เมื่อพายุพ้นผ่านและแผ่นดินกลับคืนสู่ความสงบสิ่งสำคัญที่คงเหลือไม่ใช่ชัยชนะเหนือกองทัพทมิฬแต่คือหัวใจสองดวงที่ได้เรียนรู้ว่า ความรัก...ไม่จำเป็ต้องบากบั่นชดใช้เพื่อแลกมันมาหากแต่คือการได้โอบกอดกันในอ้อมแขนที่ปลอดภัย
แสงแดดอ่อนๆของเช้าวันใหม่ส่องทะลุหมู่เมฆหนาทึบลงมากระทบผืนดินที่ปกคลุมด้วยหิมะสีขาวโพลนหุบเขาพฤกษาศิลากลับคืนสู่ความเงียบสงบอีกครั้งรอยร้าวบนม่านพลังบาเรียได้รับการซ่อมแซมและผสานคืนรูปด้วยพลังร่วมของธรรมชาติและนักเวทของหมู่บ้านชาวบ้านต่างพากันออกมาเคลียร์ซากหินและเศษวัสดุที่หลงเหลือจากการรบด้วยสีหน้ายิ้มแย้มและผ่อนคลาย
ที่ลานหน้าประตูหินทิศเหนือรินกำลังใช้พลังมนตราควบคุมศิลายกแผ่นหินขนาดใหญ่ที่ถล่มลงมาทับเส้นทางออกไปอย่างง่ายดายเหงื่อเม็ดเล็กผุดซึมตามไรผมแม้สภาพอากาศจะหนาวจัดเ้าหยกหมอบนอนขดตัวอยู่ใต้ร่มเงาของต้นไม้ใหญ่ข้างๆ หางยาวปัดไปมาอย่างเกียจคร้าน
"เหนื่อยหน่อยนะ ริน"เสียงทุ้มหนักแน่นของโจนาธานดังขึ้นจากด้านหลัง
รินหันไปมองและคุกเข่าลงข้างหนึ่งตามสัญชาตญาณความเคารพทว่าผู้นำหมู่บ้านรีบก้าวเข้ามาประคองไหล่ของเธอไว้สีหน้าของเขายามนี้ไร้ซึ่งความเคร่งขรึมมีเพียงความอบอุ่นและสายตาที่เต็มไปด้วยความสำนึกในบุญคุณ
"ไม่ต้องทำถึงขนาดนั้นหรอก"โจนาธานเอ่ยพลางยิ้มบาง "เมื่อวานนี้ถ้าไม่มีเธอหมู่บ้านพฤกษาศิลาคงเหลือเพียงเถ้าถ่านไปแล้ว ฉันในฐานะผู้นำหมู่บ้าน...และในฐานะพ่อของเอวา ต้องขอโทษเธอจริงๆสำหรับความหวาดระแวงและท่าทีที่เคยขับไล่ไสส่งเธอไปก่อนหน้านี้"
เลโอร่าที่เดินตามมาข้างๆพยักหน้าด้วยแววตาที่อ่อนแสงลงอย่างเห็นได้ชัด "พวกเราขอโทษนะรินการปกป้องลูกสาวของเราทำให้พวกเรามองข้ามความจริงใจของเธอไปแต่ตอนนี้พวกเรารู้แล้วว่าไม่มีใครคู่ควรจะยืนเคียงข้างเอวามากไปกว่าเธออีกแล้ว...ยินดีต้อนรับสู่บ้านหลังใหม่นะ"
หัวใจของอดีตนักฆ่าสาวสั่นไหวอย่างรุนแรงคำขอโทษและการยอมรับจากปากผู้นำและคนในตระกูลที่สะอาดบริสุทธิ์ของเอวาเป็สิ่งที่เธอไม่เคยคาดคิดว่าจะได้รับในชีวิตรินก้มศีรษะลงเล็กน้อย "ฉันต่างหากที่ต้องขอบคุณพวกคุณ...ที่ยอมเปิดโอกาสให้ฉันได้พิสูจน์ตัวเองและให้ที่พึ่งพิงแก่ฉัน"
ใน่เวลาเดียวกันซีดริกเดินเข้ามาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าของรินแววตาของเขาไม่ได้มีความโกรธแค้นหรือริษยาอีกต่อไปมีเพียงความพ่ายแพ้อย่างสมเกียรติของนักรบ "พลธนูทุกคนทึ่งในแผนการของเธอมากและฉันเองก็ต้องยอมรับว่าแผนของเธอช่วยชีวิตพวกเราไว้... เอวาเลือกคนไม่ผิดหรอกริน ดูแลเธอให้ดีด้วยล่ะ" เขาตบไหล่รินเบาๆก่อนจะหมุนตัวเดินไปสั่งการทหารยามลาดตระเวน
---
ค่ำคืนเหน็บหนาวมาเยือนอย่างเงียบสงบแสงไฟเวทมนตร์สีอบอุ่นส่องประกายสลัวภายในห้องนอนส่วนตัวของเอวาที่เรือนยา
รินยืนอยู่หน้ากระจกทองเหลืองบานใหญ่เธอถอดเสื้อคลุมทหารและผ้าพันแผลที่ข้อมือออกเผยให้เห็นแผ่นหลังเพรียวบางที่เต็มไปด้วยาแเป็ริ้วพาดผ่านผิว รอยแผลจากแส้คมมีด และพิษในวัยเยาว์ยังคงเด่นชัดสะท้อนอยู่ในเงากระจก ในอดีตรอยแผลเหล่านี้คือสัญลักษณ์ของความอ่อนแอ ความไร้ค่าและความทรมานที่ตอกย้ำว่าเธอเป็เพียงวัตถุสิ่งของที่สภามืดใช้แล้วทิ้ง
ทว่ายามนี้เมื่อเธอมองลึกเข้าไปในเงาสะท้อนแววตาสีเทาของเธอไม่ได้เต็มไปด้วยความขยะแขยงตัวเองอีกต่อไป เธอเห็นรอยแผลที่แขนซ้ายที่เพิ่งสมานสนิทจากศึกเมื่อวาน...มันคือแผลที่ยืนยันว่าเธอได้ใช้พลังนี้เพื่อปกป้องคนที่เธอรัก
แกรก...
เสียงประตูเปิดออกเบาๆเอวาก้าวเข้ามาในห้องพร้อมกับถ้วยยาสมุนไพรอุ่นๆกลิ่นหอมสะอาดของพรีไนท์ปนไอฝนโชยมาแตะจมูกทันที แม่หมอสาววางถ้วยยาลงบนโต๊ะไม้ก่อนจะเดินตรงเข้ามาหาคนรักที่ยืนเปลือยแผ่นหลังอยู่หน้ากระจก
เอวาสวมกอดรินจากด้านหลังอย่างแ่เบาใบหน้าหวานซุกซนซบลงกับแผ่นหลังกว้างตรงร่องไหล่แขนบางโอบรัดเอวเพรียวของรินไว้แน่นััอุ่นชื้นจากร่างกายของเอวาและกลิ่นกายอันคุ้นเคยทำให้กำแพงสุดท้ายในใจของรินทลายลงอย่างสิ้นเชิง
"มองอะไรอยู่เหรอคะ?"เอวากระซิบถามเสียงนุ่ม
"มองรอยพวกนี้..."รินเอ่ยเสียงเบา แฝงความกังวลเล็กๆ "มันน่าเกลียดใช่ไหมคะ...ร่างกายของฉันมันด่างพร้อยเกินกว่าจะ..."
เอวาไม่ปล่อยให้รินพูดจบเธอขยับกายเข้ามาชิดพลางใช้ริมฝีปากอุ่นกดจูบลงบนรอยแผลเป็ตรงหัวไหล่ของรินอย่างทะนุถนอมััแ่เบาแต่ลึกซึ้งทำเอารินสะท้านเยือกไปทั้งสรรพางค์กาย
"ไม่มีรอยไหนน่าเกลียดเลยสักนิดค่ะริน" เอวาเอ่ยแววตาสีเขียวพรีไนท์ในเงากระจกจ้องสบตากับรินด้วยความรักอันท่วมท้น"ทุกรอยบนตัวของเธอคือเครื่องเตือนใจว่าเธอเข้มแข็งแค่ไหนที่ผ่านเื่โหดร้ายพวกนั้นมาได้และสำหรับฉัน... แผ่นหลังนี้คือแผ่นหลังที่ปลอดภัยที่สุดที่ฉันพึ่งพิงได้เสมอ"
ริมฝีปากของเอวาไล่จูบซับตามแนวไหล่อย่างเชื่องช้าปลุกเร้าอารมณ์หวานละมุนที่ซ่อนอยู่ภายใน รินหมุนตัวกลับมาหาคนรักมือเรียวยาวประคองใบหน้าหวานของเอวาไว้แววตาสีเทาสั่นไหวด้วยความเสน่หาที่ร้อนรุ่มและเปี่ยมด้วยความภักดี
"เอวา..."
รินก้มลงแนบริมฝีปากเข้ากับกลีบปากนุ่มของเอวาจูบครั้งนี้อบอุ่น เชื่องช้า และเต็มไปด้วยความโล่งใจอย่างที่สุดรสจูบหวานล้ำแผ่ซ่านเข้าสู่หัวใจ ปราศจากความกังวลและความกลัวเื่อดีตอีกต่อไปเอวาครางแ่เบาในลำคอ แขนเรียวยกขึ้นโอบรอบคอของริน ดึงรั้งให้ร่างของทั้งคู่แนบชิดกันจนไร้ช่องว่าง
รินช้อนร่างบางของเอวาขึ้นอย่างเบามือและพาก้าวไปยังเตียงนอนไม้หนานุ่มภายในห้องแสงไฟเวทมนตร์หรี่สลัวลงตามความ้าของเ้าของห้อง
ััของรินช่างอ่อนโยนและนอบน้อมราวกับเธอกำลังคุกเข่ายอมจำนนรับใช้เทพธิดาองค์เดียวในชีวิตมือเรียวลูบไล้ผ่านผิวกายเนียนละเอียดของเอวาอย่างทะนุถนอมทว่าซ่อนความเร่าร้อนไว้ในทุกััเสียงลมหายใจหอบกระชั้นประสานคลอกับเสียงลมหนาวภายนอกหน้าต่าง กลิ่นหอมของพรีไนท์อบอวลจนรินรู้สึกมัวเมาในเสน่หา
"อ๊ะ... ริน..."เอวากระซิบเรียกชื่อคนรัก แววตาของเธอฉ่ำปรือยามเมื่อนิ้วเรียวและััอุ่นชื้นของรินหลอมรวมเข้ากับจุดอ่อนไหวของร่างกายความหวาบหวามแผ่ซ่านจนร่างบางสั่นสะท้าน เอวาแอ่นกายเข้าหาััตอบกลับรินด้วยความเต็มใจและโหยหาไม่แพ้กัน
รินก้มลงซุกไซ้ซอกคอขาวกดจูบเน้นย้ำสร้างรอยรักสีกุหลาบจางๆ เพื่อแสดงความเป็เ้าของที่นุ่มนวลในทุกท่วงท่าและคำกระซิบข้างหู รินพร่ำบอกคำว่ารักและความจงรักภักดีซ้ำแล้วซ้ำเล่ายอมจำนนต่อเอวาด้วยชีวิตและหัวใจทั้งหมดที่เธอมี
มนตราในกายของทั้งคู่เริ่มตื่นรู้และไหลเวียนสอดประสานกันแสงสีเขียวมรกตของพรีไนท์เวทมนตร์และพลังสายแร่ศิลาสีเทาแกร่งของรินแล่นริ้วสอดประสานผ่านาแไหม้ที่ข้อมือทั้งสองข้างการรวมพลังชีวิตผ่าน Life-link ในคืนนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพื่อรักษาชั่วคราวแต่เป็การประสานชีวิตและจิติญญาเข้าด้วยกันอย่างถาวรและสมบูรณ์แบบผิวกายเสียดสีและเหงื่ออุ่นที่เคลือบผิวสะท้อนแสงไฟสลัวจนถึงจุดสูงสุดของความเสน่หา
ทั้งคู่ปลดปล่อยความรู้สึกและพลังเวทประสานเข้าสู่กายของกันและกันรินกอดประคองร่างที่อ่อนแรงของเอวาไว้ในอ้อมอกแนบริมฝีปากจูบหน้าผากชื้นเหงื่อของคนรักด้วยความรักทั้งหมดที่มี
---
ในค่ำคืนฤดูหนาวอันมืดมิดและเหน็บหนาวรินนอนตระกองกอดเอวาไว้ใต้ผ้าห่มผืนหนา เสียงลมหายใจของเอวาสม่ำเสมออยู่ข้างกายและัั Life-link ที่เต้นเป็จังหวะเดียวกันสะท้อนถึงพันธนาการแห่งรักที่มั่นคง
รินหลับตาลงอย่างผ่อนคลายและจมเข้าสู่ห้วงนิทรา...ค่ำคืนนี้เธอหลับสนิทและไม่มีฝันร้ายเกี่ยวกับคุกใต้ดินหรือเสียงแส้อีกต่อไปเพราะเธอรู้ดีว่าผืนดินที่เธอกำลังเหยียบยืนอยู่นี้และอ้อมแขนที่กำลังโอบกอดเธอไว้คือบ้านหลังแรกและบ้านหลังสุดท้ายที่เลือกต้อนรับเธออย่างแท้จริง
แสงอาทิตย์ยามเย็นอาบทาแผ่นฟ้าชายแดนป่าพฤกษาศิลาด้วยเฉดสีทองส้มอันอบอุ่นรินถอนหายใจยาวพลางก้มลงมองฝ่ามือของตนเองที่ยังคงมีร่องรอยาแเก่าจากอดีตทว่าลึกเข้าไปในใจความหนักอึ้งและปมความรู้สึกผิดบาปที่เคยกัดกินชีวิตกลับเริ่มจางหายไปทีละนิดสายลมเย็นฉ่ำพัดโชยกลิ่นหอมของดอกไม้ป่านานาพันธุ์พัดพาเอาไอดินบริสุทธิ์รอบเรือนยาให้หวนคืนสู่ความสงบสุขอีกครั้ง
เอวาเดินก้าวออกมาจากเรือนยาพร้อมถาดไม้ใส่ถ้วยชาสมุนไพรร้อนๆ ในมือรอยยิ้มละมุนบนใบหน้าของเธอสื่อถึงความอาทรและความเข้าใจอย่างลึกซึ้งโดยไม่ต้องเอื้อนเอ่ยคำใดเอวาวางถ้วยชาลงบนโต๊ะไม้ข้างกายริน ก่อนจะนั่งลงเคียงข้างอย่างอ่อนโยน"ชาร้อน ๆ ค่ะริน... วันนี้ป่าสงบดีมาก มนตราศิลากลับคืนสู่สมดุลแล้วนะ"
รินยิ้มตอบจาง ๆเป็รอยยิ้มที่แทบไม่เคยปรากฏบนใบหน้าของอดีตนักฆ่าผู้เ็าคนนี้มาก่อน"ขอบใจนะเอวา... ถ้าไม่มีเธอ และหากไม่ได้ความช่วยเหลือจากทุกคนในหมู่บ้านฉันคงยังจมอยู่ในความมืดมนนั้นไม่ลืมหูลืมตา"
เ้าหยก—แมวั์พันธะสีเขียวมรกตคู่ใจก้าวเดินอย่างเงียบเชียบมาจากใต้ร่มเงาไม้ใหญ่ขนปุยนุ่มนวลและเกล็ดมาลาไคต์บนลำตัวสะท้อนแสงแดดเป็ประกายระยิบระยับมันส่งเสียงครางยาวในลำคออย่างผ่อนคลายก่อนจะพุ่งตัวเข้ามานอนขดตัวอยู่ข้างเก้าอี้ของริน เอาศีรษะทุย ๆ หนานุ่มมาดุนดันข้อมือของรินอย่างออดอ้อนเพื่อเตือนให้รู้ว่ามันจะคอยเฝ้าระวังภัยและเคียงข้างเธอตลอดไป
รินยกมือขึ้นลูบพู่ขนมรกตที่หูของเ้าหยกอย่างเบามือััได้ถึงความนุ่มฟูและหัวใจที่เต้นเป็จังหวะสม่ำเสมอของมัน"แกเองก็ทำดีมากนะเ้าหยก... วันนี้พักผ่อนให้เต็มที่เถอะ"
เ้าหยกพ่นลมหายใจออกทางจมูกฟึดใหญ่ก่อนจะหลับตาลงรับััอันอ่อนโยนจากเ้านายอย่างสุขใจในขณะที่เอวาจ้องมองภาพตรงหน้าด้วยดวงตาสีพรีไนท์เปี่ยมสุขความสัมพันธ์อันลึกซึ้งและความผูกพันที่หล่อหลอมผ่านความยากลำบากคือเกราะคุ้มกันอันแข็งแกร่งที่สุดที่จะปกป้องพวกเธอจากาใหญ่และบททดสอบครั้งใหม่ที่กำลังจะมาเยือนในอนาคต
ความอบอุ่นในหัวใจของรินเริ่มเอ่อล้นขึ้นมาอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อนเธอรู้ดีว่าเส้นทางข้างหน้าอาจยังมีความท้าทายรออยู่แต่ตราบใดที่มีเอวาและเ้าหยกอยู่เคียงข้าง เธอก็พร้อมที่จะเลือกชีวิตตัวเองยืนหยัดสู้เพื่อหัวใจของตนเอง และปกป้องรอยยิ้มนี้ไว้ด้วยชีวิตอย่างแท้จริง
แสงอาทิตย์ยามเย็นอาบทาแผ่นฟ้าชายแดนป่าพฤกษาศิลาด้วยเฉดสีทองส้มอันอบอุ่นรินถอนหายใจยาวพลางก้มลงมองฝ่ามือของตนเองที่ยังคงมีร่องรอยาแเก่าจากอดีตทว่าลึกเข้าไปในใจความหนักอึ้งและปมความรู้สึกผิดบาปที่เคยกัดกินชีวิตกลับเริ่มจางหายไปทีละนิด สายลมเย็นฉ่ำพัดโชยกลิ่นหอมของดอกไม้ป่านานาพันธุ์พัดพาเอาไอดินบริสุทธิ์รอบเรือนยาให้หวนคืนสู่ความสงบสุขอีกครั้ง
เอวาเดินก้าวออกมาจากเรือนยาพร้อมถาดไม้ใส่ถ้วยชาสมุนไพรร้อนๆ ในมือรอยยิ้มละมุนบนใบหน้าของเธอสื่อถึงความอาทรและความเข้าใจอย่างลึกซึ้งโดยไม่ต้องเอื้อนเอ่ยคำใดเอวาวางถ้วยชาลงบนโต๊ะไม้ข้างกายริน ก่อนจะนั่งลงเคียงข้างอย่างอ่อนโยน"ชาร้อน ๆ ค่ะริน... วันนี้ป่าสงบดีมาก มนตราศิลากลับคืนสู่สมดุลแล้วนะ"
รินยิ้มตอบจาง ๆเป็รอยยิ้มที่แทบไม่เคยปรากฏบนใบหน้าของอดีตนักฆ่าผู้เ็าคนนี้มาก่อน"ขอบใจนะเอวา... ถ้าไม่มีเธอ และหากไม่ได้ความช่วยเหลือจากทุกคนในหมู่บ้านฉันคงยังจมอยู่ในความมืดมนนั้นไม่ลืมหูลืมตา"
เ้าหยก—แมวั์พันธะสีเขียวมรกตคู่ใจก้าวเดินอย่างเงียบเชียบมาจากใต้ร่มเงาไม้ใหญ่ขนปุยนุ่มนวลและเกล็ดมาลาไคต์บนลำตัวสะท้อนแสงแดดเป็ประกายระยิบระยับมันส่งเสียงครางยาวในลำคออย่างผ่อนคลายก่อนจะพุ่งตัวเข้ามานอนขดตัวอยู่ข้างเก้าอี้ของริน เอาศีรษะทุย ๆ หนานุ่มมาดุนดันข้อมือของรินอย่างออดอ้อนเพื่อเตือนให้รู้ว่ามันจะคอยเฝ้าระวังภัยและเคียงข้างเธอตลอดไป
รินยกมือขึ้นลูบพู่ขนมรกตที่หูของเ้าหยกอย่างเบามือััได้ถึงความนุ่มฟูและหัวใจที่เต้นเป็จังหวะสม่ำเสมอของมัน"แกเองก็ทำดีมากนะเ้าหยก... วันนี้พักผ่อนให้เต็มที่เถอะ"
เ้าหยกพ่นลมหายใจออกทางจมูกฟึดใหญ่ก่อนจะหลับตาลงรับััอันอ่อนโยนจากเ้านายอย่างสุขใจในขณะที่เอวาจ้องมองภาพตรงหน้าด้วยดวงตาสีพรีไนท์เปี่ยมสุขความสัมพันธ์อันลึกซึ้งและความผูกพันที่หล่อหลอมผ่านความยากลำบาก คือเกรา
รินยิ้มรับความอบอุ่นนั้นด้วยหัวใจที่สมบูรณ์
สายลมยามค่ำคืนพัดผ่านแนวป่าพฤกษาศิลานำพาไอดินเย็นฉ่ำและกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของสมุนไพรโบราณพัดโชยเข้ามารินผ่อนลมหายใจยาวพลางก้มลงมองฝ่ามือของตนเองเสียงพฤกษาสบัดใบคล้ายเพลงปลอบประโลมให้หัวใจที่เคยร้าวรานกลับคืนสู่ความสงบสุข
เ้าหยก—แมวั์พันธะสีเขียวมรกตคู่ใจขดตัวนอนส่งเสียงครางครวญเบา ๆ ในลำคออยู่ข้างฐานเตาผิงขนปุยนุ่มนวลและเกล็ดมาลาไคต์บนลำตัวสะท้อนแสงไฟวับแวม มันเอียงศีรษะทุย ๆมาไถข้อมือของรินอย่างออดอ้อนเพื่อเตือนให้รู้ว่ามันจะคอยเฝ้าระวังภัยและเคียงข้างเธอตลอดไป
เอวาเดินเข้ามาใกล้พร้อมถาดถ้วยชาสมุนไพรร้อนๆ รอยยิ้มละมุนบนใบหน้าของเธอสื่อถึงความอาทรและความเข้าใจอย่างลึกซึ้งไร้ซึ่งความกดดันใด ๆมีเพียงความอบอุ่นบริสุทธิ์ที่โอบอุ้มหัวใจของกันและกันไว้ท่ามกลางผืนป่าอันกว้างใหญ่
ความสงบเงียบยามดึกในเรือนยาแห่งป่าSylvan ถูกเติมเต็มด้วยไอร้อนจากเตาผิงและความรักอันไร้เงื่อนไขรินััได้ถึงคุณค่าในตนเองที่ไม่ต้องพิสูจน์หรือแลกมาด้วยความตายอีกต่อไปเธอพร้อมที่จะยืนหยัดสู้เพื่อชีวิตและหัวใจของเธอเอง
-- เล่ม 1 จบบริบูรณ์ --