนแล้ว
ปึ๊ก
"อ๊าก"
"บอกวิธีปลดปล่อยปราณมา"
ฝ่าเท้าเต้าิกระทืบหน้าอกอีกฝ่ายที่กำลังนอนได้รับาเ็อยู่
"จะบอกรึไม่บอก"
"ไม่บอกตาย" พูดเสร็จ เท้าเต้าิก็ยกสูงขึ้นกระทืบลงตรงหัวใจตายคาที่ไปคน
สายตาเต้าิหันมาจ้องมองชายอีกคนที่ยังมีลมหายใจอยู่ เท้าเดินเนิบนาบเข้าหาอย่างช้าๆ
"บอกแล้ว" ผู้คุ้มกันอีกคน เห็นสหายตายต่อหน้า หัวใจพลันเต้นรัว ไม่นึกเลยว่าอีกฝ่ายจะโเี้ขนาดนี้
"ดีมาก" สายตาเต้าิจากดุร้ายพลันอ่อนโยนขึ้นมาทันตาเห็น หลังจากอีกฝ่ายว่านอนสอนง่ายยอมบอกสิ่งที่ตนเอง้าอยากรู้แล้ว
"แบบนี้เอง" เต้าิ รู้สึกถึงพลังงานบางอย่างที่ไหลเวียนในร่างกาย จากนั้นทำการปลดปล่อยปราณเหมือนกับการกำหนดลมหายใจเข้าออก
"ไม่นึกว่าจะง่ายดายเช่นนี้"
หมับ
"ในที่สุดข้าก็ได้มาแล้ว ไม่สิต้องเรียกว่า ข้าได้เป็จอมยุทธของจริงแล้วตะหาก" ปราณถูกปลดปล่อยออกมาจากร่างกายเต้าิ
พลังปราณรุนแรงมหาศาลกว่าผู้คุ้มกันทั้งสอง
"ไม่จริง ลมปราณสูงส่งกว่าของข้าอีก"
สายตาเบิกกว้าง ปากอ้าค้าง เมื่่อเห็นปราณที่เต้าิปลดปล่อยออกมา
ผู้คุ้มกันแทบไม่อยากเชื่อว่าเต้าิจะมีปราณสูงส่งกว่าของตนเช่นนี้
ที่เต้าิเอาชนะผู้คุ้มกันทั้งสองมาได้ เพราะเต้าิใช้วิทยายุทธที่ร่ำเรียนฝึกฝนมาจากโลกจริงผสานกับปราณภายในร่าง
ทำให้วิทยายุทธจากโลกเดิมแกร่งกล้าขึ้น จนสามารถเล่นงานผู้คุ้มกันทั้งสองลงได้อย่างง่ายดาย ทั้งที่ยังไม่สามารถปลดปล่อยปราณออกมาสู่ภายนอกได้
"นี้ปราณของข้ารึ?"
"ทำไม ปราณข้าเป็สีทอง?"
สายตาเต้าิ จ้องมองผู้คุ้มกันที่นอนกับพื้นอีกรอบ เมื่อเห็นสายตาจ้องมองจึงเข้าใจดีว่า้าให้ตนอธิบายเกี่ยวกับเื่ปราณ