เห้อออออ~
'ให้ตายสิ!อุตส่าห์คิดว่าสามีลาจากโลกนี้ไปแล้วเช่นนั้นก็หมายความว่าที่ผ่านมาข้าล้วนดีใจเก้องั้นหรือก็นึกว่าจะได้ใช้ชีวิตอิสระ ลอยตัวเหนือสิ่งอื่น ไม่มีสามีคอยบงการ แม้แต่งงานออกเรือนแล้วก็สามารถเป็ตัวของตัวเองได้เต็มที่'
ยอมรับว่าแต่เดิมหลินซูเฟยรู้สึกหนักอกหนักใจไม่น้อยที่ต้องเผชิญหน้ากับสามีผู้ที่นางรู้ดีอยู่แก่ใจ ว่าเขาหาได้้านางแต่้าพี่หญิงรองต่างหาก หนึ่งคืนก่อนที่จะเข้าพิธีแต่งงาน หลินซูเฟยนั่งคิดนอนคิด จนหัวแทบะเิ ว่าหลังจากนี้นางจะรับมือกับสามีผู้นั้นอย่างไรดี
ถึงหลินซูเฟยจะเป็เด็กกำพร้าที่ถูกเลี้ยงดูอยู่ในสำนักฮวนอี๋กระทั่งอายุได้เจ็ดขวบก็ตามที แต่นางก็ไม่ใช่คนโง่ที่จะคาดเดาอะไรไม่เป็เลย หลินซูเฟยจึงพอจะรู้อยู่บ้าง ว่าการเผชิญหน้ากับเหวยจื่อเหวินคงไม่ใช่เื่ที่ง่ายดายนักนางคำนึงอยู่เสมอว่าเขาอุตส่าห์สร้างผลงาน เพื่อแลกกับการขอสมรสพระราชทานแม้ในราชโองการสมรสไม่ได้มีชื่อระบุอย่างชัดเจนแต่เหตุไฉนซูเฟยจะไม่รู้ว่าเขา้าแต่งกับผู้ใด
การที่นางต้องมาแทนที่พี่หญิงรองคล้ายว่าทำลงไปด้วยความสมัครใจและไม่ได้รู้สึกสะทกสะท้านใด ๆ เลยแต่ก็ไม่ได้หมายความว่านางไม่ได้รู้สึกผิด ไม่มีสามัญสำนึกและไม่มียางอายเสียหน่อย เพราะหากมิใช่ว่าเหตุการณ์คับขันถึงคราววิกฤตมีหรือที่นางจะเอาตัวเองมาอยู่จุดนี้
เหวยจื่อเหวินมีใจหมายปองพี่หญิงรองมากเพียงใดเหตุไฉนนางจะไม่รู้ แต่รู้แล้วจะทำอันใดได้ในเมื่อเื่ราวมันบิดเบี้ยวมาถึงขั้นนี้แล้ว แม้รู้ว่าผิดแต่นางก็คงหลีกเลี่ยงที่จะแต่งมาเป็ภรรยาของเขามิได้
อ่า...แต่คล้ายว่า์นั้นยังเมตตา!
พอหลินซูเฟยแต่งเข้าจวนสกุลเหวยชายที่ต้องกลายเป็สามีของนางดันตายตกไปเสียก่อนเป็เช่นนั้นแล้วนางก็เบาใจราวกับได้ยกูเาออกจากอกดังนั้นชีวิตหลังแต่งงานของนางก็ไม่จำเป็ต้องอยู่แบบกล้ำกลืนฝืนทนไม่ต้องปวดหัวไปคิดหาวิธีรับมือกับสามียิ่งไม่ต้องเปลืองตัวไปหลับนอนกับบุรุษที่นางไม่ได้ฝักใฝ่ใคร่รัก
เช่นนั้น...ขอเพียงนางเป็สตรีที่รู้ความกตัญญูต่อแม่สามี ปรนนิบัติท่านให้เหมือนปรนนิบัติต่อมารดาของตนทั้งจัดแจงเื่ในบ้านให้ดี ชนิดที่ไม่ให้มีสิ่งใดขาดตกบกพร่องที่เหลือนางจะนั่งกินนอนกิน เป็ปลาเค็มตัวโตไปจนผมขาว ก็ไม่เห็นจะเป็ไรไป
แต่อยู่มาวันนี้สามีที่นางไม่เคย้าก็ดันเสนอหน้ามาให้เห็นเสียได้หนำซ้ำยังตั้งท่าจะเป็ไม้เบื่อไม้เมากับนางเสียด้วยเช่นนั้นแล้วชีวิตการเป็ฮูหยินของจวนสกุลเหวยคงไม่ใช่เื่หมู ๆสำหรับนางอีกต่อไปแล้วสินะ -....-’
'ได้ข้ามาเป็ภรรยาเขาคงหัวเสียมากเลยใช่หรือไม่'
'ถึงว่า...ทำไมคราแรกที่พานพบสายตาของเขาถึงได้ส่อแววดูแคลนข้าถึงเพียงนั้น'
หลินซูเฟยเริ่มจะเข้าใจอะไรมากขึ้นและประเมินจากท่าทีปฏิบัติของพ่อบ้านตั้วที่มีต่อชายผู้นี้ ก็คงปฏิเสธไม่ได้ว่าเขาคือเหวยจื่อเหวินตัวจริง แม้หลินซูเฟยไม่อยากปักใจเชื่อ และไม่อยากยอมรับ...ว่าต่อจากนี้เขาคือสามีของนางทั้งเป็เ้าของจวนสกุลเหวย แต่มาถึงขั้นนี้แล้วไม่เชื่อก็คงไม่ได้
!!!?
“ว่าอย่างไรใจนเป็ใบ้ไปแล้วงั้นหรือ”
ชายหนุ่มอ้าปากท้วงติงด้วยน้ำเสียงติดจะเย่อหยิ่งนิดๆ เมื่อเห็นว่าสตรีที่ยืนอยู่ตรงข้าม หาได้ดูตื่นใเท่าที่ควรสีหน้าของนางยามนี้ เต็มไปด้วยความเบื่อหน่าย เอือมระอา ไร้ซึ่งความยินดีราวกับ้าให้เขากลายเป็ผีไปตลอดปีตลอดชาติเสียอย่างไรอย่างนั้น!
“เหวยจื่อเหวินในอุดมคติของข้าก็นึกว่าเป็สุภาพชนที่ให้เกียรติเพศสภาพเดียวกันกับมารดาของตัวเองเสียอีก เห็นทีได้พบหน้ากันครานี้และได้ัักันตัวเป็ ๆ จึงได้รู้แจ้งแก่ใจ ว่าอันใดเป็จริง อันใดเป็เท็จดูท่าว่าข้าคงจะประเมินผู้เป็สามีไว้สูงเกินไปเสียแล้ว”
"นี่เ้า!"O__O'
ผู้เป็เ้าบ้านถึงกับหน้าเสียคาดไม่ถึงว่าผู้เป็ภรรยาจะกล้าพูดอะไรทำนองนั้น ที่ผ่านมาพ่อบ้านตั้วเขียนจดหมายรายงานแจ้งว่านางนั้นงดงามทั้งภายในและภายนอกหนำซ้ำอุปนิสัยใจคอยังอ่อนหวานไม่ได้น้อยไปกว่ารูปโฉมของนางที่งดงามฉิดฉันเห็นทีว่าพ่อบ้านตั้วคงเขียนจดหมายเท็จและจงใจหลอกลวงผู้เป็นายเสียแล้วกระมัง
“ดีนี่ฮูหยินเ้าตั้งใจจะยั่วโมโหข้างั้นหรือ อยู่กลางตลาดก็หนหนึ่งแล้วกลับเข้าจวนก็อีกหนหนึ่ง ตกลงว่าเ้าจะเป็ฏต่อข้าให้ได้เลยใช่หรือไม่แต่สตรีจอมฉวยโอกาสเช่นเ้า คงไม่เคยรู้จักกฎระเบียบของผู้ดีข้อนี้สินะกฎข้อที่ว่า...ผู้เป็ภรรยาต้องเชื่อฟังสามี ผู้เป็สตรีต้องเชื่อฟังบุรุษ”
เขาเสนอหน้าถ่อมาหานางเองแท้ๆ ทั้งที่แยกกันอยู่ก็ย่อมได้ แต่เขาก็ยังเลือกเดินฉับ ๆมาอวดเบ่งต่อหน้านางถึงในเรือนหลังนี้เช่นนั้นจะบอกว่านางเป็ฝ่ายหาเื่ก่อนได้อย่างไรกัน
“ดีนี่ฟูจวิน[1]เอาดีเข้าตัว เอาชั่วเข้าคนอื่น ไม่ทราบว่ากฎข้อนี้ท่านเคยรู้จักบ้างหรือไม่ว่าบุรุษมิควรรังแกสตรีทั้งทางกาย วาจา และใจ หากให้ข้าประเมินท่านนับว่าสอบตกวิชาความเป็สามีจนไม่เหลือชิ้นดีเช่นนั้นท่านช่วยทบทวนให้ดีหน่อยเถิด ว่าใครกันแน่ที่ยั่วโมโหใคร?”
หลินซูเฟยว่าไว้เพียงเท่านี้ก็ประสานมือทำความเคารพสามีอย่างคนที่รู้ความแล้วเดินสวนออกไปหน้าตาเฉย นางรู้ดีว่าสามีผู้นี้จงใจหาเื่นางไม่อยากให้นางมีความสุขในชีวิตจงใจทำให้ความสัมพันธ์ของเขาและนางร้าวฉานั้แ่เริ่มต้นทั้งหมดนี้ก็เพื่อ้าจะเอาคืน ที่ตนไม่ได้แต่งกับหลินลู่เอ๋อร์ตามที่วางแผนไว้แต่แรก
นี่มันอะไรกัน!ทั้งที่นางก็หาได้ทำท่าทางฟึดฟัดออกเชิงประชดประชันแต่อย่างใดแต่เหตุไฉนคนที่ถูกภรรยาทำความเคารพถึงได้ออกร้อนออกหนาวคล้ายรู้สึกว่าตนเป็ฝ่ายพ่ายแพ้ ทั้งถูกนางหักหน้าและรู้สึกเหมือนถูกนางลูบคมอย่างไรชอบกล "..."
‘เป็โชคร้ายของข้าเสียจริงที่ได้นางมาเป็ภรรยา นางไม่คิดแม้แต่จะประจบสอพลอ ไม่คิดจะเอาใจข้าไม่คิดจะทำหน้าที่ภรรยาเลยสักนิด หนำซ้ำยังกล้าถือดีมาทำตัวดื้อรั้น ทั้งยอกย้อนและเถียงคำไม่ตกฟากอยู่ต่อหน้าข้า นี่นะหรือสตรีที่ขึ้นชื่อว่าเป็โฉมสะคราญอันดับหนึ่งแห่งต้าเฉิง!’
เหวยจื่อเหวินโกรธเคืองจนหน้าแดงหน้าดำด้วยนิสัยรักหน้าถือตา และชอบเอาชนะทำให้พ่อกระทิงหนุ่มนึกอยากทำให้นางหลงใหลสามีจนหัวปักหัวปำ ชนิดที่ว่ากินไม่ได้นอนไม่หลับ โหยหาแต่เขาวันละสามเวลาหลังอาหาร
???
“ตงฉือหากข้า้าจะเอาชนะนาง เ้าว่าข้าต้องทำอย่างไรดีสตรีไร้ยางอายผู้นั้นถึงจะแยแสข้า และหลงใหลในความหล่อเหลาของข้าเฉกเช่นที่สตรีทั่ว ๆ ไปหลงใหลข้า”
เหวยจื่อเหวินเดินทางไกลกลับจากเมืองหลวงซึ่งมีแต่ความเหน็ดเหนื่อยตั้งใจว่าเมื่อกลับถึงจวนเมื่อใด เมื่อนั้นจะใช้งานภรรยากำมะลอผู้นั้นอย่างหนักตั้งใจว่าจะบังคับให้นางปรนนิบัติพัดวีทั้งนวดคลึงอยู่บนร่างกายของตนสักวันละสองชั่วยามเป็อย่างต่ำเอาจนกว่าตนเองจะรู้สึกพึงพอใจ ตั้งใจว่าจะกลั่นแกล้งนางเฉกเช่นนางมีสถานะเป็ดั่งสาวใช้นางหนึ่งก็ไม่ปาน
ที่ต้องทำเช่นนี้ก็เพราะ้าบีบบังคับให้หลินซูเฟยไม่อาจทนอยู่ในสถานะฮูหยินน้อยของจวนสกุลเหวยได้อีกต่อไปรอครบหนึ่งปี! เพียงหนึ่งปีเท่านั้น สมรสพระราชทานนี้ก็จะหย่าขาดได้ถึงเวลานั้นนางจะไสหัวไปที่ไหน หรือจะเป็ตายร้ายดีเช่นไรก็ช่างหัวนางเถิดขอเพียงนางไม่เกาะอยู่ในจวนสกุลเหวยก็เพียงพอแล้ว
เหอะ ๆในเมื่อนางเป็ตัวอัปมงคล และเป็ต้นตอที่ทำให้ข้าคลาดแคล้วจากสตรีที่ตนหมายปองแล้วยังต้องมีเหตุผลอันใดอีกงั้นหรือ ที่ข้าเหวยจื่อเหวินจะต้องทำดีกับนาง!
แต่พอได้เผชิญหน้ากับนางเข้าจริงๆ เหวยจื่อเหวินจึงได้รู้ว่า นางเป็สตรีที่ข่มเหงรังแกได้ยากยิ่งทุกอย่างที่ตนคาดการณ์ไว้ก่อนหน้า มันดันกลับตาลปัตรไปเสียหมดแต่คนเช่นเขาไม่เชื่อหรอกว่า แค่สตรีคนเดียวจะจัดการได้ยากเย็นถึงเพียงนั้น
“อะ…เอ่อ…คือว่า”*...*’
ตงฉือได้แต่ทำสีหน้าจืดเจื่อนไม่รู้จะให้คำแนะนำกับผู้เป็นายอย่างไรดีเพราะตัวเขาเองก็หาใช่ว่าเคยคบหาสมาคมกับพวกสตรี วัน ๆ เอาแต่ทำภารกิจลับและคอยเป็มือเป็เท้าให้เ้านาย จะเอาเวลาไหนไปศึกษาเื่พรรค์นั้นกันเล่า
“โวยยย ช่างเถอะเห็นท่าทางกระอักกระอ่วนของเ้าแล้ว ข้าก็พอจะรู้อยู่บ้างว่าคงพึ่งพาอะไรคนอย่างเ้ามิได้ เช่นนั้นมีอะไรให้ทำก็ไปทำเสีย อย่าเอาแต่ยืนเก้ๆ กัง ๆ เห็นแล้วมันรกลูกตาข้า!”
เหวยจื่อเหวินถอนหายใจออกมาพรูใหญ่พร้อมกับปัดข้อมือ ไล่ให้องครักษ์คนสนิทไสหัวออกไป
[1] 夫君 สามี